Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ) - บทที่ 450 - งานเลี้ยง
- Home
- All Mangas
- Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ)
- บทที่ 450 - งานเลี้ยง
บทที่ 450 – งานเลี้ยง
เมื่อเจ่าไห่เดินเข้ามาในลานบ้าน ก็มีคนรับใช้คนนึ่งเดินเข้ามาหาเขาทันที และเขาก็พาเจ่าไห่ไปยังสถานที่ที่สมิทได้เตรียมไว้เพื่อพวกเขา มันเป็นสถานที่ที่ใหญ่มากๆ ข้างในนั้งมีสนามหญ้าเล็กๆ ไว้สําหรับพักผ่อน
คนรับใช้ปล่อยเจ่าไห่ไว้หลังจากที่เขาพาเจ่าไห่มาที่ลานบ้านแล้ว เจ่าไห่ผลักประตูเปิดออกและเขาก็เห็นชิวและซูกะ เมื่อทั้งสองคนเห็นเจ่าไห่พวกเขาก็พูดขึ้นมาทันทีว่า “นายน้อยกลับมาแล้ว”
เมื่อคนอื่นๆ ได้ยินเช่นนั้นพวกเขาก็หันไปมองที่เจ่าไห่ ดูเหมือนว่าตอนนี้ลอร่าและคนอื่นๆ จะได้ใส่เสื้อผ้าที่สบายๆ เจ๋าไม่รู้สึกปะหลาดใจมากเมื่อเขาเห็นเมแกน
เจ่าไห่ทักทายทุกคนก่อนที่เขาจะเดินไปนั่งลง เมื่อเมแกนเห็นเจ่าไห่เธอก็พูดขึ้นมาทันทีว่า “พี่ไห่ ตระกูลของฉันเป็นอย่างไรบ้าง?”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “ไม่ได้มีอะไรพิเศษเลย พี่สบายดีมากพวกเขาไม่สามารถทําอะไรพี่ได้หรอก เธอพอจะมีเวลาพาพี่ไปหาปู่กานซูไหม? พี่มีอาหารที่ได้จากทะเลที่จะเอาไปให้ปู่กานซู”
เมแกนพยักหน้าและพูดว่า “ได้สิ..เราจะไปหาปู่กานซูที่หลัง พี่ไห่วันนี้พี่เจออะไรบ้างที่ห้องโถ่ง?”
เจ่าไห่มองไปที่เมแกนและรู้ว่าถ้าเธอไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในวันนี้ เธอก็จะไม่สบายใจ เจ่าไห่ก็เลยไม่มีทางเลือกนอกจากบอกเมแกนและคนอื่นๆ เกี่ยวกับเรื่องที่เขาเจอในวันนี้
เมื่อเมแกนได้ยินเรื่องที่เจ่าไห่พูด เธอก็พูดว่า “คนที่สามก็เป็นคนเช่นนั้นแหละ ในอดีตเขาต้องการให้ฉันแต่งงาน แต่ก็ต้องขอบคุณพ่อและปู่ที่จัดการเรื่องนี้ให้ฉัน แต่มันก็ไม่อาจจะทําให้อะไรดีขึ้นมากนัก คนที่สามมีความยิ่งใหญ่มาก เขามีความสัมพันธ์ที่ดีกับคนในตระกูลจํานวนมาก มันก็เลยทําให้พวกเขากดดันพ่อและปู่ของฉันตลอดเวลา เหตุผลที่ไม่ได้ต่อต้านารแต่งงานของเรามันก็เป็นเพราะเรื่องนี้เหมือนกัน”
เจ่าไห่พยักหน้า เขารู้ว่าสิ่งเหล่านี้มีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นในตระกูลที่ยิ่งใหญ่นี้ เนื่องจากความโลภของคน ผู้คนทั่วไปจะต้องการสิ่งอื่นๆ มากกว่าพวกเขาจะหันไปทําอย่างอื่นๆ เพื่อแก้ความอยากของพวกเขา
