Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ) - บทที่ 458 - รวม
บทที่ 458 – รวม
แม้ว่ามันจะดูเหมือนงานเลี้ยงของตระกูลทั่วไป แต่เจ่าไห่ก็ได้เรียนรู้อะไรมากมายจากเหตุการณ์นี้ แม้ว่าเขาจะเคยอ่านมาแล้ว แต่ก็มีบางสิ่งที่เขาจะเป็นต้องเรียนรู้เกี่ยวกับการจัดการ
เช้าวันต่อมา เจ่าไห่และคนอื่นๆ ออกมาจากมิติเมื่อเขาออกไปที่ลานแล้ว เขาก็เห็นสมิท เมื่อสมิทเห็นเจ่าไห่เขาก็ยิ้มและพูดว่า “ทําไมเจ้าถึงเพิ่งตื่นกัน เมื่อวานเจ้าดื่มมากไปใช่ไหม?”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “โชคดีที่ข้ามีน้ําจากมิติ เมื่อวานนี้ข้าสบายดี แล้วท่านเป็นเช่นไรบ้าง?”
สมิทยิ้มและพูดว่า “ในวันนี้ของปี มันเป็นวันที่ดีมากที่จะออกไปและออกไปหาอะไรกินด้วยกัน”
หลังอาหารเช้าเจ่าไห่และคนอื่นๆ เตรียมพร้อมที่จะออกเดินทางและดูสถานการณ์ที่เมืองคาร์สัน ทันใดนั้นก็มีคนรับใช้คนนึ่งออกมาจากประตู เขาคํานับเข่าไห่และพูดว่า “นายน้อยมีจดหมายมาจากเจ้าชายชาร์ลี เจ้าชายฝากขาให้เอามาให้
เจ่าไห่พยักหน้าแล้วก็รับจดหมายนั้นเพื่อที่จะเปิดดู มันเป็นคําเชิญไปงานเลี้ยงที่เจ้าชายชาร์ลีเป็นเจ้าภาพในคืนนี้ ข้างนอกจดหมายมีชื่อของเจ่าไห่
เจ่าไห่ขมวดคิ้วเล็กน้อยเขาพยักหน้าแล้วพูดว่า “เอาล่ะ ฝากไปบอกหน่อยว่าข้าจะไป” คนรับใช้พยักหน้าแล้วก็หันไป
เจ่าไห่มองที่จดหมายเขาไม่กลัวที่จะพบใครเลยเขาไม่ชอบเข้าร่วมงานเลี้ยง แต่ในทางกลับกัน เขาก็รู้ว่าเขาไม่สามารถหลบพวกเขาได้ เพราะสถานะปัจจุบันของเขา
เขาถอนหายใจและเก็บจดหมายไว้ ในตอนนี้ลอร่ากับคนอื่นๆ ก็เข้ามาคุยและหัวเราะ พวกเขาเพิ่งกลับมาจากการเดินทางเล็กๆ ไปยังสวนของป้อมปราการแห่งนี้
พวกผู้หญิงเดินเข้ามา และพวกเธอก็เห็นว่าสีหน้าของเจ่าไห่ไม่ค่อยดีนัก ลอร่าอดไม่ได้ที่จะอยากรู้ และเธอก็ถามว่า “พี่ไห่มันเกิดอะไรขึ้นงั้นเหรอ?”
