Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ) - บทที่ 444 - น้ําไหล
- Home
- All Mangas
- Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ)
- บทที่ 444 - น้ําไหล
นิยาย ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ บทที่ 444 – น้ําไหล
บทที่ 444 – น้ําไหล
เมแกนมองไปที่แรนดอล์ฟและพูดว่า “ถ้ามันไม่สําคัญกับตระกูลแคลซีของเรา หนูจะไม่บอกเรื่องนี้กับคุณปู่หรอก คุณปู่หนูรู้ว่าตระกูลของเรามีโรงงานจํานวนมาก แต่หนูของบอกได้เลยว่า ผลผลิตของโรงงานของเรา ไม่มีอันไหนสู้ของเจ่าไห่ได้เลย ดูเหมือนว่าโรงงานของพี่ไห่จะใช้คน เพียง 100 คนแต่ผลการผลิตของเขาก็มากกว่าโรงงานของเราที่ใช้คนถึง 300 คนผลผลิตที่ได้
ออกมาทั้งหมดไม่อาจจะเท่ากับของพี่ไหได้เลย”
เมื่อแรนดอล์ฟได้ยินสิ่งที่เมแกนพูดเขาก็ไม่รู้ว่าจะต้องทําเช่นไร แต่เขาก็มองเมแกน จากนั้น เขาก็เข้าใจทันทีว่าเมแกนกําลังคิดที่จะทําอะไรอยู่ แรนดอล์ฟถามเมแกนไปตรงๆ “เมแกน..หลานกําลังจะพูดว่าเจ่าไห่มีวิธีเพิ่มการผลิตยังงั้นเหรอ? และหลานรู้วิธีที่เจ่าไห่ใช้หรือไม่?”
เมแกนมองแรนดอล์ฟและด้วยความมั่นใจของเธอ เธอพูดว่า “หนูรู้ว่าพี่ไห่ใช้วิธีไหน หนูต้องบอกก่อนว่าพี่ไห่นั้นเป็นคนที่ฉลาดมากๆ พี่ไห่ใช้วิธีที่พวกเราคิดไม่ถึงเลย”
แรนดอล์ฟมองเมแกนและพูดว่า “วิธีอะไรงั้นเหรอ? เมแกน..บอกปู่เร็วๆ หลานรู้ไหมว่าปู่กังวล
เรื่องนี้มากแค่ไหน?”
เมแกนยิ้มและพูดว่า “พี่ไห่เรียกมันว่าสายการผลิตชิ้นส่วน มาดูตัวอย่างโรงงานเซรามิกของ
ตระกูลเรา ตอนนี้ถ้าช่างปั้นต้องทําชิ้นส่วนเซรามิกเวลาที่ใช้ในการปั้นดินเพื่อทําเซรามิกจะใช้เวลาหลายวัน แต่คุณปู่เคยคิดบ้างไหม? วิธีการเกี่ยว
กับการแบ่งการซื้อดิน แยกดิน ปั้นเซรามิก แล้ววาดภาพดอกไม้ทุกอย่างเป็นการแบ่งงานกันทํา ก็คือให้ใครบางคนจะขุดดินจากนั้นก็ไปให้
คนที่แยกดิน จากนั้นก็ไปหาคนงานอีกคนหนึ่งซึ่งเขาจะปั้นมันแล้วสุดท้ายก็ส่งต่อไปยังคนวาดแบบ ด้วยวิธีนี้งานจะลื่นไหลจากคนงานไปยังคนงานเหมือนกับน้ําไหล ด้วยสิ่งนี้ระดับของการ
ผลิตจะเพิ่มประสิทธิภาพมากขึ้น”
แรนดอล์ฟและสมิทเป็นคนที่ฉลาด ดังนั้นพวกเขาจึงเข้าใจสิ่งที่เมแกนบอกทันที พวกเขายัง
