Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ) - บทที่ 446 - เสื้อคลุม
- Home
- All Mangas
- Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ)
- บทที่ 446 - เสื้อคลุม
นิยาย ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ บทที่ 446 – เสื้อคลุม
จะไม่ขายพวกมัน”
หมิวเข้าใจกับสิ่งที่เจ่าไห่พูด เขายิ้มและพูดว่า “นายน้อยโปรดสบายใจได้เลย ข้าสัญญาว่าข้า
เจ่าไห่พยักหน้าจากนั้นเขาก็หันไปหาลอร่าแล้วก็หันไปที่หมิวและพูดว่า “เราจะไปหาเทสซีโบ จากนั้นพวกเราก็จะไปยังเมืองหลวงเราจะไม่กลับมาที่นี่สักพักถ้ามีอะไรเกิดขึ้น เจ้าก็ส่งข่าวไป
ทางนกอินทรีย์ก็แล้วกัน”
หมิวพยักหน้าจากนั้นเขาก็พูดออกมาว่า “เอาเถอะ..นายน้อยโปรดสบายใจได้เลย ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นข้าจะส่งข่าวถึงนายน้อยทันที”
เจ่าไห่พยักหน้าและพูดว่า “ข้าจะปล่อยซอมบี้ไว้ที่นี่ 10,000 ตัวแต่เจ้าก็อย่าให้คนอื่นเห็นพวกมันก็แล้วกัน ถ้าคนอื่นๆ ได้เห็นพวกมัน มันจะต้องเป็นเรื่องวุ่นวายมากแน่ๆ”
หมิวพยักหน้าแล้วก็รับปากเจ่าไห่ทันที หลังจากนั้นเจ่าไห่ก็พาลอร่าและคนอื่นๆ ไปยังคฤหาสน์ของชาร์ลี นอกจากนี้ยังมีผู้คนจํานวนมากนอกคฤหาสน์อีกด้วย ดูเหมือนว่าพวกเขาจะมารอรับพวกเขา
เมื่อเจ่าไห่เห็นเช่นนี้เขาก็ไม่อาจจะทําอะไรได้ แต่ก็ยิ่งออกมา สําหรับเขาแล้วมันเป็นเรื่องที่น่าสนใจมากๆ เขาจ่าได้ว่าบนโลกใบนี้ถ้าหากว่าคนเหล่านี้ทํากันเช่นนนี้พวกเขาจะไม่ถูกฆ่าตาย แต่ในวันต่อมาพวกเขาจะถูกไล่ออก แต่ในจักรวรรดินี้พวกเขาจะต้อนรับเป็นการส่วนตัวเท่านั้น
ก่อนที่เขาจะมุ่งหน้าไปที่คฤหาสน์ของชาร์ลี
เมื่อผู้คนเห็นเจ่าไห่พวกเขาบางคนก็ทักทายเจ่าไห่ทันที เจ่าไห่ยังยิ้มและพูดกับคนเหล่านั้น
เมื่อเจ่าไหผ่านชายคนหนึ่งพูดขึ้นมาว่า “เพื่อน..ชายคนนั้นคือใครทําไม? ข้าถึงเห็นว่าเจ้าเคารพเขามากว่าที่เจ้าทํากับเจ้าชายเสียอีก” นอกจากนี้ยังมีคนอีกหลายคนที่ไม่ได้รู้จักกับเจ่าไห่
ชายคนนั้นดุคนที่ถามและยิ้มออกมาพร้อมกับพูดว่า “แน่นอน…ถ้าเจ้าไม่รู้จักข้าก็ไม่มีอะไรที่จะต้องบอกกับเข้าว่าทำไมข้าต้องให้ความเคารพเขามากกว่าเจ้าชาย มันเป็นเพราะว่าเขาเป็นคนของตระกูลบูดา ชื่อของเขาก็คือเจ่าไห่เจ้าชายของตระกูลบูดา นอกจากนี้เขายังเป็นคนโปรดของ เจ้าชายชาร์ลีที่สามด้วย ซอมบี้ของเขาสามารถจัดการกับทหารรับจ้างได้ 200,000 นายและเทพผู้มีพลังระดับ 9 อีก 4 คนแค่เท่านี้เจ้าก็น่าจะรู้แล้วว่าทําไมคนๆนั้นถึงน่าเคารพเช่นนี้
เมื่อคนที่ถามได้ยินเช่นนั้น ตัวเขาก็แข็งพร้อมกับใบหน้าที่ตกใจเขาพูดว่า “ชายคนนั้นคือเจ่าไห่งั้นเหรอ? ข้าได้ยินมาว่าเขาเป็นนักเวทย์แห่งความมืดที่แข็งแกร่งที่สุดข้าก็ไม่คิดว่าเขาจะยังหนุ่มเช่นนี้ ผู้ชายคนนั้นมีผู้หญิงหลายคนอยู่ข้างๆ เขาหนึ่งในนั้นก็คือเมแกนใช่ไหม?”
