Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ) - บทที่ 462 - ยาหลอนประสาท
- Home
- All Mangas
- Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ)
- บทที่ 462 - ยาหลอนประสาท
บทที่ 462 – ยาหลอนประสาท
ในขณะที่เจ่าไห่ยังคงสับสนอยู่นั่น เจ้าฉินอี้ก็บอกเขาอีกครั้ง เจ้าฉันยิ้บอกกับเจ่าไห่ว่าคนรับใช้คนนั้นดูค่อนข้างมีกังวลมาก ยิ่งไปกว่านั้นเขาก็ยังมองไปที่ชาถ้วยชาที่อยู่บนโต๊ะของเจ่าไห่ด้วย
เมื่อเจ่าไห่ได้ยินเช่นนั้น เขาก็มองไปที่ถ้วยชาที่อยู่บนโต๊ะของเขา หลังจากที่เขามาที่ห้องนี้ เขาก็ไม่ได้ถูกโจมตีจากอะไรเลย ไม่ได้มีการรบกวนหรือการกระทําอะไรเลย ซึ่งมันก็แน่นอนว่าการที่พวกเขาเรียนเจ่าไห่มาที่นี่มันก็ไม่มีเหตุผลที่พวกเขาจะไม่ทําอะไรเลย และสิ่งที่เหลืออยู่ก็น่าจะเป็นถ้วยชาที่อยู่ตรงหน้าเขา
เจ่าไห่ยกถ้วยขึ้นและจิบเข้าไปเล็กน้อย เจ่าไห่ต้องการที่จะดูว่าในชามีอะไรแปลกๆ หรือไม่ เจ่าไห่อยากจะรู้ว่าศัตรูต้องการจะใช้ชาถ้วยนี้เพื่อจัดการเขาหรือเปล่า
เมื่อชาเข้าไปในปากของเจ่าไห่ เจ่าไห่ก็ได้ยินเสียงจากมิติดังขึ้น “ตรวจพบยาหลอนประสาทที่ค่อนข้างแรงมากๆ มันสามารถส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อร่างกายของมนุษย์ อาจทําให้สูญเสียความทรงจํา
เจ่าไห่ตกใจมากๆ เขาไม่ได้คิดว่าคนรับใช้จะใช้ยาหลอนประสานกับเขา แม้ว่ามันจะไม่ได้มีคําอธิบายที่เป็นเฉพาะเจาะจงจากมิติ เขาก็รู้ดีว่าถ้วยนี้เป็นถ้วยชาที่มียาหลอนประสาทอยู่ และมันก็ดูเหมือนจะแรงมากๆ ด้วยเช่นกัน
เจ่าไห่วางถ้วยลงช้าๆ เขาไม่รู้จริงๆ ว่าทําไมอีกฝ่ายถึงต้องทําเช่นนี้ พวกเขาต้องการที่จะทําให้เจ่าไห่เป็นคนไม่ดีเวลาคนอื่นมองงั้นเหรอ?