คงต้องลองอีกครั้ง แต่พวกเขาก็จินตนาการว่าสิ่งนี้มันน่าจะเป็นไปได้
แรนดอล์ฟรู้สึกตื่นเต้นเมื่อเขายินขึ้นและพูดว่า “ดีจริงๆ มันน่าอัศจรรย์มาก นี่มันเป็นอะไรที่วิเศษจริงๆ สิ่งเมแกนพูดสามารถเพิ่มผลผลิตเซรามิกของเราได้ ฮ่าๆๆๆ เมแกนหลานไม่ได้พูดโกหกจริงๆ นี่มันจะส่งผลกระทบต่ออนาคตของตระกูลแคลซีของเรามากๆเลย”
แต่ทันใดนั้นแรนดอล์ฟก็หยุดนิ่ง เขาหันไปมองเมแกนและพูดว่า “เมแกน เจ่าไห่ยินดีที่จะบอกเราเกี่ยวกับเรื่องนี้หรือไม่? หากเขาไม่เห็นด้วย สิ่งนี้จะส่งผลต่อความสัมพันธ์ในอนาคตของหลาน
หลานต้องรู้ว่าเรื่องนี้ไม่ใช่สิ่งที่จะแพร่กระจายไปทั่วได้”
เมแกนยิ้มและพูดว่า “โปรดสบายใจได้เลย พี่ไห่ยินดีที่จะบอกเรื่องนี้”นั่น?”
แรนดอล์ฟพอใจและพยักหน้าอย่างพอใจ “เจ่าไห่มีโรงงานจริงๆ หรือใครกันทํางานอยู่ที่
เมแกนยิ้มและพูดว่า “ทาสมนุษย์ที่มาจากทุ่งหญ้า ตอนนี้พี่ไห่มีทาสที่ทํางานอยู่ในโรงงานของเขามากกว่า 1,000 คน”
แรนดอล์ฟพยักหน้าเขาไม่ได้ถามเกี่ยวกับที่ตั้งของตระกูลบูดา เขารู้ว่าพวกเขาไม่สามารถอยู่ในแดนทมิฬได้สถานที่นั้นเป็นสถานที่ต้องห้ามในจักรวรรดินี้ บ้านของเจ่าไห่จะต้องอยู่ในที่ลับๆ
และเจ่าไห่จะไม่เปิดเผยที่นั่นอย่างแน่นอน
เมื่อเห็นแรนดอล์ฟไม่ถามเกี่ยวกับที่อยู่ของตระกูลบูดา เมแกนก็รู้สึกสบายใจ จากนั้นเธอก็พูดว่า “คุณปู่พี่ไห่บอกว่าที่อยู่ตอนนี้ของตระกูลบูดาเป็นความลับ เขาบอกไม่ให้หนูบอกกับทุกคนในตอนนี้ โปรดอย่าโกรธเลย”
รอ?”
แรนดอล์ฟมองเมแกนและยิ้มว่า “อะไรนะ? เพียงเพราะเขาบอก หลานก็จะไม่บอกปู่เลยงั้นเหรอ
เมแกนตอบอย่างตั้งใจว่า “ปู่.. พี่ไห่เชื่อใจฉันดังนั้นหนูจะทําสิ่งที่ไม่ยุติธรรมกับเขาเลย ดังนั้น หนูจะไม่บอกคุณปู่ เพราะว่ามันจะไม่ยุติธรรมกับพี่ไห่”
แรนดอล์ฟหัวเราะและตีที่หัวของเมแกนเบาๆ พร้อมกับพูดว่า “สิ่งที่หลานทํามันเป็นเรื่องที่ถูกต้อง ปู่จะโกรธหลานได้ยังไง นี่มันเป็นสิ่งที่หลานตัดสินใจแล้ว มันทําให้เจ่าไห่ไม่ได้มีภาระต่อตระกูลแคลซีเกี่ยวกับที่อยู่ของกลุ่มของเขา ตอนนี้หลานได้หมั้นกับเจ่าไห่แล้ว เขาก็เชื่อว่าหลาย
เป็นพรที่เขาได้รับ หลานเป็นคนของตระกูลบูดาของเขาแล้ว โดยปกติแล้วหลานจะต้องเป็นห่วงพวกเขา ปู่จะโกรธเพราะเรื่องนี้ไม่ได้”
