Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ) - บทที่ 452 - ธรรมดา
- Home
- All Mangas
- Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ)
- บทที่ 452 - ธรรมดา
บทที่ 452 – ธรรมดา
ดาเรียลเล่นกับไม้เท้าภูติอยู่สักพัก และในที่สุดเขาก็หันไปหาเจ่าไห่และพูดว่า “เจ่าไห่ เจ้าไม่รู้เหรอว่าไม้เท้านี้อยู่กลับใครมันจะกลับไปหาคนนั้นเสมอ ไม่เชื่อเจ้าก็ลองทําดูสิ”
เจ่าไห่ยิ้มและพยักหน้า เมื่อเขาเห็นดาเรียลจับไม้เท้าของเขาแน่นมากๆ เจ่าไห่ยิ้มและด้วยความตั้งใจของดาเรียลเขาก็รู้สึกสบายใจมากขึ้น จากนั้นไม้เท้าก็หายไปจากมือของดาเรียล และไปอยู่กับเจ่าไห่
สมิทและอีกสองคนที่มองอยู่นั้นพวกเขาก็ไม่รู้ว่ามันเป็นเช่นนั้นได้ยังไง แต่พวกเขาก็มองตอนนี้พวกเขาเพิ่งได้เห็นว่าไม้เท้าของเจ้าไม่ได้หายไปจากมือของดาเรียลและจากนั้นก็อยู่กับเจ่าไห่ พวกเขาอาจจะต้องได้เห็นอีกหลายอย่าง แต่นี่ก็เป็นสิ่งที่พวกเขาได้เห็นเป็นครั้งแรก
หลังจากนั้นสมิทและคนอื่นๆ ก็เริ่มมองหน้ากัน จากนั้นพวกเขาก็มองด้วยความประหลาดใจไปที่เจ่าไห่ เมื่อพวกเขาเห็นหน้าของเจ่าไห่ก็ยิ้มและพูดว่า “สิ่งนี้มันเกิดขึ้นได้อย่างไรมันเป็นเรื่องที่ไม่ธรรมดาเลย แม้ว่าข้าจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นข้าก็ยังไม่เคยเห็นความสามารถของไม้เท้าแบบนี้มาก่อนเลย”
สมิทพยักหน้าและพูดว่า “งั้นก็นี่สินะ มันก็ไม่น่าแปลกใจเลยที่ความแข็งแกร่งของพลังเวทย์ของเจ้าเพิ่มขึ้นในเวลาไม่นานเลย มันน่าจะเป็นเพราะเหตุนี้”
เจ่าไห่พยักหน้า ไมค์ผู้ที่นั่งถัดไป เขาหันไปหาเจ่าไห่และพูดว่า “นายน้อยเจ่าไห่ เจ้าแข็งแกร่งอยู่ในระดับไหนแล้วตอนนี้”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “ข้าเองน่าจะอยู่ในระดับที่ 8 เพราะว่าข้าเองสามารถใช้พลังเวทย์ได้ถึงระดับที่ 8 ได้”
สมิทรู้สึกตกใจมากเพราะเขาไม่คิดว่าเทพผู้มีพลังระดับ 8 จะสามารถทําเรื่องเช่นเจ่าไห่ได้ สมิทรู้สึกตื่นเต้นมากขึ้นเขายิ้มและพูดว่า “ไม่แปลกใจเลยที่เจ้าชายที่สามถึงทําดีต่อเจ้า เพราะความสามารถของเจ้านี่เอง”
เจ่าไห่พยักหน้าและพูดว่า “เจ้าชายที่สามรู้ถึงพลังของข้า นั่นคือเหตุผลที่เขาต้องการทําดีกับข้า แม้ว่าข้าจะเห็นด้วยข้าก็ไม่ใช่คนรับใช้ของเขาจริงๆ แต่สิ่งที่เขามีคือพันธมิตรที่ธรรมดาเท่านั้น ข้าช่วยเขา เขาก็ช่วยเหลือข้า เหมือนว่าเป็นเพื่อนกันมากกว่าหรือเรียกได้ว่าเป็นที่ปรึกษา”
ที่ปรึกษานั้นพบบ่อยได้ในกลุ่มของขุนนาง คนเหล่านี้เหมือนกับคนที่มาจากที่อื่นๆ แต่พวกเขาก็ช่วยเหลือกัน พวกเขาจะมีความสัมพันธ์กันแค่ในเวลาทํางานเท่านั้น แต่ถ้าหากมีอะไรที่พวกเขาไม่ถูกกันพวกเขาก็สามารถแยกจากกันได้