เจ่าไห่ยิ้มขณะที่เขาส่งจดหมายไปให้ลอร่า เมื่อเธอได้รับจดหมายแล้วเธอก็ยิ้มและพูดว่า “นี่มันเป็นเรื่องที่ดีมาก ดูเหมือว่าชาร์ลีต้องการที่จะแนะนําพี่ให้รู้จักกับคนของเขา นอกจากนี้นี่ยังเป็นคําเชิญที่เป็นทางการใสกๆ ซึ่งมันก็หมายความว่าผู้คนจํานวนมากจะมาในคืนนี้ พ่ออาจจะได้ เห็นผู้คนจํานวนมากจากตระกูลที่ยิ่งใหญ่”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “พี่รู้เรื่องนั้นอยู่แล้วที่พี่จะต้องได้พบกับเหล่าขุนนางผู้ยิ่งใหญ่ ชาร์ลีต้องการทําให้ชื่อของพี่เป็นที่รู้จักแต่เมแกนก็ไม่ควรไป เย็นนี้พี่เกรงว่าอาจส่งผลกระทบต่อตระกูลแคลซี”
เมแกนส่ายหัวของเธอและพูดว่า “ไม่..ฉันจะไปกับพี่ไห่ด้วย ฉันคิดว่ามันไม่น่าจะมีอะไรเกิดขึ้น นอกจากนี้แม้ว่าพวกเขาจะสงสัยว่าตระกูลแคลซีจะให้การสนับสนุนชาร์ลีพวกเขาจะทําอะไรได้บ้างถ้าเจ้าชายจัดการกับการสูเสียการต่อสู่จากนั้นกับพี่สนับสนุนเขาจากเบื้องหลังไม่มีใครกล้าที่ จะทําเกินไปในการจัดการกับเขา นอกจากนี้กับพี่ในด้านของเขาฉันคิดว่าชาร์ลีก็มีโอกาสที่จะได้ครองบัลลังก์ของจักรวรรดิ”
เจ่าไห่มองไปที่เมแกนจากนั้นเขาก็ยิ้มและพูดว่า “เอาล่ะ ไปเตรียมตัวกันเถอะเราจะต้องออกเดินทางไป เราไปซื้อชุดใหม่กันหน่อยดีไหม?”
เมแกนยิ้มและพูดว่า “ไม่ต้องหรอก พี่ก็แค่ไปซักชุดก็พอแล้ว” จากนั้นเธอก็หันไปรอบๆ เพื่อบอกคนรับใช้ให้หาชุดจากห้องเก็บเสื้อผ้า
ลอร่ามองไปที่เจ่าไห่และพูดว่า “พี่ไห่แน่นอนว่าเทอร์รี่จะต้องไปร่วมงานเลี้ยงนี้ เขาอาจจะได้โอกาสที่จะทําให้ให้พี่ไห่ต้องเสียหน้า เราควรต้องระวังในครั้งนี้ เพราะว่าคนอย่างเขามันน่ากลัวยิ่งนัก แต่เขาก็อาจจะให้คนของเขาเป็นคนทําเรื่องต่างๆให้กับเขาหลังจากคุยกับเมแกนดูเหมือนว่าตระกูลโรเบิร์ตจะไม่มีชื่อเสียงที่น้อยเลยในจักรวรรดิโรเซ่น”
เจ่าไห่พยักหน้าและพูดว่า “พี่รู้แล้ว ไม่ต้องเป็นห่วงไม่มีอะไรจะเกิดขึ้น ถ้าเราเตรียมตัวได้ดีพอ” ลอร่าพยักหน้า
ไม่นานนัก็มีคนจากห้องเสื้อมาและวัดตัวของเจ่าไห่ ดูเหมือนว่าเจ่าไห่จะต้องจัดชุดใหม่จริงๆ
ชุดของเจ่าไห่เป็นชุดแบบธรรมดามากๆ แต่มันก็ดีมากเพราะมันเป็นงานทําด้วยมือ และก็ยังมีชื่อของตระกูลบูดาปักอยู่ด้วย เจ่าไห่ไม่ได้คิดว่าผู้คนในตระกูลแคลซึจะทําอะไรได้เร็วเช่นนี้ เมื่อมาถึงตอนนี้เจ่าไห่ก็สามารถเห็นความแตกต่างของตระกูลใหม่และตระกูลขุนนางที่มีมานานแล้ว