เมแกนจับมือที่อ่อนโยนของแรนดอล์ฟดวงตาของเธอเป็นสีแดงและเธอก็ไม่ได้พูดอะไร หลังจากนั้นเธอก็พูดกับแรนดอล์ฟว่า “คุณปู่ พี่ไห่เชื่อใจหลาน พี่ไท่ก็จะต้องดูแลหลานอย่างดีแน่นอน และพวกเราก็จะต้องดูแลเขาอย่างดีแน่นอน”
พี่ไห่ดูแลลอร่าและเม็กอย่างดี เม็กเติบโตกับพี่ไห่ตั้งแต่ยังเด็ก พี่ไห่จึงเป็นเหมือนสวรรค์ของเธอ ลอร่าทิ้งทุกอย่างทั้งหมดของเธอและให้คนของตระกูลของเธอไปยังเขตของพี่ไห่ ไม่มีค่าถามว่าพี่ไห่ไว้วางใจพวกเขาอย่างมากเพราะอะไร แต่หนูอยู่ในตระกูลผู้ยิ่งใหญ่ที่อยู่ท่ามกลางของจักรวรรดิ สําหรับพี่ไห่ที่จะไว้วางใจหนู แม้จะมีความจริงเรื่องนี้ก็ใหญ่มากสําหรับหนู ดังนั้น หนูจึงไม่สามารถบอกคุณปู่เกี่ยวกับที่อยู่ของพวกเขาได้ แต่หนูสามารถพูดได้ว่าความแข็งแกร่ง
ของพี่ไห่นั้นมากกว่าที่คุณปู่คิด คุณปู่ต้องรู้ว่าสิ่งที่พี่ไห่ทําตอนนี้เป็นเพียงส่วนน้อยของพลังของ
เขาเท่านั้น หนูหวังว่าตระกูลแคลซีของเราจะไม่มีปัญหากับตระกูลบูดา เพราะหนูมั่นใจว่าคนที่จะต้องเจอกับเรื่องลําาบากจะต้องเป็นตระกูลแคลซีแน่นอน
แรนดอล์ฟมองด้วยความประหลาดใจที่เมแกนและพูดว่า “เมแกน..หลานแน่ใจงั้นเหรอ? เจ่าไห่นั้นแข็งแกร่งจริงๆ เหรอ? หลานน่าจะรู้ว่าตระกูลของเราไม่ได้มีเทพผู้มีพลังระดับ 9 แค่ 2 เท่านั้น พวกเขายังมีความแข็งแกร่งมากๆอีกด้วย”
เมแกนยิ้ม แรนดอล์ฟม่มีวันคิดว่าเจ่าไห่จะมีของอย่างเช่นมิติด้วยกองทัพของเขาเพียง 800,000 ที่อยู่ในระดับที่ 8 ไม่ต้องพูดถึงตระกูลแคลซีเลยจักรวรรดิโรเซ่นก็ยังยากเลยที่จะรับมือ และด้วยการนําเทพผู้มีพลังระดับ 9 เข้าไปยังมิติมันก็ทําให้มิติของพี่ไห่เพิ่มระดับไปถึง 40 แล้ว
แรนดอล์ฟมองท่าทางของเมแกนและไม่ต้องการให้เธอพูดอะไรก่อนที่เขาจะเข้าใจ เขาพยักหน้าและพูดว่า “เอาล่ะ..สบายใจเถอะ ปู่รู้ว่าต้องทําอะไร ใช่..เมแกนหลานจะไปกับปู่ที่เมืองคาสัน ในวันพรุ่งนี้หรือหลานจะไปกับเจ่าไห่ที่เมืองน้ําหยก?”
เมแกนยิ้มและพูดว่า “หนูจะไปที่เมืองน้ําหยกเพื่อไปดูที่นั่น พี่ไห่ยังมีร้านค้าที่นั่นเขาต้องไปดูที่นั่น ผู้จัดการเป็นคนของลอร่าและเรื่องจากเรื่องเร่งด่วนก่อนหน้านี้พี่ไห่จึงต้องมอบหมายงานให้เขา ตอนนี้พี่ไห่ต้องการดูว่าเขาทําอะไรไปบ้างแล้ว?”
