Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ) - บทที่ 443 - เรื่องสําคัญ
- Home
- All Mangas
- Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ)
- บทที่ 443 - เรื่องสําคัญ
บทที่ 443 – เรื่องสําคัญ
แรนดอล์ฟไม่ต้องการที่จะมีปัญหากับชาร์ลีไม่ใช่เพราะเขากลัวเจ้าชายที่สาม มันเป็นเพราะว่าเขาไม่ต้องการเข้าไปเกี่ยวข้องกับชาร์ลีในตอนนี้ การต่อสู้เพื่อครองบัลลังก์ยังคงมีต่อไป แรนดอล์ฟไม่ได้ต้องการที่จะเข้าไปสนับสนุนเจ้าชายองค์ใดเพราะมันอาจจะทําให้เขาไม่ถูกกับเจ้าชายองค์อื่นๆ และนี่ก็เป็นเหตุที่ทําให้เขาไม่ต้องการให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้น
เจ่าไห่ไม่ได้บอกแรนดอล์ฟเกี่ยวกับเบียร์และไวน์นมของเขา นี่ก็เป็นเพราะว่าพวกเขายังไม่ได้คิดวิธีที่จะผลิตพวกมันออกมา เจ่าไห่ไม่ต้องการให้คนอื่นรู้จักสินค้าเหล่านี้ในตอนนี้
เบียร์และไวน์ของเจ่าไห่นั่นเป็นสินค้าที่ไม่เหมือนใครในจักรวรรดินี้เจ่าไห่ไม่ได้วางแผนที่จะร่วมมือกับคนอื่นๆ เขามีชาร์ลีและตระกูลแคลซีอยู่แล้ว
เจ่าไห่หันไปหาแรนดอล์ฟและพูดว่า “คุณปู่แรนดอล์ฟ ข้าให้การสนับสนุนเจ้าชายที่สามไป แล้วมันจะมีผลกระทบอะไรต่อท่านหรือไม่? หากว่าข้าหยุดที่จะช่วยเหลือเจ้าชายที่สามในตอนนี้ ข้าคิดว่ามันอาจจะทําให้ข้าต้องมีปัญหา สิ่งนี้มันคงไม่ดีกับข้าแน่ๆ”
แรนดอล์ฟพยักหน้าและพูดว่า “มันไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรต่อข้าเลย เจ้าให้ความร่วมมือกับชาร์ลีมันจะไม่ส่งผลกระทบต่อตระกูลแคลซี จงสบายใจเถอะ ในความเป็นจริงในจักรวรรดิตระกูลที่ยิ่งใหญ่ก็มีส่วนในการต่อสู้อย่างต่อเนื่องเช่นกัน อย่างไรก็ตามพวกเขาทําได้แค่ช่วยเหลือในทางอ้อมเท่านั้น ด้วยวิธีนี้หากพวกเขาล้มเหลวมันก็จะไม่มีผลกระทบอะไรต่อพวกเขาเลย แต่ถ้าพวกเขาประสบความสําเร็จผลประโยชน์ที่พวกเขาจะได้รับมันก็จะเป็นจํานวนมากด้วยเช่นกัน เมื่อเจ้าเข้าร่วมกับเจ้าชายที่สามและเจ้าก็ยังเคยเป็นศัตรูของเรา เราทําดีกับเจ้าก็เพราะหลังจากที่เจ้าหมั้นกับเมแกน เจ้าให้การสนับสนุนเจ้าชายก่อนหน้านั้นเป็นที่รู้กันอยู่แล้วในหมูคนทั่วไป ที่จะเป็นการรับประกันว่าตระกูลแคลซีจะไม่ได้รับผลอะไร”
