Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ) - บทที่ 455 - ตั้งใจ
- Home
- All Mangas
- Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ)
- บทที่ 455 - ตั้งใจ
บทที่ 455 – ตั้งใจ
เช้าวันต่อมา เจ่าไห่และคนอื่นๆ นั่งอยู่ในรถที่กําลังมุ่งหน้าไปยังตลาดตะวันออกของเมืองคาร์สัน ตลาดแห่งนี้เป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดของเมืองคาร์สัน มันเป็นตลาดที่สร้างขึ้นโดยมีจุดประสงค์เพื่อขายสินค้า เมืองนี้เป็นเมืองค้าปลีกโดยมีสินค้าราคาถูกจํานวนมากที่นี่ ด้วยเหตุนี้สถานที่แห่งนี้จึงเป็นที่ที่มีผู้คนมามากที่สุดในเมือง
เมื่อรถที่เจ่าไห่นั่งไปใกล้ถึงตลาดแล้ว รถของพวกเขาก็ไม่ได้เดินหน้าต่อเลย เจ่าไห่มองดูจํานวนคนที่กําลังจะเข้าไป เขาก็ส่ายหัว ทันใดนั้นเขาก็นึกถึงเวลาที่เขาไปงานวัดที่โลกของเขา เมืองมองดูจํานวนของคนที่นี่แล้ว เจ่าไห่ก็คิดว่าที่นี่เหมือนกับงานวัดที่โลกเลย
เจ่าไห่หันไปหาทุกคนและพูดว่า “พวกเราเดินไปกันเถอะ พี่คิดว่ารถม้าของเราจะไม่สามารถไปต่อได้ ซูกะจงเฝ้ารถม้านี้ด้วย”
ซูกะพยักหน้าจากนั้นเจ่าไห่และคนอื่นๆ ก็ลงจากรถม้าและเดินไปที่ตลาดอย่างช้าๆ ผู้คนที่กําลังเข้าไปในตลาดมองพวกของเจ่าไห่ด้วยสายตาที่อยากรู้อยากเห็น
เจ่าไห่มองไปรอบๆ และเขาก็เห็นว่ามีอะไรผิดปกติ มีคนจํานวนมากบนถนน แต่ไม่มีใครสวมเสื้อผ้าเลย นอกจากคนชั้นสูงแล้วก็ไม่มีใครสวมเสื้อผ้าเลย
เจ่าไหรีบหันไปหาเมแกนและพูดว่า “เมแกนทําไมพี่ถึงเห็นว่าพวกเขาไม่สวมเสื้อผ้า? ดูที่พวกเขาที่กําลังมองเราสิ”
เมแกนยิ้มและพูดว่า “พี่ไห่พี่ไม่รู้เหรอ? แต่ขุนนางในจักรวรรดินี้ไม่ได้ซื้อของส่วนตัวของพวกเขา มีบางคนที่ได้รับคําสั่งให้ซื้อของในตลาดนี้โดยเฉพาะพวกขุนนางพวกเขาจะออกมาซื้อของ แต่ไม่ได้ซื้อของตัวเอง”
เจ่าไห่พยักหน้าจากนั้นก็ไม่ได้สนใจอะไรและเดินไปที่ตลาดต่อไป ตอนนี้ยังคงอยู่ในช่วงฤดูหนาว แม้ว่าจักรวรรดิโรเซ่นจะร้อนกว่าทุ่งหญ้า แต่ฤดูกาลทั้งสี่ก็ยังคงรู้สึกได้ ที่หน้าประตูทางเข้า มีร้านค้าที่มีสินค้าวางอยู่มากมาย ตลาดแห่งนี้มีผู้คนเยอะมากๆ มันเป็นตลาดที่มีชีวิตชีวามาก
อีกไม่นานพวกของเจ่าไห่จะไปถึงตลาด และเริ่มมองหาสินค้าที่พวกเขาต้องการบล็อกและอกอยู่ข้างๆ พวกเขาโดยมีชิวเดินนําหน้าไป เมื่อคนอื่นๆ เห็นพวกเขาจากที่ไกลๆ พวกเขาไม่สามารถทําอะไรได้แต่ก็หลบไป
ในขณะที่เดินอยู่จู่ๆ เจ่าไห่ก็ถูกดึงไปที่ร้านค้า ร้านค้าในตลาดมีความสวยงามมาก ร้านของพวกเขาเหมือนกันมากๆ ร้านค้าที่เท่าไห่เห็นแตกต่างกันไม่มากนัก และที่สําคัญที่สุดร้านนี้ค่อนข้างเงียบมากๆ ไม่มีร้านอื่นอยู่ใกล้ๆเลยนี่ ยิ่งไปกว่านั้นไม่มีคนมาและไปที่ร้านนี้เลย
เจ่าไห่มาไปที่ร้านนั้นและไม่อาจทําอะไรได้เลย แต่ก็อยากที่จะรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น เขาหันไปหาเมแกนและพูดว่า “เมแกน..ตระกูลอะไรงั้นเหรอ? ทําไมไม่มีใครไปที่นั่นเลย?”