อย่างไรก็ตามเจ่าไห่ต้องการที่จะเล่นวิธีการของพวกเขาทั้งหมด เจ่าไห่ต้องการที่จะดูว่าอีกฝ่ายจะจัดการกับเขายังไง ดังนั้นหลังจากที่เขาดื่มชาจากถ้วยแล้ว เจ่าไห่ก็ทําเป็นมือาการหน้ามืด พร้อมๆกับการส่ายหัวแล้วก็เอนตัวลงหลังจากนั้นสักครู่นึ่งเจ่าไห่ก็ทําเหมือนเป็นลม
ในตอนนี้คนรับใช้ก็เดินเข้ามา เขามองเจ่าไห่และดึงมีดสั้นออกมากจากข้างตัวเขา เขาเอามีดเล็งไปที่ขาของเจ่าไห่ เพื่อที่จะดูว่าเจ่าไห่เป็นลมจริงๆ หรือไม่
อย่างไรก็ตามคนรับใช้คนที่ก็ไม่ได้ใช้ทักษะพลังฉีอะไรเลย แม้ว่าเสื้อที่เจ่าไห่สวมมาก็มาจากตระกูลแคลซี แต่เขาก็ใช้ชุดเกาะที่ลอร่าให้เอาไว้ด้วย โดยปกติแล้วการโจมตีธรรมดาจะไม่สามารถโจมตีผ่านได้เลย มันทําให้มีดที่คนรับใช้ตั้งใจแทงเข่าไห่หยุดลงทันที
แม้ว่ามันจะถูกหยุดได้ แต่ก็ยังเจ็บมากอยู่ดี แต่เจ่าไห่ก็ยังทําเหมือนว่าตัวเองเป็นลมอยู่ คนรับใช้ตกใจมากๆ แต่เขาก็รู้ทันทีว่าเจ่าไห่ใส่ชุดเกาะอยู่ เมื่อเห็นเช่นนั้นเขาก็พูดขึ้นเบาๆว่า “แค่เข้า ร่วมงานเลี้ยงจะต้องใส่ชุดเกาะขนาดนี้เลยเหรอ เขาเป็นคนที่ขี้ขลาดมากๆเลย” จากนั้นเขาก็เขย่าเจ่าไห่ ไม่ว่าเขาจะเขยาแรงแค่ไหนก็ตามเจ่าไห่ก็ทําเหมือนไม่รู้สึกตัวอยู่ดี และคนรับใช้ก็พูดขึ้นมาว่า “จริงๆ เขาจะต้องตื่นอยูหนิ เขาดื่มเข้าไปมากเกินหรือเปล่า?”
เจ่าไห่รู้อยู่แล้วว่ายาที่พวกเขาใช้มันไม่ใช่ยานอนหลับ อย่างไรก็ตามยาที่ใส่ลงไปมันมีปริมาณที่เยอะมากๆ เจ้าฉินอี้คิดไว้แล้วว่าเจ่าไห่ต้องการที่จะทําอะไร เธอจึงช่วยเหลือเขาไม่ให้เป็นอะไรมาก
ในขณะที่เจ่าไห่กําลังเป็นลมอยู่นั้น คนรับใช้ก็เดินไปพักหนึ่งในตอนนี้เจ่าไห่ขยับตัวเล็กน้อย เขาดูไม่มีสมาธิมากเหมือนคนที่กําลังละเมออยู่นอกจากนี้การหายใจของเขาก็แรงมากๆ ในขณะที่สีหน้าของเขาเป็นสีแดง
แน่นอนว่าเรื่องนี้มันเกิดขึ้นจากความช่วยเหลือของเจ้าฉินอี้ เพราะว่าเจ่าไห่เองก็ไม่ใช่นักแสดงถ้าเขาทําเช่นนั้นเจ่าไห่ก็ไม่น่าจะประสบความสําเร็จได้แน่นอน
คนรับใช้มองไปที่เจ่าไห่ เขาก็อดไม่ได้ที่จะพูดว่า “ดูเหมือนว่าข้าจะเอายาใส่เยอะไปหน่อย ยานี้แรงมากจริงๆ เจ้าโชคดีมากที่ตื่นขึ้นมาได้
จากนั้นเจ่าไห่ก็มาถึงหน้าประตูห้อง หลังจากนั้นก็ถูกผลักเข้าไป คนรับใช้ก็ปิดประตูทําให้คนที่อยู่ในห้องไม่สามารถมองเห็นเขาได้
