Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ) - บทที่ 456 - งานเลี้ยงตระกูล (ตอนแรก)
- Home
- All Mangas
- Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ)
- บทที่ 456 - งานเลี้ยงตระกูล (ตอนแรก)
นิยาย ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ บทที่ 456 – งานเลี้ยงตระกูล (ตอนแรก)
เจ่าไห่นั่งอยู่ในรถม้าพร้อมกับหลับตา ใบหน้าของเขาไม่ได้แสดงออกถึงความสุขหรือความเศร้า ใบหน้าของเขามีอะไรความเฉย อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าจะเห็นเช่นนั้นแต่ในใจของเขาก็ไม่ได้นิ่งเฉยเลย
เมแกนมองไปที่เท่าไห่ด้วยความรู้สึกที่ไม่ค่อยสบายใจมากนัก เจ่าไห่เป็นแบบนี้ตั้งแต่ออกจากร้านของตระกูลโรเบิร์ต เมื่อเห็นเจ่าไห่หลับตาเช่นนั้น มันก็ทําให้เธอไม่ค่อยสบายใจเอามากๆเลย
เมแกนไม่กลัวเรื่องอื่นเลย นอกจากกลัวว่าเจ่าไห่จะเข้าใจผิดเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของเธอกับเทอร์รี่ เพราะในความเป็นจริงแล้วเธอและเทอร์รี่เป็นแค่เพื่อนสนิทในสมัยเด็กเท่านั้น แต่เมื่อเธอย้ายไปอยู่ที่เมืองสกายความสัมพันธ์ของพวกเขาก็น้อยลงมาก หลังจากที่ไม่ได้เห็นเขาหลายปี เธอก็เห็นว่ามีหลายอย่างเปลี่ยนไปมากกับเทอร์รี่ สมิทยังไม่เห็นด้วยที่พวกเขาจะพบกัน เมแกนไม่ได้มีความรู้สึกอะไรที่เป็นพิเศษกับเทอร์รี่เลย เธอจึงค่อยๆออกจากเขามาอย่างช้าๆ
หลังจากนั้นมาก็มีญาติและคนที่มีอานาจทุกคนที่เข้ามายุ่งกับเมแกนพวกเขาก็ได้พบกับเรื่องร้ายๆ ยิ่งไปกว่านั้นเธอก็รู้มาอยู่ว่าสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นเพราะเทอร์รี่
เมทแกนไม่ได้เป็นห่วงความปลอดภัยของงเจ่าไห่ แต่เมื่อเธอได้เห็นความนิ่งของเทอร์รี่มันทําให้เธอเป็นกังวลมาก เธอกลัวว่าเจ่าไห่จะเข้าใจผิด ดังนั้นเธอก็ทําได้เพียงแค่นั่งอยู่เฉยๆ และเป็นกังวลมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเวลาผ่านไป
ลอร่าสังเกตท่าทางของเมแกน เมื่อเห็นเช่นนั้นเธอก็เข้าใจสิ่งที่เมแกนเป็นทันที เธอรู้ว่าเม แกนกําลังคิดอะไรอยู่อย่างไรก็ตามเธอคิดว่าสิ่งที่เมแกนเป็นกังวลอยู่นั้นมันไม่ได้มีผลอะไรเลย เพราะเธอรู้ดีว่าความคิดของเจ่าไห่ไม่ได้อยู่ในเรื่องเหล่านั้น เพื่อไม่ให้เมแกนเป็นกังวลลอร่าจึงถามเจ่าไห่ว่า “พี่ไห่ พี่กําลังคิดสิ่งใดอยู่?”