เมแกนมองไปที่ร้านด้วยรอยยิ้มและพูดว่า “นี่คือร้านค้าของตระกูลโรเบิร์ต ตระกูลของพวกเขาเป็นตระกูลพ่อค้าที่ใหญ่ที่สุดในจักรวรรดิโรเซ่น พวกเขาไม่ได้จัดการค้าปลีกและทุกคนก็รู้ว่านั้นเป็นสาเหตุที่คนธรรมดาไม่ค่อยไปที่ร้านนี้”
เจ่าไห่พยักหน้าและพูดว่า “ไปที่นั่นแล้วดูสิ ฉันอยากเห็นว่าร้านนี้มีอะไรให้เราดูบ้าง?”
เมแกนยิ้มและพูดว่า “ฉันอยากไปร้านนี้ด้วย พวกเขามีสินค้าที่ดีมากที่สุดในบรรดาร้านค้าทั้งหมดในจักรวรรดิโรเซ่น” ขณะที่พวกเขากําลังพูดอยู่ พวกเขาก็เดินเข้าไปในร้าน
เมื่อพวกเขาไปถึงภายในร้านพนักงานคนหนึ่งก็ออกมาต้อนรับพวกเขา ชายคนนี้ให้ความเคารพนับถือและพูดว่า “ท่านครับได้โปรดเข้าไปข้างในด้วย” พนักงานเห็นว่าเมแกนและคนอื่นๆยังไม่ได้แต่งงานเมื่อเขามองที่เสื้อผ้าของพวกเธอแล้วดังนั้นเขาจึงตัดสินใจที่จะเรียกพวกเธอว่า “นายหญิง”
เจ่าไห่พยักหน้าและเดินเข้าไปในร้าน เมื่อพวกเขาอยู่ในร้านแล้ว สายตาของเจ่าไห่ก็อดไม่ได้ที่จะเป็นประกายมากๆ เฟอร์นิเจอร์ข้างในมีความคล้ายกับที่เจ่าไห่เห็นในเมืองก่อนหน้านี้ บนชั้นวางมีตัวอย่างสินค้าพร้อมกับรายละเอียดและราคา เจ่าไห่มองดูสินค้าและเห็นว่าราคาถูกกว่าที่ขายข้างนอกมากๆ
เมื่อเข้าไปที่ประตูมีผู้ดูแลอยู่ข้างหลัง เมื่อผู้ดูแลเห็นเจ่าไห่ขาก็ไม่สนใจอะไรมาก แต่เมื่อเขาสังเกตเห็นเมแกนเขาก็อดไม่ได้ที่จะลืมตาขึ้นและออกจากเคาน์เตอร์ทันทีและเดินหน้าต่อไปและพูดว่า “ท่านคือนายหญิงเมแกนจริงๆ ด้วยยกโทษให้ข้าเถอะ เพราะข้าไม่ได้สนใจท่านฟานไปเอาชาที่ดีที่สุดของร้านมาให้พวกเขาที่”
คนรับใช้พาพวกของเจ่าไห่ไปทันที และพาพวกเขาไปทางด้านหลังของร้าน ผู้จัดการกระซิบบางอย่างกับคนรับใช้อีกคน ขณะที่พวกเขาตามเจ่าไห่ไปยังห้องเล็กๆ
นี่เป็นครั้งแรกที่เจ่าไห่เจอสินค้าแบบนี้ ห้องเล็กๆ ในร้านไม่เหมือนห้องของโรงแรม มันไม่ได้มีโต๊ะข้างใน นอกจากนี้ยังมีดอกไม้แขวนอยู่บนผนังรวมถึงภาพวาดสีน้ํามันที่สวยงามห้องดูหรูมาก
เมื่อเจ่าไห่กับคนอื่นๆ นั่งลงคนใช้ก็มาเสิร์ฟชาร้อนทันที จากนั้นผู้จัดการร้านก็ค่านับและพูดว่า “ข้าดีใจมากที่ได้เห็นนายหญิงเมแกน” จากนั้นเขาก็หันไปมองเจ่าไห่และพูดว่า “ข้าขอถามได้ไหมว่าท่านชายคนนี้เป็นใคร?”
