Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ) - บทที่ 447 - ถึงแล้ว..
- Home
- All Mangas
- Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ)
- บทที่ 447 - ถึงแล้ว..
บทที่ 447 – ถึงแล้ว..
เมื่อพวกเขากินอาหารกับเทสโบเสร็จแล้ว มันก็ถึงเวลาแล้วที่กลุ่มของเจ่าไห่จะต้องออกเดินทาง หลังจากที่ออกจากคฤหาสน์มาแล้ว เจ่าไห่ก็ได้ไปหาหมิวและก็นั่งพักก่อนที่พวกเขาจะออกทะเล
เหตุผลที่เล่าไร่เลือกเดินทางทางทะเลก็เพื่อที่จะให้ทุกคนรู้ว่าพวกเขาอยู่ที่ไหน มันจะทําให้คนอื่นๆ เห็นว่าพวกเขากําลังเดินทางไปในทะเลลึก เพียงแค่นั้นมันก็จะไม่มีใครสนใจพวกเขาและมันก็จะปลอดภัยต่อตัวพวกเขาอีกด้วย
แน่นอนว่าด้วยความแข็งแกร่งของเจ่าไห่ในตอนนี้ เขาไม่จําเป็นที่จะต้องกลัวกิลแห่งความสว่างอีกแล้ว แต่เจ่าไห่ก็รู้ด้วยว่าถ้าเขาแสดงตัวตนมากเกินไปเขาก็อาจจะไม่สามารถมีชีวิตที่ดีได้ ในทางกลับกันมันอาจจะทําให้ทั้งจักรวรรดิเป็นพันธมิตรกับเขา เพราะความแข็งแกร่งที่เขามี แต่สําหรับผู้ยิ่งใหญ่ที่คิดไม่ดีเจ่าไห่จะเป็นเหมือนกับภัยที่เลวร้ายยิ่งกว่ากลแห่งความสว่าง ดังนั้นเจ่าไห่ก็เลยคิดว่าเขาจะต้องรอจนถึงเวลาสุดท้าย เพื่อให้แน่ใจว่าความแข็งแกร่งของเขาแข็งแกร่ง เกินจักรวรรดิต่างๆที่จะจัดการกับเขาได้
โดยธรรมชาติแล้วผู้คนก็มักจะปิดบังความรู้สึกไม่ดีไว้ สําหรับบางสิ่งที่มีพลังมากเกินไปพวกเขาก็จะไม่มีความสามารถพอที่จะคิดไม่ดีต่อผู้ที่มีพลังขนาดนั้น นี่ก็คือเหตุผลที่ว่าทําไมกองกําลังที่แข็งแกร่งหาวิธีที่จะจัดการกับภัยคุกคามเหล่าทั่วไปที่พวกเขาเจอ เพื่อความปลอดภัยของผลประโยชน์ของพวกเขา
และเจ่าไห่ก็ไม่ต้องการที่จะให้ตัวเขาเป็นเช่นนั้น เขาอยากให้คนเดาความแข็งแกร่งของเขา และเก็บความรู้สึกต่างๆเอาไว้ผู้คนมักจะมอบสิ่งสําคัญเพื่อความอยากรู้ได้ แต่พวกเขาก็ไม่คิดที่จะทําลายมัน
เจ่าไห่เชื่อว่าไม่มีใครในจักรวรรดิที่ยังคงกล้าเคลื่อนไหว เขาจัดการกับเทพผู้มีพลังระดับ 9 ไปดังนั้นแม้ว่าผู้คนเหล่านั้นจะมีความคิดอะไรที่ต่อต้านเจ่าไห่ พวกเขาก็ยังคงต้องคิดถึงมัน นี่เป็นข้อได้เปรียบของความแข็งแกร่ง โดยมีความแข็งแกร่งเพียงพอใครๆก็สามารถทําให้ศัตรูของเขา คิดได้สองอย่างก่อนที่จะทําการต่อต้านพวกเขา
ในขณะที่นั่งอยู่บนเรือ เจ่าไห่ก็หายใจไม่ออกจากนั้นเขาก็ดื่มน้ําจากมิติเข้าไป ดูเหมือนว่ามันจะไม่ใช่ไวน์
ลอร่ากับคนอื่นๆอยู่ข้างๆ เจ่าไห่เมื่อพวกเขามากับเจ่าไห่ บรรยากาศก็สงบและอบอุ่นมากๆ
เจ่าไห่หันไปหาลอร่าและพูดว่า “ตอนนี้มิติถึงระดับ 47 แล้วพี่ไม่คิดว่าเกราะเหล็กบริสุทธิ์จะให้สิ่งนี้ได้จริงๆ แม้ว่ามันจะไม่ได้เป็นของเราก็ตาม มันก็ยังทําให้เราได้รับประโยชน์จากมันมากมาย”
