Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ) - บทที่ 464 - ดู..
บทที่ 464 – ดู..
ในตอนนี้เจ้าชายเฮลิตเดินตามคนรับใช้ไปที่หน้าประตู ก่อนที่คนรับใช่จะพูดขึ้นมาว่า “เจ้าชาย ข้าเห็นท่านเจ่าไห่มาที่นี่” จริงๆ แล้วคนรับใช้ไม่จําเป็นต้องบอกพวกเขาเลย เพราะพวกเขาก็รู้ดีอยู่แล้วว่าเมื่อเข้าไปจะเจอกับอะไร
ลอร่ากับคนอื่นๆ ก็ตามพวกเขาไปด้วยสีหน้าที่เป็นกังวลมากๆ ในขณะที่คนรอบๆตัวของพวกเขามองพวกเขาด้วยท่าทางที่แปลกๆ
พวกเขาไม่ใช่คนโง่ พวกเขารู้ดีว่าเหตุการณ์นี้ถูกจัดขึ้นโดยใครบ้างคน ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงไม่ประหลาดใจกับสถานการณ์มากนัก เมื่อมาถึงจุดนี้คนเหล่านั้นก็ทําเหมือนว่าพวกเขากําลังดูละครกันอยู่ คนเหล่านี้ดูมีความสุขเมื่อได้เห็นความโชคร้ายของคนๆหนึ่ง
อีกไม่นาน คนจํานวนมากก็จะไปถึงที่หน้าห้องของเจ่าไห่ เมื่อมาถึงเจ้าชายก็ถามขึ้นทันทีว่า “นายน้อยเจ่าไห่อยู่ข้างในหรือเปล่า?”
เจ่าไห่ผู้ที่นั่งอยู่ข้างในเขายิ้มและจิบไวน์ เขาไม่ได้ตอบกลับใดๆ เจ่าไห่เพียงแค่นั่งรอให้พวกเขาเข้ามาในห้องนี้ก่อน
เมื่อเจ้าชายเฮลิตไม่ได้ยินเสียงของเจ่าไห่ตอบกลับมา แต่เขาก็แน่ใจว่าเจ่าไห่อยู่ข้างใน จากนั้นเขาก็ออกคําสั่งทันที “บุกเข้าไปช่วยเจ้าหญิงลิซซี่!”
เทอร์รีเปิดประตูเข้าไปเป็นคนแรก เขาตะโกนพร้อมกับเปิดเข้าไป เมื่อเขามองดูภายในห้อง เขาก็ไม่รู้จะทําอะไรต่อเลย แต่เขาก็หยุด เมื่อเขาเห็นเจ่าไห่กําลังนั่งดื่มไวน์อยู่
ในตอนนี้คนก็รีบเข้ามาดูว่าข้างในมีอะไรอยู่ แต่พวกเขาก็ต้องผิดหวังเมื่อเข้าไปแล้วเห็นเพียงว่าเจ่าไห่กําลังดื่มไวน์อยู่ เมื่อเห็นเช่นนั้นเจ่าไห่ก็มองไปที่พวกเขาที่เข้ามาในห้อง เจ่าไห่วางแก้วไวน์ของเขาลงช้าๆ และยืนขึ้นจากนั้นเขาก็โค้งคํานับเจ้าชายทั้งสองที่ตกใจอยู่ เจ่าไห่ก็พูดต่อว่า “ทุกคนมีอะไรกันงั้นเหรอ? ข้าแค่ออกมาเพื่อจะพักผ่อนกับไวน์ของข้า ทําไมพวกท่านถึงมาที่นี่กัน”
เมื่อเจ่าไห่พูดเรื่องนี้ คนแรกที่ตอบเจ่าไหก็คือลอร่า เธออดไม่ได้ที่จะหัวเราะ เมื่อเห็นท่าทางของเจ่าไห่ เธอรู้ทันทีว่าทุกอย่างเจ่าไห่ได้ควบคุมไว้หมดแล้ว
ชาร์ลีมีความสุขมาที่ได้เห็นเจ่าไห่ เจสันมองไปที่เจ่าไห่จากนั้นเจ้าชายชาร์ลีก็ไม่รู้ว่าจะพูดเช่นไร แต่ก็หัวเราะออกมาดังมากๆ ในขณะที่เขาพูดว่า “เจ้าหนู ทําไมไม่ชวนข้ามาด้วย? เจ้าแอบมาดื่มไวน์อยู่คนเดียวเลย มีเพื่อข้าบ้างหรือไม่?”