แรนดอล์ฟพยักหน้าและพูดว่า “เอาล่ะ หลานสามารถไปกับเจ่าไห่ได้ เพราะเขาจะมุ่งหน้าไปยังเมืองคาสันด้วย โอ้..ปู่หวังว่าทุกอย่างจะไม่มีอะไรผิดพลาด ด้วยวิธีนี้สินค้าทางทะเลจะต้องแบ่งมาเป็นของเราบ้าง พวกที่ท่ากําไรได้มหาศาลมันช่างน่าเสียดายจริงๆ”
เมแกนยิ้มและพูดว่า “ไม่ต้องกังวลคุณปู่เราจะได้รับส่วนแบ่งของสินค้าทางทะเลในอนาคต
เป็นเพียงว่าอุปทานค่อนข้างน้อยไม่มีทางที่เราจะได้รับ”
แรนดอล์ฟยิ้มและพูดว่า “พี่ไห่มีทักษะในการทําธุรกิจจริงๆ เขามีลอร่าอยู่ข้างๆ แล้วดูเหมือนว่าตระกูลบูดาจะมีปัญหาในด้านอื่นๆ ไม่น่าแปลกใจเลยที่เมแกนต้องการที่จะเรียนรู้เรื่องธุรกิจอย่างมาก ฮ่าๆๆ”
เมแกนรู้สึกอึดอัดใจ เมื่อสีหน้าของเธอเปลี่ยนเป็นสีแดงและพูดว่า “คุณปู่ไม่พูดไรสาระ ตระกูลทําได้ดีมากๆ คุณปู่ไม่เคยรู้ว่าพวกเขาเคยเป็นมาในอดีต แต่ตอนนี้พวกเขาแข็งแกร่งขึ้นแล้ว นอกจากนี้ยังมีการต่อสู้ของพี่ไห่ที่น่าอัศจรรย์มากๆ”
แรนดอล์ฟยิ้มและพูดว่า “มาเลยไม่จําเป็นต้องแตะหน้าพี่ไห่ ฮ่าๆๆ เอาล่ะหลานทํางานหนักทุกวันแล้ว ไปพักผ่อนเถอะ พี่ไห่ไม่ได้พูดหรือไม่ว่าจะมุ่งหน้าไปยังเมืองน้ําหยกในวันพรุ่งนี้ ไปนอนเพื่อให้หลานตื่นตรงเวลาเถอะ”
ไปที่ห้องของเธอ
เมแกนพยักหน้าและพูดว่า “เอาล่ะ..คุณปู่หนูของไปพักผ่อนก่อน” เมแกนยืนขึ้นแล้วเดินกลับ
หลังจากเมแกนออกไป แรนดอล์ฟหันไปหาสมิทและพูดว่า “สมิท เจ้าคิดว่าสิ่งที่เมแกนพูดมันเป็นจริงหรือไม่?”