ที่ปรึกษาในจักรวรรดิอื่นมักเป็นที่รู้กันดีว่าไม่เพียงแต่พวกเขาจะต้องเข้มแข็งเท่านั้นพวกเขาน่าจะมีความสามารถพอที่จะให้ความคิดและคําแนะนําแก่ขุนนาง พวกเขาก็จะได้รับความเคารพจากคนในตระกูลนั้นๆ
สมิทพยักหน้าและพูดว่า “ใช่แล้ว มันเป็นเรื่องที่ดีที่เจ่าไห่เลือกที่จะไม่ขายตัวเองให้กับเจ้าชายที่สามไม่เช่นนั้นเรื่องมันก็จะลําบากมากเอาล่ะไม่ต้องพูดถึงเรื่องนี้อีกแล้ว มาดื่มกันเถอะ”
จากนั้นพวกเขาก็มุ่งหน้าไปที่ห้องอาหาร เมื่อพวกเขาไปถึงสมทก็เชิญพวกเขาให้นั่งลง ภรรยาของสมิทและเมแกนเข้ามาในห้องด้วย จริงแล้วพวกเธอจะต้องออกไป
หลังจากคนรับใช้จัดอาหารและไวน์แล้ว สมิทซึ่งนั่งลงอยู่ในที่นั่งของเขา เขายิ้มและหยิบแก้วไวน์ของเขาขึ้นและพูดว่า “วันขอบคุณพระเจ้าใกล้เข้ามาแล้วพี่น้องของเราแทบจะไม่มีเวลากินอาหารด้วยกันเลย อันที่จริงข้าได้เชิญน้องคนที่ห้ามา แต่เขามีปัญหากับเจ่าไห่ดังนั้นเขาจึงเลือกที่จะไม่มาข้าไม่สามารถจัดการเรื่องนี้ได้ ที่ข้าได้ให้ทุกคนมาในวันนี้ข้าไม่ได้มีเหตุผลอื่นนอกจากให้มาพบกับเจ่าไห่และแนะนําให้รู้จัก ด้วยวิธีนี้มันอาจจะทําให้เรื่องไม่ดีที่จะทําต่อกันไม่เกิดขึ้นในอนาคต”
เจ่าไห่หยิบแก้วของเขาขึ้น เขามองคนอื่นๆ เมื่อปีเตอร์และคนอื่นๆ มองไปที่เจ่าไห่พวกเขาก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะ แม้ว่าพวกเขาจะต้องสู้กันเองเพื่อตําแหน่งของผู้เฒ่า แต่พวกเขาก็เป็นคนฉลาดและรู้ว่าพวกเขาไม่สามารถทําร้ายตระกูลแคลซีได้เหมือนจูเหวิน นี่คือเหตุผลที่จุเหวินค่อนข้างห่างไกลกับพี่น้องของเขา จูเหวินเป็นคนที่ไม่ค่อยมาพบปะกับพี่น้องคนอื่นๆ
ไมค์มองไปที่เจ่าไห่ด้วยรอยยิ้มพร้อมกับพูดว่า “แม้ว่าข้าจะได้พบกับเจ่าไหในวันนี้ข้าก็ได้ยินเรื่องเกี่ยวกับเจ้ามาบ้างแล้ว ข้าแน่ใจว่าถ้าน้องชายข้าไม่ได้ไปหาเรื่องเจ้าก่อน มันก็ไม่น่าจะมีเรื่องที่เกินขึ้นและถ้าลกที่สามไม่ส่งทหารไปพวกของเจ่าไห่ก็จะไม่ต้องสูญเสียทหารไป”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “ลุคนที่สี่ดีกับข้า ข้าคนนี้เป็นรุ่งน้องที่ไม่มีประสบการณ์ข้าไม่สมควรได้รับคําชมของท่าน”
ไมค์ยิ้มและพูดว่า “เจ่าไห่ เจ้าไม่จําเป็นต้องเกรงใจ เจ้าเป็นคนที่น่ายกย่องมิฉะนั้นตระกูลบูดา จะไม่ถึงระดับสูงสุดในเวลาอันสั้น พอเถอะเรามาดื่มกันดีกว่า”