ชาร์ลีมีความสุขมาก จนเขาไม่รู้ว่าจะพูดอะไร แต่ก็หัวเราะและพูดว่า “ท่านไม่ต้องเป็นห่วงเกี่ยวกับเรื่องนี้เลยนเป็นสิ่งที่เจ่าไห่เอามา เจ่าไห่ เจ้าไม่ชอบอาหารงั้นเหรอ? ทําไมเจ้าถึงมานั่งดื่มอยู่ที่นี่คนเดียว?”
ตอนนี้เจ้าชายเฮลิต ไม่ทนอีกต่อไปแล้ว เขาถามขึ้นมาทันทีว่า “เจ้าหญิงลิซวี่อยู่ที่ไหน หากมีอะไรเกิดขึ้นกับเธอเจ้าจะต้องรับผิดชอบ”
จ้าวไห่มองไปที่เจ้าชายและพูดว่า “ข้าไม่รู้ว่าท่านกําลังพูดถึงเรื่องอะไร การหายตัวของเจ้าหญิงลิซซี่ไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกับข้าเลย”
เจ้าชายเฮลิตพูดด้วยน้ําเสียงที่เย็นชาว่า “มีคนเห็นเจ้าพาเจ้าหญิงไป เธออยู่ที่ไหน?”
เจ่าไห่ไม่ได้แสดงความคิดเห็นอะไร แต่พูดว่า “ใครงั้นเหรอ พวกเขาอยู่ที่ไหน?”
ชาร์ลีหันหน้าของเขาและรู้สึกประหลาดใจ คนรับใช้สองคนจากคฤหาสน์ของชาร์ลีที่พาพวกเขามาที่นี่ หายตัวไปแล้ว
เจ้าชายเฮลิตรู้แล้วว่าคืนนี้คนที่แพ้ก็คือตัวเขาเอง ในตอนนี้เสียงของลิซซี่ก็ดังมาจากข้างหลังของคนจํานวนมาก “พี่ใหญ่ให้ความสําคัญกับความปลอดภัยของน้อง น้องรู้สึกดีใจมากจริงๆ”
เมื่อได้ยินเสียงของเธอ ทุกคนก็เห็นเธอพร้อมๆ กันเธอเดินมาข้างหน้าอย่างช้าๆ จากที่อยู่ข้างหลังของคนจํานวนมากๆ เธอมองไปที่เฮลิตและเทอรรี่ด้วยความเย็นชาก่อนที่จะพูดว่า “มีบางคน มาหาฉันแล้วบอกว่าพี่สามต้องการจะพบกับฉัน ฉันก็เลยไปกับพวกเขา แต่ฉันก็ไม่คิดว่าคนรับใช้จะหลอกฉัน พี่สามคฤหาสน์ของพี่ไม่ได้ดีเลย พี่จะต้องดูแลเรื่องนี้ใหม่แล้ว ฉันคิดว่าเราจะต้อง แยกแมวออกจากสนุขไม่เช่นนั้นที่นี่ก็จะมีแต่ความวุ่นวาย”
เมื่อชาร์ลีได้ยินลิซซี่พูด สีหน้าของเขาก็ไม่ค่อยดีนัก ในตอนนี้เจ่าไห่ก็เสนอความคิดของเขา “เจ้าชายชาร์ลี ข้าก็คิดว่าท่านควรเปลี่ยนแปลกคฤหาสน์นี้ ข้าก็ถูกเรียกโดยคนรับใช้ เขาบอกว่าท่านต้องการจะพบกับข้า”
สีหน้าของชาร์ลีแย่ลงในขณะที่เขาพูดว่า “เจ่าไห่ เจ้าไม่ต้องเป็นห่วงข้าจะจัดการเรื่องนี้ใหม่ทั้งหมด ข้าก็เห็นมาบ้างแล้วว่าคฤหาสน์นี้ไม่ค่อยจะดีนัก”
สัหน้าของเจ้าชายเฮลิตซีดเขาตะโกนออกมาก่อนที่จะออกไป เมื่อมองไปที่ชาร์ลีก็ไม่ได้ขยับไปไหนเลย เนื่องจากอีกฝ่ายไม่ได้เห็นหน้าของเขา ดังนั้นจึงไม่มีเหตุผลที่เขาจะต้องทําดีด้วย
แขกที่ชาร์ลีเชิญไม่รู้ว่าพวกเขาต้องการทําอะไร พวกเขาบางคนตามเจ้าชายเฮลิตออกไป ในขณะที่บางคนยังอยู่ในห้อง
ชาร์ลีไม่คิดว่าคนที่ยังคงอยู่ไม่ได้เป็นคนที่อยู่ข้างเขา เขาไม่ได้ไร้เดียงสาเขารู้ว่าพวกเขาทํา เช่นนี้เพราะกลัวว่าจะเป็นที่น่าสงสัย
