Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ) - บทที่ 445 - ข้าจะมอบมันให้
- Home
- All Mangas
- Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ)
- บทที่ 445 - ข้าจะมอบมันให้
บทที่ 445 – ข้าจะมอบมันให้
เจ่าไห่ไม่รู้เกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้เขาไม่ได้อยากรู้เพราะพวกมันไม่ได้จําเป็น หลังจากที่เมแกนกลับมาที่ห้องของเธอ เจ่าไห่ก็พาเมแกนไปยังมิติทันที
เมแกนชอบที่ได้อยู่ในมิติมาก มันก็อาจจะเป็นเพราะว่าตอนนี้อากาศภายในมิติมันดีมากๆ และก็ยังมีสัตว์จํานวนมากอยู่ในนั้น มันทําให้เธอรู้สึกมีความสุขมากๆ
นอกจากนี้ความแข็งแกร่งของเมแกนในกลุ่มนั้นเธอน่าจะอ่อนแอที่สุด เมื่อเจ่าไห่เห็นเช่นนั้น เขาก็เลยต้องการให้เมแกนฝึกอยู่ภายในมิติ เจ่าไห่ต้องการให้เมแกนฝึกเวทย์น้ําและเจ่าไห่ก็ยังเห็นว่าผลไม้ทองค่ามันเข้ากันดีมากกับพลังของเธอ แต่ตอนนี้ความแข็งแกร่งของเธอก็ยังน้อยเกินไป เจ่าไห่ฝึกฝนอย่างหนักในมิติเพื่อให้ความแข็งแกร่งมากขึ้นเพื่อที่จะกินผลไม้ทองคํา ไม่ว่าจะยังไงเมแกนจะต้องไปให้ถึงความแข็งแกร่งในระดับที่ 8
เมแกนเข้าไปในมิติและบอกเจ่าไห่กับทุกสิ่งที่เกิดขึ้น เจ่าไห่ก็ยิ้มและมองไปที่เมแกนที่แสดงสีหน้าที่กําลังกลัวอยู่ พร้อมกับพูดว่า “ไม่เป็นไร..พี่ไห่เห็นด้วยกับที่เธอทํา พี่ดีใจที่เธอบอกกับพี่ ในตอนนี้มันทําให้พี่มีความสุขมากๆ พวกเขาเหล่านั้นคือครอบครัวของเธอใช่ไหม? แล้วเธออยากจะไปกับพี่ไหม? พรุ่งนี้พี่จะไปที่เมืองน้ําหยก”
เมแกนพยักหน้าและพูดว่า “แน่นอนอยู่แล้ว ตอนนี้ฉันไม่อาจจะอยู่ในมิติได้ เรื่องนี้มันเป็นความผิดของพี่เลย”
เจ่าไห่กับลอร่าก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะเมแกน แต่อากาศภายในมิตินั้นก็ดีเอามากๆ หลังจากที่ได้อยู่ในนี้นานๆ พวกเขาก็คิดว่าพวกเขาไม่ต้องการที่จะออกไปข้างนอกเลย
หลังจากที่พวกเขาหัวเราะ ลอร่าก็หันไปหาเจ่าไห่และพูดว่า “พี่ไห่ ฉันหวังว่าจะไม่เกิดเรื่องไม่ดีในเมืองน้ําหยกนะ เราจะได้ไปที่เมืองหลวงได้ นอกจากนี้หลังจากที่เราไปถึงเมืองคาร์สัน เราจะไปหาเจ้าชายชาร์ลีด้วยใช่ไหม?”