คนอื่นๆ ที่ไม่ได้รู้จักกับเจ่าไห่พวกเขาก็ตกใจเมื่อได้ยินเช่นนั้นเหมือนกัน พวกเขารู้เกี่ยวกับสถานะของเจ่าไห่ในจักรวรรดินี้ สถานะของเขาในหมู่ขุนนางไม่ได้สูงมาก แต่พวกเขาก็ยังคงมีข่าวที่ดี และข่าวที่ออกมานั้นมันก็ยังเป็นเรื่องจริงด้วย แทนที่จะฆ่าคน 100,000 คนพวกเขาได้ยิน มาว่าเจ่าไห่ฆ่าคนไป 200,000 คนและเขาก็ยังฆ่าเทพผู้มีพลังระดับ 9 ทั้ง 4 คนและคู่แฝดที่มีชื่อ เสียงในจักรววรดิไปด้วย ดูเหมือนว่าชายคนนั้นฆ่าคนเหล่านั้นไปที่ 6 คน
แม้ว่าจะเป็นเช่นนั้น แต่พวกเขาก็ยังสามารถเข้าใจว่าสถานะของเจ่าไห่ในจักรวรรดินั้นสูงกว่า
พวกเขา นี่คือสาเหตุที่พวกเขาแปลกใจมากเมื่อพวกเขารู้ว่าชายคนนั้นคือเจ่าไห่ที่เพิ่งตายไป
เจ่าไห่ไม่รู้เกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้ เมื่อเขามาถึงทางเข้าของคฤหาสน์เทสซีโบก็ออกมา เขาไม่ได้สนใจคนเหล่านั้นและเดินไปหาเจ่าไห่ทันที พร้อมกับถามว่า “เจ่าไห่..เจ้ากลับมาที่นี่ ข้าไม่คิดว่าเจ้าจะกลับมาในตอนนี้”
เจ่าไห่มองท่าทางของเทสซีโบ สําหรับคนอื่นๆ แล้วมันจะดูเหมือนว่าจะต้องมีอะไร แต่สิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความคิดของเทสซีโบอย่างแรกคือมีการพูดเพื่อสร้างความสัมพันธ์ของพวกเขาให้
ดีขึ้นและอย่างที่สองก็คือการวัดท่าทางของเจ่าไห่
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “ทําไมข้าจะไม่มาในวันนี้กันหล่ะ เพราะว่าวันขอบคุณพระเจ้านั้นข้าจะไปที่บ้านของเมแกน
เมื่อเทสซีโบได้ยินเรื่องที่เจ่าไห่พูด ท่าทางที่มีความสุขของเขาก็ปรากฏออกมาให้เห็นภายในดวงตาของเขา จากนั้นเขาก็ตอบทันทีว่า “เอาล่ะ..เข้ามาเร็ว” หลังจากนั้นเขาก็พาเจ่าไห่เข้าไปที่ห้องนั่งเล่น เทสซีโบเอาการ์ดคริสตัลสองสามใบให้กับเจ่าไห่และพูดว่า “เจ่าไห่นี่คือส่วนแบ่งผลกําไรของเจ้าจากสินค้าทะเลชุดแรก เจ้าสามารถบอกได้ว่ามีอะไรที่เจ้าไม่พอใจบ้างไหม? เจ้าต้องการดูสมุดบัญชีหรือไม่?”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “ไม่จําเป็นต้องดูหรอก มันไม่ได้มีเหตุผลที่จะต้องหลอกข้ากับเพียงแค่เงินเล็กๆน้อยๆ เช่นนี้เพราะว่าข้าอาจจะไม่ให้ความร่วมมือกับเจ้าอีกต่อไป และก็แน่นอนว่าต่อไป
เจ้าก็สามารถเอาเงินไปให้กับหมิวโดยที่ไม่ต้องรอข้าก็ได้
เทสซีโบยิ้มและพูดว่า “เอาล่ะ…ข้าจะให้เงินกับหมิวในการทําธุรกิจในครั้งต่อไป และก็ให้เขาขอดูบัญชีของข้าด้วย”กัน”
เจ่าไห่พยักหน้าและยิ้มพร้อมกับพูดว่า “ข้ามาที่นี่เพื่อพบกับเจ้า ในช่วงวันหยุดและให้อาหารทะเลกับเจ้า สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ข้าเพิ่งได้มาเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา นี่คืออาหารจากทะเลที่ดีที่สุด อย่าให้มันกับเจ้าชาย ข้ามีของที่ไว้สําหรับเจ้าชายแล้ว”
