Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ) - บทที่ 448 - ป้อมทหารแห่งภูเขามืด
- Home
- All Mangas
- Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ)
- บทที่ 448 - ป้อมทหารแห่งภูเขามืด
บทที่ 448 – ป้อมทหารแห่งภูเขามืด
ในห้องนั่งเล่นนั้น หลังจากที่ทุกคนนั่งลง ชาร์ลีก็ยิ้มและพูดว่า “ทําไมเจ้าถึงมาถึงที่นี่ในตอนนี้ได้? ข้าได้ยินเรื่องที่เจ่าไห่ทําที่เพอร์เซลล์ ฮ่าๆๆๆๆ มันเป็นเรื่องที่ดีมากๆ เลยด้วยชื่อเสียงของเจ้าที่นั้นจะไม่มีใครในจักรวรรดิที่จะดูถูกเจ้า แต่เจ้าก็ยังคงเป็นเจ้าเหมือนเดิม ดีจริงๆ ข้ากําลังที่จะได้รับตําแหน่งที่สูงขึ้นในจักรวรรดิโรเซ่นด้วย”
เจ่าไห่รู้ดีว่าเหล่าขุนนางนั้นมีเรื่องมากมายในจักรวรรดิต่างๆ พวกเขาน่าจะมีอาณาเขตในจักรวรรดิเหล่านั้น เรื่องนี้ไม่ได้หายากดังนั้นข้อเสนอของชาร์ลีจึงไม่ได้เข้าใจยากมากนัก ท้ายที่สุดไม่ว่าตระกูลบูดาจะมีอาณาเขตในจักรวรรดิอาร์ซู อาณาเขตของพวกเขาก็อยู่ในแดนทมิฬ ดูเหมือนว่าคนอื่นๆ จะมองว่าที่นั่นน่าจะเป็นที่เดียวที่พวกเขาจะอยู่ได้
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “ถ้าเป็นเช่นนั้นข้าก็ต้องขอบคุณท่านมากๆ แต่ตอนนี้ข้าก็มีของที่มาจากเทสซีโบเพื่อที่จะมอบให้กับท่าน ได้โปรดรับมันเอาไว้ด้วยเถอะ” จากนั้นเจ่าไห่ก็วางเสื้อคลมที่ได้จากเทสซีโบมาไว้บนโต๊ะ
ชาร์ลืมองไปที่เสื้อคลุมนั่นและพยักหน้า เขาได้ยินเรื่องนี้จากเทสซีโบแล้ว เขาก็รู้เรื่องนี้ด้วย มันก็เลยทําให้ชาร์ลีไม่ได้ตื่นเต้นอะไรมากนักเมื่อเห็นมัน
ชาร์ลีรู้ว่าเทสซีโบบอกว่าเขาว่าเทสโบเอาเสื้อนี้ให้กับเจ่าไห่ แต่ว่าเจ่าไห่ไม่ได้รับมันไป เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ชาร์ลีก็มองเจ่าไห่และพูดว่า “เจ่าไห่ เจ้าสามารถใส่เสื้อตัวนี้ได้”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “ท่าน ข้าไม่เหมาะที่จะใส่เสื้อตัวนี้เลย ท่านน่าจะเก็บไว้ที่ตัวเอง และตอนนี้ข้าก็ได้เตรียมอาหารที่มาจากทะเลไว้ให้แก่ท่านแล้ว มันเป็นอาหารที่ดีกว่าที่ข้าได้ขาย”
ชาร์ลีรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้เขายิ้มและพูดว่า “งั้นเหรอ..ข้าจะไม่เกรงใจแล้ว แต่ข้าก็มีบางอย่างที่จะให้เจ้าเหมือนกัน เพราะว่าสินค้าที่เจ้าเอามาจากทะเลมันให้ผลกําไรที่เยอะมากๆ อย่างน้อยก็ให้ข้าได้แสดงคําขอบคุณกับเจ้าจริงๆ”