จากนั้นเมแกนก็พูดขึ้นมาว่า “เมื่อปูที่ห้าได้ทําเรื่องต่างกับพี่ไห่ เขาก็เสียความโปรดปรานของคุณปู่จนมาถึงตอนนี้ เขาน่าจะเสียใจมากที่ทํากับพี่ แต่เนื่องจากว่าเขาไม่ได้รับการสนับสนุนจาก คุณปู่อาจจะต้องเป็นกังวล”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “พี่ไม่มีอะไรต้องกังวล ด้วยความแข็งแกร่งของพี่ในตอนนี้ ถึงแม้จักรวรรดิโรเซ่นทั้งหมดต้องการที่จะกําจัดพี่มันก็ไม่ใช่เรื่องที่พวกเขาจะทํามันได้”
เมแกนถอนหายใจและพูดว่า “ฉันไม่ห่วงเกี่ยวกับความปลอดภัยของพี่ ฉันเป็นห่วงว่าลูกคนที่ห้าจะรบกวนพี่ จนถึงตอนนี้ตระกูลแคลซีก็ยังไม่อาจที่จะต้านทานการโจมตีของพี่ได้เลย”
ทันทีที่เจ่าไห่และลอร่าได้ยินเมแกนพูด พวกเขาก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะ เมแกนหัวเราะเบาๆ แต่สิ่งที่เธอพูดมันไม่ใช่เรื่องที่ตลกเลย คนของตระกูลแคลซีพวกเขาไม่รู้ว่าเจ่าไห่แข็งแกร่งมากแค่ไหน แต่เมแกนก็รู้ว่าถ้าเจ่าไห่ต้องการที่จะหยุดตระกูลแคลอย่างจริงจัง มันก็แน่อยู่แล้วที่เจ่าไห่จะจัดการกับเรื่องนี้ได้
หลังจากที่หัวเราะ ลอร่าหันหน้าไปหาเจ่าไห่และพูดว่า “พี่ไห่ พี่น่าจะเตรียมตัวสําหรับวันพรุ่งนี้ ฉันคิดว่าพี่น่าจะต้องถูกเชิญให้ไปงานเลี้ยงในอีกหลายๆ แห่งแน่นอน”
เจ่าไห่มองแล้วเขาก็ขมวดคิ้วและพูดว่า “งานเลี้ยง? พี่จะไม่ไปงานเลี้ยงเหล่านั้นได้หรือไม่?”
เมแกนตอบเจ่าไห่ว่า “มันคงเป็นเรื่องยาก ตระกูลแคลซีไม่ใช่ตระกูลเดียวที่จัดงานเลี้ยงตระกูลขุนนางอื่นๆ ก็มีงานเลี้นงด้วยเช่นกัน เจ้าชายชาร์ลีก็จัดงานเลี้ยงด้วยเช่นกัน แม้ว่าพี่จะไม่ไปงานเลี้ยงของตระกูลอื่นๆ แต่พี่จะกล้าปฏิเสธคําเชิญของชาร์ลีงั้นเหรอ? ฉันคิดว่าพี่ควรเข้าร่วมงานเลี้ยงหลายๆ งานเพราะมันจะเป็นประโยชน์ต่อตระกูลบุดา มันเป็นเรื่องที่สําคัญอย่างมาก สําหรับกองทัพในตอนนี้”
เจ่าไห่พยักหน้าและก็ถอนหายใจ นี่เป็นฝัร้ายของคนโง่พวกเขาไม่ต้องการที่จะเข้าสังคมเลย สําหรับเจ่าไห่แล้วงานเลี้ยงเหล่านี้ก็เหมือนกับความเจ็บปวดในตูด
แต่สิ่งที่เมแกนพูดก็เป็นเรื่องจริงๆ สําหรับคนชั้นสูงงานเลี้ยงเป็นเรื่องปกติ แต่มันก็เป็นเหมือนหายนะของเจ่าไห่
ลอร่ามองหน้าของเจ่าไห่และยิ้มพร้อมกับพูดว่า “พี่ไห่ อย่ากังวลเลยถ้าพี่ไม่ชอบจริงๆ ในการจัดงานเลี้ยงเหล่านั้นพี่ก็สามารถเลือกที่จะไม่ไปได้ ความแข็งแกร่งของตระกูลบูดาค่อนข้างสูงอยู่แล้ว แม้ว่าพี่จะไม่ไปร่วมงานเหล่านั้น มันก็ยังคงมีคนคิดที่จะเข้าหาพี่อยู่แล้ว”
เมแกนก็ไม่ได้ต่อต้านความคิดของเจ่าไห่ แต่เธอก็พูดออกมาว่า “ความแข็งแกร่งของตระกูลบูดาในตอนนี้ แน่นอนว่าเราก็สามารถเลือกที่จะร่วมงานเลี้ยงไหนก็ได้ แต่ปัญหาที่สําคัญเลยก็คือ ตอนนี้ความแข็งแกร่งของเรายังไม่ได้มีใครรู้ถึงมันมากนัก เราอาจจะจัดการกับเทพผู้มีพลังระดับ 9 ที่เพอร์เวลล์ได้ แต่คนส่วนใหญ่ในจักรวรรดิก็คิดว่าเซนต์แห่งตระกูลเพอร์เซลล์เป็นคนจัดการกับเทพผู้มีพลังระดับ 9 แล้วฉันก็คิดว่าเราก็น่าจะไปร่วมงานเหล่านั้น”