เทสซีโบยิ้มและพูดว่า “เอาล่ะ…ข้าจะยอมรับมัน ใช่แล้วยังมีบางอย่างที่ข้าต้องให้เจ้าด้วย” จากนั้นเขาก็กลับไปที่และไม่นานนักเขาก็ออกมาพร้อมกับเสื้อผ้าด้วย
เสื้อผ้านั่นดูธรรมดามากๆ เหมือนกับสิ่งที่คนทั่วไปใส่ มันเป็นเสื้อผ้าธรรมดาของคนทั่วไปและค่อนข้างเป็นแบบสบายๆ มันเป็นสิ่งที่จะทําให้รู้สึกผ่อนคลายเมื่อสวมใส่
เทสซีโบให้เสื้อกับเจ่าไห่และพูดว่า “นี่เป็นสิ่งที่ดีที่ข้าได้รับมา ข้าได้ยินมาว่าคนแคระทําไว้อย่างดี เสื้อผ้าที่ทําโดยคนแคระคนอื่นๆ ก็รู้ว่ามันดีมากๆ มันสามารถป้องกันโลหะได้ดี รวมถึงการต้านทานเวทย์ด้วย มันมีเพียงไม่กี่ตัวในจักรวรรดินี้ เมื่อข้าได้สิ่งนี้มาข้าก็ตั้งใจที่จะมอบมันให้กับเจ้าชาย แต่ตอนนี้ข้าก็ตั้งใจที่จะมอบให้กับเจ้าแทนแล้ว”
เจ่าไห่มองและก็มีเสียงของลอร่าพูดออกมาว่า “เสื้อคลุมเหล็กงั้นเหรอ?”
เจ่าไห่ไม่เข้าใจ เขาหันไปหาลอร่าและพูดว่า “เสื้อคลุมเหล็กงั้นเหรอ? มันคือเสื้อแบบไหน
ลอร่ามองไปที่เสื้อคลุมนั่นและพูดว่า “ชื่อของมันก็คือเสื้อคลุมเหล็ก ตอนแรกมีอยู่ห้าคนที่สร้างมัน โดยคนแคระตอนนี้เหลือแค่สามคนเท่านั้น สองคนถูกฆ่าตายและมันก็เป็นเทพผู้มีพลังระดับ 9 ที่ฆ่าพวกเขาทั้งสองเสื้อนั่นทอด้วยเหล็ก ฉันได้ยินมาว่าหนึ่งในคนแคระตอนนี้อยู่กับกิลแห่งความสว่าง”
เห็นได้ชัดว่าเทสซีโบไม่ได้รู้เรื่องอะไรมากเท่ากับลอร่า เขาหันไปมองลอร่าและพูดว่า “ลอร่า ข้าไม่รู้จริงๆ ว่ามีอะไรพิเศษเกี่ยวกับเสื้อคลุมตัวนี้”
ลอร่าพยักหน้าและพูดว่า “เสื้อคลุมเหล็กนีท่าจากโลหะชนิดหนึ่งที่คนแคระใช้บ่อยๆ สิ่งนี้ไม่ได้แค่เหมือนเหล็กเท่านั้น แต่มันก็ยังมีพลังป้องกันที่น่ากลัว สิ่งที่สําคัญที่สุดเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็คือ มันจะขับสิ่งสกปรกที่ติดอยู่กับมัน มันเป็นสมบัติที่หายากที่อบอุ่นในฤดูหนาวและเย็นในฤดูร้อนอีก เหล็กบริสุทธิ์”
สิ่งที่ยอดเยี่อมเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็คือมันท่ามาจากสิ่งที่เรียกว่าเหล็กบริสุทธิ์ และบางคนก็เรียกว่าแม่
เจ่าไห่และคนอื่นๆ ยังคงไม่เข้าใจเมื่อมองลอร่า ลอร่ารู้พวกเขาต้องการคําอธิบายเพิ่ม เธอก็อธิบายต่อว่า “แม่เหล็กเป็นแร่ที่หายากที่ใช้สร้างสิ่งที่แข็งแกร่ง เมื่อโลหะนี้ล้อมรอบด้วยหิน หินจะเปลี่ยนเป็นเหล็กคนแคระค้นคว้าโลหะนี้เป็นเวลานานแม่เหล็กเป็นอาวุธ แต่ในไม่ช้าพวกเขาก็พบว่าอาวุธมีน้ําหนักเบามากโลหะก็ไม่ถูกทําลายได้ง่ายๆ ในที่สุดพวกเขาก็หยุดทําอาวุธออกมา
และเก็บอาวุธที่ทําไป แม้แต่เหล็กที่ผลิตไว้ก็ถูกเก็บไป”
ลอร่าหยุดครู่หนึ่ง เจ่าไห่และคนอื่นๆ ก็ยังไม่เข้าใจ ตามที่ลอร่าบอกพวกเขา และสิ่งนั้นมันก็กลายเป็นเสื้อใช่ไหม?