เจ่าไห่มอง และเขาก็ฟังสิ่งที่คนรับใช้พูดอยู่ข้างนอก ในขณะที่แกล้งทําเป็นเหมือนผลของยายังอยู่ เจ่าไห่มองในห้องอย่างรวดเร็ว
มันเป็นห้องพักธรรมดามากๆ เมื่อมองแวบแรกใครๆ ก็จะเห็นว่านี่คือที่ที่ชาร์ลี่เตรียมไว้เพื่อที่จะรับแขกของเขา ซึ่งเขาไม่คิดว่ามันจะเป็นเรื่องสําคัญห้องแบ่งออกเป็นสองส่วนคือห้องนอกและห้องนั่งเล่นเล็กๆ ในขณะที่ยืนอยู่ในห้องนั่งเล่น เราก็จะสามารถมองเห็นห้องนอนได้มีเพียงกระจกเท่านั้นที่แกห้องทั้งสองออก เมื่อมองไปที่ห้องนอนเท่าไห่ก็มั่นใจว่ามีอีกคนอยู่ข้างใน
ลมหายใจของคนดูเหมือนคนทั่วไปที่กําลังหลับอยู่ เจ่าไห่เข้าใจว่าอีกฝ่ายอยากจะพาเขาไปที่ห้องนี้หลังจากให้ยาหลอนประสาท เหมือนว่าพวกเขาต้องการที่จะกระทําอะไรบ้างอย่างกับเจ่าไห่ในห้องนั้น
ตอนนี้เขาเข้าใจว่าทําไมเทอร์รี่ติดอยู่กับเขาตลอดเวลา เขากลัวว่าเจ่าไห่จะทําอะไรบางอย่างจากการคํานวณของเขา นอกจากนี้เขายังเข้าใจว่าทําไมเทอร์รี่ดูมีความสุขเมื่อเขาถูกเรียกโดยคนรับใช้มันน่าจะเป็นเพราะเหตุนี้นี่เอง
เขาสามารถจินตนาการได้ว่าถ้าเขาได้รับผลกระทบจากยาจริงๆ หลังจากนั้นไม่นานเทอร์รี่จะพาเมแกนมาที่นี่เพื่อดูเขา
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ความโกรธของเจ่าไห่ก็เพิ่มขึ้นทันที อีกคนต้องการทําลายเขาจริงๆ อย่างไรก็ตามเขาก็ยังคงสงสัย เขามั่นใจว่าคนอื่นในห้องนอนจะเป็นลม ไม่อย่างนั้นก็ไม่มีทางที่คนๆนั้นจะไม่ตื่นขึ้นมาด้วยเสียงที่ดัง
ตอนนี้เจ่าไห่อยากรู้เกี่ยวกับผู้หญิงอีกคนที่พรรคเตรียมไว้ให้เขาหากผู้หญิงคนนั้นไม่ได้สวย เจ่าไห่ก็มั่นใจว่าเมแกนและคนอื่นๆ จะต้องรู้แน่นอนว่ามันเป็นแค่เรื่องที่ถูกจัดขึ้นมาเพียงแค่มอง
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้แล้วเจ่าไห่ก็เดินโซเซไปที่ขอบเตียงแล้วมองดูว่าใครกันที่อยู่ตรงนั้น ผู้หญิงบนเตียงยังคงสวมชุดของเธอและห่มผ้าอยู่ ตอนนี้เขาสามารถมองเห็นได้เพียงตาของเธอ สิ่งที่ทําให้เจ่าไห่ประหลาดใจก็คือความจริงที่ว่าคนที่นอนอยู่บนเตียงนั้นตื่นขึ้นมาจริงๆ
เจ่าไห่ตกใจมากๆ เขามองที่ดวงตาของอีกคนดวงตาของเธอแสดงออกถึงความสับสนชัดเจนมากๆ แม้ว่าจะเป็นเช่นนั้นเธก็ยังไม่ได้เคลื่อนไหวอะไร