สมิทและคนอื่นๆ หยิบเอาแก้วไวน์ของพวกเขาและดื่มไวน์ มันเป็นไวน์ที่ดีเพราะสิ่งที่พวกเขาดื่มคือไวน์นมของเจ่าไห่ ไวน์นมนี้ผลิตขึ้นมาอย่างดี ดังนั้นมันจึงไม่ได้แรงเกินไป ดังนั้นพวกเขาจึงสามารถดื่มไวน์ได้ภายในครั้งเดียว
ปีเตอร์กับคนอื่นๆ ไม่ได้พูดถึงเรื่องของตระกูลมากเกินไปพวกเขาแค่พูดถึงชีวิตประจําวันของพวกเขาเหมือนกับที่พี่น้องทํา สิ่งนี้ทําให้เจ่าไห่สับสนเขาไม่เข้าใจวัตถุประสงค์ของการพูดคุยครั้งนี้ พวกเขามาที่นี่เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับความรู้สึกของพวกเขาหรือไม่?
หลังจากนั้นไม่นาน หลังจากที่ได้พูดคุยเกี่ยวกับกิจกรรมประจําวันของพวกเขา เจ่าไห่ก็ค่อยๆเข้าใจ แม้ว่าพี่ชายเหล่านี้จะสุภาพต่อกันในตอนท้ายพวกเขายังคงต่อสู้กันเองเพื่อเป็นที่นั่งของผู้เฒ่า ดังนั้นโดยธรรมชาติพวกเขาจะไม่พูดอะไรมากในเรื่องของพวกเขาและเสี่ยงที่จะให้คนอื่นมีโอกาสที่จะก้าวไปข้างหน้า สิ่งนี้จะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ของพวกเขา ดังนั้นการพูดครั้งนี้เป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่พวกเขาสามารถทําได้
ขณะนั่งอยู่ที่นั่นเจ่าไห่มองสมิทและคนอื่นๆ ที่กําลังพูดอย่างสงบ เขาอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจคนเหล่านี้แสดงความใจดีต่อกันมาก แต่เขารู้ว่าเมื่อจบแล้วพวกเขาจะกลับไปแข่งขันกับคนอื่น สิ่งนี้ทําให้เจ่าไห่คิดถึงความหน้าซื่อใจคด
หลังจากกินข้าวแล้วเจ่าไห่และสมิทก็พาทั้งสามคนออกไป หลังจากนั้นพวกเขากลับไปที่ห้องนั่งเล่นพร้อมกับคนอื่นๆ เมื่อพวกเขานั่งลงสมทมองไปที่เจ่าไห่และพูดว่า “เจ่าไห่ เจ้าคิดว่าไง”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “จากสิ่งที่ข้าได้เห็นมันเป็นสิ่งที่ดีมาก ทุกคนต่อสู้ซึ่งกันและกัน แต่ต้องขึ้นอยู่กับความสามารถนอกเหนือจากการช่วยเหลือจากภายนอกนี่คือสาระสําคัญของการแข่งขันที่ดี ข้าคิดว่านี่เป็นสิ่งที่ดีมากมีเพียงพรสวรรค์เท่านั้นที่จะทําให้ตระกูลแคลซีดีขึ้นในอนาคต”
สมิทมองไปที่เจ่าไห่และพยักหน้า “เจ้าสังเกตได้ดีเจ่าไห่ อันที่จริงนอกจากผู้เฒ่าของตระกูล แล้วยังมีพวกบังคับใช้กฎหมายของตระกูลอีกด้วยพวกเขาควบคุมโดยพวกเทพผู้มีพลังระดับ 9 ของตระกูลโดยตรง ไม่มีอํานาจเหนือพวกเขาเพราะเหตุนี้แม้ว่าหน้าที่หลักของตระกูลกําลังต่อสู้กับที่นั่งพวกเขาไม่สามารถไปไกลได้ในการเผชิญหน้ากับพวกผู้ใช้กฎหมาย เจ่าไห่ ตระกูลบูดาของเจ้ายังคงดิ้นรนแม้ความแข็งแกร่งของเจ้า ที่ทําให้ตระกูลเกิดใหม่ เจ้ามีอะไรมากมายให้เรียนรู้ในตระกูลแคลซีของเราด้วยวิธีนี้ในอนาคตเจ้าจะไม่รู้อะไรเลยเมื่อก้าวไปข้างหน้าเข้าใจไหม?”
