Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ) - บทที่ 442 - เข้าประตูอย่างงดงาม
- Home
- All Mangas
- Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ)
- บทที่ 442 - เข้าประตูอย่างงดงาม
บทที่ 442 – เข้าประตูอย่างงดงาม
เจ่าไห่และคนอื่นๆ ปรากฏตัวนอกเมืองสกาย ตอนนี้พวกเขาไม่ต้องการไปที่ที่คนเยอะๆ พวกเขาก็เลยมองหาสถานที่ที่ห่างไกลจากผู้คน เจ่าไห่เอารถลากของเขาออกมาและมุ่งหน้าไปที่เมืองอย่างช้าๆ
รถลากของเจ่าไห่นั่นบนหัวของวัวที่ลากอยู่มีธงของตระกูลบูดาและก็มีเหล่าซอมบี้เดินตามาด้วยสามตัว เพียงแค่ซอมบี้เหล่านั้นผู้คนทั่วไปก็รู้แล้วว่าเจ่าไห่มาถึงแล้ว
เป็นเพราะเหตุผลนี้เองที่เมื่อรถของเจ่าไห่เข้าสู่เมืองสกาย ทหารของเมืองก็เห็นพวกเขาที่กําลังมุ่งหน้ไปคฤหาสน์ของราชา แม้ว่าทหารเหล่านี้จะไม่ได้เห็นหน้าของเจ่าไห่พวกเขาก็ยังคงรู้ และทําความเคารพเมแกนและเจ่าไห่ พวกเขาทําอย่างนี้ก็เพราะว่าพวกเขารักสมิทและเมแกน
หลังจากข่าวของเขาดังออกไปอย่างต่อเนื่องเกือบหนึ่งเดือนแล้ว ชื่อเสียงของเจ่าไห่แพร่กระจายไปทั่วทั้งจักรวรรดิ ตอนนี้ผู้คนในจักรวรรดินี้รู้เกี่ยวกับนักเวทย์แห่งความมืดของตระกูลบูดา
มหาอํานาจในจักรวรรดินั้นไม่ได้คิดว่าเผ่าบูดา ซึ่งหายไปนานแล้วจะกลับมาแข็งแกร่งกว่าเดิมเช่นนี้
หากมีใครบันเวลาจริงๆ เวลาก่อนที่ตระกูลบูดาจะกลับมาก็ไม่ได้นานเลย ไม่นานหลังจากที่พวกเขาได้ถูกส่งไปที่แดนทมิฬ เจ่าไห่ก็ปรากฏตัวขึ้นในจักรวรรดิและจากนั้นก็ยังคงสร้างชื่อเสียงของเขาอย่างช้าๆ เพื่อดึงดูดความสามารถใจจากกองกําลังต่างๆ แต่คนทั่วไปก็ไม่ได้คิดว่าเจ่าไห่เป็นหัวหน้าของตระกูลบุดา เด็กพิการที่มีชื่อเสียงจากจักรวรรดิอาร์ซ
สิ่งที่น่าคิดยิ่งกว่านั้นก็คือเรื่องจริงที่ว่าเจ่าไห่สามารถรักษาพิษจากน้ําแห่งชีวิตได้ยังไง นี่ก็เป็นเรื่องที่ทําให้เขาเป็นคนที่ผู้คนทั้งจักรวรรดิสนใจในตัวของเขา
สิ่งที่น่าสังเกตยิ่งกว่านั้นก็คือข้อเท็จจริงที่ว่า Zhao Hai สามารถรับมือกับการรักษาน้ําแห่งความว่างเปล่าได้ นี่เองที่ทําให้เขาเป็นศูนย์กลางของความสนใจของทั้งทวีป
แต่ตอนนี้ที่เล่าไห่ปรากฏตัวขึ้น มันก็เหมือนกับส่ามีบางอย่างที่ใหญ่มากถูกเขาจัดการไป สําหรับเจ่าไห่แล้วการที่เขาสามารถแก้พิษของน้ําแห่งชีวิตได้ นั่นมันก็หมายความว่าผู้คนทั่วๆไปก็สามารถที่จะรักษาให้หายได้เหมือนกัน ถ้าเป็นจริงสําหรับเทพผู้มีพลังแล้วมันก็เป็นเรื่องที่ดีมากๆเลย