แต่ชาร์ลีก็ไม่สนใจ เพราะเขารู้อยู่แล้วว่าเจ่าไห่เป็นคนที่ไว้ใจได้มากกว่าคนเหล่านี้
อย่างไรก็ตามเขายังต้องจัดการกับสถานการณ์นี้ ดังนั้นชาร์ลีขอให้ทุกคนกลับไปที่ห้องโถง เพื่อกินแล้วดื่ม ทุกคนกลับไปที่ห้องโถง แต่ด้วยความไม่เต็มใจสักเท่าไหร่
เจ่าไห่ไม่ได้กลับไปกับพวกเขา เขาเพิ่งอยู่ในห้องและดื่มไวน์กับเจสัน ลอร่ากับคนอื่นก็ไม่ได้ไปด้วย พวกเขาพร้อมที่จะอยู่กับเจ่าไห่ ที่น่าแปลกใจที่สุดก็คือลิซซีก็อยู่ด้วยเช่นกัน
เจ่าไห่และเจสันนั่งลงแล้วดื่มขณะที่ลอร่ากับคนอื่นๆ คุยกันข้างๆ เจสันมองพวกผู้หญิงแล้วก็มองไปที่ลิซซี่
เขาโน้มตัวไปที่เจ่าไห่แล้วก็พูดว่า “พี่ชายเกิดอะไรขึ้น สิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้มันเป็นเรื่องจริงงั้นเหรอ? ทําไมเจ้าหญิงลิซซี่ถึงมองเจ้าด้วยสายตาแปลก?”
เจ่าไห่มองเขาและพูดว่า “อย่าพูดอะไรไร้สาระ ข้าเกือบเจอเรื่องร้ายแล้ว ถ้ามันเกิดขึ้นจริงๆ ข้าอาจต้องตายแน่ๆ” พวกเขาทั้งสองคุยกันเบาๆ
หลังจากเจสันได้ยินเขาก็วางแก้วไวน์ลงที่โต๊ะก่อนที่จะมองเจ่าไห่และพูดว่า “นายน้อยเจ่าไห่ สิ่งที่เจ้าพูดเป็นความจริงงั้นเหรอ? พวกเขาวางแผนทําเช่นนั้นจริงๆ งั้นเหรอ?”
เจ่าไห่ตะโกน “ข้าไม่ได้หลอกเจ้าในเรื่องนี้ เรื่องนี้มันเกี่ยวข้องกับเทอร์รี่ เมื่อข้าได้เป็นไปซื้อของกับเมแกนเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา เขามักจะมองข้าด้วยสายตาที่ไม่ธรรมดา ข้าก็ไม่คิดว่าเขาจะทําสิ่งนี้เร็วเช่นนี้ ข้ารู้ว่าเขาจะต้องทําอะไรกับข้าแน่ๆ จากเรื่องนี้ข้าจะต้องระวังตัวให้มากขึ้นถ้า หากข้าไม่สามารถจัดการกับเรื่องในวันนี้ ไม่เพียงแต่ข้าเท่านั้น แต่อีกหลายคนอาจจะต้องหมดอนาคตไปเลยก็ได้
เจสันพูดอย่างเย็นชา “คิดแบบง่ายๆ เลยไม่ใช่แค่เจ้าชายที่สามกับเจ้าหญิงลิซซี่เท่านั้นที่จะได้รับผลร้ายมันจะเป็นไปถึงตระกูลแคลซีด้วย นอกจากนี้ตระกูลบูดาของเจ้าก็จะหมดลงเช่นกัน หลังจากนั้นพวกของเจ้าจะไม่มีที่อยู่ในจักรวรรดินี้อีกต่อไป”
เจ่าไห่ตกใจมาก เจสันพูดออกมาอีกว่า “ข้าเองก็ไม่คิดว่าเทอร์รี่จะเป็นคนที่น่ากลัวเช่นนี้ แต่นายน้อยเจ่าไห่เจ้าก็ทําเรื่องไม่ดีกับเจ้าชายเฮลิตไว้แล้วเจ้าก็เตรียมตัวที่จะรับมือด้วยแล้วกัน”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “ถ้าไม่ใช่เพราะเรื่องวันนี้เขาจะไม่มายุ่งกับข้างั้นเหรอ? ตอนนี้ข้าอยู่ฝ่ายเจ้าชายที่สาม ข้าเป็นเหมือนศัตรูของเขาไปแล้ว เขาจะปล่อยข้าไปจริงๆ งั้นเหรอมันเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะเป็นไปได้เลย”