ลอร่ายิ้มและพูดว่า “มันเป็นเรื่องที่ดีจริงๆ ทุกครั้งที่มิติได้รับการอัพเกรดตอนนี้เราก็ต้องการเพียงแค่ 3 ระดับเพื่อที่จะไปให้ถึงระดับที่ 50 ฉันอยากรู้ว่ามันจะเกิดการเปลี่ยนแปลกอะไรบ้าง เมื่อไปถึงระดับนั้น”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “เราสามารถพูดว่าเหล็กบริสุทธิ์นั้นเป็นสมบัติที่ล้ําค่าในจักรวรรดินี้อย่างแน่นอน แต่สิ่งเหล่านี้ก็สามารถพบได้โดยที่ไม่ต้องหา แต่ถึงแม้ว่ามันจะมีค่ามากเพียงใดก็ตาม ตอนนี้มันก็ยากที่จะอัพเกรดมิติได้แล้ว”
จากนั้นลอร่าก็หัวเราะและพูดว่า “ฉันไม่คิดอย่างนั้น โชคของเรามันดีมากๆ พี่เห็นไหมว่าเราสามารถอัพเกรดมิติได้เร็วแค่ไหน ฉันคิดว่ามันน่าจะใช้เวลาไม่นานเกินที่เราจะไปถึงในอีก 3 ระดับ”
เจ่าไห่ยิ้มและก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ เมื่อมืดลงในที่สุดเถาหยวนก็ออกจากน่านน้ําเมืองน้ําหยก เจ่าไห่มองไปรอบๆ เพื่อดูว่ามีเรืออยู่บ้างไหม หลังจากนั้นพวกเขาก็ไปยังมิติและพักผ่อน ในตอนนี้แม้ว่าพวกเขาจะมาถึงเมืองคาร์สัน พวกเขาก็ยังคงไม่สามารถเข้าไปได้เพราะประตูกําลังจะปิดแล้ว เมื่อเช้าวันต่อมา
เจ่าไห่ไม่เคยเห็นเมืองคาร์สัน ดังนั้นเขาก็เลยปล่อยนกอินทรีย์และบินไปที่เมืองคาร์สัน ในขณะที่ถือไม้เท้าของเจ่าไห่อยู่ เมื่อพวกมันไปถึงพวกเขาก็จะออกไปข้างนอก
เมแกนบอกทิศของเมืองคาร์สันกับนกอินทรีย์ จากนั้นก็บอกเจ่าฉินอี้เกี่ยวกับบ้างอย่างที่เจ้าฉินอี้สนใจ ก่อนที่เธอจะนอนต่อ
เช้าวันรุ่งขึ้นหลังจากกินอาหารเช้าและก็ไปที่ห้องนั่งเล่น ในที่สุดนักอินทรีย์ก็ไปถึงเมืองคาร์สัน เจ่าไห่ดีใจมากเมื่อรู้เรื่องนี้
พวกจําเป็นต้องไปนอกเมืองคาร์สันเพื่อหาที่ที่ไม่มีใครอยู่ก่อนที่จะออกมา เจ่าไห่เอารถลากออกมาและพร้อมที่จะมุ่งหน้าไปยังเมืองคาร์สันอย่างช้าๆ
เจ่าไห่วางแผนที่จะไปหาชาร์ลีก่อนที่เขาจะไปหาตระกูลแคลซี เมแกนไม่ได้ห้ามเจ่าไห่ เธอรู้ทางไปคฤหาสน์ของชาร์ลีดี แม้ว่าเธอจะไม่ได้มาที่เมืองคาร์สันบ่อยนัก แต่เธอก็ยังไปที่นั่งทุกๆปี และอยู่ที่นั่นเป็นเวลาหนึ่งหรือสองเดือน ด้วยเหตุนี้เธอก็รู้เกี่ยวกับคฤหาสน์ที่มีชื่อเสียงในเมืองคาร์สันเช่นเดียวกับเจ้าชายของพวกเขา
เมื่อพวกเขาเดินทางมาถึงนอกเมืองคาร์สัน เจ๋าไร่ก็รู้ว่าเมืองหลวงอันยิ่งใหญ่นั้นงดงามมากเพียงใด กําแพงเมืองมีความสูงถึง 60 zhang (- 200 เมตร) ที่ไม่สามารถจินตนาการได้และมีความหนา 100 เมตร ไม่น่าแปลกใจที่หนังสือที่เง่าไห่เคยอ่านบอกว่ากําแพงเมืองคาร์สันใช้เวลาสร้างห้าปี การก่อสร้างนี้ใช้กําลังคนนับไม่ถ้วนเช่นเดียวกับกําลังจากนักเวทย์ด้วย