เจ่าไห่ลืมตาขึ้นและมองไปที่ทุกคนและพูดว่า “เทอร์รี่คนนี้ไม่ใช่คนที่จะทําอะไรได้ง่ายๆเลย พี่เห็นว่าชายคนนี้ดูจริงจังมากเมื่อได้พบกับเมแกน แต่เมื่อเขามองมาที่พี่ มันก็เป็นเรื่องที่ดีที่จะได้รู้จักกันแต่เขาก็ไม่ได้แสดงท่าทางอะไรออกมาเลย ในขณะที่พูดคุยอยู่กับเรา เพราะอะไรไม่รู้พี่ถึง คิดว่าเขาไม่ใช่คนที่ดีเลย พี่คิดว่าเขาจะต้องมีแผนอะไรแน่ๆ เพื่อที่จะจัดการกับพี่”
เมื่อเมแกนได้ยินเช่นนั้นเธอก็รู้สึกดีขึ้น ดูเหมือนว่าเจ่าไห่จะไม่ได้คิดมากเรื่องความสัมพันธ์ของเมแกนและเทอร์รี
เมแกนถอนหายใจก่อนที่เธอจะพูดว่า “พี่ไห่ ไม่เป็นอะไรหรอกไม่จําเป็นต้องกลัวเทอร์รีถึงแม้ว่าเทอร์รี่จะเป็นผู้สืบทอดของตระกูลโรเบิร์ต แต่เขาก็ไม่ใช่คนที่สามารถจัดการทุกอย่างได้ด้วยตัวเขา ยังมีคนที่มีตําแหน่งสูงกว่าเขาในตระกูลอยู่ พวกเขายังจับตาดูเทอร์รี่อยู่ ซึ่งมันไม่ได้ เหมือนกับของฉันที่ทายาทของตระกูลทั้งหมดจะได้รับสถานะที่สูง ถึงแม้ว่าเทอร์รี่จะเป็นหลานของผู้เฒ่าในตอนนี้ของตระกูล แต่ตระกูลก็ยังมีหลานอีกหลายคนที่จะสืบทอดตําแหน่งเหมือนกับเขา เมื่อเขาทําอะไรผิดตระกูลจะไม่ลังเลที่จะไม่ให้เขาเป็นผู้สืบทอดอีกต่อไป แต่ตระกูลของพวกเขาไม่ได้มีขั้นตอนการทดสอบเหมือนกับพวกเรา ทายากของพวกเขามีอํานาจเท่ากันทั้งหมด ตั้งแต่เกิด”
เจ่าไห่พยักหน้าและพูดว่า “โดยปกติแล้วพี่ไม่ได้กลัวเขาเลย แต่พี่ไม่ต้องการเปิดเผยความแข็งแกร่งของพี่เพราะเรื่องนี้ การกระทําของเทอร์รี่อาจทําให้เราเดือดร้อน อย่าลืมสิว่าในสายตาของจักรวรรดิโรเซ่นพี่เป็นคนนอดถ้าพี่เปิดเผยพลังของพี่เพียงเพื่อจัดการกับเทอร์รี่ขุนนางเหล่านั้นอาจเข้าร่วมจัดการกับพี่เมื่อถึงเวลานั้น พี่เกรงว่าแม้แต่ตระกูลแคลซีก็ไม่สามารถช่วยเหลือ อะไรพี่ได้เลย”
เมแกนไม่ได้ต่อต้านเจ่าไห่ เธอเห็นด้วยกับสิ่งที่เจ่าไห่พูด ตอนนี้เธอได้เข้ามาอยู่ในโลกความเป็นจริงแล้ว เธอจึงเข้าใจพลังของขุนนางถ้าขุนนางเหล่านั้นทําตัวเป็นพันธมิตรกันเพื่อจัดการกับเจ่าไห่ ปัญหาที่เจ่าไห่จะเจอมันไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เลยยังนับแค่ตระกูลแคลซีเลย แม้แต่ตระกูลโรเช่นก็ไม่สามารถหยุดมันได้
ลอร่าก็พยักหน้าและพูดว่า “จริงด้วยพี่ไห่ เรื่องนี้มันน่าเป็นห่วงมากๆ แต่ฉันก็กลัวว่าเทอร์รี่ก็รู้เรื่องนี้เช่นกัน ดังนั้นถ้าเขาตัดสินใจที่จะเริ่มเคลื่อนไหวเราจะต้องล่าบากแน่ๆ”
เจ่าไห่พยักหน้าและพูดว่า “ชายคนนี้น่ากลัวจริงๆ เขาอาจจะเป็นคนที่จัดการกับเรา เราอาจจะต้องให้ความสนใจกับเขามากกว่านี้”
เมแกนพยักหน้าและพูดว่า “พี่ไห่ ฉันจะพูดเรื่องนี้กับคุณปู่ให้รู้เรื่องนี้ด้วย ถ้าเทอร์รี่กล้าที่จะทําให้พี่ต้องเคลื่อนไหวจริงๆ เราจะได้รับมือกับเขาทัน”
เจ่าไห่มองเมแกนด้วยรอยยิ้มและพูดว่า “เกิดอะไรขึ้นพี่คิดว่าเธอมีชอบในตัวของเขาไม่ใช่เหรอ?”