อาจจะบอกได้ว่าสถานะของเจ่าไห่ในจักรวรรดินั้นก็เป็นสิ่งที่ไม่ได้เลวร้าย ยิ่งไปกว่านั้นเทพผู้มีพลังจากตระกูลใหญ่ที่พวกเขาเป็นได้ ก็เพราะว่าพวกเขามีความสามารถเหมือนกัน
ผู้คนรู้ว่าในช่วงสงครามในเมืองคาซ่าไม่เพียง แต่เจ่าไห่จะได้รับซอมบี้เพิ่มขึ้นเกือบแสนตัวเท่านั้นเขายังสามารถจัดการกับเทพผู้มีพลังระดับ 9 ของศัตรูของเขาได้อีกด้วย
เทพผู้มีพลังระดับ 9 ไม่ได้ถูกโจมตีเพียงอย่างเดียวพวกเขายังถูกจัดการด้วย นี่ก็หมายความว่าเจ่าไห่เองก็มีเทพผู้มีพลังระดับ 9 มาด้วยและคนของเขาก็น่าจะเยอะด้วยเช่นกัน
เมื่อพวกเขาได้ยินเกี่ยวกับเรื่องนี้ผู้คนในจักรวรรดิก็ตกใจมากๆ พวกเขาไม่ได้คิดว่าเจ่าไห่จะมีวิธีการเช่นนั้น พวกเขารู้เกี่ยวกับการหายไปของตระกูลบูดา ส่วนใหญ่เป็นเพราะพวกเขาไม่มีเทพผู้มีพลังระดับ 9 แต่ตระกูลบดาได้รับหลายอย่างในครั้งนี้อย่างน่าประปลาดใจเทพผู้มีพลังระดับ 9 สามารถเอาเข้ามาอยู่ด้วยง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ?
แต่ในขณะที่คนอื่นๆ รู้สึกประหลาดใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ตระกูลแคลซีก็ดีใจมาก ในอดีตเจ่าไห่บอกพวกเขาว่าตราบใดที่พวกเขาไม่ส่งเทพผู้มีพลังระดับ 9 มาแต่ถ้าพวกเขาส่งมาแล้วเจ่าไห่ก็ไม่มีทางที่จะปล่อยพวกเขากลับไปได้ แต่สมิทและแรนดอล์ฟก็ไม่เชื่อในสิ่งนี้ เหตุผลเดียวที่ตระกูลแคลซีแสดงความไม่พอใจกับเจ่าไห่ เพราะสถานการณ์มีความซับซ้อนมากๆ
นับตั้งแต่ที่พวกเขาได้รับข่าวว่าเจ่าไห่จัดการกับเทพผู้มีพลังระดับ 9 ในเมืองคาซ่า สมิทและแรนดอล์ฟทั้งคู่รู้สึกถึงความกลัว หลังจากที่ได้ยินเรื่องเหล่านี้ แม้ว่าพวกเขาจะรู้ว่าตระกูลเพอร์เซลล์มีเทพผู้มีพลังระดับ 9 ที่มีความแข็งแกร่งอยู่ พวกเขาก็ยังต้องเจอกับเทพผู้มีพลังระดับ 9 ตั้ง 4 คนพร้อมกับคู่พี่น้องที่มีความแข็งแกร่งอีกด้วย ถ้านี่เป็นเรื่องจริงเจ่าไห่ก็ไม่ได้พูดโกหกและ เขาก็เป็นผู้ที่แข็งแกร่งมากๆเลย
สมิทและแรนดอล์ฟได้ยอมรับความแข็งแกร่งของเจ่าไห่ พวกเขารู้ว่าถึงแม้ว่าจะเป็นตระกูลแคลซี แต่เทพผู้มีพลังระดับ 9 ทั้ง 4 ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะจัดการกับพวกเขา หากพวกเขาถูกโจมตีโดยเทพผู้มีพลังระดับ 9 พวกเขาก็ยังคงสามารถเอาชนะได้ แต่มันก็เป็นชัยชนะที่ยากลําบากมากแน่ๆ