เจ๋าไร่ก็ยิ้มและพูดว่า “เจ้าชายท่านไม่ต้องทําเช่นนั้นก็ได้ แค่เพียงท่านได้กําไรมาก ข้าก็จะได้รับเงินจํานวนมากเช่นกัน ที่ข้ามาในวันนี้เพื่อมาหาท่านในวันขอบคุณพระเจ้าเท่านั้น เพราะว่าตอนนี้พวกข้าจะต้องยุ่งมากแน่ๆ เพราะหลังจากปีใหม่ไวน์ของข้าจะวางขายในตลาด ในเวลาเดียวกัน ธุรกิจของข้ากับชาวเผ่าที่ทุ่งหญ้าก็จะเริ่มขึ้น ข้าหวังว่าท่านอาจจะต้องเตรียมตัวไว้เช่นกัน ข้าไม่ต้องการให้ท่านต้องมีความวุ่นวายมาก เพราะมันอาจจะทําให้ท่านต้องเสียเงินเป็นจํานวนมากแน่ๆ ข้าเองก็ไม่ได้ต้องการให้มันเป็นเช่นนั้น
ชาร์ลีหัวเราะและพูดว่า “มั่นใจได้เลย ข้าสามารถจัดการได้ไม่ปัญหาที่ข้าจัดการไม่ได้ ข้าจะปล่อยให้เรื่องเช่นนั้นเกิดขึ้นได้ยังไง ไม่มีทางที่มันจะเป็นเช่นนั้น
เจ่าไห่พยักหน้าจากนั้นเขาก็มองดูท้องฟ้าและพูดว่า “เจ้าชายข้าจะต้องไปหาตระกูลแคลซีต่อ ข้าคิดว่ามันจะไม่ดีนักถ้าขาใช้เวลานานเกินไปเพื่อแค่เอาของมาให้ แต่เมื่อข้าหาเวลาว่างได้ข้าจะมาหาท่านและอยู่กินอาหารไปกับท่านด้วย”
ชาร์ลียิ้มและพูดว่า “ดีจริงๆ ข้ารู้ว่าเจ้ายุ่งมากแค่ไหน ข้ายินดีที่จะต้อนรับเจ้าตลอดเวลา” จากนั้นเจ่าไห่ก็พยักหน้าและเดินออกไปข้างนอกพร้อมกับเมแกนและคนอื่นๆ
ชาร์ลีเดินไปส่งเจ๋าไร่ที่รถลากของเขาและก็ยังให้เหล่าอัศวินนําทางพวกเขาไปยังป้อมทหารแห่งภูเขามืด ตระกูลแคลซีเป็นตระกูลใหญ่ของจักรวรรดิโรเซ่น แต่ที่อยู่ของพวกเขาไม่ได้อยู่ในเมือง แต่กับอยู่บนภูเขา ที่อยู่ของพวกเขาอยู่ในสถานที่ที่เรียกว่าภูเขามืดและคฤหาสน์ที่พวกเขาสร้างขึ้นนั้นเรียกว่าป้อมทหารแห่งภูเขามืด จริงๆ แล้วตระกูลแคลลีมีคฤหาสน์เล็กๆ ในเมืองคาร์สัน แต่ส่วนใหญ่นั้นถูกดูแลโดยคนรับใช้และตระกูลก็ยังได้ขยายที่อยู่ไปยังที่อื่นๆ แต่จริงๆแล้วที่ที่พวกเขาไปอยู่จริงๆ ก็คือป้อมทหารแห่งภูเขามืด
เจ่าไห่และคนอื่นๆ ก็ต้องนั่งรถม้าจากเมืองคาร์สันไปที่ป้อมทหารแห่งภูเขามืด แต่โชคดีที่ป้อมนั้นอยู่ไม่ไกลจากตัวเมือง มันน่าจะใช้เวลาเดินทางประมาณหนึ่งชั่วโมงกว่าๆ