เมแกนส่ายหัวของเธอและพูดว่า “มันไม่ใช่เช่นนั้น แต่ฉันเคยได้ยินความร้ายกาจของเขาไม่ใช่แค่จากสิ่งที่ฉันได้ยินมาจากพี่ไห่ พ่อบอกฉันว่าตระกูลของเราเป็นเหมือนเพื่อนสนิทกันเราสองคนเติบโตมาด้วยกัน ในอดีตที่ผ่านมาความสัมพันธ์ของเราดีขึ้นมากและหลังจากที่ฉันย้ายไปที่เมืองสกายความสัมพันธ์ของเราก็น้อยลง แต่เราก็ยังได้เจอกันทุกครั้งที่ฉันไปเมืองหลวงหลังจากนั้น พ่อบอกฉันว่า เขาเป็นคนที่น่ากลัวเกินไปและไม่ให้ฉันเป็นเพื่อนกับเขาอีกต่อไป พวกเราออกมาอย่างช้าๆ”
เจ่าไห่พยักหน้าและพูดว่า “พ่อต้องรู้อะไรสักอย่างแน่ๆ เราต้องระวังเทอร์รี่อย่างจริงจัง ชายคนนี้มีอะไรที่เราไม่รู้อีกมาก” ขณะที่พวกเขากําลังพูดกันอยู่ในรถม้า พวกเขาก็มาถึงป้อมปราการแล้ว
เมแกนคิดอยู่แปปนิ่งและพูดว่า “พี่ไห่ฉันคิดว่าน่ามีงานเลี้ยงมากมายในเมือง และเทอร์รี่จะมีส่วนร่วมแน่นอน พี่ต้องระวังทุกครั้งที่เข้าร่วม”
เจ่าไห่พยักหน้าและพูดว่า “สบายใจได้เลย ถ้ามีอะไรไม่ดีจริงๆ พี่จะจัดการกับตระกูลโรเบิร์ตทันที
เมแกนไม่ได้คิดว่าเจ่าไห่พูดเล่น ถ้าเทอร์รี่ทําให้เจ่าไห่โกรธจริงๆ ตระกูลโรเบิร์ตคงไม่มีที่อยู่แน่นอน ไม่เพียงแต่ตระกูลโรเบิร์ตเท่านั้นแม้แต่จักรวรรดิโรเซ่นทั้งหมดก็อาจจะถูกจัดการโดยเจ่าไห่เลยก็ได้ อีกไม่นานรถม้าของพวกเขาก็จะไปถึงข้างใน
เมื่อพวกเขามาถึงลานหน้าคฤหาสน์ก็มีคนออกมาต้อนรับพวกเขาทันทีและพูดว่า “นายหญิง ผู้เฒ่าฝากข้อความมา คืนนี้ตระกูลแคลซีของเราจะจัดงานเลี้ยงของตระกูล ทุกคนจะต้องเข้าร่วม ด้วย”
เมแกนพยักหน้าและพูดว่า “เอาล่ะ เจ้ากลับไปทํางานต่อเถอะ” คนรับใช้พยักหน้าและเดินจากไป
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “พี่ขอบอกเลยว่างานฉลองนี้ไม่ได้มีอะไรดีไปกว่าการกินข้าวส่วนตัวเลย”
เมแกนยิ้มและพูดว่า “งานเลี้ยงของตระกูลนี้ไม่ได้แตกต่างไปจากงานเลี้ยงทั่วไปมากนัก งานเลี้ยงนี้จัดขึ้นทุกๆ 1 ครั้งต่อปีแม้แต่คนรับใช้ก็ต้องมา งานนี้มีขึ้นเพื่อพักผ่อนและให้ลืม ความเครียดทั้งหมดที่เกี่ยวกับสถานะของพวกเขาทุกคน พวกเขาจะได้นั่งดื่มกันมันเป็นเหมือนปาร์ตี้ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของตระกูลแคลซี”
เมื่อเจ่าไห่ได้ยินเมแกนดวงตาของเขาก็โตขึ้น และพูดออกมาว่า “ดีจริงๆ พี่ต้องเตรียมตัวให้ดีใช่มั้ย? เราซื้อของว่างมาเยอะมากวันนี้ เราควรเอาไปให้พวกเขาในงานเลี้ยง”
เมแกนพยักหน้าและพูดว่า “เอาล่ะ เราไปหาคุณปู่กันเถอะในขณะที่เราอยู่ที่นี่เราน่าจะเอาของให้ปู่กรีนเสียก่อน พวกเขาก็มีงานฉลองของพวกเขาเช่นกัน”
เจ่าไห่พยักหน้า เขามองไปรอบๆ และพูดว่า “ใช่แล้ว บร็อกและร็อกเจ้าสองคนกลับไปที่ป้อมภูเขาเหล็กและช่วยปู่กขึ้นและคนอื่นๆด้วย” ทั้งสองพยักหน้าและเจ่าไห่ก็พาพวกของเขาไปในขณะที่พวกเขาหายไปในมิติและมุ่งหน้ากลับไปที่ป้อมภูเขาเหล็ก