และจากรูปลักษณ์ของมัน เจ่าไห่ก็ไม่ได้สนใจอะไรมากนัก แม้หลังจากที่ได้จัดการกับเทพผู้มีพลังระดับ 9 ไปมันก็ทําให้สมิทตกใจกับเรื่องที่ได้ยินมากๆ
ในอดีตพวกเขามีความสัมพันธ์กับเจ่าไหราวกับว่าเจ่าไห่มีความเท่าเทียบกับพวกเขา ถ้ามันไม่ใช่เพราะเมแกน มันก็ยากที่เจ่าไห่จะยังคงมีตําแหน่งอยู่เช่นนี้
แม้ว่าเมแกนจะยังไม่ได้แต่งงานกับเจ่าไห่ แรนกอล์ฟก็ยังวางแผนที่จะจัดการกับเจ่าไห่ แต่ใน ความเห็นของเขาเจ่าไห่ก็ยังไม่มีอะไรเลยที่จะคู่ควรกับเมแกน
แต่ตอนนี้มันก็แตกต่างจากตอนนั้นแล้ว แรนดอล์ฟและสมิทมองว่าเจ่าไห่เป็นคนที่มีสถานะเท่ากับเมแกนแล้ว ในตอนนี้พวกเขาไม่ได้คิดว่าเจ่าไห่จะไม่เหมาะสมกับเมแกน พวกเขายังให้เจ่าไห่ให้เป็นคนพิเศษของพวกเขาด้วย พวกเขาตัดสินใจว่าพวกเขาจะต้องเปลี่ยนการปฏิบัติต่อเจ่าไห่
เจ่าไห่ไม่ได้คิดเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้ เหจตุผลที่เขามีส่วนร่วมในสงครามในเพอร์เซลล์คือการเปิดเผยให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของตระกูลยบูดา เขาต้องการให้จักรวรรดิคิดอีกครั้งเกี่ยวกับความสามารถที่แข็งแกร่งของพวกเขา
เจ่าไห่และคนอื่นๆ มาถึงที่คฤหาสน์ของเมืองอย่างรวดเร็ว เมื่อพวกเขามาถึงพวกเขาก็ไม่อาจจะทําอะไรได้ แต่ก็มองไปที่ประตูเพราะที่ที่พวกเขาถูกพาไปเป็นทางเข้าด้านหน้าของคฤหาสน์
คนทั่วไปจะไม่สามารถเดินผ่านทางเข้าข้างหน้านี้ไปได้ หากสถานะของคุณไม่ถึงก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะผ่านทางนี้ได้ ดังนั้นก็มีเจ่าไห่เพียงคนเดียวเท่านั้นที่ผ่านทางเข้านี้ได้ เนื่องจากความสัมพันธ์ของพวกเขาดีขึ้นมาก รวมถึงการที่เจ้าไม่ได้หมั้นกับเมแกนด้วย เขาก็เลยได้รับอนุญาตให้เข้าไปทางเข้าด้านหน้าได้
แต่เมื่อเจ่าไห่กลับมา ตอนนี้สมิทก็สั่งให้รับพวกเขาผ่านทางเข้าด้านหน้าและที่สําคัญกว่านั้น สมิทก็อยู่ที่นั่นเพื่อรอพวกเขาด้วย
เจ่าไห่ลงมาจากรถของเขาและเดินไปหาสมิททันทีก่อนที่จะคํานับ “ลุงสมิททําไมท่านถึงมารับข้า? ทําไมท่านถึงให้ข้ามาที่ประตูนี้? ข้าไม่คุ้นเคยกับมันเลย”