เจ่าไห่คิดอยู่ครู่หนึ่งและพูดว่า “พี่จะไปหาชาร์ลี หลังจากเราไปถึงเมืองคาร์สันจากนั้นก็ไปหาตระกูลแคลซี เราเป็นคนของตระกูลพวกเขาน่าจะให้ห้องที่ดีกับเรา นั่นเป็นเหตุผลว่าทําไมพี่ถึงต้องไปหาชาร์ลีก่อน นอกจากนี้ถ้าเราไปหาชาร์ลีก่อนจะไม่มีใครคิดว่าตระกูลแคลซีมีธุรกิจกับเราเลย”
เมแกนมองไปที่เจ่าไห่และไม่ได้พูดอะไร ประสบการณ์ของเธอยังน้อยมากๆ ในตอนนี้มีหลายสิ่งที่ต้องคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ ดังนั้นในตอนนี้เธอก็ทําได้แค่ฟังเท่านั้น
เจ่าไห่หันไปหาเจ่าจินและพูดว่า “เจ้าฉินอี้เรามีอะไรให้เก็บเกี่ยวหรือไม่? นี้เป็นวันขอบคุณพระเจ้า แน่นอนว่าสินค้าที่ได้จากทะเลเหล่านั้นจะขายดีในเมืองหลวง เราจะต้องมีบางอย่างให้กับ ตระกูล”
เจ้าฉินอี้พยักหน้าและพูดว่า “ใช่..เรามีสินค้าจากทะเลและจากน้ําพุร้อน ตอนนี้เราสามารถนําเอาพวกมันไปที่เมืองคาร์สันได้”
เจ่าไห่พยักหน้าจากนั้นเขาก็หันไปหาลอร่าและพูดว่า “ลอร่าเราควรเอาสินค้าดีๆ ไปให้หมิว เขาไม่คุ้นเคยกับเมืองน้ําหยกเขาน่าจะทําได้ดีแน่ๆ ในวันนี้”
ลอร่า ยิ้มและพูดว่า “ไม่เป็นไร ไม่ต้องเห็นห่วงเมื่อเร็วๆ นี้การใช้ชีวิตของพวกเขาในเมืองน้ําหยกนั้นดีมากแล้ว แม้ว่าเมืองนี้จะไม่ดี
เท่ากับเมืองสกาย แต่มันก็ยังเป็นเมืองสําคัญของจักรวรดิ โรเซ่น เนื่องจากพี่ได้ให้เงินกับพวกเขามากพอๆกับสินค้าเลย”
เจ่าไห่พยักหน้าและพูดว่า “นั่นมันก็ดีกับพวกเขา พวกเขทํางานหนักมาก ตอนนี้พวกเขาเป็นหนึ่งในพวกของเรา นอกจากนี้พี่ก็คิดว่าเราน่าจะเป็นร้านของเราให้เมืองสกายได้แล้ว เธอคิดว่ายังไงลอร่า?”
ลอร่าพยักหน้าจากนั้นเธอก็หันหน้าของเธอไปที่เมแกนและพูดว่า “ฉันคิดว่าเราน่าจะถามเมแกนเกี่ยวกับเรื่องนี้เมแกนไม่ได้พูดอะไรเลย ฉันคิดว่ามันจะไม่ดีกับเธอ”
เมแกนมองแล้วเธอก็พูดทันทีว่า “ไม่เป็นไรเลย ฉันไม่ค่อยรู้เรื่องเหล่านี้ ฉันคิดว่าฉันไม่ควรพูด เพราะไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลย”
เจ่าไห่มองไปที่เธอด้วยรอยยิ้มและพูดว่า “ไม่เป็นไร เธอคิดว่าเราน่าจะต้องเปิดร้านที่เมืองสกายไหม?”
เมื่อเห็นว่าไม่มีทางที่เจ่าไห่จะปล่อยเรื่องนี้ผ่านไป เมแกนก็คิดและพูดว่า “ฉันคิดว่ามันน่าจะโอเคเลย ตอนนี้พี่ไห่มีธุรกิจกับฉันแล้วและพ่อของฉันก็ชอบพี่ ยิ่งไปกว่านั้นฉันได้คุยเรื่องที่ไร่กับคณปู่แล้ว ดังนั้นฉันจึงไม่คิดว่าตระกูลแคลซีจะต่อต้านพี่ไห่แล้ว แต่ถ้าเราต้องคิดแล้วมันก็ไม่ดีที่เราจะพึ่งพาตระกูลแคลซีดังนั้นฉันคิดว่าเราควรจะต้องเปิดร้าน
ลอร่ากับเจ่าไห่พยักหน้า เมื่อได้ยินเมแกนพูดพวกเขาคิดว่าเธอได้ให้ความสําคัญกับตัวเองได้แล้ว ซึ่งเป็นในฐานะคนของตระกูลบูดาและไม่ใช่เจ้าหญิงของตระกูลแคลซีอีกแล้ว นี่เป็นสิ่งที่สําคัญมากกับพวกเขา