เจ่าไห่พยักหน้าและพูดว่า “แต่..แม้ว่ามันจะไม่ส่งผลกระทบอะไรต่อท่าน ข้าก็ยังคงต้องแต่งงานกับเมแกนอยู่ดี จากนี้ไปข้าจะต้องทําให้ตระกูลแคลซีอยู่ในการตัดสินใจของข้า ในตอนนี้ ข้าได้เปิดเผยตระกูลบูดาของข้าแล้ว ที่ต้องทําเช่นนั้นก็เพราะว่าคนในจักรวรรดิจะได้รู้ว่าผู้ชาย แบบไหนที่จะเหมาะสมกับเมแกน ข้าต้องการให้พวกเขารู้ว่าข้าก็มีความยิ่งใหญ่และแข็งแกร่งเหมือนกัน ข้าไม่ต้องการให้เมแกนต้องกลายเป็นเรื่องตลกของคนเหล่านั้น”
เมื่อเมแกนที่นั่งอยู่ข้างของแรนดอล์ฟ เมื่อเธอได้ยินเจ่าไห่พูดดวงตาของเธอก็ดูมีความสุขมากๆ มันทําให้หน้าของเธอเปลี่ยนเป็นสีแดง เธอไม่คิดว่าเจ่าไห่จะมีเหตุผลเช่นนี้
แรนดอล์ฟพยักหน้าและพูดว่า “ดีมาก..เจ่าไห่ เจ้าทําได้ดีมากๆ เมแกนไม่ได้คิดผิด เจ้าจะได้เป็นหนึ่งในตระกูลแคลซีของข้าในอนาคต เอาเป็นว่าวันนี้เจ้าไม่ต้องไปกินอาหารที่อื่น ข้าได้เตรียมอาหารให้พวกเจ้าแล้ว ให้ข้าได้แสดงถึงการต้อนรับเจ้าเถอะ”
หลังจากกินอาหารแล้วเจ่าไห่และคนอื่นๆ ก็ไปพักที่ลานพลัมหวาน ในขณะที่เมแกนกลับไปที่บ้านของเธอเองจริงๆ แล้วเธอต้องการที่จะอยู่ในลานพลับหวานของเธอ แต่แม่ของเธอขอให้เธออยู่กับพวกเขา เมแกนไม่มีทางเลือกอื่นเธอจะต้องทําตามที่แม่ของเธอบอก
เมื่อเจ่าไห่มาถึงลานพลัมหวาน เขาก็ไปที่มิติทันทีพร้อมกับลอร่าและคนอื่นๆ ดูเหมือนว่าพวกเขาจะเข้าไปอยู่ในมิติมากขึ้น หากพวกเขาไม่มีสิ่งที่ต้องทําภายนอกพวกเขาก็จะใช้เวลาส่วนมากเข้าไปอยู่ภายในมิติ
เมื่อเมแกนและแม่ของเธอมาถึงห้องของเธอ เธอนั่งลงแม่ของเธอก็พูดกับเมแกนขึ้นทันทีว่า “เมแกนการเดินทางครั้งนี้กับเจ่าไห่เป็นอย่างไรบ้าง? ลูกตกอยู่ในอันตรายในระหว่างการต่อสู้หรือ ไม่?”
เมแกนส่ายหัวและพูดว่า “ไม่เลย..ลูกไม่ได้อยู่ในอันตรายอะไรเลย ลูกไม่ได้ไปไหนลูกแค่อยู่ในพื้นที่ปลอดภัยในเมืองคาซ่า ลูกไม่ได้เข้าไปในการต่อสู้เลย”
แม่ของเมแกนพยักหน้าและพูดว่า “เทพผู้มีพลังระดับ 9 สี่คนโจมตีเมืองคาซ่าจริงๆ ใช่ไหม? มีคู่แฝดที่ใช้พลังที่แตกต่างด้วยใช่ไหม?”
เมแกนพยักหน้าและพูดว่า “ใช่แล้วค่ะแม่ เทพผู้มีพลังระดับ 9 มาตั้งสี่คน ก็ตามที่ท่านแม่พูดเลย ลูกได้ถามพี่ไห่แล้วว่าคู่แฝดนั้นเป็นคนที่โด่งดังมากในจักรรรดิเป็นแฝดผู้มั่งคั่ง ท่านแม่เคยได้ยินชื่อของพวกเขาหรือไม่?”