เจ่าไห่หันหน้าไปหาลอร่าที่กําลังพยักหน้าอยู่ ตอนนี้ตระกูลบดาต้องการให้ตระกูลขุนนางอื่นๆได้รู้ถึงความแข็งแกร่งของพวกเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับกลุ่มขุนนางที่อยู่ชั้นสูง สิ่งที่เจ่าไห่จะต้องทําก็คือการไปงานเลี้ยงเหล่านั้น เพื่อที่ความแข็งแกร่งของตระกูลบุดาจะเป็นที่รู้จัก และในอนาคตพวกเขาก็จะได้มาเป็นพันธ์มิตรกับตระกูลบูดา
เมื่อเห็นว่าลอร่าเห็นด้วย เจ่าไห่ก็พยักหน้าและพูดว่า “งั้นก็ได้..พี่จะไปร่วมงานเหล่านั้น แต่พี่ก็คิดว่าเราก็น่าจะเลือกงานที่จะไปร่วมด้วย พี่ไม่ต้องการที่จะใช้เวลาทั้งหมดไปกับการร่วมงานเหล่านั้นทั้งหมด”
ลอร่ายิ้มและพูดว่า “ไม่ต้องเป็นห่วง พี่จะไม่เสียเวลากับงานเลี้ยงเหล่านั้น เมื่อวันขอบคุณพระเจ้า พวกเราก็คงจะไม่มีเวลาที่จะทําอะไรแน่นอน หลายสิ่งหลายอย่างกําลังรอเราอยู่ที่ทุ่งหญ้า ถึงแม้ว่าพี่ต้องการที่จะเข้าร่วมหลายงานแต่มันก็คงเป็นไปไม่ได้ด้วยเช่นกัน”
ในตอนนี้ก็มีเสียงของซูกะดังขึ้น “ท่านสมิท”
เจ่าไห่มองเขา แต่เขาก็ไม่รู้ว่าสมิทมาทําอะไรในตอนนี้ แต่เขาก็ยืนขึ้นและเดินออกไปข้างนอกพร้อมกับลอร่าและคนอื่นๆ เมื่อเห็นสมิทและเจ้าหญิงเข้ามาในสนามเจ่าไห่ก็ยินดีต้อนรับพวกเขาในห้องนั่งเล่นทันที หลังจากนั่งลงลอร่ากับคนอื่นๆ ก็เสิร์ฟชาทันที
สมิทนั่งจิบชาและมองไปที่เจ่าไห่พร้อมกับพูดว่า “เจ่าไห่ เจ้าทําได้ดีมากในวันนี้ ไม่เพียงแต่เจ้าทําให้ตระกูลบูดามีหน้าตา เจ้าก็ทําให้พ่อภูมิใจเช่นกัน พ่อมีอาหารค่ําสําหรับตระกูลเย็นวันนี้ พ่อจะเชิญพี่ชายคนโต พี่ชายคนที่สามและพี่ชายคนที่สี่มาพร้อมกัน เจ้าควรที่จะไปพวกเขาต้องการที่จะพบกับเจ้าจริงๆ”
เจ่าไห่พยักหน้าและพูดว่า “ได้สิ..ข้าจะไปเมื่อถึงเวลา”
สมิทพยักหน้าและเขาก็ถอนหายใจ พูดออกมาว่า “เจ้าจะไปหาลุงคนที่สามใช่ไหม เรื่องที่เกิดขึ้นมันจะไม่ใช่ปัญหาใช่ไหม? เมื่อเจ้าที่มีเรื่องกับตระกูล พ่อของข้าได้ไปที่เมืองสกายเพื่อเผชิญหน้ากับการแต่งงานของเมแกน ท่านที่สุดเขากลับมาที่นี่ด้วยความประทับใจในเชิงบวกของเจ้า ซึ่งทําให้ผู้เฒ่าในตระกูลไม่พอใจ วันนี้ข้าต้องการให้พี่ชายของข้าได้พบกับเจ้า ตอนนี้พี่ชายถือได้ว่าเป็นแกนหลักของตระกูลทั้งหมด ในหมู่พวกเราต้องเห็นด้วยซึ่งกันและกันตระกูลจะทําอะไรก็ดี ไม่เช่นนั้นตระกูลอาจจะมองเจ้าเป็นคนแปลกหน้าในอนาคต”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “ท่านไม่ต้องเป็นห่วงเกี่ยวกับเรื่องนั้น ข้าจะไม่อยู่ที่นี่นานนัก หลังจากวันขอบคุณพระเจ้าข้าจะต้องเดินทางต่อไป แต่ในวันนี้ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรข้าแค่ออกจากป้อมในเวลานั้น”