เจ่าไห่พยักหน้า “ข้าเข้าใจ ท่านไปพักผ่อนเถอะวันนี้เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว”
สมิทมองไปที่เจ่าไห่และถอนหายใจ “ตระกูลบูดาของเจ้าติดต่อกับจักรวรรดิอาร์ซูในอดีต ถ้าเจ้าดําเนินการต่อในลักษณะนี้ตระกูลของเจ้าจะไม่ดีขึ้น แต่เนื่องจากความหายนะของเจ้าในครั้งนี้ ความสัมพันธ์กับจักรวรรดิอาร์ซูมาถึงแล้วตระกูลของเจ้าสามารถอยู่รอดไปได้อีกพันปี”
เจ่าไห่มอง เขาไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้จริงๆ เขาก็รู้สึกว่าเขาขาดความมั่นใจ เขาเป็นเพียงคนโง่ ตอนนี้มีคนบอกให้เขาสร้างตระกูลให้ยิ่งใหญ่ แม้ว่าเขาจะมีมิติแต่เขาก็ยังไม่มั่นใจ
สมิทเห็นความลังเลใจของเจ่าไห่และพูดอย่างจริงจังว่า “เจ่าไห่อย่าโทษข้า ถ้าขาบอกกับเจ้ามากเกินไป เจ้ามีความสามารถเป็นผู้นําที่มีความสามารถ และเป็นคนนิสัยดีแต่ก็มีปัญหาเพียงอย่างเดียวก็คือเจ้าไม่มีความมั่นใจ เจ้ามักจะทําการเคลื่อนไหวที่ไม่ดีและแก้ไขผลที่ตามมาภาย หลังแม้ว่าเจ้าจะสามารถแก้ไขได้ในภายหลังเจ้าก็ยังคงเสียโอกาสและนั่นมันไม่ใช่เรื่องที่ดีเลย”
เจ่าไห่มองสมิทและยิ้มพร้อมกับพูดว่า “ข้ารู้ แต่ข้าไม่มีทางเลือกอื่นนั่นเป็นตัวตนของข้า ท่านอาจไม่รู้เรื่องนี้ แต่ตระกูลบูดาไม่ได้มีอะไรมากมายตอนนี้เราไม่มีคนมากมายที่จะทําฟาร์ม ทาส มนุษย์ที่เราซื้อก็มีแค่ 1,000 คนเท่านั้นข้าคิดว่ามันก็ยังมีคนน้อยเกินไปในตระกูล นอกจากนี้พวกเขาบ้างคนก็ไม่สามารถออกไปไหนได้”
สมิทพยักหน้าแล้วมองไปที่เจ่าไห่และพูดว่า “วิธีการของเจ้าเป็นสิ่งที่ดีมาก พ่อกําลังเตรียมที่จะใช่ในตระกูล โรงงานของเจ้าใช้แผนการที่ดีมากๆ”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “ข้าจะไม่เก็บอะไรไว้กับท่าน แม้ว่าวิธีการๆ ผลิตจะให้ประสิทธิภาพในการผลิต แต่ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตนั้นมีคุณภาพมาตรฐานทั้งหมดมีบางสิ่งที่ไม่ต้องการการผลิต ผลิตแบบเดิมมันทําได้ดีกว่ามากถึงแม้ว่าจะผลิตแบบช้า แต่คุณภาพดีกว่าและโดยทั่วไปจะมีความทนทานมากขึ้นทําให้ท่านสามารถเรียกเก็บเงินในราคาที่สูงกว่าสําหรับพวกเขาคนอาจไม่รู้สึก แต่พวกเขาจะรู้ช่า พวกเขาชอบสิ่งที่ผลิตในวิธีเก่ามากกว่า มันเป็นเพราะข้าไม่มีทางเลือกอื่น เพราะข้าจะต้องหันไปทําเช่นนั้นแทน”