เจ่าไห่ยิ้มออกมาเล็กน้อยและพูดว่า “ข้าคนนี้ชื่อเจ่าไห่ เมแกนบอกกับข้าว่าร้านนี้มีสินค้าที่ดี ที่สุดในตลาด วันนี้ข้าต้องการบางสิ่งบางอย่างดังนั้นข้าก็เลยเข้ามาดูที่นี่”
เมื่อผู้จัดการได้ยินสิ่งที่เจ่าไห่พูด เขาก็เข้าใจทันทีว่าเขาเป็นใคร ลักษณะของเจ่าไห่ไม่ได้เป็นความลับในจักรวรรดิโรเซ่นทุกตระกูลผู้ยิ่งใหญ่รู้เกี่ยวกับเขา
ผู้จัดการตอบกลับทันที “ขอบคุณนายหญิงมากๆ ที่เชื่อในสินค้าของเรา สินค้าของเราก็เป็นสินค้าที่ดีที่สุด ข้าขอถามได้ไหมว่าสินค้าที่นายน้อยเจ่าไห่ต้องการอะไรอยู่?”
เจ่าไห่ยิ้มและเอากระดาษออกมาและพูดว่า “นี่คือสิ่งที่ข้าต้องการ ขายังได้บอกจํานวนที่ข้าต้องการ ข้าอยากจะรู้ว่ามันจะต้องใช้เวลานานแค่ไหนที่เจ้าจะจัดการเสร็จ”
ผู้จัดการร้านรับกระดาษของเจ่าไห่ด้วยความเคารพและเขาก็มองอย่างรวดเร็วจากนั้นเขาก็มองไปที่เจ่าไห่และพูดว่า “เรามีทุกสิ่งที่นายน้อยต้องการ ถ้าหากนายน้อยต้องการในวันนี้เราสามารถทําให้นายน้อยพร้อมภายใน 3 ชั่วโมง
เจ่าไห่พยักหน้าและพูดว่า “เอาล่ะ โปรดเตรียมพวกมันใน 3 ชั่วโมงข้าจะกลับมาและเอาพวกมันไป” ผู้จัดการพยักหน้าในขณะที่เขาหันไปรอบๆ เพื่อออกไปเตรียมตัว
เมื่อเห็นผู้จัดการออกไปเจ่าไห่หันไปเมแกนและพูดว่า “เมแกนผู้จัดการดูเหมือนว่าเขาจะคุ้นเคยกับเธอมาก เธอรู้จักพวกเขาไหม?”