พวกของเจ่าไห่ลองสวมเสื้อผ้าแล้วเห็นว่าพวกเขาสามารถใส่ได้พอดีมากๆ เนื่องจากเห็นว่าเรื่องนี้จะต้องไปบอกแก่สมิทด้วย เจ่าไห่จึงเดินไปหาสมิทแต่ตระกูลแคลซีก็ได้รับคําเชิญด้วยเช่นกัน
ท้องฟ้าก็ค่อยๆ มืดลงพวกของเจ่าไห่ขึ้นรถลากของเขาและมุ่งหน้าไปยังเมืองคาร์สัน เนื่องจากเป็นช่วงวันขอบคุณพระเจ้า ประตูของเมืองก็เลยไม่ได้ปิดในช่วงเย็น แต่ก็จะมีคนที่คอยจับตาดูคนในเมืองเพิ่มมากขึ้น
ชิวรู้ทางที่จะไปยังคฤหาสน์ของชาร์ลี ดังนั้นจึงไม่ต้องการๆ นําทางจากใครทั้งนั้น เขาบังคับม้าตรงไปยังคฤหาสน์ของเจ้าชาย ระหว่างทางเจ่าไห่และคนอื่นๆ ก็สังเกตเห็นว่ามีรถม้ามากมายเข้ามาในเมือง
เมื่อรถม้าไปข้างหน้าต่อและเมื่อเห็นว่าเป็นรถของเจ่าไห่ พวกเขาก็หยุดและทักทายเจ่าไห่ เจ่าไห่รู้ว่าพวกเขาอาจจะเป็นคนของชาร์ลี
ไม่นานักรถม้าของเจ่าไห่ก็หยุดหน้าประตูด้านหน้าของคฤหาสน์ คนรับใช้ที่ต้อนรับแขกมาทัน ทายพวกเขาทันทีที่เห็นรถของเขา พวกเขามาข้างหน้าและโค้งคํานับ “นายน้อยเจ่าไห่ใช่ไหม?”
เจ่าไห่เปิดประตูและมองคนรับใช้ “ใช่แล้ว ข้าคือเจ่าไห่”
คนรับใช้ตอบทันทีว่า “นายน้อย ให้ข้าพาท่านไปที่สนามหลังคฤหาสน์ เจ้าชายสั่งให้ข้าบอกนายน้อยว่าให้ข้าพอท่านไปที่ประตูหลังเมื่อนายน้อยมาถึงที่นี่”
เจ่าไห่พยักหน้าและพูดว่า “ได้สิ นําทางเราไปเลย” คนรับใช้พยักหน้าแล้วเดินตามไปยังประตูหลัง
ประตูหลังของคฤหาสน์นี้ไม่ใช่สถานที่ที่ผู้คนสามารถเดินผ่านได้ ยกเว้นคนในตระกูลไม่มีใครที่จะได้มาทางนี้ง่ายๆ นี่ก็เป็นเพราะว่าประตูนี้สามารถเข้าถึงได้โดยตรงไปยังลายหลักซึ่งเป็นศูนย์กลางของคฤหาสน์
หลังจากเข้าไปด้านหลังแล้ว คนรับใช้ก็พาพวกของเจ้าหไปที่ห้องนั่งเล่นทันที เมื่อมาถึงเจ่าไห่ก็เห็นชาร์ลียืนอยู่หน้าประตูห้องพร้อมกับอีกหลายคน คนเหล่านี้ยังสวมเสื้อผ้าที่ดูดีมากๆ พร้อมกับตราสัญลักษณ์ของพวกเขา เมื่อมองไปที่พวกขเเจ่าไหก็เห็นว่าตําแหน่งของพวกเขาไม่ได้สูงมากนัก