มีคนอยู่รอบๆ ของทั้งเมืองรวมทั้งสะพานกว้าง 100 เมตร สะพานที่พวกเขาวิ่งไปตามทางไปยังประตูด้านตะวันออกของเมืองคาร์สันเรียกว่าประตูทะเล ประตูมี 12 ประตูโดยประตูจะเปิดได้สามปรตู ประตูที่กว้างที่สุดและสูงที่สุดมีความสูง 30 เมตรและกว้าง 20 เมตรเรื่องนี้ได้ยินจากเมแกนประตูเปิดทั้งสามนี้ไม่สามารถใช้งานได้โดยคนทั่วไป มีเพียงขุนนางเท่านั้นที่สามารถใช้ได้ ประตูที่เหลืออีก 9 ช่องสําหรับคนธรรมดาและพ่อค้า
เนื่องจากวันขอบคุณพระเจ้ากําลังใกล้เข้ามาแล้วประตูก็เต็มไปด้วยผู้คนที่รอเข้าเมือง เฉพาะ ในประตูสามเท่านั้นที่ไม่ได้มีคนมากมายนัก ทาสและพ่อค้าต้องจ่ายภาษีการเข้า รวมทั้งต้องถูกตรวจสอบอย่างเข้มงวด เพื่อให้พ่อค้าผ่านเข้าไป ในขณะที่ขึ้นนางก็ไม่ได้ต้องทําเช่นนั้น พวกเขาเพียงลงชื่อก็สามารถผ่านเข้าไปได้
เจ่าไห่และคนอื่นๆ ไปที่ประตูตรงกลางเนื่องจากพวกเขามีสถานะแล้ว มันติดอยู่บนรถเป็นสัญลักษณ์ของตระกูลบูดา แม้ว่ามันจะแสดงให้เห็นถึงสถานะของการประเมินเท่านั้น
เมื่อรถของเจ่าไห่หยุดเข้าแถวมันก็ให้ความสนใจกับคนรอบข้าง ไม่มีคนอื่นในจักรวรรดิที่ใช้รถม้าที่ดึงโดยกระทิง นอกเหนือจากเจ่าไห่แล้วด้วยเหตุนี้จึงเป็นไปไม่ได้ที่คนจะไม่สังเกตเห็นเขา เมื่อเขาหยุดอยู่ใกล้ๆกัน
พวกเขาเดินไปอย่างช้าๆ และมาถึงประตูก่อนไม่นาน มีเครื่องบันทึกเฉพาะที่ประตูเมือง เขาจัดการงานในการบันทึกรถทุกคันที่เข้าและออกจากเมือง นอกจากนี้เขายังระบุว่าใครเป็นเจ้าของรถ
เมื่อเจ่าไห่มาถึงประตผู้บันทึกก็บันทึกรถของพวกเขาภายใต้ชื่อของตระกูลบูดา จากนั้นเขาก็ถามชิวและซูกะที่บังคับรถคําถามสองสามข้อก่อนที่จะอนุญาตให้พวกเขาเข้าไปในเมือง
เจ่าไห่เอารถผ่านประตูและเข้าไปตามถนนในเมือง เมื่อพวกเขาอยู่บนถนนเจ๋าไห่เห็นว่าสถานที่แห่งนี้มีชีวิตชีวาแค่ไหน ผู้คนมาและไปตามร้านค้าบนถนนพวกเขามีชีวิตชีวายิ่งกว่าร้านค้าของเจ่าไห่ที่เมืองน้ําหยก สถานที่อื่นๆ ไม่ได้มีชีวิตชีวาเท่านี้แม้แต่เมืองสกาย นี่คือเมืองหลวงของอาณาจักรที่ทรงพลังที่สุดของจักรวรรดิอย่างแท้จริง ซึ่งมันไม่ธรรมดาเลยจริงๆ
ในขณะที่เจ่าไห่และคนอื่นๆ กําลังนั่งรถไป พวกเขาก็เห็นอัศวินกลุ่มหนึ่งกําลังมุ่งหน้าเข้ามาหาพวกเขา อัศวินสวมชุดเกราะและมีตราบนร่างกายของพวกเขา พวกเขามาจากตระกูลแคลซี และต้องการพบกับจ้าวไร่
เมื่อรถของเจ่าไห่ได้พบกับพวกเขา ก็มีชายคนหนึ่งเดินไปข้างหน้าแล้วพูดว่า “ข้าแค่อยากถามว่าเจ่าไห่นั่งอยู่ในรถม้าหรือไม่”
เจ่าไห่เปิดประตูรถและยิ้มพร้อมกับพูดว่า “ใช่แล้ว..ทําไมพวกท่านถึงมาหาข้ากัน”