เมแกนยิ้มและพูดว่า “เราเป็นเหมือนกับเพื่อนกัน ตระกูลโรเบิร์ดกับตระกูลแคลซีหลายชั่วคน ฉันเคยไปหาพวกเขาในอดีตดังนั้นคนของพวกเขาก็น่าจะรู้จักฉัน แต่ฉันก็ไม่ได้รู้เกี่ยวกับพวกเขามากนัก และฉันเองก็ไม่ได้รู้จักกับพนักงานคนนั้นด้วย”
เจ่าไห่พยักหน้าแล้วดื่มชาของเขาก่อนที่เขาจะพูดว่า “เนื่องจากพวกเขาต้องเตรียมความพร้อมเป็นเวลา 3 ชั่วโมงเราไม่อาจจะรอที่นี่ตลอดได้ เราจะต้องไปตลาดและดูอย่างอื่นต่อ”
เมแกนเห็นด้วย เธอพยักหน้าและพูดว่า “ฉันเห็นด้วยที่เราจะไปที่นั่น เพราะที่นั่นมีของอร่อยมากมายเลย ที่ตลาดนี่เป็นเหมือนแหล่งอาหารที่เป็นเอกลักษณ์ของเมืองหลวง ตลาดนี้เป็นตลาดที่มีเฉพาะเมืองคาร์สันเท่านั้น”
เจ่าไห่พยักหน้า จากนั้นพวกเขาก็เดินออกไปจากร้าน หลังจากพูดกับผู้จัดการแล้ว จากนั้น พวกเขาก็ออกจากตลาดและมุ่งหน้าไปยังตลาดตกวันตก
ตลาดตะวันตกไม่ได้ไกลจากตะวันออกมากนัก มันอยู่ห่างไปจากถนนใหญ่ไม่กี่ก้าวเลย เนื่องจากถนนสายหลักนี้ถูกสร้างขึ้นมามันก็เลยทําให้เกิดชื่อเรียกของตลาดตะวันตกและตะวันออก
เนื่องจากตลาดตะวันออกให้ความสําคัญไปในเรื่องของการขายสินค้าจึงทําให้ในตลาดไม่ได้มี ร้านอาหารอยู่ในนั้น มันก็ไม่มีทางเลือกสําหรับคนที่มาซื้อของพวกเขาก็ต้องไปกินที่อื่น
ในขณะที่ตลาดตะวันตกให้ความสําคัญไปกับอาหาร สถานที่ถูกแบ่งออกเป็นหลายส่วนอาหารเหล่านั้นมาจากหลายจักรวรรดิและก็ยังมีอาหารที่มาจากทะเลอยู่บ้าง แต่เมื่อเทียบกับอาหารทะเลที่เจ่าไห่เอามามันก็แตกต่างกันมากๆ
นอกเหนือจากสินค้าเกี่ยวกับเครื่องครัวหรืออาหารแล้ว มันก็ยังมีสินค้าอื่นๆ อยู่บางแต่สิ่งที่เห็นมันก็ไม่ได้มีเหมือนกับตลาดตะวันออก นอกจากนี้ยังเห็นได้ว่าราคาที่ขายนั้นมีราคาที่แพงกว่ามาก ในความเป็นจริงสินค้าจํานวนมากที่ขายที่นี่เพิ่งซื้อจากตลาดตะวันออกและขายต่อที่นี่ในราคาที่สูงมาก
พวกของเจ่าไห่ไม่ได้สนใจอะไรเกี่ยวกับเครื่องครัว พวกเขาไปที่ทางเดินที่มีอาหารและซื้อวัตถุดิบบางอย่างที่ไม่มีในมิติของเจ่าไห่ แน่นอนว่าเจ่าไห่ซื้อสิ่งสัตว์บางอย่างที่เขาไม่มีด้วยเช่นกัน แต่หลังจากสิ่งเหล่านี้ถูกเอาเข้าไปในมิติเจ่าไห่ก็รู้สึกผิดหวังมาก เพราะพวกเขาไม่สามารถอัพเกรดมิติได้
ทางเดินที่มีแต่อาหารยาวมากๆ ถ้าเกิดจริงๆ ก็น่าจะใช้เวลา 1 ชั่วโมงเพื่อเดินไปจนสุดทาง เจ่าไห่และคนอื่นๆ ซื้อสัตว์ไปไม่น้อยกว่า 100 ตัว แต่พวกมันทั้งหมดก็ยังไม่สามารถอัพเกรดมิติได้ ซึ่งมันก็ทําให้เจ่าไห่ผิดหวังมาก
หลังจากที่ลองอัพเกรดแล้ว พวกเขาเดินไปตามทางต่อไป พวกเขาไปต่อที่อาหารของเมืองคาร์สัน เมื่อเห็นเช่นนั้นแล้วพวกของเจ่าไห่ก็เห็นว่าอาหารเหล่านี้มันน่ากินมาก มีคนไม่กี่คนที่ไปที่นี่และเอาของกินไปด้วย มันก็ไม่น่าแปลกเลยเพราะที่นี่มีแต่อาหารอยู่มากมาย
ตอนนี้เจ่าไห่ไม่เพียงแค่กินเพื่ออิ่มเท่านั้น ตอนนี้เขายังซื้อของไปเป็นจํานวนมากอีกด้วย หลังจากนั้นพวกเขาก็เดินไปรอบๆ อีก 1 ชั่วโมงก่อนที่จะกลับไปยังตลาดตะวันออก
พวกของเจ่าไห่หยุดอยู่หน้าร้านของตระกูลโรเบิร์ตในขณะที่มีชายคนนึ่งเดินออกมาจากร้าน ดูเหมือนเขาจะไม่เห็นคนอื่นในขณะที่เขาเดินตรงไปหาเมแกนและพูดว่า “เมแกน ทําไมเธอถึงมาที่นี่? เธอมาตั้งแต่เมื่อไหร่?”