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “เอาล่ะ..จากนี้เราจะไปเปิดร้านที่เมืองสกาย แต่พี่คิดว่าสิ่งนี้จะต้องรอจนกว่าจะถึงปีหน้า ตอนนี้เราจะต้องพึ่งพาเมแกน”
เมื่อเธอได้ยินเจ่าไห่เมแกนก็ส่ายหัวของเธอและพูดว่า “ไม่ดีเลยถึงแม้ว่าฉันจะโตที่เมืองสกาย ฉันก็ไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นที่นั่น ถ้าเราเปิดร้านเราจะต้องขอความช่วยเหลือ
ยิ้มยิ้มและพูดว่า “ลองดูสิว่านอกจากเธอแล้วคนของเราใครจะคุ้นเคยกับเมืองสกายมากที่สุด มันก็น่าจะเป็นเจ้าหญิงของตระกูลแคลซี ไม่มีใครในเมืองที่จะหักหน้าเธอแน่ๆ”
เมแกนมองไปที่เจ่าไห่และเห็นว่าเขาต้องการให้เธอลองทําดูจริงๆ เธอไม่ได้พูดอะไรต่อ แต่ก็พยักหน้าและพูดว่า “เอาล่ะ..งั้นฉันจะลองดูก็แล้วกัน”
เจ่าไห่พยักหน้าและพูดว่า “มันจะไม่เร็วเกินไปแล้วเพราะเรามีตารางงานที่แน่นมาก พรุ่งนี้เราจะต้องไปที่เมืองน้ําหยก ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้ทําอะไรมาก”
ลอร่ากับคนอื่นๆ ก็พยักหน้าแล้วพวกเขาก็ไปพัก อากาศในมิติค่อนข้างดีมากในตอนนี้ เจ่าไห่ไม่จําเป็นต้องเป็นห่วงอะไรเลย
เช้าวันรุ่งขึ้นหลังจากกินอาหารเช้ากับแรนดอล์ฟ กลุ่มของเจ่าไห่ก็ออกเดินทางไปในทะเลอีกครั้ง เมื่อคืนนี้เรือของเจ่าไห่ที่จอดเทียบท่าไปยังเมืองน้ําหยกแล้ว
แต่แรนดอล์ฟและคนอื่นๆ ก็รู้แล้วว่าเรือนี้เป็นสิ่งที่เจ่าไห่ได้ทํา แม้ว่าพวกเขาจะไม่รู้ว่าเจ่าไห่ทําได้ยังไง พวกเขามั่นใจว่ามันไม่ได้เกิดขึ้นจากเรือได้แน่ๆ
หลังจากที่เจ่าไห่และคนอื่นๆ ขึ้นเรืออีกลําออกจากท่าเรือแล้ว เจ่าไห่ไม่ได้มุ่งหน้าไปยังเมืองน้ําหยกผ่านทางมิติทันที หากคนอื่นๆรู้ว่าพวกเขามาถึงเมืองน้ําหยกในเวลาเดียวกันกับที่พวกเขาออกจากท่าเรือของเมืองสกาย ผู้คนเหล่านั้นก็จะน่าใจว่าเจ่าไห่มีความสามารถในการควบคุมมิติ ซึ่งมันก็ไม่มีวิธีอื่นเลยที่จะทําให้พวกเขาเดินทางได้เร็วเช่นนั้น
เจ่าไห่และคนอื่นๆ ไม่ได้ไปที่มิติและอยู่บนดาดฟ้าเรือพร้อมกับมองทะเล ในขณะที่พวกเขาแล่นเรือ พวกเขาก็ต้องนั่งลงและเพลิดเพลินกับทะเลที่สวยงาม
ขณะที่นั่งอยู่บนเรือและดูเรือลําอื่นๆ ที่กําลังจะมาและไปเจ่าไห่ถอนหายใจและพูดว่า “ฉันไม่ได้คิดอะไรเลยในขณะที่เราอยู่ในทะเลตอนนี้ แต่ตอนนี้ฉันเห็นว่าจักรวรรดินี้มันช่างหนาวจริงๆ”
ลอร่าก็ถอนหายใจและพูดว่า “จักรวรรดินี้มันหนาวมากจริงๆ ด้วยมันก็เป็นเรื่องที่ดีที่เจ้าฉันอยู่ในป้อมภูแขาเหล็ก ไม่งั้นที่นั่นก็คงจะหนาวเหมือนกัน”
เจ่าไห่ยิ้มแล้วหันไปหาเมแกนและพูดว่า “เมแกน..เธอชอบที่นี้หรือไม่? เธอเติบโตมาที่นี่ตอนที่ยังเป็ฯเด็ก พูดตามตรงเลยพี่ไม่ได้ชอบความหนาวเย็นเช่นนี้เลย”
เมแกนยิ้มและพูดว่า “จริงๆ แล้วฉันรู้สึกสบายมากที่ป้อมภูเขาเหล็กฉันชอบที่จะอยู่ที่นั่นมาก ในตอนนี้ ความหนาวของที่นี่มันก็ถูกต้องแล้วที่จะมีหลายคนไม่ชอบมัน”