สมิทมองไปที่เจ่าไห่เขาเห็นว่าสิ่งนี้แหละที่เหมาะกับเจ่าไห่และเขาก็จะไม่เปลี่ยนไปเหมือนเดิมด้วย แต่ตอนนี้เขาก็มีความสุขมากๆ พร้อมกับยิ้มและพูดว่า “นี่เป็นคําสั่งของพ่อของข้า สิ่งที่เขาพูดก็หมายถึงว่าเจ้ามีคุณสมบัติที่จะเดินผ่านทางเข้านี้ได้ พวกเราตระกูลแคลซีรู้สถานะของ เจ้าในจักรวรรดินี้แล้ว”
เจ่าไห่พยักหน้าจากนั้นก็เดินไปพร้อมกับสมิท เข้าไปในคฤหาสน์ด้วยรอยยิ้ม เจ่าไหรู้ว่าสมิทกําลังหมายถึงอะไร
เมื่อพวกเขารวมเป็นกลุ่มใหญ่ พวกเขาจําเป็นต้องได้รับการยอมรับจากกลุ่มพันธมิตรจากตระกูลอื่นๆ ด้วยตระกูลแคลซีต้อนรับเจ่าไห่ด้วยการเปิดประตูเข้าด้านหน้าให้นั่นก็หมายความว่าพวกเขาได้รู้ถึงสถานะของตระกูลบูดา สำหรับเจ่าไห่และกลุ่มของเขานี่เป็นเรื่องที่สําคัญมากๆ
อิทธิพลของตระกูลแคลซีในจักรวรรดินั้นใหญ่มาก แม้ว่าพวกเขาจะถึงหยุดไว้โดยกิลแห่งความสว่าง แต่ทว่าพวกเขาก็ไม่ได้ถูกจัดการได้ง่ายๆ แม้ว่าการปราบปรามจากกิลแห่งความสว่างจะส่งผลต่อตระกูล แต่ผลกระทบก็ไม่ได้เป็นเช่นนั้น โดยรวมแล้วสําหรับตระกูลที่มีชื่อเสียงระดับสูงอย่างตระกูลแคลซีที่จะรับรู้ ตระกูลบูดานจะส่งผลกระทบอย่างแน่นอนต่อการที่จักรวรดิมงตระกูลบูดาในอนาคต
สมิทเชิญเจ่าไห่เข้าไปในห้อง ข้างในมีแรนดอล์ฟกําลังรออยู่ ห้องนั่งเล่นไม่ใช่ที่ๆ ใครๆ ก็เข้าไปได้ตั้งแต่เจ่าไห่หมั้นกับเมแกนเขาและคนของเขาก็ได้รับอนุญาตให้เข้าคนอื่นๆก็ถูกเชิญเข้ามาในห้องด้วย
แรนดอล์ฟไม่ได้ปรากฏตัวในครั้งนี้ เขายืนอยู่ในห้องนั่งเล่นขณะที่รอเจ่าไห่และคนอื่นๆ เมื่อเขาเห็นเจ่าไห่มาถึงแรนดอล์ฟก็ยิ้มและเดินไปทักทายเจ่าไห่เอง แม้ว่าแรนดอล์ฟจะไม่พูดอะไรที่อบอุ่นเมื่อเทียบกับวิธีที่เขาโต้ตอบกับเจ่าไห่ในอดีต แต่ตอนนี้มันก็ดีกว่ามาก
หลังจากทุกคนเข้ามาในห้องนั่งเล่นและนั่งลงแรนดอล์ฟมองเจ่าไห่และพูดว่า “เจ่าไห่ สิ่งที่เจ้าทํามันวิเศษมากจริงๆ เจ้าได้แสดงพลังและเกียรติยศของนักเวทย์แห่งความมืด มันเป็นเรื่องที่ดีมาก คนอื่นๆคงมองนักเวทย์แห่งความมืดใหม่แน่นอน”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “ถึงเวลาแล้วที่จะให้พวกเขารู้ว่าไม่มีสงครามครั้งใหญ่ ในจักรวรรดินี้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาและพวกเขาก็ลืมสิ่งที่นักเวทย์แห่งความมืดสามารถทําได้ สิ่งนี้มีส่วนสําคัญต่อความสําเร็จของกิลแห่งความสว่าง