เมแกนมองไปที่ชายคนนั้นและพูดว่า “พี่เทอร์รี่ฉันเพิ่งกลับมาเมื่อวันนี้ฉันมากับพี่ไห่ วันนี้ที่มาที่นี่ก็เพื่อซื้อของบางอย่าง” เธอพูดขณะที่เธอเอนตัวไปทางเจ่าไห่เล็กน้อย
เจ่าไห่มองเมแกนในตอนนี้แม้ว่าเมแกนจะมีสีหน้าที่ยิ้มแต่รอยยิ้มนั้นก็ดูไม่ค่อยดีเลย หากมองอย่างจริงจังแล้ว ก็จะเห็นได้ว่าเธอมีอารมณ์ที่น่ารังเกียจในสายตาของเธอ เห็นได้ชัดว่าเธอไม่ได้ ดีใจเลยที่ได้เจอกับชายคนนี้
เจ่าไห่เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นจากนั้นเขาก็หันหน้าไปหาชายคนนั้นและยิ้มพร้อมกับพูดว่า “สวัสดี ข้าชื่อเจ่าไห่”
ชายคนนั้นมองไปที่เจ่าไห่ที่ยังคงยิ้ม แม้ว่าเขาจะดูมีเสน่ห์มาก แต่ดวงตาของเขาก็เปล่งประกายความตั้งใจที่จะสังหาร แต่สิ่งที่เจ่าไห่ทําก็คือการมองหน้าเขา
ตั้งแต่ที่เจ่าไห่ได้ต่อสู้มาหลายครั้งแล้ว เขาจึงไวต่อความคิดเหล่านี้ เขาสามารถสัมผัสได้ทันทีจากความรู้สึกของเทอร์รี่ไม่เพียงแต่เป็นศัตรูเท่านั้น แต่เขาก็ยังมีออร่าที่น่ากลัวด้วย
ตอนนี้เจ่าไห่รู้สึกไม่ค่อยดี เขาเข้าใจสิ่งที่อีกฝ่ายที่กําลังคิด แต่เขาไม่ได้แสดงความไม่พอใจต่อสถานการณ์ เทอร์รี่ยังไม่รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงในอารมณ์ของเจ่าไห่ เขายังคงยิ้มกับเจ่าไห่ และพูดว่า “สวัสดี เจ่าไห่ชื่อของท่านเป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างมาก ข้าไม่คิดว่าท่านจะยังเด็กเช่นนี้” เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “ข้ายังเป็นคนที่เล็กน้อยมาก ข้าไม่อาจจะเทียบกับคนใหญ่คนโตได้เลย”
เทอร์รี่ยิ้มและพูดว่า “ท่านเป็นคนที่ถ่อมตัวมากจริงๆ ข้าไม่อยากพูดตรงนี้ไปคุยกันต่อที่ห้องดีไหม?” จากนั้นพวกเขาก็ไม่ได้พูดอะไรต่อเลย
เมื่อเห็นสีหน้าของเขามันเป็นไปไม่ได้ที่เจ่าไห่จะไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ดูเหมือนว่าเทอร์รี่จะชอบเมแกนและเห็นเมแกนมีความสุขที่ได้อยู่กับเจ่าไห่ ทําให้เขาแสดงออร่าที่น่ากลัว
หลังจากพวกเขาเข้าไปในห้องส่วนตัวคนใช้คนหนึ่งเสิร์ฟชาตามปกติ เทอร์รี่ไม่ได้แตะต้องถ้วย เขามองไปที่เจ่าไห่และพูดว่า “นายน้อยใช้เวลาช่วงวันหยุดในเมืองคาร์สันหรือไม่? ข้าได้ยินมาว่างานเลี้ยงของตระกูลแคลซีดูดีมากกว่าทุกปี”