เจ่าไห่ยิ้มและดูเวลา “เราจะรออีกหน่อยแล้วเราก็จะไปที่เมืองน้ําหยก เมื่อเราไปถึงที่นั่นเราจะต้องทําทุกอย่างให้เสร็จเร็วที่สุด จากนั้นเราจะไปที่เมืองคาร์สัน เรามีเวลาน้อยมากที่จะเตรียมพร้อมให้วันขอบคุณพระเจ้า”
เมแกนและคนอื่นๆก็ยิ้มเช่นกันจากนั้นก็พูดคุยกันบนเรือสองชั่วโมงโดยที่ไม่รู้ตัว เมื่อเรือขอ เจ่าไห่ออกจากเมืองสกายมาได้สักพักแล้ว เขาก็เข้าไปในมิติทันทีจากนั้นพวกเขาก็ไปที่เมืองน้ําหยกทันที
สถานที่ที่พวกเขาเลือกที่จะปรากฏ อยู่นอกเมืองน้ําหยก เมื่อพวกเขาไปถึง พวกเขาก็ไม่ได้นั่งรถลาก แต่กับพี่ม้าเพื่อเข้าไปในเมืองแทน
พวกเขาไปที่ร้านของหมิวก่อน ร้านค้ายุ่งมากตั้งแต่วันขอบคุณพระเจ้าใกล้เข้ามา นี่เป็นเวลาที่ดีที่สุดในการขายสินค้าในจักรวรรดิและร้านของหมิวได้ลงทุนในสิ่งนี้ แม้ว่าสินค้าของเฮแวานจะไม่ได้รับความนิยมมากในจักรวรรดิโรเซ่น แต่ก็เป็นที่ยอมรับจากคนทั่วไปในเรื่องของคุณภาพ
และเนื่องจากผู้คนต้องการที่จะกินอาหารที่ดีในวันขอบคุณพระเจ้าและเนื่องจากสินค้าเฮแวนมีราคาที่ไม่แพงและดี จึงเป็นที่นิยมมากสําหรับคนที่ไม่มีเงินมาก
เมื่อเจ่าไห่เห็นว่าภายในร้านยุ่งมากๆ เขาก็อดไม่ได้ที่จะยิ้ม จากนั้นเขาก็หันหน้าไปหาลอร่า และพูดว่า “ดูเหมือนว่าหมิวจะทํางานได้ดีมาก เมื่อเราขายของมีค่าในภายหลังรายได้จะไม่ลดลง อย่างแน่นอน”
ลอร่ายิ้มและพูดว่า “ไม่ใช่เพราะหมิว แต่สินค้าจากมินก็ดีมากเช่นกันและจากเรื่องจริงที่ว่าชาร์ ลีโปรดปรานพี่ไห่ ผู้คนจะไม่กล์สไม่ยอมเจอหน้ากับพี่ สิ่งเหล่านี้เป็นสาเหตุที่ทําให้ธุรกิจทําได้ดีมากๆ”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นหมิวก็ยังไม่ชํานาญร้านจะไม่สามารถไปได้ไกลขนาดนี้ ไปคุณกับหมิวกันเถอะเราจะไปที่คฤหาสน์ของเจ้าชายและไปหาเทสซีโบ หลังจากนั้นเราจะไปที่เมืองคาร์สัน”
พวกเขาจึงไปที่ลานด้านหลังร้าย เมื่อหมิวเห็นพวกเขา เขาก็เดินไปหาเจ่าไห่ทันที เมื่อมาถึงตอนนี้ เมื่อมาถึงตอนนี้ใครที่ไม่ได้ทําอะไรก็ให้ไปดูแลจุดจ่ายเงิน
พวกเขาเดินไปยังห้องนั่งเล่นหลังจากที่หมิวมาถึง เจ่าไห่ก็มองไปที่หมิวด้วยรอยยิ้มและพูดว่า “หมิว เจ้าทําได้ดีมาก มันดีมากจริงๆ ใช่แล้วสินค้าจากทะเลชุดล่าสุด พวกมันถูกจัดส่งไปหาเทสซีโบแล้วใช่ไหม?”
หมวพยักหน้าและพูดว่า “แน่นอนข้าได้จัดการดูแลและจัดส่งให้กับเทสซีโบแล้ว และก็ได้จดบันทึกไว้แล้วข้าสามารถแสดงทุกอย่างให้นายน้อยดูได้”
เจ่าไห่ส่ายหัวและพูดว่า “ข้าไม่ต้องการดูอะไรแบบนั้น ข้าจะให้เจ้าจัดการ และก็เอาบัญชีให้กับลอร่าดูข้าไม่ชอบดูมัน”
ลอร่ายิ้มแล้วหันมาที่หมิวและพูดว่า “วันขอบคุณพระเจ้าใกล้เข้ามาแล้ว เจ้าวางแผนที่จะทําอะไรให้ครอบครัวของเจ้าหรือไม่?”
หมวตกใจเมื่อเขามองลอร่าและเจ่าไห่ เขาเข้าใจว่าถ้าลอร่าถามเกี่ยวกับเรื่องนี้มันจะต้องมาจากเจ่าไห่อย่างแน่นอน
จบบทแล้วนะครับ ขอบคุณที่ติดตามนะครับ บ้าย…บาย