สมิทยิ้มและพูดว่า “นั่นเป็นวิธีที่ดี แต่เจ้าพูดถูก มันไม่มีทางที่ตระกูลแคลซีของเราจะผลิตสินค้าที่มีคุณภาพสูงอย่างเจ้า เพราะสินค้ามากมายที่เราทําถ้าใช้กับการทํางานเป็นขั้นตอนจะเป็นเรื่องที่ดี สําหรับโรงงานของข้า”
เจ่าไห่พยักหน้าและพูดว่า “เป็นเพราะเหตุนี้เองที่ตระกูลบูดาของเราไม่สามารถจัดการแบบเดียวกับที่เจ้าทําอยู่ที่นี่ ข้าสามารถพูดได้ว่าข้อดีของตระกูลบุดาของเราคือจุดนั้นดังนั้นข้าไม่กล้าเสี่ยงเลย”
สมิทพยักหน้าและพูดว่า “สิ่งที่เจ้าพูดถูกต้อง ไม่ต้องกังวลเจ้าสามารถทํางานได้อย่างช้าๆ หลังจากนี้ตอนนี้เจ้าอยู่ในระดับ 8 เจ้ายังมีเวลาเหลืออีกหลายปีตราบใดที่เจ้าสร้างการเคลื่อนไหวที่ถูกต้องมันจะทําให้ตระกูลไปได้ดี”
เจ่าไห่พยักหน้า แต่เขาก็ถอนหายใจ “ข้าไม่กล้าคิดในสิ่งเหล่านี้มาก่อนข้าไม่รู้ว่าข้าจะอยู่กับน้ําแห่งชีวิตได้นานแค่ไหน แต่ตอนนี้พิษก็ได้หายไปแล้ว” สมิทรู้ดีว่าน้ําแห่งชีวิตนั้นร้ายแรงมาก ผลกระทบของมันจะส่งลงมาถึงลูกหลานของเจ้า
เจ่าไห่ก็ส่ายหัวแล้วพูดว่า “ท่านพ่อหลังจากฉลองแล้ว ข้าเตรียมที่จะมุ่งหน้ากลับทะเลและไปรับสินค้าเพิ่มเติมสําหรับชาร์ลี หลังจากนั้นข้าจะไปทุ่งหญ้าข้ายังคงมีอะไรให้ที่ต้องทํามากมาย
สมิทพยักหน้าแล้วพูดว่า “ข้าไม่ได้ห้าม แต่ถ้าเจ้ามีธุรกิจที่ต้องทําแต่เจ้าก็ไม่ควรลืมเรื่องเมืองสกาย”
เจ่าไห่ยิ้มแล้วพูดว่า “ใช่แล้ว เรากําลังคิดจะเปิดร้านที่เมืองหลังจากนี้ด้วย ข้าจะให้เมแกน จัดการเรื่องนี้ข้าจะให้เธอคุยกับท่านในภายหลัง”
เมื่อเขาได้ยินเท่าไห่พูด สมิทก็อดไม่ได้ที่จะมองเจ่าไห่และพูดว่า “เจ้าต้องการให้เมแกนดูแลร้านของเจ้าในเมืองสกาย? เธอไม่มีประสบการณ์มาก่อนในเรื่องนี้”