คําพูดของเขาไม่ได้ฟังดูแปลกในตอนแรก แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ธรรมดา เจ่าไห่เป็นผู้นําของตระกูลยูดา ตอนนี้เขามาที่ตระกูลแคลซีสําหรับวันขอบคุณพระเจ้าเพื่อไปกับเมแกนเหมือนกับไปหาชาร์ลี
อย่างไรก็ตามด้วยน้ําเสียงของค่าพูดของเทอร์รี่เขาทําให้ดูเหมือนว่าเจ่าไห่ได้ไปที่ตระกูลแคลซีเพื่อดื่มอาหารและเครื่องดื่มของพวกเขาโดยเฉพาะ จําเป็นต้องรู้ว่าตระกูลแคลซีไม่มีญาติมากมาย แต่พวกเขายังคงมีญาติห่างๆ ที่จะมาในช่วงวันขอบคุณพระเจ้าและนําเอาของขวัญเล็กๆน้อยๆ และตอบแทนตระกูลที่จะให้อาหารและไวน์แก่พวกเขาเพื่อกินและดื่ม
การแสดงออกของลอร่าและเม็กไม่สามารถช่วยอะไรได้นอกจากเปลี่ยนสีหน้าของเมแกนไม่ได้ดีไปกว่านี้เจ่าไห่ เขาทําตัวราวกับว่าเขาไม่ได้ยินเสียงใดๆ ในขณะที่เขายิ้มและพูดว่า “ตระกูลแคลซีมีผู้คนมากมายดังนั้นจึงเป็นเรื่องธรรมดาที่งานเลี้ยงของพวกเขาจะมีชีวิตชีวามาก แต่คราวนี้ฉันมาที่ครอบครัวเพื่อหารือกับคุณปู่แรนดอล์ฟเกี่ยวกับเรื่องที่ข้าจะแต่งงานกับเมแกนในปีหน้า”
ด้วยคําพูดของเจ่าไห่มันทําให้ตาของเทอร์รี่เปลี่ยนไป แต่เขาก็ฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วในขณะที่เขายังคงยิ้มบนใบหน้าของเขาและบอกเจ่าไห่ว่า “ดีจริงๆ ข้าจะมอบขนมปังฉลองให้ท่านเมื่อถึงเวลานั้น”
เจ่าไห่ยิ้มและตอบว่า “นั่นจะได้รับการต้อนรับอย่างมากเมื่อเห็นว่าเมแกนไม่ปฏิบัติต่อคุณในฐานะคนนอกมิสเตอร์เทอร์รี่ควรมาถึงก่อนเวลา”
สีหน้าของเทอร์รอดไม่ได้ที่จะกระตุก แต่รอยยิ้มบนใบหน้าของเขายังคงไม่เปลี่ยนไป จากนั้นเขาก็หัวเราะและพูดว่า “เอาล่ะข้าจะเตรียมของขวัญชิ้นใหญ่”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “เราจะรอของขวัญชิ้นใหญ่ของท่านเทอรรี่ดูเหมือนว่าจะสายไปแล้วข้าขอถามได้ไหมว่าสิ่งที่เราสั่งได้เตรียมไว้แล้วหรือยัง?”
เทอร์รี่ตอบกลับและยิ้มทันที “พวกเขากําลังเตรียมพร้อมอยู่แล้วนายน้อยสามารถมาดูได้” จากนั้นเขาก็ยืนขึ้นและเชิญเจ่าไห่ไป
จบบทแล้วนะครับ ขอบคุณที่ติดตามนะครับ บ้าย…บาย