Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ) - บทที่ 453 - กับข้าว
- Home
- All Mangas
- Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ)
- บทที่ 453 - กับข้าว
บทที่ 453 – กับข้าว
หลังจากกลับไปที่ลานบ้านของเขาแล้ว เจ่าไห่ก็นั่งลงและถอนหายใจออกมายาวมากๆ เมื่อลอร่าเห็นเจ่าไห่เป็นเช่นนั้น เธอก็หยิบชาร้อนให้เขาทันทีและพูดว่า “พี่ไห่เกิดอะไรขึ้นพี่ดูเหนื่อยมาก พี่คุยอะไรกันกับสมทงั้นเหรอ?”
เจ่าไห่ไม่ได้ยิ้มออกมา เขาพูดว่า “ไม่มีอะไรที่ไม่ดีหรอก แต่เมื่อที่ต้องอยู่กับพวกเขามันทําให้พี่รู้สึกเหนื่อยมาก มากกว่าตอนที่ออกไปต่อสู้เสียอีก”
เมื่อลอร่าได้ยินเช่นนั้น เธอก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มและพูดว่า “มันก็แน่นอนอยู่แล้วที่เรื่องนี้มันจะต้องเหนื่อยกว่าที่พี่ต่อสู้ เพราะว่าเมื่อต่อสู้พี่ก็เป็นคนที่จัดการทัพตลอด”
เจ่าไห่มองลอร่า ซึ่งมันทําให้เขาหัวเราะ ในตอนนี้เมแกนก็เข้ามาเมื่อเธอเห็นเจ่าไห่เธอก็ยิ้ม และพูดว่า “พี่ไห่ดูเหมือนว่าพวกเขาจะประทับใจในตัวพี่มาก มันจะดีมากถ้าลุงของฉันสนับสนุนพี่ ด้วยวิธีนี้พวกเราจะไม่ได้พบกับปัญหาอะไรเลยในอนาคต”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “มันรู้สึกไม่ดีจริงๆ เมื่อพี่กินข้าวกับพวกเขา พวกเขาไม่ได้พูดเรื่องอะไรของตระกูลเลย พวกเขาพูดกันไม่มากเลย นั่นมันก็หมายความว่าพวกเขายังไม่ได้เชื่อใจพี่และระวังพี่อยู่ พี่คิดว่าถ้าเราเจอกับปัญหาใหญ่จริงๆ พี่คิดว่าพวกเขาจะไม่ยอมช่วยเหลือพวกเรา”
เมแกนถอนหายใจเมื่อเธอได้ยินสิ่งที่เจ่าไห่พูด เธอรู้ดีว่าสิ่งที่เจ่าไห่พูดนั้นมันเป็นเรื่องจริง เธอรู้ดีว่าแม้ว่าลุงของเธอจะเป็นเหมือนพี่น้องกัน แต่เมื่อพูดถึงเรื่องการชิงบัลลังก์พวกเขาก็ไม่คิดที่จะยอมกันเลย
เมื่อเจ่าไห่เห็นท่าทางของเมแกน เขาก็ปลอบเธอและพูดว่า “เอาล่ะอย่าไปคิดอะไรมากเลย พี่ว่าลงของเธอทั้งหมดยังให้ตระกูลมาเป็นอันดับแรกอยู่สมิทก็เล่าเรื่องนี้ให้พี่ฟังแล้ว เรื่องนี้เธอไม่ต้องเป็นห่วงเลย”
เมแกนพยักหน้า แต่ก็เห็นได้ชัดว่าเธอไม่มีความสุขเลย เจ่าไห่ไม่อาจจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการชิงบัลลังก์ของตระกูลนี้ได้ เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นเกือบทุกตระกูล
เจ่าไห่คิดที่จะเปลี่ยนเรื่องไปคุยเรื่องอื่น เขาพูดว่า “ดูเหมือนว่าเราอาจจะต้องส่งอาหารจากทะเลในคุณลุง หลังจากวันขอบคุณพระเจ้าประมาณ 2 วันดังนั้นพี่ก็คิดว่าเราน่าจะออกไปเดินเล่นรอบๆเมืองพี่คิดว่าช่วงเวลานี้สินค้าต่างๆ มากมายน่าจะมารวมอยู่ในเมืองแล้ว และนี้ก็เป็นวันหยุดของเรา เราก็ควรที่จะไปหาของดีๆ เพื่อเอามาไว้ใช้กับตัวเอง”