แม่ของเมแกนมอง เธอพยักหน้าและพูดว่า “รู้จัก..ดูเหมือนว่า 2 คนนั้นจะใช้พลังที่แตกต่างเกี่ยวกับโลหะ พวกเขามีความสามารถสูงมากๆ ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขาก็สามารถหนีจากการจับกุมได้ในตลอดหลายปีที่ผ่านมา”
เมแกนพยักหน้าและพูดว่า “ลูกได้ยินเกี่ยวกับเรื่องนั้นจากพี่ไห่ด้วย แต่คนสองคนนั้นก็ได้กลายเป็นซอมบี้ไปแล้ว พี่ไหยังบอกอีกว่าเหรียญที่ทั้งสองคนมีมันน่าจะมีมากเลยทีเดียว ถ้าได้ พวกเขามามันก็เหมือนกับว่าพวกเราได้เงินเป็นจํานวนมาก”
แม่ของเมแกนยิ้มและพูดว่า “เจ้าไม่ใช่วิธีที่ดีเลยจริงๆ อันที่จริงมันก็เป็นโชคที่ดีมากๆ สองคนนี้ได้รับเงินในทุกๆปี และพวกเขาก็ยังท่าทุกอย่างเพื่อเงินเท่านั้น เจ่าไห่จะต้องได้รับเงินเป็นจํานวนมากเลยแน่ๆ”
เมแกนยิ้มและพูดว่า “แต่พวกเราก็ยังไม่ได้รับเลย ทุกวันนี้เรามีหลายอย่างที่ต้องดูแลหลังสงคราม มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย”
แม่เมแกนมองไปหน้าของลูกสาวด้วยรอยยิ้มและพูดว่า “จริงเหรอ? ใช่สินค้าที่ได้จากทะเลของเจ่าไห่ใช่ไหม? เขาได้มาเองจริงหรือเขาเอามาจากไหน?”
เมแกนคิดเกี่ยวกับสิ่งที่เจ่าไห่เคยบอกไว้ ดังนั้นเมื่อแม่ของเธอถามเธอก็ตอบทันทีว่า “ได้มา โดยตัวของพี่ไห่ไม่มีประโยชน์เลยที่เรื่องนี้จะเป็นเรื่องโกหก พี่ไม่ได้รับของเหล่านั้นจากบริเวณรอบๆเกาะเอพีแทบจะไม่มีใครเลยที่มีสินค้าดีๆ มากมายเช่นพี่ไห่ แต่สัตว์เวทย์พี่ไห่ไม่ได้ ต้องการพวกมันมากนัก พี่ไห่ไม่ต้องการให้ทะเลไม่มีอะไรดีเหลืออยู่เลย”
แม่ของเมแกนก็พยักหน้าและถามเมแกนว่า “ลูกไปที่ทะเลมางั้นเหรอ? ไปที่อยู่ของตระกูลบูดาหรือไม่? มันอยู่ที่ไหนงั้นเหรอ?”
เมแกนมองที่แม่ของเธอและพูดว่า “พวกเขาไปที่ที่อยู่ของตระกูลบูดา แต่..ลูกไม่สามารถบอกที่อยู่ได้ในตอนนี้ พี่ไห่เชื่อใจลูกและบอกลูก ลูกไม่อาจจะบอกเรื่องนี้กับใครได้
ในขขณะที่มองไปที่เมแกน แม่ของเธอก็ไม่ได้ทําอะไรต่อ แต่ก็ถอนหายใจ เธอรู้ว่ามันจะต้องเป็นเช่นนี้อยู่แล้ว เธอเข้าใจในตัวของเมแกนดี หากว่าลูกของเธอไม่ต้องการจะบอกมันก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไรที่เธอจะต้องถามอะไรต่อ
แม่ของเมแกนหายใจและพูดว่า “เอาล่ะ แม่จะไม่ถามอะไรต่อไปแล้ว เจ่าไห่ใจดีกับลูกไหมในขณะที่ลูกไปกับเขามา? เขาดีกับลูกไหม? ลูกถูกดูแลเหมือนกับลอร่าและเม็กหรือไม่?”
เมแกนยิ้มและพูดว่า “พี่ไห่ดีกับลูกมากๆ และเขาก็ดูแลลูกเหมือนกับที่ดูแลลอร่าเลย เมื่อไปที่นั่นดูเหมือนว่าพวกเราจะว่างมากๆ แต่เมื่อได้ทําอะไรก็ไม่มีเวลาว่างเลย พี่ไหยังบอกอีกหลายอย่างที่พวกเขาสามารถทําได้ในทะเล ลูกต้องการช่วยพวกเขา ดังนั้นลูกก็เลยหาสิ่งที่ลูกพอจะทําได้ ใช่..แล้วตั้งแต่ที่พูดถึงเรื่องนี้ลูกจําได้ว่ามีบ้างอย่างที่ลูกจะต้องไปบอกคุณป์” จากนั้นเธอก็ลุกขึ้นและเดินออกไป
เมื่อแม่ของเธอเห็นเช่นนนั้น เธอก็ดึงเมแกนไว้และพูดว่า “มีอะไรงั้นเหรอ? ทําไมลูกจะต้องบอกเรื่องนี้กับปู่ของลูก? ลูกบอกแม่ได้หรือไม่?”