เจ่าไห่กับคนอื่นๆได้เข้ามาข้างหน้าและเคารถชาร์ลี ชาร์ลีเมื่อเห็นเช่นนั้นเขาก็ยิ้มและพูดว่า “เจ้ามาจริงๆด้วย ข้ามีรถไปรับเจ้าแต่เจ้าก็ไม่ยอมมา เจ้าไม่คิดว่ารถของเจ้าช้ากว่างั้นเหรอ?”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “ท่านเป็นคนที่ดีจริงๆ แต่ข้าก็ชอบรถของข้ามากกว่า ข้าคิดว่าข้าอาจจะไม่พอใจกับรถของท่าน เพราะไม่ได้คุ้นเคยเลย”
ชาร์ลียิ้มและพูดว่า “ไม่เป็ฯไร มาเถอะไปที่ห้องนั่งเล่น ข้ามีบางคนที่ต้องการจะแนะนําให้เจ้ารู้จัก”
เจ่าไห่เข้าห้องกับชาร์ลี ในเวลาเดียวกันลอร่ากับคนอื่นๆ ก็มีคนรับใช้พาไปที่ห้องโถงด้านข้างที่นั่นมีคนอื่นๆ อยู่ดเหมือนว่าที่นี่จะมีคนมาร่วมงานมากมาย
หลังจากเข้าไปในห้องแล้ว ชาร์ลีก็แนะนําคนให้รู้จักกับเจ่าไห่ ในความเป็นจริง เจ่าไห่คุ้นเคยกับบางคนแล้ว เมื่อเจ่าไห่เปิดร้านของเขาในเมืองน้ําหยกคนเหล่านี้มาและแสดงความยินดีกับเจ่าไห่ และต้องการที่จะเจอกับเจ่าไห่จึงทําไมเจ่าไห่เคยเห็นพวกเขามาบ้างแล้ว
เมื่อพวกเขาทักทายกันเสร็จ พวกเขาก็นั่งลง ชาร์ลีมองไปที่ผู้คนที่อยู่และพูดว่า “ข้ายินดีต้อนรับทุกคนในวันนี้และข้าก็อยากจะขอแสดงความขอบคุณที่ทุกคนมาในคําเชิญของข้า ข้าจะไม่บอกทุกคนว่าทุกคนที่นี่ล้วนเป็น คนที่ข้าไว้วางใจอย่างเต็มที่พวกเราทุกคนอยู่ข้างเดียวกันดัง นั้นข้าก็หวังว่าพวกเจ้าทุกคนจะคุ้นเคยกันมากขึ้นในอนาคต”
เจ่าไห่พยักหน้าในขณะที่เขายิ้มและพูดว่า “แน่นอน..ท่านโล่งใจได้เลย เราอยู่ข้างท่านถ้ามีอะไรผิดพลาดแน่นอนเราจะไม่นําปัญหามาให้ท่าน”
ชายร่างสูงที่นั่งพยักหน้าแล้วพูดว่า “ใช่แล้ว..นายน้อยเจ่าไห่พูดถูก”
ชายคนนี้มาจากตระกูลยมยี ตระกูลนี้ถือได้ว่าเป็นตระกูลที่เกิดขึ้นใหม่ ตระกูลของพวกเขามีอายุหนึ่งร้อยปี แม้ว่าพวกเขาจะมีไม่ได้อยู่มานักนัก แต่ตระกูลของพวกเขาก็ไม่ได้ธรรมดาเลย กองกําลังของพวกเขาก็ดีมากเช่นกัน แต่เนื่องจากจักรวรรดิโรเซ่นเป็นที่ที่มีอํานาจมากที่สุดของจักรวรรดิจึงไม่มีใครกล้าที่จะก่อสงครามกับพวกเขา ด้วยเหตุนี้ตระกูลจึงไม่มีโอกาสแสดงความสามารถทําให้คนอื่นๆ ได้เห็นเลย
ชายคนนี้ถูกเรียกว่าจอห์น ยิมยีความสามารถการต่อสู้ของเขาไม่ธรรมดาเลย แต่เนื่องจากการจัดการของเขาตระกูลมีช่วงเวลาที่เลวร้ายเมื่อไม่นานมานี้ จอห์นไม่เก่งด้านธุรกิจและรายได้จากดินแดนของพวกเขาก็ไม่ได้ดีมากขนาดนั้น