เมแกนมองไปที่เท่าไห่ด้วยรอยยิ้มและพูดว่า “เอาล่ะ เราไปในเมืองพรุ่งนี้ดีกว่า ฉันก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าพี่ไม่ต้องการจะซื้ออะไร?”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “ตอนนี้พี่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะซื้ออะไร แต่พี่ก็ต้องการที่จะไปดูก่อนเพื่อบางที่พี่อาจจะเจอของที่ชอบในวันพรุ่งนี้ พี่ก็ยังคิดว่าเราอาจยังต้องการทาสอีก 2-3 คนเพื่อกลับไปที่บ้านของเรา”
เมแกนพยักหน้าและพูดว่า “ได้เลย แต่พี่ไห่เราจะต้องซื้อทาสเพิ่มอีกงั้นเหรอ? เรามีทาสนับพันที่ได้จากทุ่งหญ้าแล้วไม่ใช่หรือ?”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “เชื่อพี่เถอะ พี่ไม่ได้ลืมเรื่องนั้น แต่ทาสที่ได้จากทุ่งหญ้านั้นพวกเขาไม่สามารถทําฟาร์มได้ ดังนั้นเราจะต้องซื้อทาสที่มีความสามารถและให้พวกเขาสอนพื้นฐานการทําฟาร์มให้กับพวกเขา นอกจากนี้คนที่มีความสามารถพวกเขาจะสามารถทําให้มันเป็นเรื่องง่ายได้ ในขณะที่คนจากทุ่งหญ้าไม่สามารถทําได้เหมือนพวกเขา มันจะดีกว่าที่เราจะซื้อทาสที่มีความสามารถไป”
เมแกนพยักหน้าและพูดว่า “จริงๆ ด้วยแต่ตลาดทาสไม่ได้อยู่ในเมือง มันอยู่ข้างนอกเมืองฉันคิดว่าตลาดทาสจะวุ่นวายมากๆ แต่หลังจากวันขอบคุณพระเจ้าและที่นั้นก็จะมีทาสเพิ่มมากขึ้นมันจะเป็นความคิดที่ดีที่เราจะไปที่นั่นในตอนนั้น”
เจ่าไห่ถามกลับทันทีว่า “ทําไมเวลานี้ที่นั่นถึงวุ่นวายกัน? และถ้างั้นตอนนี้ที่นั่นก็วุ่นวานอยู่สินะ เราจะเลือกคนที่เก่งๆไม่ได้งั้นเหรอ?”
เมแกนยิ้มและพูดว่า “ในช่วงวันหยุด ขุนนางจะยุ่งเกินกว่าที่จะไปซื้อทาสที่ดีสักคน หลังจากวันหยุดพวกเขาจะไปหาทาสเพื่อช่วยพวกเขาในการจัดการเรื่องต่างๆ ถ้าทาสเหล่านั้นทําได้ดี พวกเขาก็จะสบายไปด้วยนอกจากนี้ทาสของพวกเขาจํานวนมากยังหายไปเพราะความเหนื่อยล้า และโรคต่างๆด้วยดังนั้นพวกเขาก็จะต้องหาทาสคนใหม่เพื่อมารับใช้พวกเขา แต่พี่ไห่ไม่ต้องเป็นห่วงมีทาสจํานวนมากในตลาดมันเป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะไม่เจอคนดีๆสักคน”
เจ่าไห่ขมวดคิ้วและพูดว่า “ทาสเหล่านี้มาจากไหนทําไมถึงบอกว่ามีจํานวนมากเลย”
ลอร่ายิ้มและพูดว่า “พี่ไห่ไม่รู้จริงด้วย ทาสเหล่านั้นเป็นคนธรรมดาที่ไม่สามารถจ่ายภาษีได้ บางคนเป็นคนที่ยืมเงินและไม่สามารถจ่ายคือได้ บางคนเป็นทาสรุ่นลูก ทาสคนอื่นๆ นอกจากนี้ยังมีทาสที่มีอายุมากแล้ว บางคนก็ไม่มีใครต้องการด้วย ด้วยเหตุนี้ในจักรวรรดิจึงมีทาสไม่ขาดเลย”
เจ่าไห่ถอนหายใจเขาไม่สามารถพูดอะไรได้ เขารู้ว่าด้วยความสามารถในตอนนี้ของเขา เขาไม่มีทางเปลี่ยนกฎของจักรวรรดินี้ได้ เขาสามารถทําให้ดีที่สุดเพื่อช่วยเหลือคนที่เขาสามารถช่วยได้