เมแกนยิ้มและพูดว่า “ลูกคิดว่าสิ่งที่ลูกจะบอกมันไม่ได้มีประโยชน์อะไรเลย ท่านแม่ไม่สามารถทําอะไรกับมันได้ มีเพียงปู่เท่านั้นที่จะใช้ประโยชน์จากมันได้ ท่านแม่ปล่อยลูกก่อน” เมแกนพูดขณะที่เธอเดินออกจากห้องไป
แรนดอล์ฟกับสมิทอยู่ในห้องทํางานพวกเขายังไม่ได้เข้าห้องเพื่อพักผ่อน แต่ในความเป็นจริง แล้วก็คือเมื่อพวกเขาได้เจอกับเจ่าไห่ในวันนี้มันทําให้พวกเขามีความสุขมากๆ ท่าทางของเจ่าไห่ไม่ได้ทําให้พวกเขามีความสุขเท่านั้น แต่ก็ทําให้เมแกนมีความสุขมากเช่นกัน
ท่าทางของเจ่าไห่ที่มีกับเมแกนมันเป็นเรื่องที่ดีมากๆ เขาดูแลเมแกนเป็นอย่างดี นี่คือสิ่งที่พวกเขาอยากที่จะเห็นมัน หากความรู้สึกของเจ่าไห่ที่มีต่อเมแกนนั้นดมากๆ เจ้าหญิงองค์น้อยของพวกเขาก็พอกับครอบครัวที่ดีแล้ว และด้วยความสัมพันธ์ที่ดีของเจ่าไห่ที่มีต่อเมแกน สิ่งนี้ก็หมายความว่าเขาจะมีความสัมพันธ์ที่ดีกับตระกูลแคลซึมากขึ้นและจะทําให้พวกเขามีหน้ามีตา นี่ก็เป็นสิ่งที่ดีของตระกูลแคลซี
ทีนี้ตระกูลใหญ่ๆ ทั้งหมดในจักรวรรดิก็จะรู้ถึงพลังของเจ่าไห่นั้นไม่ได้น้อยไปกว่าตระกูลอื่นๆที่จัดตั้งขึ้นเลย เขาแข็งแกร่งยิ่งกว่าตระกูลอื่นๆ แต่จุดอ่อนเดียวของตระกูลบูดาก็คือความสัมพันธ์ของพวกเขา
แต่ความสัมพันธ์ส่วนตัวของเจ่าไห่ก็ไม่อาจจะบอกได้ว่าไม่ดีเลย ความสัมพันธ์ของเจ่าไห่กับตระกูลเพอร์เซลล์ค่อนข้างจะดีมากๆ ถึงแม้ว่าตระกูลเพอร์เซลล์จะไม่ใช่ตระกูลที่เก่าแก่ที่สุด แต่ชื่อเสียงของตระกูลในจักรวรรดิก็ไม่อาจจะประเมินออกมาได้ ตอนนี้เจ่าไห่ได้ช่วยเหลือพวกเขา เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา พวกเขาจะต้องให้ความช่วยเหลือเจ่าไห่กลับแน่นอนเมื่อเจ่าไห่ต้องการ นี่ไม่ใช่เรื่องธรรมดาเลยสําหรับเจ่าไห่
นอกจากนี้เจ่าไห่ยังเป็นเขยของตระกูลแคลซีด้วย หากว่าเจ่าไห่ต้องการอะไรพวกเขาจะต้องไม่อยู่เฉยๆ แน่นอนนอกจากนี้เจ่าไห่ยังมีความสัมพันธ์กับคนอื่นๆ เช่นเจ้าชายชาร์ลี รวมไปถึงตระกูลเซรี่อีกด้วย ดูเหมือนว่าตอนนี้เจ่าไห่คนที่ไม่อาจจะเพิกเฉยต่อความยิ่งใหญ่ของเขาได้ในจักรวรรดินี้
เมื่อได้พบกับเจ่าไห่จริงๆ ตระกูลแคลซีก็ไม่อาจจะมองหาข้อเสียของเจ่าไห่ได้ ตอนนี้ แรนดอล์ฟได้ดูแลเจ่าไห่เป็นอย่างดีในฐานะคนในตระกูล นี่ยังเป็นวิธีที่ดีที่สุดของขุนนางหาก ท่านคิดว่าใครบางคนเป็นหนึ่งในคนที่ท่านควรสนับสนุนพวกเขาอย่างเต็มที่และปกป้องความเป็นอย่างที่ดีของพวกเขา เมื่อผ่านเรื่องพวกนี้ไปพวกเขาจะได้รับรางวัลที่ยิ่งใหญ่ในอนาคต