ระหว่างทางเจ่าไห่มองเห็นคฤหาสน์หลายหลังที่สร้างขึ้นบนภูเขาโดยรอบเมืองคาร์สัน ทุกคนที่อาศัยอยู่ในคฤหาสน์เหล่านั้นเป็นที่ยอมรับกันในนามของขุนนางแห่งจักรวรรดิโรเซ่น คฤหาสน์ เหล่านี้ยังเป็นด่านแรกของเมืองหลวง หากใครต้องการโจมตีเมืองคาร์สัน พวกเขาก็ยังต้องผ่านแนวป้อมกันเหล่านี้ไปให้ได้ก่อน
นอกจากนี้มันยังมีความหมายที่เป็นสัญลักษณ์ของข้อตกลง เนื่องจากใกล้กับเมืองหลวง พวกเขาคนใดคนหนึ่งในเหล่าขุนนางยังสามารถเป็นกองทัพและยึดครองเมืองและโค่นล้มราชาวงศ์ ปัจจุบันได้อย่างรวดเร็ว ด้วยเหตุนี้ผู้ที่อาศัยอยู่บนภูเขานอกเมืองหลวงจึงถูกมองว่าเป็นขุนนางที่ซื่อสัตย์ที่สุดของราชา
ป้อมทหารแห่งภูเขามืดสร้างขึ้นบนยอดของภูเขามืด ตั้งแต่ตีนของภูเขาไปจนถึงยอดเขามีถนนหินสีฟ้า ความกว้างของมันประมาณสิบเมตร ภูเขายังมีต้นไม้จํานวนมากและต้นไม้เหล่านี้จะมีอายุมากแค่ไหนก็ไม่ใครรู้เลย ดูเหมือนว่าต้นไม้ที่ขึ้นเหล่านั้นยังปกปิดไม่ให้สามารถมองเห็นป้อมได้ง่ายๆเลยด้วย
ด้านหน้าถนนไปยังภูเขามีประตูทางเข้าอยู่ ทางเข้ามีบ้านหลังเล็กๆ ดูเหมือนว่าบ้านเหล่านี้จะถูกสร้างไว้เพื่อรับแขกที่มาเท่านั้น
คนรับใช้สองคนออกมาจากบ้านหลังเล็กๆ และเปิดประตูเมื่อรถของเจ่าไห่มาถึง เห็นได้ชัดว่าพวกเขาได้รับคําสั่งเกี่ยวกับการมาถึงของเจ่าไห่ พวกเขายืนอยู่ที่ด้านข้างด้วยท่าเคารพและปล่อยให้รถของเจ่าไห่ผ่านไป
อัศวินที่ชาร์ลีส่งไปหลังจากส่งเจ่าไห่แล้วพวกเขาก็ไปยังเชิงเขา พวกเขารู้ว่าจะมีอัศวินอีก กลุ่มที่จะพาเจ่าไห่ไปยังยอดเขา เนื่องจากคนของตระกูลแคลซียังคงต้องการที่จะได้รับทุนและการคุ้มกันที่จากของอัศวิน อัศวินจึงมีอยู่เสมอในคฤหาสน์ของตระกูลแคลซี
ภายใต้การดูแลของเหล่าอัศวินรถของเจ่าไห่ก็มาถึงนอกป้อมทหารแห่งภูเขามืดอย่างรวดเร็ว เมื่อมาถึงที่นั่นเข่าไร่ก็ค่อนข้างตกใจ มันเป็นเพราะป้อมดูเหมือนกับป้อมปราการเหล็กที่เขาอยู่มากๆ มีข้อแตกต่างที่สําคัญเพียงอย่างเดียวระหว่างที่อยู่ทั้งสองคือป้อมปราการ ป้อมภูเขาเหล็กถูกสร้างขึ้นบนภูเขาเหล็กในขณะที่ป้อมทหารแห่งภูเขามืดถูกสร้างบนภูเขามืด
สิ่งที่สามารถพวกเขาสามารถมองเห็นได้นอกป้อมนั้นเป็นคูน้ําของเมืองและกําแพง แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าสถานที่นั้นพร้อมสําหรับการทําสงครามและไม่สามารถหาที่อยู่ของมันได้ง่ายๆ