เมแกนยังรู้เกี่ยวกับความคิดของเจ่าไห่ เมื่อเธอได้ยินเกี่ยวกับสิ่งที่เจ่าไห่พูด เธอรู้ว่าเจ่าไห่ต้องการที่จะปล่อยทาสและทําให้พวกเขาเป็นเหมือนคนทั่วไป เธอก็ตกใจมากแต่เธอก็เป็นคนดีเช่นกัน เมื่อเม็กอธิบายให้เธอฟังเกี่ยวกับสิ่งที่เง่าไห่ต้องการ เธอก็ชอบวิธีการของเจ่าไห่ทันที ตอนนี้เธอเห็นว่าเจ่าไห่เป็นคนที่น่าพอใจมากๆ
เจ่าไห่พยักหน้าแล้วก็ยืนขึ้น ลอร่าก็ลุกขึ้นและพูดว่า “เราจะไปสํารวจป้อมปราการแห่งนี้ ในเวลาเดียวกันฉันต้องการดูว่าอะไรทําให้ที่นี่แตกต่างจากป้อมภูเขาเหล็กของเรา”
เมแกนยิ้มและพูดว่า “เอาล่ะ แต่ป้อมปราการนี้มีบางที่ที่ถูกห้ามมีเพียงบางที่เท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้สํารวจฉันจะพาเธอไปที่นั่น” จากนั้นเธอก็เดินไปที่ข้างๆ ลอร่า เจ่าไห่ยิ้มและเดินตามหลังพวกเธอไป
เมื่อพวกเขาออกจาลานไปพวกเขาได้รับการต้อนรับจากคนรับใช้ทันที เมแกนขอให้พวกเขาคนนึงพาพวกเขาไปหากานซู กานซูมีสถานะพิเศษในตระกูลแม้แต่แรนดอล์ฟก็เคารพเขาเช่นกัน กานซูเป็นคนที่ทําอะไรก็ได้ มันก็เลยทําให้สิ่งที่ออกมาจากปากของเขาไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่ถึงแม้ว่าเขาจะมีอารมณ์ไม่คงที่ แต่จริงๆแล้ว เขาก็เป็นคนที่จิตใจดีมากๆ ด้วยเหตุนี้คนรับใช้ในตระกูลจึงให้ความเคารพกับเขามากๆ หากพวกเขาทําอะไรผิดกานซูก็จะดุพวกเขาและไม่นานนัก เขาก็จะลืมมันไป
เจ่าไห่เจอกับกานซู ซึ่งตอนนี้อยู่ในครัวเนื่องจากวันขอบคุณพระเจ้าใกล้เข้ามาแล้วจึงจําเป็นต้องมีการเตรียมอาหารโดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานที่เช่นปราการแห่งนี้ เนื่องจากงานเลี้ยงที่กําลังจะเกิดขึ้นมันจะไม่ดีสําหรับชื่อเสียงของตระกูลถ้าพวกเขาไม่มีอาหารที่เพียงพอ
ในช่วงเวลานี้ของกานซูเขามีหน้าที่ดูแลทุกอย่างในการตรวจสอบภายในคลังของห้องครัวกานซูไม่มีดูใจร้อนเลย เขาคตรวจทุกอย่างอย่างตั้งใจ
เจ่าไห่ไม่อาจจะทําอะไรได้ แต่ก็มองเมื่อเขาเข้าไปที่ห้องครัวสิ่งต่างๆ ภายในนั้นมีอยู่มากมายมีส่วนผสมบางอย่างที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน พวกมันทั้งหมดถูกวางไว้อย่างเรียบร้อยภายในคลังตามชั้นของมัน
ในตอนนี้คนรับใช้มาอยู่ที่ด้านข้างของกานซูและกระซิบ กานซูครู่หนึ่งก่อนที่เขาจะหันไปมองเจ่าไห่ ในความคิดของเขาเจ่าไห่เป็นคนที่ดีมากๆ ดังนั้นเขาจึงเดินไปข้างหน้าและหัวเราะทันที
พร้อมกับพูดว่า “นายน้อยเท่าไห่ เมแกนทําไมพวกเธอถึงมาที่นี่พวกเธอต้องการหาของอร่อยงั้น เหรอ? ไม่ต้องเป็นห่วงเดี๋ยวข้าจะไปหามาให้
เมแกนวิ่งเข้าไปกอดกานซูทันที และพูดว่า “คุณปู่พี่ไห่มาที่นี่เพื่อเอาของมาให้ ปู่ควรรับมัน ไม่งั้นจําต้องเสียใจไปตลอดชีวิตแน่ๆ”
กานซูมองจากนั้นเขาก็หันไปหาเจ่าไห่และพูดว่า “นายน้อยเจ้ามีสิ่งที่ดีมางั้นเหรอ? พวกมันคืออะไรข้าขอดูหน่อยได้หรือไม่?”