สมิทยิ้มและพูดว่า “ข้าเกรงว่ามันจะเป็นเรื่องจริงๆ แม้ว่าเมแกนคนนั้นจะมีหัวใจของเธอนําโดยเจ่าไห่ เธอยังคงไม่ล้อเล่นเมื่อพูดถึงตระกูลแคลซีของเรา ดูเหมือนว่ายังมีเรื่องอีกมากมายที่เจ่า
ไห่ไม่ได้บอกให้เมแกนรู้ และก็ไม่ใช่เรื่องง่านเลยที่จะบอก”
แรนดอล์ฟพยักหน้าและพูดว่า “สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือความฉลาดของเด็กคนนี้ เขาอาจคิดว่าคนจะมาหาที่ของเขาดังนั้นเขาไม่ได้พูดอะไรและปล่อยให้คนเหล่านั้นไปที่แดนทมิฬ ข้าได้ยินมาว่าหมอกพิษมีอยู่ถึงระดับเดียวกับบึงซากศพแล้ว ผู้ที่เข้าไปไม่สามารถกลับมาได้อีก
ข้าได้ยินมาว่า
บัฟฟี่ของเพอร์เซลล์ไปที่บึงซากศพและไม่เคยได้ยินว่าออกมาได้เลย เห็นได้ชัดว่าเขาได้พบกับเรื่องที่น่ากลัว ตระกูลผู้ยิ่งใหญ่ที่ส่งคนไปยังแดนทมิฬก็เพื่อไปหาเจ่าไห่ แต่ก็ไม่พบสิ่งใดเลยใน
ขณะที่สูญเสียคนของพวกเขา”
ความคิดนี้ไม่ได้เป็นความคิดของแรนดอล์ฟจริงๆ แล้วคนส่วนใหญ่ในจักรวรรดินี้เชื่อว่าเจ่าไห่ของตระกูลที่ยิ่งใหญ่จากการหาที่อยู่ที่แท้จริงของเขาเท่านั้น
ไม่สามารถอยู่ในแดนทมิฬได้ การกระทําในปัจจุบันของเขานั้นหมายถึงการเบี่ยงเบนความสนใจ
ความคิดนี้ไม่แปลกเลยหลังจากหมอกพิษของบึงซากศพได้เต็มไปทั่วแดนทมิฬแล้ว สําหรับดินแดนที่ใกล้เคียงของบึงซากศพที่ถูกปกคลุมโดยหมอกนี้ไม่ได้เป็นความลึกลับที่ยิ่งใหญ่ เป็นที่ทราบกันดีว่าทุกคนรู้ว่าพิษของพิษเจ็ดสีนั้นเป็นเช่นไร สําหรับเจ่าไห่แล้วมันเป็นเรื่องที่ดีมากๆ
และทําให้คนทั่วไปไม่สนใจเจ่าไห่
เจ็ดสีได้
อย่างไรก็ตามพวกเขาลืมสิ่งต่างๆ เกี่ยวกับเจ่าไห่อย่างชัดเจน พวกเขาลืมที่จะรับรู้ว่าน้ําแห่งความว่างเปล่าเป็นพิษ ถ้าเจ่าไห่หาวิธีแก้พิษนี้ก็คงไม่มีเหตุผลที่เขาจะไม่สามารถแก้หมอกพิษ
ตอนนี้ผู้คนในจักรวรรดิจะไม่สามารถจัดการกับน้ําแห่งความว่างเปล่าและหมอกพิษเจ็ดสีด้วย
สําหรับพวกเขาน้ําแห่งความว่างเปล่าเป็นสิ่งที่พวกเขาเห็นว่ายอดเยี่ยมมากๆ ในขณะที่พวกเขา
เห็นหมอกเจ็ดสีน่ากลัว ดังนั้นจึงไม่มีวิธีสําหรับพวกเขาในการเชื่อมต่อทั้งสองเข้าด้วยกัน
ในใจของเขาเจ่าไห่ต้องรู้ด้วยว่าหมอกของบึงซากศพกําลังจะกลืนแรนดอล์ฟ ดังนั้นเขาจึง
ออกจากสถานที่และหาที่อยู่ลับๆ เขาตัดสินใจที่จะเลือกที่นั่นและได้รับการสนับสนุนจากพลังที่ซ่อนเร้นอันทรงพลัง มิฉะนั้นเขาจะไม่สามารถเข้าถึงความแข็งแกร่งในตอนนี้ของเขาได้
แต่เนื่องจากเจ่าไห่จะไม่ต้องการให้ใครรู้เกี่ยวกับที่อยู่ปัจจุบันของเขา เขาจึงไม่เปิดเผยความจริงที่ว่าเขาออกจากแดนทมิฬ สิ่งนี้ทําให้ผู้คนยังถูกหลอกว่ากลุ่มของเขายังอยู่ในนั้น
จบบทแล้วนะครับ ขอบคุณที่ติดตามนะครับ บ๊าย…บาย