ในขณะนี้ประตูใหญ่ทางเข้าสู่ป้อมปราการถูกเปิดออก ทหารที่แต่งตัวเต็มยศสองคนก็ออกมาที่หน้าประตูพร้อมกับชายชราที่สวมเสื้อธรรมดาๆ แม้ว่าเขาจะแก่แล้ว แต่เขาก็ยังมีร่างกายที่ดูแข็งแรง
เมื่อเจ่าไห่กับคนอื่นๆ ออกจากรถไปเมแกนก็รีบวิ่งไปหาชายชราทันทีและพูดว่า “คุณปู่กานซู ทําไมคุณปู่ถึงออกมาคนเดียว? มันจะเป็นเรื่องที่ไม่ดีเลยที่ต้องทําให้คุณออกมารับหนูเอง”
รอยยิ้มที่เกิดขึ้นจากใบหน้าของชายชรา เขามองไปที่เมแกนและพูดว่า “เมแกน..กลับมาทั้งที แน่นอนว่าข้าจะต้องมารับเจ้า ไม่งั้นเจ้าอาจจะคิดว่าข้าไม่ได้รักเจ้าแล้ว”
แม้ว่าชายชราคนนั้นจะสวดเสื้อที่ธรรมดามาก แต่เขาก็ดูสบายมากเมื่อคุยกับเมแกน เขาไม่ได้ทําตามธรรมเนียมเลย ในทางตรงกันข้ามเขาทําตัวเหมือนเป็นคนที่มีอายุมากกว่าเมแกน
เมแกนยังคุ้นเคยกับวิธีการพูดของชายชราและไม่ได้คิดอะไรเลย เธอกลับจับแขนของชายชราและพูดว่า “แต่คุณปู่รักหนูจริงเหรอ? ถ้าคุณไม่ทําแบบี้ หนูจะไปบอกคุณย่า”
ปู่กานซูยิ้มและไม่ได้พูดอะไรต่อ เขาหันหน้าของเขาไปมองเจ่าไห่ ในขณะที่เจ่าไห่กําลังมองชายชราคนนั้นอยู่ เขาเห็นว่าเมแกนมีความสัมพันธ์ที่ดีกับชายคนนี้และรู้ว่าเขาไม่สามารถอยู่เฉยได้ ดังนั้นเจ่าไห่ก็ทําความเคารพกานซูทันทีและพูดว่า “ข้าน้อยชื่อเจ่าไห่ยินดีที่ได้พบกับท่าน”
กานซูมองเจ่าไห่และพยักหน้า “เอาล่ะ..นายน้อยเจ๋าไห่ ข้าเองก็เคยได้ยินเรื่องเกี่ยวกับทุกสิ่งที่เจ้าได้ทําไป มันดีมากๆ เจ้าทําได้ดีและข้าก็รู้สึกโมโหจูเหวินมากๆและข้าก็เห็นด้วยว่ากลแห่งความสว่างเหล่านั้นคิดว่าตัวเองเป็นพระเจ้า ในขณะที่ใช้มือของพวกเขาเข้าไปในธุรกิจของผู้คนมากมาย สิ่งที่เจ้าทํามันดีมันก็เลยทําให้เจ้าได้รับความนิยมอย่างมาก ทําให้พวกเขาพอใจมากฮ่าๆๆๆ”
ค่าพูดของชายชราทําให้จ้าวไต่ไม่สามารถพูดอะไรได้อีก สําหรับเจ้าของบ้านคนนี้ที่จะบ่นให้กับจูเหวิน สิ่งนี้ทําให้เจ่าไห่มีความคิดที่สงสัยเกี่ยวกับท่าทางและสถานะของชายชราคนนี้ ดูเหมือนว่าชายชราคนนี้ไม่ใช่คนธรรมดาแน่นอน
เจ่าไห่ยิ้มและตอบว่า “ข้าเองก็ถูกบังคับในเวลานั้น ข้าต้องการที่จะมีชีวิตอยู่อย่างสงบสุข แต่พวกเขาไม่ต้องการสิ่งนั้นพวกเขาไม่ยอมให้ข้าทําเช่นนั้น ดังนั้นข้าก็จะลุกขึ้นต่อต้านพวกเขา”