เมแกนเคยทําให้เจ่าไห่เห็นอย่างน่าแปลกใจ พวกเขาไม่ได้คิดว่าเจ่าไห่จะให้เมแกนรับผิดชอบอะไรบ้างอย่างในอดีตเมแกนเป็นเจ้าหญิงที่อ่อนโยนของตระกูล พวกเขาจะให้เธอไปกินเล่น และเดินไปรอบๆ แต่ตอนนี้เจ่าไห่ต้องการให้เธอทําธุรกิจจริงๆ
เจ่าไห่มองไปที่หน้าที่น่าประหลาดใจและยิ้มพร้อมกับพูดว่า “ไม่เป็นไรข้าได้พูดคุยเรื่องนี้กับเมแกนแล้วเธอเติบโตขึ้นมาในเมืองสกายตั้งแต่วัยเด็กเธอคุ้นเคยกับสถานที่แห่งนี้มากที่สุดดังนั้น ข้าจึงตัดสินใจปล่อยให้เธอจัดการธุรกิจ นอกจากนี้ข้ายังคิดว่าเธอชอบที่จะทํามัน”
สมิทยิ้ม เขาไม่ได้คิดว่าเมแกนจะทําเรื่องนี้ได้ หญิงสาวผู้อ่อนโยน แต่ต้องมารับกับงานที่ยิ่ง ใหญ่
เจ่าไห่หันไปหาสมิทและพูดว่า “มันช้าไปแล้วที่ข้าจะเลิกความคิดนี้”
สมิทพยักหน้าจากนั้นเจ่าไห่ก็คํานับเขาก่อนออกไป คริสมองสมิทแล้วพูดว่า “พ่อเจ่าไห่ ดูเหมือนจะไม่ไว้ใจเรา ทําไมเขาไม่บอกที่ตั้งของพวกเขา?”
สมิทยิ้มและพูดว่า “เช่นเดียวกับที่เขาพูดตระกูลบูดายังค่อนข้างอ่อนแอด้วยเหตุนี้เขาไม่สามารถรับความเสี่ยงใดๆ ได้มิฉะนั้นตําแหน่งของพวกเขาจะถูกบุกรุกจนทําให้เกิดจุดจบ อย่างไรก็ตาม ข้าคิดว่าที่อยู่ของพวกเขาไม่น่าจะอยู่ไม่ไกลจากทุ่งหญ้าไม่เช่นนั้นเขาจะไม่ไปที่ทุ่งหญ้าด้วยความบังเอิญและรับทาสจํานวนมากกลับมา”
คริสพยักหน้า “เจ่าไห่มีเรื่องกับกิลแห่งความสว่างก่อนหน้านี้หนึ่งในกองกําลังที่ทรงอิทธิพลที่สุดในจักรวรรดินี้ไม่มีที่อื่นให้ไปตระกูลของเขานอกจากที่อยู่ใกล้กับทุ่งหญ้า”
สมิทพยักหน้าแล้วพูดว่า “เจ้าให้ความสนใจกับงานเลี้ยงอันสูงส่งที่เกิดขึ้นในเมืองหลวงหาที่ที่เรามีความสัมพันธ์ที่ดีด้วยเพื่อเจ่าไห่ที่ต้องเข้าร่วมงานเลี้ยงมากมายเพื่อสร้างตัวเองไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม เจ่าไห่หมั้นกับเมแกนเพื่อผลดีของเมแกน เราต้องช่วยให้ตระกูลบูดาประสบความสําเร็จหากตระกูลบูดาไปได้ดีเมแกนจะมีชีวิตที่มีความสุข” ทั้งสองพยักหน้าแล้วหันหลังให้กัน และและเดินออกไป