สมิทถอนหายใจเขาไม่รู้จะพูดอะไรอีก เขารู้ว่าคนในตระกูลไม่ชอบเจ่าไห่เพราะความดีที่เขามีเกือบทุกคนต้องการที่จะหาเรื่องกับเขา แต่พวกเขาก็ไม่ต้องการเป็นคนแรกที่ทําเช่นนั้น เพราะพวกเขาไม่ต้องการได้รับผลที่จะเกิดขึ้น
สมทกลัวเรื่องนี้แม้ว่าเขาจะไม่รู้จักพลังที่แท้จริงของเจ่าไห่ แต่เขาก็มั่นใจว่ามันน่าจะแข็งแกร่งมากๆ ถ้าคนในตระกูลหาเรื่องเจ่าไห่ขึ้นมาจริงๆ ตระกูลจะต้องเจอกับปัญหาที่ใหญ่มากแน่นอน
เมื่อเมแกนเห็นท่าทางของสมิท เธอก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มและพูดว่า “พ่อมันจะไม่มีปัญหาในป้อม ปู่จะคอยดูแลเราอยู่ข้างนอก ไม่จําเป็นต้องเป็นห่วง พ่อไปดูแลงานเลี้ยงที่จะเกิดขึ้นดีกว่า ดูให้ลูกหน่อยว่างานเลี้ยงไหนที่จะเหมาะกับพี่ไม่?”
สมิทมองอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นเขาก็เข้าใจในทันทีว่าเมแกนหมายถึงอะไรเขาหันไปหาเจ่าไห่และพูดว่า “เจ้าวางแผนที่จะเข้าร่วมงานเลี้ยงหรือไม่? เมื่อมองดูถึงชื่อเสียงของข้าไม่มีใครกล้าที่จะไม่ส่งคําเชิญมา”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “ถ้าข้าเลือกได้ข้าก็ไม่อยากเข้าร่วมเลย แต่ลุงรู้ว่าสถานปัจจุบันของตระกูลเราต้องทําการติดต่อกับอีกสอง สามตระกูล ดังนั้นข้าจึงไม่มีทางเลือก”
สมิทยิ้มและพูดว่า “อย่างที่เจ้าพูดมันก็จริงของเจ้า แต่เอาล่ะข้าจะหาตระกูลที่ดีต่อตระกูลเรา และมันจะเป็นประโยชน์ต่อเจ้า”
เจ่าไห่พยักหน้าและไม่ได้พูดอะไรต่อ เขารู้ว่าด้วยสถานะของตระกูลบูดามีคนไม่มากที่จะไป และริเริ่มที่จะเชิญเขาไปงานเลี้ยง สําหรับสมิทที่จะหาคนที่ใกล้ชิดกับตระกูลแคลซีก็เป็นสิ่งที่ดี อย่างน้อยที่สุดสําหรับคนเหล่านั้นจะมีความคุ้นเคยกับเขา หากเขาไปยังที่ที่เขาไม่รู้จักมันก็ค่อนข้างจะมีบางเรื่องที่น่าเกลียดเกิดขึ้น
สมิทมองไปที่เจ่าไห่และพูดว่า “เอาล่ะ..เราจะเลิกคุยกันก่อน ข้าจะกลับไปและเตรียมพร้อม เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว ข้าจะให้คนมารับเจ้า” เจ่าไห่พยักหน้าแล้วสมิทพร้อมกับเซรีน่าที่กําลังคุยกับลอร่าก็ออกไป
เมื่อมองไปที่สมิทที่เดินไป เจ่าไห่ก็หันหน้าไปหาเมแกนและพูดว่า “เมแกนปู่ของเธอคนที่สอง และสามเป็นคนยังไง?”
เมแกนยิ้มและพูดว่า “พวกเขาเป็นคนที่เข้ากันได้ง่าย โดยเฉพาะลุงคนที่สามของฉันเขาไม่ต้องการอะไรนอกจากการฝึก”
จบบทแล้วนะครับ ขอบคุณที่ติดตามนะครับ บ้าย…บาย