เจสันถอนหายใจแล้วก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ เจ่าไห่ยังรู้ว่าเจสันไม่ได้มีอะไรที่พูดถึงเรื่องนี้ จากนั้นเขาก็มองเจสันและพูดขึ้นว่า “เจสันข้าบอกเจ่าไห่ วันนี้เลยว่ามันจะไม่ดีสําหรับเจ้าถ้าเจ้าอยู่ใกล้กับพวกเขา จงระวังหากว่าเจ้าเจอพวกเขาในครั้งต่อไป”
เจสันพยักหน้าแล้วก็ยังดื่มไวน์ไปพร้อมกับเจ่าไห่ ลอร่ากับคนอื่นๆ ก็ยังอยู่ข้างๆ และพูดคุยกัน ไม่นานชาร์ลีก็เข้ามา งานเลี้ยงจบลงแล้ว เนื่องจากบรรยากาศถูกทําลายเขาจึงตัดสินใจที่จะยุติงานเลี้ยงก่อนเวลาที่เขาตั้งไว้
ชาร์ลีมองไปที่เจ่าไห่และเจสัน ขณะที่เขายิ้มและพูดว่า “เจ้าสองคนกําลังดื่มกันสบายใจเลย เจ่าไห่ข้าของตัวเจ้าหน่อยสักพัก ข้ามีเรื่องจะบอกกับเจ้า” เจ่าไห่พยักหน้าแล้วก็วางแก้วไวน์ของเขาลง
เจสันวางแก้วของเขาลงพร้อมกับหันไปหาชาร์ลีและพูดว่า “เจ้าชายมันนานมากแล้ว ข้าของตัวกลับก่อน”
ชาร์ลีก็ไม่ได้ห้ามเขา เขายิ้มให้เจสันและพูดว่า “เอาล่ะ ถ้าเจ้ามีเวลาเจ้าก็มาที่นี้ได้
เจสันพยักน้าจากนั้นเขาก็หันไปหาเจ่าไห่และพูดว่า “นายน้อยเจ่าไห่ ถ้าเจ้ามีเวลาไปที่บ้านของข้าบ้างก็ได้ เจ้าน่าจะรู้ว่าข้าไม่ได้มีเพื่อนมากมายในเมืองคาร์สัน เมื่อถึงเวลานั้นข้าจะเตรียมไวน์ดี ไว้รอเจ้า”
เจ่าไห่พยักหน้าแล้วพูดว่า “แน่นอน เจ้าน่าจะเตรียมไวน์ดีๆ สําหรับพวกเรา”
เจสันยิ้มและพูดว่า “ไม่หรอก ไวน์ของข้าไม่อาจจะเทียบของเจ่าไห่เลย เจ้าเตรียมไวน์ดีกว่า เดี๋ยวข้าจะหาของว่างกินด้วย”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “ข้าจะเอาไว้ดีๆ มาให้ท่านเอง” ทั้งสองคนหัวเราะก่อนที่เจสันจะออกไปจากคฤหาสน์ของชาร์ลี
ชาร์ลียิ้มและพูดว่า “เจ่าไห่ ข้าไม่คิดว่าเจสันจะได้เป็นเพื่อนกับเจ้า ข้าไม่คิดว่าเจ้าจะสามารถรับมือกับการพูดคุยกับเขาได้
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “จริงๆ แล้วข้าชอบในตัวของเขา เขาเป็นคนที่ดีและมีบางอย่างที่คนอื่นๆ ไม่สามารถอดทนกับเขาได้ โชคดีที่ข้าคิดไม่เหมือนคนอื่นๆ นั่นเป็นเหตุผลที่ข้าสามารถเป็นเพื่อนกับเขาได้”
ลิซซี่ซึ่งอยู่ใกล้ก็ไม่สามารถพูดอะไรได้ แต่ก็มองไปที่เจ่าไห่ เมแกนยังพูดกับเธอเกี่ยวกับเจ่าไห่ด้วย เมื่อเธอได้ยินสิ่งที่เจ่าไห่เป็น เธอก็ไม่สามารถพูดอะไรได้ แต่ก็หันไปหาเมแกนและเห็นใบหน้าที่หลงรักเจ่าไห่
ชาร์ลีพยักหน้าและพูดว่า “เอาล่ะ ไปกันเถอะ ลิซซี่เธอน่าจะกลับไป”