การปราบปรามนอกเหนือไปจากสินบนที่กิลส่งกับสิ่งที่ข้าเปิดเผยในเวลานี้ขุนนางเหล่านั้นจะรู้ว่าสนามรบเป็นเขตของนักเวทย์แห่งความมืด กิลแห่งความสว่างอาจให้ประโยชน์แก่พวกเขา แต่พวกเขาจะต้องใช้ผลประโยชน์เหล่านี้ เพื่อสร้างกองทัพของพวกเขาและเนื่องจากพวกเขาจําเป็นต้องจัดการกองทัพอย่างระมัดระวังตอนนี้พวกเขาจะพิจารณาที่หานักเวทย์แห่งความมืดเพิ่ม ในรายชื่อของพวกเขาโดยรู้ว่าอาชีพมีประสิทธิภาพเพียงใดในช่วงสงครามฉันเชื่อว่าผู้คนจํานวนมากจะเปลี่ยนมุมมองของพวกเขา”
แรนดอล์ฟพยักหน้าและพูดว่า “ใช่แล้ว ปีนี้ผู้ที่ต้องการนักเวทย์แห่งความมืดน้อยลงเรื่อยๆ ขุนนางบางคนคิดว่าการเลี้ยงนักเวทย์แห่งความมืดไม่คุ้มค่า ในครั้งนี้เจ้าทําให้พวกเขาเข้าใจว่านักเวทย์แห่งความมืดนี้มีค่าค่ามากพอ
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “วันขอบคุณพระเจ้าจะมาถึงในอีกไม่กี่วัน ข้าเกรงว่าวันนี้เราจะใช้เวลาที่นี่ พรุ่งนี้เราต้องมุ่งหน้าไปยังเมืองน้ําหยกปู่มีอะไรที่ต้องการหรือไม่?”
แรนดอล์ฟส่ายหัวแล้วพูดว่า “ข้าไม่มี พรุ่งนี้ข้าต้องเตรียมตัวไปที่เมืองคาร์สัน สมิทก็จะอยู่ที่นั่นด้วยเช่นกันเล่าไห่เมื่อมีเวลาเจ้าสามารถไปในเมืองได้หรือไม่? ถ้าเจ่าไห่ที่เมืองน้ําหยก?”
เจ่าไห่พยักหน้าและพูดว่า “เจ้าชายที่สามต้องการให้ข้าไปที่คาร์สัน ข้ายังเตรียมที่จะให้เขาเยี่ยมชมเมื่อฉันมาถึงเมืองน้ําหยก ข้าจะมุ่งหน้าสู่เมืองหลวงทันทีหลังจากดูแลคนไม่กี่คนเสร็จ”
แรนดอล์ฟพยักหน้าแล้วเขามองเจ่าไห่และถามว่า “เจ่าไห่เมื่อไม่นานมานี้ เจ้าชายที่สามดูเหมือนจะได้รับสินค้าทางทะเลมากมาย สิ่งนี้เกี่ยวข้องกับเจ้าหรือไม่?”
เจ่าไห่ไม่ได้ซ่อนความจริงจากเขา เขายิ้มแล้วพูดว่า “สองสามวันที่ผ่านมาข้าไปที่ทะเลลึก และปล่อยเหล่าซอมบี้ไว้ที่นั่น แต่ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าพวกมันจะสามารถทําได้ไหม”
แรนดอล์ฟพยักหน้าและไม่ได้พูด เขารู้ว่าสินค้าทางทะเลเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งที่เขาสามารถทําได้ นี่ก็เป็นเพราะสิ่งเหล่านั้นได้กลายเป็นธุรกิจของเจ้าชายที่สามไปแล้ว หากเขาเข้าไปยุ่งอาจทําให้เจ้าชายที่สามโกรธและทําให้พวกเขาเสียหายก็ได้
จบบทแล้วนะครับ ขอบคุณที่ติดตามนะครับ บ๊าย…บาย