หลังจากแรนดอล์ฟกับสมิทพูกถึงเรื่องนี้ ซักพักแรนดอล์ฟก็ถอนหายใจและพูดว่า “สมิท ข้าคิดว่าข้าเจอตัวเจ้ายากเหลือเกิน ตอนนี้ข้าก็แก่มากแล้ว ข้าก็อยู่ที่คฤหาสน์ใหญ่ของตระกูลอยู่ทุกวัน การตัดสินใจเรื่องต่างๆขอจักรวรรดิของข้านั้นไม่ได้ดีเท่าเจ้าเลย พี่ใหญ่และน้องชายที่สี่ของ เจ้าก็ค่อยข้างดี แต่จริงๆแล้วพวกเขาขาดวิสัยทัศน์ที่จะเป็นผู้ปกครองของตระกูลที่ยิ่งใหญ่ของ เรา เราไม่อาจจะนับน้องที่สามได้เลย เขามีสมาธิกับการฝึกฝน เราหวังว่าเขาจะเป็นเทพผู้มีพลังระดับ 9 ได้ ถ้าอย่างนั้นก็ไม่มีอะไรดีเลย”
แรนดอล์ฟถอนหายใจเขาไม่ใช่คนโง่ ในฐานะผู้เฒ่าของตระกูลที่ยิ่งใหญ่ เขาจะไม่เข้าใจได้อย่างไร ถึงแม้จหวันจะทําผิดมากเกินไป แต่เขาก็ทําผิดไปโดยการตัดสินใจของเขา แต่ตอนนี้เขาก็น่าจะรู้แล้วว่าต้องทําเช่นไร
พูดตามตรงเลย แรนดอล์ฟรู้สึกผิดหวังมากในตัวจหวัน วิสัยทัศน์ของจหวันมันต่ามากเขาไม่ได้คิดอะไรไกลๆ เลยหากแรนดอล์ฟมอบให้เขาดูแลตระกูลมันก็คงจะล่มสลายไปแล้ว ดังนั้นแรนดอล์ฟจะไม่ยอมให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับตระกูลอย่างแน่นอน
สมิทมองไปที่แรนดอล์ฟและไม่รู้ว่าจะพูดอะไร เขารู้สึกอยากที่จะได้สิ่งที่ดีที่สุดสําหรับตระกูลแคลซี แต่การที่จะบอกว่าเขาไม่ได้ต่อสู้เพื่อตําแหน่งผู้เฒ่าของตระกูลก็เป็นไปไม่ได้ ในทางตรงกันข้ามเลย เขาต้องการที่จะเป็นผู้เฒ่าของตระกูล เขาเชื่อว่าถ้าเขาได้ตําแหน่งนั้นแล้วเขาจะสามารถทําให้ตระกูลแคลซี่ยิ่งใหญ่กว่าเดิมได้
ในเวลาเดียวกันนี้เป็นครั้งแรกเลยที่สมิทเห็นด้วยกับเรื่องนี้ของแรนดอล์ฟ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นพ่อของเขายอมรับความผิดพลาดต่อหน้าที่ของเขา นี่เป็นเรื่องแปลกสําหรับสมิทแต่มันก็เกิดขึ้นแล้วเขาก็รู้ดีว่าพ่อของเขานั้นแก่แล้ว เขาก็คงจะอ่อนแอลงเมื่อเวลาผ่านไป
สมิทถอนหายใจและพูดว่า “ท่านพ่อ มันก็อาจจะไม่ใช่สิ่งที่ท่านคิด แม้ว่าจหวันจะดูไร้ประโยชน์ แต่ท่านก็ต้องยอมรับว่าเขาก็ประโยชน์เหมือนกัน ดูสิถ้าตระกูลแคลซีไม่มีข้อเสียแล้ว ปัญหาที่เขาทํามันจะไม่ทําให้ตระกูลมาถึงตอนนี้”