ลิซซี่ส่ายหัวของเธอและพูดว่า “ไม่..ฉันจะยังไม่กลับ พี่สามเรื่องของวันนี้ฉันกลัวมากๆ ฉันต้องอยู่กับพี่ก่อน”
ชาร์ลืมองลิซซี่และคิดว่ามันก็เป็นเรื่องจริงที่เขาจะต้องดูแลน้องของเขา เนื่องจากความมีความสัมพันธ์กับลิซซี่จึงไม่มีเหตุผลที่เขาจะผฏิเสธเธอ ชาร์ลีถอนหายใจและพูดว่า “เอาล่ะมากับพี่เถอะ” ทุกคนเดินตรงไปที่ห้องนั่งเล่นในสวนทันที
จอห์นและคนอื่นๆ ก็รอพวกเขาอยู่ที่นั้นแล้ว ลอร่ากับคนอื่นๆ ก็ไม่ได้ออกไปพร้อมกับเจ่าไห่ พวกเขาทั้งหมดรออยู่ที่นี่ ชาร์ลีไม่ได้หยุดพวกเขา หลังจากทุกคนนั่งลงชาร์ลีก็หันไปหาเจ่าไห่ และลิซซี่พร้อมกับถามว่า “บอกมาว่าเกิดอะไรขึ้น”
เจ่าไห่และลิซซี่ก็บอกกับชาร์ล์และคนอื่นๆ ว่าเกิดอะไรขึ้นกับพวกเขา ยิ่งชาร์ลีได้ฟังเยอะ สีหน้าของเขาก็ยิ่งโมโหมากขึ้น เขาไม่คิดว่าเจ้าชายเฮลิตจะโหดเช่นนี้ หากแผนของเขาสําเร็จ ผลที่ตามมาจะเป็นเรื่องที่เลวร้ายมากๆ ชาร์ลีไม่สามารถทําอะไรได้ แต่ก็ชื่นชมเจ่าไห่ที่จัดการกับเรื่องนี้ได้
หลังจากที่พูดกันจบเจ่าไห่ก็โบกมือขณะที่คนสองคนปรากฏตัว คนเหล่านี้เป็นคนรับใช้ของชาร์ลีที่หายไป
ชาร์ลีมองไปที่คนรับใช้สองคนและเขาก็ไม่รู้ว่าเป็นเช่นนี้ได้ยังไง เขามองไปที่จอห์นและคน อื่นๆ พร้อมกับมองไปที่เจ่าไห่ด้วยเช่นกัน พวกเขาไม่คิดว่ามิติของเจ่าไห่จะสามารถจัดการกับคนได้ด้วย
แต่ในไม่ช้าพวกเขาก็เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อเจ่าไห่พูดถึงเจ้าชาย เจ่าไห่บอกให้คนรับใช้พูดทุกอย่างที่รู้ ทั้งสองพยักหน้าแล้วก็บอกชาร์ลีว่าพวกเขาเป็นใคร ทําไมถึงทําเช่นนี้
พวกเขาเป็นคนรับใช้ของเจ้าชายเฮลิต ดูเหมือนว่าคนรับใช้ของชาร์ลีที่แท้จริงจะถูกจัดการไปก่อนที่จะมาถึงที่นี่ พวกเขาจึงปลอมตัวเป็นคนรับใช้คนใหม่แทน
ชาร์ลีและคนอื่นๆ รู้แล้วว่าตอนนี้ทั้งสองได้กลายเป็นซอมบี้ระดับสูงของเจ่าไห่แล้ว พวกเขาถอนหายใจถึงความร้ายของเจ่าไห่ แต่ในเวลาเดียวกันพวกเขายังพวกเขาก็ยังมั่นใจในความแข็งแกร่งของเจ่าไห่ด้วย พวกเขาไม่คิดว่าเจ่าไห่จะมีความสามารถเท่านี้ที่สามารถเปลี่ยนคนธรรมดาให้กลายเป็ฯซอมบี้ได้ง่ายขนาดนี้
หลังจากคนรับใช้บอกข้อมูลทั้งหมด ชาร์ลีก็ตกใจเสนาบดีเป็นคนที่ชาร์ลีมองข้ามไป เขาไม่คิดว่าคนๆนี้จะเป็นคนทรยศ
ชาร์ลีพูดว่า “ข้าจะจัดการพวกเขาอย่างช้าๆ เรื่องที่เกิดขในวันนี้มันใกล้ตัวมากจริงๆ โชคดีที่เจ่าไห่มีระวังตัวอยู่ตลอดเวลา ไม่งั้นผลที่ตามมามันคงไม่ดีแน่ๆ นายน้อยเจ่าไห่ เจ้ารู้ได้ยังไงว่าในแก้วนั้นมียาหลอนประสาทอยู่?