ป้อมภูเขาเหล็กจะฉลองวันขอบคุณพระเจ้าแม้ว่าที่นี้จะยังคงวุ่นวาย แต่เจ่าไห่ก็ยังรู้สึกถึง ความอบอุ่นที่มาจากสถานที่แห่งนี้ ผู้คนในป้อมหยุดงานและยุ่งกับการทําความสะอาดและรับ เสื้อผ้าใหม่สําหรับตัวเองและครอบครัว ขณะที่พวกเขากําลังเตรียมพร้อมที่จะกิน ใบหน้าของทุก คนก็เต็มไปด้วยรอยยิ้ม
นี่ไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะพวกเขาเป็นทาส พวกเขาไม่สามารถสัมผัสกับวันขอบคุณพระเจ้าได้ แม้ว่าพวกเขาจะรู้ว่าวันไหน แต่เจ้านายของพวกเขาบอกพวกเขาว่าความเมตตาของพระเจ้าไม่ไปถึงทาสที่ต่าต้อยได้ ด้วยเหตุนี้สําหรับพวกเขาวันขอบคุณพระเจ้าจึงเป็นเพียงวันธรรมดา
เจ่าไห่มองผู้คนและมีความสุขมาก เขาเห็นปู่กรีนและมอบสิ่งที่เขาซื้อให้ เขายังให้อาหารทะเลไว้เป็นจํานวนมากด้วยเช่นกันแม้แต่ปลาวาฬก็ด้วย มันมีขนาดที่ใหญ่มาก เจ่าไห่ต้องการให้ปักรีนและคนอื่นๆ ได้กินปลาและมีช่วงเวลาที่ดี
หลังจากเอาทุกอย่างให้แล้ว เจ่าไห่และคนอื่นๆ ก็กลับไปที่ลานต้นไม้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พวกเขาจะอยู่ในตระกูลแคลซี ตอนนี้การที่ออกไปจากที่นี่นานๆ มันจะเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะ
หลังจากกลับไปที่ห้องนั่งเล่นแล้ว เจ่าไห่ก็นั่งลงเมแกนหันไปหาเจ่าไห่และพูดว่า “พี่ไห่ พี่วางแผนที่จะกลับไปที่ป้อมภูเขาเหล็กในวันขอบคุณพระเจ้าไหม?”
เจ่าไห่คิดอยู่ครู่หนึ่งและพูดว่า “พี่คิดว่าพี่ต้องกลับไป แต่พี่ก็กลัวว่าจะมีหลายอย่างเกิดขึ้นจริงๆ เธอมักจะทําอะไรในช่วงวันขอบคุณพระเจ้า”
เมแกนตอบทันทีว่า “ที่จริงแล้ว วันขอบคุณพระเจ้าเป็นวันที่น่าเบื่อที่สุด คูณปู่และพ่อจะไปที่คฤหาสน์ เพื่อเข้าร่วมงานเลี้ยงและพวกเขาจะกลับมาช้ามาก เราจะต้องกินอาหารและจุดธูปและจะต้องรอจนกว่าธูปจะหมด”
ดวงตาของเจ่าไห่โตขึ้นและพูดว่า “พี่ไม่คิดว่าจะเป็นเช่นนั้น หลังจากที่เรากินอาหารและจุดธูปเราก็สามารถกลับไปที่ป้อมภูเขาเหล็กเธอคิดเช่นไหร่?”
ลอร่าพยักหน้าและพูดว่า “มันก็ดีสิ แต่เมแกนดูเหมือนว่าจะมีอะไรมากมายที่ต้องดูแลในช่วงเวลานั้น ที่จะช่วยอะไรได้บ้างไหม?”
เมแกนพยักหน้าและพูดว่า “ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องนั้น ฉันอยากไปที่ป้อมภูเขาเหล็กและฉลอง วันขอบคุณพระเจ้ากับพี่ไห่ด้วย ฉันอยากจะดูว่าพวกเขาจะฉลองกันยังไง?”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “พี่อยากเห็นว่าพวกเขาทําได้อย่างไรในบรรดาคนเหล่านั้น นอกเหนือจาก พวกของกรีนมันจะเป็นครั้งแรกที่ทุกคนจะได้สัมผัสกับวันขอบคุณพระเจ้า”
ลอร่าและคนอื่นๆ หัวเราะ นอกจากปู่กรีนแล้วยังมีทาสที่อยู่ในป้อมฉลองวันขอบคุณพระเจ้าด้วย มันเป็นเรื่องที่น่ายินดีกับพวกเขาที่มีเจ้านายเป็นเจ่าไห่
จบบทแล้วนะครับ ขอบคุณที่ติดตามนะครับ บ้าย…บาย