แต่เจ่าไห่ก็ชอบชายคนนี้มาก มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่มีนิสัยเหมือนกับจอห์น ผู้คนในปัจจุบันก็เห็นด้วยกับสิ่งที่เจ่าไห่และจอห์นเพิ่งพูดไป ชาร์ลีพยักหน้าแล้วพูดว่า “พ่อยังอยู่ในช่วงที่เขาเก่ง แต่แม้ว่าเขาจะยอมให้เรามีกลุ่มของตัวเองเขาก็ไม่ชอบที่จะเห็นเราโชว์อิทธิพลของเรา ตระกูลของเจ่าไห่ได้เป็นแกนหลักของพลังของจักรวรรดิโรเซ่น ดังนั้นข้าก็หวังว่าเจ้าจะไม่ดึงดูดความสนใจของตัวเองมากเกินไป ในเวลาเดียวกันข้าก็ยังคิดว่าเจ้าจะให้ความสนใจกับผู้อื่นด้วย แต่จงระวังการกระทําของเจ้าให้ดี”
หลายคนพยักหน้าชาร์ลีพูดต่อว่า “นายน้อยเจ๋าไห่มาอยู่ข้างของข้าอย่างแน่นอน ทําให้เกิดผลกระทบอย่างมากต่อสถานะของข้าพี่น้องของข้าไม่มีเทพผู้มีพลังระดับ 9 พวกเขาไม่มีความสามารถที่จะเชิญใครได้เลย แต่สิ่งนี้ก็ดึงดูดความริษยาจากพี่ชายของข้า แม้กระทั่งพ่อก็อาจเริ่มสนใจข้าดังนั้นข้าหวังว่าพวกเราทุกคนจะสามารถอยู่ในระดับต่า – สําคัญอย่าทําสิ่งใดๆที่สามารถดึงดูดความสนใจได้”
เมื่อเจ่าไห่ได้ยินชาร์ลีเขาก็อดไม่ได้ที่จะขอโทษ “ข้าได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาของเขา แล้วเจ่าไห่ก็ไม่สนใจเลย”
ชาร์ลีโบกมือแล้วยิ้ม “ไม่นายแค่แสดงความแข็งแกร่งของตัวเองถึงแม้ว่ามันจะทําให้ข้ามีปัญหาเล็กน้อย แต่ผลของมันไม่ใหญ่มากนัก ดังนั้นเจ้าไม่ต้องกังวลเลย ตรงกันข้ามด้วยความแข็งแกร่งของเจ้า คนที่อยากจะจัดการเราจะต้องคิดให้ดีก่อนนี้เป็นการช่วยเหลือครั้งใหญ่มากๆ”
พวกเขาเหล่านั้นพยักหน้าพวกเขาเห็นด้วยกับคําพูดของชาร์ลี ในบรรดาเจ้าชาย เจ้าชายในเมืองอาจบอกได้ว่ามีอิทธิพลมากที่สุด เจ้าชายองค์ที่สองก็ได้แสดงความสามารถของเขาในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ชาร์ลีจัดการกับกิจการของเขาค่อนข้างน้อยที่สําคัญจนถึงจุดที่เขาดูเหมือนไม่ธรรมดา นี้ก็ทําให้พวกเขาคิดว่าชาร์ลีไม่ได้มีความสามารถที่เพียงพอ
อย่างไรก็ตามการเข้าร่วมของเจ่าไห่ทําให้สิ่งต่างๆ มันต่างกันมาก เจ่าไห่พยายามหาเทพผู้มีพลังระดับ 9 ยิ่งไปกว่านั้นซอมบี้ของเขายังคงแข็งแกร่งในการต่อสู้ ที่สําคัญที่สุดคือเขายังเป็นลูกเขยของตระกูลแคลซีด้วย ด้วยสถานะนี้ทําให้หลายคนในจักรวรรดินี้ไม่กล้าที่จะดูถูกเจ่าไห่
จบบทแล้วนะครับ ขอบคุณที่ติดตามนะครับ บ๊าย…บาย