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “อย่างไรงั้นเหรอ? ก็ข้าเป็นนักเวทย์แห่งความมืด นักเวทย์ที่ไม่ได้ใช้ยาพิษนั้นหายากมากๆ ต่อหน้าเทพผู้ความสามรถมันก็เป็นเรื่องที่ง่ายมากที่พวกเขาจะมองเห็นมัน”
ชาร์ลีไม่สามารถทําอะไรได้แต่ก็หัวเราะ คนอื่นๆก็ยิ้มให้เจ่าไห่ด้วย พวกเขาไม่ได้รู้เกี่ยวกับมิติ แต่ชื่อเสียงของนักเวทย์แห่งความมืดเกี่ยวกับพิษมันเป็นสิ่งที่ทุกคนในจักรวรรดิรู้อยู่แล้วว่ามันเป็นของคู่กัน ดังนั้นพวกเขาจึงไม่สงสัยในสิ่งที่เจ่าไห่พูด
หลังจากหัวเราะแล้ว ชาร์ลีก็หันไปหาเจ่าไห่และพูดว่า “เจ่าไห่เจ้าคิดว่าเราควรทําอะไรต่อไป เราต้องยอมในครั้งนี้ไหม?”
เจ่าไห่พูดขึ้นทันทีว่า “การได้รับความสูญเสียโดยไม่ตอบโต้มันเป็นไปได้งั้นเหรอ? จากสิ่งที่ข้าเห็นเทอร์รี่ไปกับเฮลิตมันน่าจะเป็นสิ่งที่พวกเขาได้วางแผนกันมา พวกเขาค่อนข้างมั่นใจที่จะพูดคุยกับพวกเรา แต่โชคไม่ดีสําหรับพวกเขาความโชคดีขอพวกเขาได้หมดลงแล้ว เมื่อพวกเขาเริ่มก่อนข้าจะไม่เกรงใจอีกต่อไป เจ้าชายท่านไม่จําเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้ ข้าจะดูแลมันเป็นการส่วนตัวเอง มาดูกันว่าตระกูลโรเบิร์ตที่อยู่มานานแล้วจะมีความแข็งแกร่งมากแค่ไหน”
เมื่อพวกเขาได้ยินที่เจ่าไห่พูด เมแกนก็รู้ว่าเจ่าไห่ตั้งใจอย่างมากในการทําลายตระกูลโรเบิร์ต แต่เมแกนก็ไม่ได้พูดอะไรเลย เธออยู่ข้างๆเจ่าไห่นอกจากเทอร์รี่จะเป็นเพื่อนคนแรก เธอก็จะไม่ห้ามเจ่าไห่จากสิ่งที่เขาต้องการ
ลิซซี่และชาร์ลีขมวดคิ้วพวกเขาค่อนข้างกังวลเพราะความแข็งแกร่งของตระกูลขุนนางที่จัดตั้งขึ้นมันไม่ได้เป็นสิ่งที่ใครๆ ก็สามารถทําได้ ตระกูลนับพันปีในจักรวรรดินี้แทบจะไม่ถูกทําลายง่ายๆ ตระกูลเหล่านี้ส่วนใหญ่มีพระคุณมากมาย และสิ่งที่เจ่าไห่ต้องการทําคือการจัดการกับตระกูลโรเบิร์ตทั้งหมดมันเป็นสิ่งที่พวกเขาทั้งสองคิดแล้วว่ามันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย
จบบทแล้วนะครับ ขอบคุณที่ติดตามนะครับ บ้าย…บาย