อัศวินโค้งคํานับทันทีและพูดว่า “ผู้เฒ่าได้สั่งให้ข้ามาพบนายน้อยและเชิญไปยังคฤหาสน์”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “ไม่จําเป็นต้องรีบ ข้าจะไปหาเพื่อนก่อน ตอนนี้ข้าต้องไปที่คฤหาสน์ของเจ้าชายชาร์ลีก่อน เจ้าจะช่วยข้าด้วยการนําทางได้ไหม?” อัศวินไม่อาจเพิกเฉยต่อคําขอและสั่งการให้คนของเขาพาไปทันทีก่อนที่พวกเขาจะมุ่งหน้าไปยังคฤหาสน์ของชาร์ลี
ในเวลานี้อัศวินกลุ่มหนึ่งปรากฏตัวต่อหน้าพวกเขา อัศวินเหล่านี้ก็สวมชุดเกราะด้วยเช่นกัน แต่มันก็เป็นทองคํา ตราที่สวมใส่โดยกลุ่มนี้แสดงให้เห็นถึงสัญลักษณ์ของตระกูลโรเซ่น
เมื่อพวกเขามาถึงหน้ารถม้าของเจ่าไห่ชายคนหนึ่งก็คํานับและพูดว่า “นายน้อยเท่าไห่ นายของข้าได้ขอให้ข้ามาหานายน้อยและพานายน้อยไปที่คฤหาสน์ของเจ้านายของข้า”
เจ่าไห่ออกจากรถม้าแล้วมองไปที่อัศวินแล้วพูดว่า “เจ้ามาจากคฤหาสน์ของเจ้าชายใช่ไหม?”
อัศวินตอบว่า “ใช่ครับ”
เจ๋าไร่พยักหน้าแล้วพูดว่า “ดีเลย ข้ากําลังมุ่งหน้าไปยังคฤหาสน์ของเจ้าชาย ได้โปรดนําทาง” ชายคนนั้นมองครู่หนึ่งก่อนที่จะสั่งและเดินไปที่ด้านหน้าของขบวนขณะที่คนจากแคลซีถอยกลับไปทางด้านหลังของรถม้า
ขบวนของเจ่าไห่ไปถึงนอกคฤหาสน์ของชาร์ลอย่างรวดเร็ว ด้านนอกของคฤหาสน์ของชาร์ลีมีสไตล์มาก มันดูน่าประทับใจมาก มันไม่ได้เลวร้ายไปกว่าที่คฤหาสน์ของอีวาน ในความเป็นจริง สถานะของชาร์ลีเป็นของเจ้าชาย
จักรวรรดิทั้งหมดในทวีปนั้นมีธรรมเนียมเดียวกัน มีเพียงเจ้าชายผู้ดารงสถานะของแกรนด์บุ๊กเท่านั้นที่สามารถแข่งขันชิงบัลลังก์ได้มิฉะนั้นพวกเขาจะไม่ได้รับโอกาสให้ทําเช่นนั้น
เมื่อรถม้าของเจ่าไห่หยุดนอกคฤหาสน์ชาร์ลีก็เห็น เขาเดินออกจากประตู เช่นเดียวกับเจ่าไร่ที่ลงจากรถม้า ชาร์ลีหัวเราะและทักทาย “เจ๋าไร่มันน่าประหลาดใจจริงๆ เจ้ามาหาข้าก่อนแทนที่จะไปหาตระกูลแคลซี เจ้าไม่กลัวว่าเมแกนจะโกรธเหรอ?”
เมื่อเมแกนซึ่งอยู่ในรถได้ยินชาร์ลีเธอก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มและพูดว่า “เจ้าชาย..ข้าจะโกรธถ้าพี่ไร่ทําดีกับเจ้าชายมากกว่าที่ทํากับข้า”
ในขณะนี้มีผู้คนจํานวนมากนอกคฤหาสน์ของชาร์ลี เมื่อพวกเขาเห็นความกระตือรือร้นของชาร์ลีที่มีต่อเจ่าไห่ แม้จะออกไปพบเขาเป็นการส่วนตัวพวกเขาก็เข้าใจทันทีว่าเจ่าไห่อยู่ในหัวใจของเจ้าชายองค์ คนเหล่านั้นก็อดไม่ได้ที่จะอิจฉา แต่พวกเขารู้ว่าพวกเขาไม่สามารถอิจฉาเจ่าไห่ได้ เพราะพวกเขาไม่มีพลัง
เมื่อชาร์ลีได้ยินเมแกนเขาก็หัวเราะแล้วพูดว่า “เมแกนไม่ต้องโกรธ ข้าแค่ล้อเล่นมันเป็นเรื่องตลก ใช่แล้ว..เข้าไปข้างในกันเถอะ” จากนั้นเขาดึงเจ่าไห่เข้าไปในคฤหาสน์