เจ่าไห่รู้ได้ทันทีว่าผู้หญิงคนนี้ก็น่าจะโดนยามาเหมือนกับเขา แต่ยาที่โดนนั้นก็ไม่ได้เหมือนยาของเจ่าไห่ มันน่าจะเป็นยาที่ทําให้เป็นอัมพาต มันเป็นยาที่ทําให้ร่างกายไม่สามารถขยับได้แต่ก็ยังมีสติอยู่
เจ่าไห่อยากรู้จริงๆ ว่าคนทําเรื่องนี้มันเป็นใครถ้าเป็นเทอร์รี่ เจ่าไห่ก็พร้อมที่จะฆ่าเขาทันที แต่ เขาก็คิดไว้แล้วว่าเรื่องนี้น่าจะเป็นความคิดของเทอร์รี่อย่างแน่นอน และเจ้าชายเฮลิตก็น่าจะมีส่วน เกี่ยวข้องในเรื่องนี้แน่นอน ไม่งั้นเขาคงไม่ไปคุยกับเจ้าชายชาร์ลีเป็นการส่วนตัวหรอก
เจ่าไห่ดึงผ้าห่มออก แต่สิ่งที่เจ่าไห่เห็นทําให้เขาหยุดนิ่ง มันก็เป็นเพราะคนที่อยู่บนเตียงไม่ใช่ใครที่ไหนเลย เธอคือเจ้าหญิงลิซซี่
เจ่าไห่รู้สึกว่าในหัวของเขาชาไปทั้งหัว ขนที่อยู่บนตัวของเจ่าไห่ลุกขึ้นทั้งหมด ในที่สุดเจ่าไห่ก็เข้าใจว่าเป้าหมายของอีกฝ่ายไม่ใช่แค่เขา แต่เป็นชาร์ลีด้วย
เมื่อคิดถึงสิ่งนี้แล้ว หากว่าแผนของอีกฝ่ายจะต้องถูกจัดการอย่างสมบูรณ์แบบที่สุด โดยที่พวกเขามีคนรับใช้ของชาร์ลีหนึ่งคนที่ให้จัดการกับเรื่องเหล่านี้ เรื่องนี้มันไม่เพียงแค่จบเจ่าไห่เท่านั้น แต่ชาร์ลีก็จะจบลงด้วย ดูเหมือนว่าสิ่งที่พวกเขาทํามันจะไร้ความปรานี้มากๆ
เจ้าหญิงลิซซี่ตกใจเมื่อเธอเห็นเจ่าไห่ เธอถูกเรียกมาโดยคนรับใช้ โดยที่คนรับใช้บอกกับเธอ ว่าชาร์ลีมีบ้างสิ่งที่อยากจะถามเธอ ลิซซี่ไม่ได้สงสัยคนรับใช้และตามเขาไปทันที จากนั้นคนรับใช้จึงพาเธอไปที่ห้องนั่งเล่นเล็กๆ พร้อมกับชาที่อยู่ตรงหน้าของเธอ หลังจากให้ชากับเธอแล้วคนรับใช้ก็บอกให้เธอรอชาร์ลรเพราะเขายังต้องอยู่กับเจ่าไห่เฮลิต
เพราะลิซซี่ดื่นไวน์ในงานเลี้ยงมา เธอจึงจับถ้วยชาและดื่มมันเข้าไปทันที แต่เธอก็ไม่ได้คิดว่าร่างกายของเธอจะไม่สามารถตอบสนองอะไรได้เลย มันเหมือนกับว่าร่างกายของเธอไม่ได้ทําตามความคิดของเธออีกต่อไป เธอไม่สามารถขยับได้แต่นิ้วเดียว สิ่งเดียวที่เธอยังมีอยู่ก็คือสติของเธอเอง
จากนั้นชายคนนั้นก็พาเธอไปที่เตียงและหมเธอด้วยผ้าห่ม ชายที่อุ้มเธอมาที่นี่ใส่เสื้อสีดํา มันก็เลยทําให้เธอไม่สามารถจําเขาได้
เมื่อเห็นเช่นนั้นลิซซี่ก็เริ่มกลัวมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเวลาผ่านไป เธอก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ ในขณะที่นอนอยู่บนเตียง เธอรู้สึกว่าเพียงไม่กี่นาทีที่ผ่านมาเหมือนกับเวลาเป็นปี