ลอร่ามองไปที่คนอื่นๆ และพูดต่อว่า “แต่หลังจากนั้นคนแคระที่มีความสามารถปรากฏตัวและค้นพบวิธีการจัดการความเป็นพิษของเหล็กตอนนี้แม่เหล็กไม่สามารถติดเชื้อรอบๆ ได้และกลายเป็นโลหะธรรมดาได้ แต่คนแคระก็เรียกมันว่าเหล็กบริสุทธิ์ ซึ่งเป็นเหล็กที่หมายความว่าเป็นรูป
แบบที่บริสุทธิ์ที่สุดที่เหล็กสามารถเป็นได้ คนแคระยิ่งเห็นว่ามันยากที่จะแปรรูปโลหะ โลหะที่ดีกว่าเป็นมันและยิ่งพวกเขาต้องการที่จะเปลี่ยนมันให้เป็นสิ่งที่มีประโยชน์ เหล็กได้กลายเป็นอาวุธ
ไปแล้วดังนั้นพวกเขาจึงรู้วิธีการทําเช่นนั้นและหลังจากการค้นคว้าหลายปีในที่สุดพวกเขาก็พบวิธีการอื่นๆ ในการแปรรูปะวเขาจะใช้ผ้าไหมเพื่อเข้าไปเสริมในเหล็ก ผลิตออกมาเป็นผ้าหลังจากนั้น ในที่สุดพวกเขาก็สามารถสร้างเกราะเหล็กบริสุทธิ์นี้ขึ้นมาได้”
เจ่าไห่และคนอื่นๆ รู้ว่าไหมโลหะนี้ไม่ได้เป็นหนึ่งในสัตว์เวทย์ที่มีชื่อเสียงมากในจักรวรรดิ
พวกมันมีอารมณ์ที่อ่อนโยนมากและไม่เคยโจมตีผู้คน เนื่องจากพวกมันไม่มีวิธีการโจมตี แต่ความสามารถในการป้องกันของพวกมันก็แข็งแกร่งมาก อาหารของพวกมันก็คือโลหะ ไม่ว่าพวกมันจะ
กินโลหะชนิดใดพวกมันก็สามารถย่อยมันได้ ซึ่งเป็นเหตุผลหลักที่ความสามารถในการป้องกันของมันถึงดีมาก แม้แต่เทพผู้มีพลังระดับ 9 ก็เห็นว่ามันยากที่จะเอาตัวพวกมันได้ นอกจากนี้หากพวกมันกินโลหะบางชนิดพวกมันก็จะผลิตไหมชนิดเดียวกัน ถ้าคุณปล่อยให้กินทองคํามันจะสร้างได้มากขึ้น มันผลิตได้มากกว่าที่มันกิน
พวกเขาไม่คิดว่าวิธีการผลิตเสื้อคลุมนี้จะเป็นแบบนี้จริงๆ นี่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยจริงๆ เทสซีโบรู้สึกเสียใจเล็กน้อยเขาไม่คิดว่าเสื้อนี้จะมีค่ามาก หากเขารู้เรื่องนี้ก่อนหน้านี้ เขาจะไม่มอบมันให้กับเจ่าไห่แต่ให้กับชาร์ลีแทน
เมื่อเจ่าไห่เห็นการแสดงออกของเทสซีโบ เขาก็ยิ้มและมอบเกราะเหล็กบริสุทธิ์กลับเข้าไปในมือของเทสซีโบและพูดว่า “ข้าไม่ต้องการสิ่งเหล่านี้ เจ้าควรมอบมันให้กับเจ้าชาย นี่เป็นสิ่งที่มีค่ามากถ้าเจ้าชายรู้ว่าเจ้าให้สิ่งนั้นกับคนอื่น จากนั้นเจ้าชายก็จะไม่รู้สึกดีมาก มันไม่ใช่สิ่งที่ข้าต้องการ”
เทสซีโบแสดงเหมือนจะขอบคุณเจ่าไห่และพูดว่า “ข้าไม่ยุติธรรมต่อเจ้าเลย ข้าไม่รู้จริงๆว่า สิ่งนี้จะมีค่ามาก เจ้าน่าเข้าใจความยากลําบากของข้า”