แรนดอล์ฟยิ้มและถอนหายใจ “วิสัยทัศน์ของข้าไม่ดีเท่ากับเมแกนเลยฮ่าๆๆ เอาล่ะ..พอพูดถึงเรื่องนี้แล้วเจ่าไห่ก็เป็นคนที่ดีมากๆ ในเวลานี้เขาเปิดเผยตระกูลของเขาแบบที่จักรวรรดิจะไม่กล้าเคลื่อนไหวในขณะที่พวกเขาเริ่มด้วยความแข็งแกร่งของเขา ในเวลาเดียวกันพวกเขาก็ได้ทําสิ่งต่างๆ อย่างเป็นระเบียบและไม่ต้องเป็นกังวลเลย เขาอ่อนโยนต่อคนที่ดีต่อเขา แต่จะโหดก็ต่อเมื่อจําเป็นและจากสิ่งที่ข้าเห็นก่อนหน้านี้ดูเหมือนว่าเขาจะชอบเมแกนมากๆ นี่มันก็ทําให้ข้าสบายใจขึ้น เราต้องปฏิบัติต่อเขาอย่างดีเหมือนคนในตระกูลของเรา ข้าเข้าใจว่าเขาเป็นคนที่ดีมาก ขอให้การสนับสนุนเขาอย่างเต็มที่และตระกูลแคลซีของเราจะได้รับประโยชน์มากมายอย่างแน่นอน”
สมิทยิ้มและพูดว่า “ท่านพ่อ โปรดไปพักผ่อนก่อนเถอะ ข้าได้เห็นเรื่องเหล่านี้จากเจ่าไห่แล้ว ไม่งั้นข้าก็คงไม่ให้เขาได้แต่งงานกับเมแกนหรอก?”
แรนดอล์ฟพยักหน้าและพูดว่า “ด้วยการสนับสนุนของเจ่าไห่ โอกาสของเจ้าชายที่สามที่จะได้บัลลังก์ก็เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน นี่เป็นสิ่งที่ดีสําหรับตระกูลของเรา ข้าคิดว่าถ้าจําเป็นเราต้องให้แรงสนับสนุนเต็มที่กับชาร์ลี ท้ายที่สุดเจ่าไห่จะเป็นหนึ่งในพวกเรา หากเขาล้มเหลวประโยชน์ที่พวกเราจะได้ก็น่าจะหายไปด้วย”
สมิทพยักหน้า ในตอนนี้ก็มีเสียงของฟิลดังขึ้นว่า “เจ้าหญิงท่านมาที่นี่ทําไม? ผู้เฒ่าและนายท่านกําลังคุยกันอยู่ภายใน
เมื่อแรนดอล์ฟได้ยินว่าเมแกนและแม่ของเธอมา เขาก็พูดขึ้นทันทีว่า “เมแกนมางั้นเหรอ? พวกเขาเธอเข้ามา” เซนีมาเป็นชื่อของแม่ของเมแกน แต่ผู้คนชอบเรียกเธอว่ามาดาม
เมแกนไม่สามารถรอได้นานเกินไปและผลักประตูเข้ามา เมื่อเธอเห็นแรนดอล์ฟเธอก็รีบวิ่งไปที่ข้างๆของเขาและพูดว่า “คุณปู่ หนูมีเรื่องจําเป็นบางอย่างที่ต้องมาหาคุณปู่”
แรนดอล์ฟมองเมแกนและพูดว่า “เมแกน หลานแต่งงานแล้ว หลานไม่ควรทําตัวเหมือนเด็กๆ
แล้ว”
เมื่อเมแกนได้ยินเช่นนั้น เธอก็พูดว่า “คุณปู่ต้องฟังหนูก่อน เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับตระกูลแคลซีของเรา หากคุณปู่ไม่ฟังหนู หนูก็จะไม่บอกคุณปู่”
เมื่อแรนดอล์ฟได้ยินเช่นนั้น เขาก็ไม่อาจทําอะไรได้ แต่ก็ยิ้มเมแกนไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน แต่ตอนนี้เธอดูเหมือนจะคิดเกี่ยวกับอนาคตของตระกูลแล้ว โดยกติแล้วพวกเขาจะเป็นว่าเรื่องนี้ มันเป็นเรื่องที่ตลกมากๆของเธอ
แรนดอล์ฟยิ้มและพูดว่า “เอาล่ะปู่จะฟังสิ่งที่หลายนจะพูด สิ่งนี้จะส่งผลกระทบต่อตระกูลของเรางั้นเหรอ? ฮ่าๆๆๆ ดูเหมือนว่าสิ่งที่หลานกําลังจะพูดมันเป็นเรื่องที่ใหญ่มากๆเลย”
จบบทแล้วนะครับ ขอบคุณที่ติดตามนะครับ บ๊าย…บาย