ทันใดนั้นเธอก็ได้ยินเสียงเท้า จากนั้นก็มีคนเข้ามาในห้อง เขาเข้ามาในห้องและเข้ามาอยู่ต่อหน้าเธอ น่าแปลกที่คนๆ นั้นก็คือเจ่าไห่
ถึงแม้ว่าลิซซี่จะจําได้ว่าชายคนนี้คือเจ่าไห่ แต่สิ่งที่เธอเห็นท่าทางของเจ่าไห่มันดูแปลกๆ สีหน้าของเจ่าไห่นั้นแดงมากๆ ลิซซี่รู้ได้ทันทีว่าเจ่าไห่ก็น่าจะถูกวางยาด้วยเช่นกัน
ลิซซี่เธอไม่ได้เป็นผู้หญิงที่โง่ เธอเป็นถึงเจ้าหญิงที่เก้า เธอรู้ว่าเธอไม่มีโอกาสได้สืบทอดบัลลังก์ดังนั้นเธอตั้งใจว่าจะไม่สนใจเกี่ยวกับการชิงบัลลังก์สืบทอด
อย่างไรก็ตามในบรรดาพี่ชายหลายคนของเธอ ความสัมพันธ์ของเธอกับชาร์ลีน่าจะดีที่สุด เมื่อเธอเห็นท่าทางของเจ่าไห่เธอก็รู้ทันทีว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่ถึงแม้ว่าเธอจะคิดทุกอย่างได้แล้ว ภายในใจของเธอก็ยังรู้สึกไม่สบายใจอยู่ดี เมื่อรู้ว่าพี่ชายของเธอกําลังถูกหลอก
เมื่อเจ่าไห่เห็นลิซซี่เขาก็เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น เขามองลิซซี่จากนั้นเขาก็ก้าวไปข้างหน้า เขาไม่ได้หยุดเดินก่อนที่เขาจะชนเข้ากับกระจก
เมื่อเห็นว่าห้องนอนถูกปิดแล้ว สีหน้าของเจ่าไห่ก็เปลี่ยนไป เขาไม่ได้มีหน้าที่เมายาอีกแล้ว เขาไปที่ด้านข้างของลิซซี่และยิ้มพร้อมกับกระซิบว่า “ข้าคิดว่าเราสองคนมีปัญหาแล้ว โปรดรอหน่อยข้าจะไปเอายาแก้พิษ” จากนั้นเขาก็โบกมือขณะที่มีขวดยาปรากฏ ข้างในขวดเป็นใสๆ เจ่าไห่รับให้ลิซซี่ดื่มยาทันที
หลังจากที่ลิซซี่ได้ดื่มเข้าไปแล้ว เจ่าไห่ก็บอกเธอเบาๆ ว่า “เจ้าหญิง เมื่อรู้สึกดีขึ้นแล้วข้าต้องการขอร้องไม่ให้ท่านตะโกน อย่าส่งเสียงดัง และโปรดร่วมมือกับข้าในการแสดงหน่อย”
เมื่อดื่มหมดแล้ว เจ่าไห่ก็ทิ้งไป จากนั้นเขาก็หันหลังกลับและวางมือของเขาบนผ้า ด้วยความพยายามเล็กน้อยเขาฉีกผ้าแล้วแกลลังทําเป็นหายใจแรงและความแรงที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้เขายังใช้ความพยายามที่จะฉีกผ้าให้ดังมากๆ ด้วย
ในขณะที่เขาฉีกผ้าและหายใจแรงอยู่นั้น เจ่าไห่ยังแขย่าเตียงไปด้วย เตียงส่งเสียงสั่นมากๆ ในเวลาเดียวกันเจ่าไห่ก็ยังมองคนรับใช้ไปด้วย
เมื่อคนรับใช้ได้ยินเสียงของเจ่าไห่ เขาพยักหน้าก่อนที่เขาจะเดินออก เมื่อเห็นเช่นนั้นเจ่าไห่ก็บอกให้เจ้าหญิงลิซซี่หนีไป
จบบทแล้วนะครับ ขอบคุณที่ติดตามนะครับ บ้าย…บาย