เจ่าไห่ยิ้มและโบกมือทําให้มีกองใหญ่ๆ กองอยู่บนพื้นเราสามารถเห็นว่ามันเป็นของที่มาจากทะเล ยิ่งกว่านั้นขนาดของมันก็ใหญ่มากๆ
นี่คือสิ่งที่เจ่าไห่ขอให้เจ้าฉินอี้เอามา เพราะด้วยขนาดที่ใหญ่ของพวกมันจะต้องเป็นที่สะดุดตาอย่างแน่นอน
กานซูมองอาหารเหล่านั้นและเขาอดไม่ได้ที่จะตกใจ ตาของเขาดูสดใสเมื่อเขาเห็นอาหารเหล่านั้น สิ่งเหล่านี้หายากมากในจักรวรรดินี้แม้ว่าจะมีใครเห็นพวกมัน พวกมันก็จับยากมาก ถ้าสิ่งเหล่านี้ทําเป็นจานและทําให้คนอื่นเห็นในงานเลี้ยงจะต้องมีคนเข้าร่วมเยอะมากแน่ๆ
ไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ไม่มีอาหารใหม่ที่เสิร์ฟในงานเลี้ยง ทุกคนแค่กินสิ่งเดียวกันไม่มีอะไรใหม่ แต่ด้วยสิ่งเหล่านี้ในปัจจุบันงานเลี้ยงของตระกูลแคลซีจะพิเศษมากๆ
สิ่งต่างๆ ที่เจ่าไห่เอาออกมานั้นล้วน แต่ตายไปแล้วและแช่แข็ง แต่มันก็ทําให้กานซูตกใจมาก โดยทั่วไปแล้วพวกเขาจะทําให้อาหารเย็นในพื้นที่เก็บความเย็นที่เต็มไปด้วยพลังเวทย์ด้วยวิธีนี้ พวกเขาจะทําให้เวลาของอาหารอยู่ได้นานขึ้นและมันก็น่าจะทําให้พวกเขาได้กินเมื่อถึงฤดูร้อนด้วย
กานซูมองที่กองอาหารอยู่พักหนึ่งก่อนที่เขาจะหันไปหาเจ่าไห่และพูดว่า “ดีจริงๆ นายน้อย เจ้ามีสิ่งที่ดีมากจริงๆ ด้วยอาหารทะเลเหล่านี้เราสามารถสร้างชื่อเสียงให้ตระกูลบูดาได้และจะต้องดีมากแน่ๆ”
เมื่อเมแกนเห็นท่าทางของกานซูเมแกนก็ยิ้มและพูดว่า “ดูสิ คุณปู่กาน หนูบอกแล้วว่าพี่ไหมของดี ให้คนเอาอาหารไปเถอะมิงั้นพวกมันก็จะละลาย เราก็ไปกันเถอะ หนูกับลอร่าจะไปสํารวจปราการนี้ก่อน”
กานซูไม่ได้ห้ามพวกเขา เขาพยักหน้าแล้วพูดว่า “ไปเถอะ เจ่าไห่ เจ้าไม่ต้องไปกับพวกเธอหรอก มากับข้ามาดื่มกับข้าหน่อย”
เจ่าไห่พยักหน้าอย่างเงียบๆ เมแกนและคนอื่นๆ หัวเราะเบาๆ ขณะที่พวกเธอเดินออกไป กานซูไม่ได้เกรงใจเจ่าไห่ ในขณะที่เขาพาเขาไปที่ห้องครัว เขาให้พ่อครัวทําอาหารให้กับพวกเขา ขณะที่เขาหยิบไวน์หนึ่งขวดและนั่งกับเจ่าไห่เพื่อดื่ม
ในอดีตเจ่าไห่จะดื่มไวน์กับเพื่อนเก่าของเขา เขาจะไม่ดื่มมากเกินไปและจะสนุกกับการคุยเท่านั้นมันรู้สึกดีมาก แต่เมื่อเขามาถึงที่จักรวรรดินี้เขาไม่สามารถสัมผัสกับโอกาสเช่นนั้นได้ และตอนนี้กานซูทําให้เจ่าไห่รู้สึกอบอุ่น
กานซูและเจ่าไห่ดื่มไวน์อย่างสบายๆ และกินกับข้าวพวกเขามีช่วงเวลาที่ดีมาก แม้ว่ามันจะเป็นวันหยุดและทุกคนในป้อมก็ค่อนข้างยุ่งกานซูก็เป็นข้อยกเว้น เขาจะมอบหมายงานให้คนรับใช้ ของเขาและจะตรวจสอบความคืบหน้าเป็นครั้งคราว ด้วยเหตุนี้เขาจึงไม่ว่าง ยิ่งกว่านั้นคนรับใช้ ของเขายังเป็นลูกทาสพวกเขาไม่มีความคิดเชิงลบต่อเขามากนัก ท่าให้ชีวิตของกานซูค่อนข้างสบายใจ
จบบทแล้วนะครับ ขอบคุณที่ติดตามนะครับ บ้าย…บาย