ชายชราหัวเราะและพูดว่า “นายน้อย..เจ้าพูดได้ดีจริงๆ ไปกันเลยคนในตระกูลกําลังรอเจ้าอยู่” จากนั้นเขาก็พาทุกคนเข้าไปในป้อม
คฤหาสน์แห่งนี้แบ่งออกเป็นสามส่วนคือพื้นที่ของทหาร พื้นที่ของคนรับใช้และจากนั้นก็เป็นพื้นที่หลัก ทุกคนเข้าสู่บริเวณหลักของคฤหาสน์
เมื่อเจ่าไห่และคนอื่นๆ เข้ามาในลานก็มีคนเอารถม้าออกเพื่อรับแขกที่มาถึง เราจะต้องทิ้งรถ ส่วนตัวไว้นอกป้อมและนั่งรถม้าที่เตรียมมาเป็นพิเศษเพื่อเข้าไปในนั้น นี่เป็นประเพณีเก่าแก่ของตระกูลและมันยังคงอยู่มาจนถึงทุกวันนี้
รถม้าของตระกูลมีขนาดใหญ่มาก การตกแต่งภายในก็หรูหราเช่นกัน รถของเจ้านั้นไม่สามารถเปรียบเทียบกับสิ่งนี้ได้ ยิ่งไปกว่านั้นรถก็ยังมีมิติไม่มีใครรู้เลยว่ารถของเจ่าไห่นั้นสามารถทําอะไรได้อีกมากมาย
กานซูมองไปที่จ้าวไห่และพูดว่า “เจ่าไห่ เจ้าต้องเตรียมตัวด้วยตัวเองผู้เฒ่าจากตระกูลกําลังรอเจ้าอยู่ในห้องนั่งเล่น จูเหวินก็อยู่ด้วยเช่นกันความสูญเสียที่ผู้ชายต้องทนทุกข์นั้นเป็นเพราะนายน้อย ทําให้นายน้อยอาจจะมีปัญหาเตรียมใจให้พร้อม”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “คุณปู่กานมั่นใจได้ว่าจะไม่มีปัญหาใดๆเลย เพราะเขาเป็นลุงของเมแกน ดังนั้นเขาจึงเป็นผู้เฒ่าของข้าด้วยข้าจะไม่ให้เกิดเรื่อง ไม่ต้องเป็นกังวล”
กานซมองไปที่เง่าไห่และพยักหน้า เขาก็พอใจมากกับเด็กหนุ่มคนนี้ เจ่าไห่สุภาพมากและเป็นที่เคารพนับถือผู้เฒ่า
กานซูไม่รู้ว่าภายในความคิดของเจ่าไห่นั้นเป็นเช่นไร ชาวจีนโดยทั่วไปนับถือผู้เฒ่าอย่างมาก การเคารพผู้ที่สูงอายุในขณะที่รักเด็กเป็นคุณธรรมดั้งเดิมของคนจีน นี่คือประเภทของคําสอนที่เจ่าไห่เติบโตขึ้นมาดังนั้นเหตุผลที่ทําให้เขาเคารพนับถือกานซูมากๆ แต่โดยปกติแล้วถ้าอายุมากกว่าแต่ทําตัวไม่น่านับถือเจ่าไห่ก็ไม่สนใจเช่นกัน
พวกเขาไม่ได้คิดไม่ดีต่อเจ่าไห่ แต่พวกเขากับภูมิใจเจ่าไห่เป็นอย่างมาก เขาจะไม่ดูถูกใคร แต่ถ้ามีคนดูถูกเขาเขาจะไม่เคารพและสุภาพอีกต่อไป
รถของพวกเขาเคลื่อนไปอย่างช้าๆ รถม้าสั่นสะเทือนเล็กน้อย แต่เจ่าไห่ยังค่อนข้างประหม่า ท้ายที่สุดเขายังคงต้องเผชิญกับความจริงของตระกูลใหญ่ เจ่าไห่ไม่เคยพบกับเรื่องแบบนี้มาก่อนเลย