เจ่าไห่ยิ้ม “แน่นอนข้าเข้าใจเอาไปเถอะ ข้าคิดว่าอย่าบอกเรื่องนี้กับใครข้าคิดว่าคนที่รู้พวกมันจะมาขโมยไป”
เมื่อเทสซีโบได้ยินเจ่าไห่ ท่าทางของเขาก็ไม่อาจจะทําอะไรได้ แต่ก็เปลี่ยนแปลง เขามอบเกราะเหล็กบริสุทธิ์ให้กับเจ่าไห่และพูดว่า “เจ่าไห่..ข้าจะให้เสื้อนี้แก่เจ้า เมื่อเจ้าไปถึงที่เมืองคาร์สันโปรดมอบให้กับเจ้าชายในชื่อของข้า”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “ไม่ต้องเป็นห่วง ข้าจะมอบมันให้กับเจ้าชายด้วยตัวเอง ข้าไม่กล้าที่จะเอาของสิ่งนี้”
เทสซีโบหัวเราะ “เจ้ากําลังล้อเลียนข้า ฮ่าๆๆๆ ใช่แล้ว..เพราะข้าไม่ได้ให้ของขวัญจากเจ้า
โปรดกินอาหารและเครื่องดื่มบางอย่าง เราจะดื่มเมื่อเจ้ากําลังจะไปในวันพรุ่งนี้”
เจ่าไห่หัวเราะ “ได้สิ..เราไปดื่มกันเถอะ”
ตอนนี้เจ่าไห่มีความสุขมาก นี่เป็นเพราะเมื่อเขาได้รับเสื้อคลุมเหล็กบริสุทธิ์เข้าไปในอวกาศก็ได้ยินเสียงแจ้งว่า “วัสดุกัมมันตรังสีที่ตรวจพบผิดปกติอาจส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม
สามารถเปลี่ยนสภาพแวดล้อมเป็นโลหะได้มีองค์ประกอบโลหะพลังงานจากแหล่งกําเนิด มิติอัพเกรดเป็นระดับ 48”
สิ่งนี้ทําให้เจ่าไห่มีความสุขมากๆ เขาไม่คิดว่าเกราะเหล็กบริสุทธิ์นี้จะยังคงมีความสามารถดั้งเดิมจากแม่เหล็ก แต่มิตินั้นทําอย่างแน่นอน ตราบใดที่มันยังคงความสามารถมันไม่สําคัญว่ามัน
แข็งแกร่งแค่ไหนมันยังสามารถอัพเกรดมิติและใช้มันเพื่อเสริมความแข็งแกร่งของตัวเอง
ตอนนี้มิติได้รับความสามารถใหม่ เจ่าไห่มีความสุขมาก เขาเชื่อว่าเหล็กบริสุทธิ์และแม่เหล็กในมิติจะได้รับมากขึ้นเรื่อยๆ ตราบใดที่เขาได้รับพวกมัน เขาจะสามารถสร้างเกราะเหล็กบริสุทธิ์ได้มากเท่าที่จะทําได้ ดังนั้นเขาไม่ได้คิดถึงเสื้อคลุมเหล็กบริสุทธิ์ที่เทสซีโบมีเลย
ลอร่ากับคนอื่นไม่รู้เกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้ แต่พวกเขาก็ไม่ได้โลภมาก สําหรับพวกเขามิตินั้นเป็นสิ่งที่สําคัญที่สุด เสื้อคลุมแบบนี้ไม่ได้พิเศษมาก
ในทางตรงกันข้ามเทสซีโบชื่นชมเจ่าไห่ในใจของเขา ที่ไม่โลภเกี่ยวกับสิ่งที่มันไม่ใช่ของเขา ตอนนี้เขาคิดว่าถึงแม้จะมีกองทองคําวางอยู่หน้า เจ่าไห่ก็จะไม่สนใจเลยแม้แต่น้อย นี่คือลักษณะของคนที่เราต้องการเป็นเพื่อน เทสซีโบรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รู้จักคนเช่นนี้
จบบทแล้วนะครับ ขอบคุณที่ติดตามนะครับ บ๊าย…บาย