Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ) - บทที่ 438 - ปกป้องแดนทมิฬ
- Home
- All Mangas
- Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ)
- บทที่ 438 - ปกป้องแดนทมิฬ
บทที่ 438 – ปกป้องแดนทมิฬ
วันที่ 3 หลังจากเจ่าไห่และคนอื่นๆ มาถึงที่เมืองดอกไม้ นักรบเริ่มออกมาที่แดนทมิฬ นักรบเหล่านี้เอายาแก้พิษต่างๆ มาเพื่อกิน เพื่อที่จะให้เข้าไปอยู่ภายในร่างกาย
อย่างไรก็ตามไม่นานนัก พวกเขาก็รู้สึกว่าพวกเขาคิดผิดที่ทําเช่นนั้นไป แม้ว่าพวกเขาจะกินยาแก้พิษเข้าไป เพื่อที่พวกเขาจะไม่ถูกยาพิษแต่พวกเขาก็ไม่คิดว่าพวกเขาจะถูกโจมตีโดยเหล่าซอมบี้จํานวนมาก ยิ่งไปกว่านั้นเหล่าซอมบี้เหล่านี้มีความแข็งแกร่งมาก และเนื่องจากที่พวกเขาเป็นซอมบี้พวกเขาไม่ต้องการที่จะเห็นผู้บุกรุกเข้ามา นั่นก็หมายความว่าไม่ว่าจะแอบเข้ามายังไง พวกเขาก็จะถูกพบโดยซอมบอยู่ดี ดูเหมือนว่ามันจะไม่สามารถหลบจากซอมบี้ได้เลย
เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าในจักรวรรดินี้ สิ่งที่น่าปวดหัวที่สุดของเหล่านักรบที่คิดจะบุกเข้าไปคือเหล่าซอมบี้ นี่ก็น่าจะเป็นเพราะวิธีการของพวกเขาไม่ได้มีประโยชน์ต่อเหล่าซอมบี้เลย ในสายตาของพวกเขาแล้วซอมบี้เหล่านี้น่ากลัวมากๆ
สําหรับนักรบเหล่านี้แล้วสิ่งที่ทําให้พวกเขาปวดหัวมากก็คือการที่พวกเขาจะต้องรับมือกับเหล่าซอมบี้เหล่านี้ ดูเหมือนว่าพวกเขาจะไม่มีซะตากรรมอื่นเลย นอกจากไปตายโดยเหล่าซอมบี้ของเจ่าไห่
เจ่าไห่ไม่ได้จัดการกับนักรบโดยใช้วิธีของคนทั่วไป แต่เขากับให้ซอมบี้นับพันตัวจัดการกับพวกเขา และก็ทําให้กลายเป็นซอมบี้ด้วย เมื่อนักรบที่เข้ามาเหล่านั้นเมื่อเข้ามาที่แดนทมิฬแล้ว พวกเขาไม่ได้ถูกโจมตีทันทีเพราะมันจะละบากมาก เมื่อคนเหล่านั้นเดินลึกเข้าไปในแดนทมิฬ เหล่าซอมบี้ก็จะเริ่มล้อมพวกเขาและจากนั้นก็ฆ่าพวกเขาพร้อมกันเลย
เมื่อเจ่าไห่ได้ยินว่านักรับคนแรกมาถึงแดนทมิฬ เขาก็สนใจกับเรื่องนี้มาก เขารู้อยู่แล้วว่าวันนี้จะต้องมาถึง ตราบใดที่พวกเขาเข้ามาที่แดนทมิฬแห่งนี้แล้วพวกเขาก็ไม่มีโอกาสที่จะกลับออกไปได้ หลังจากนั้นผู้คนจะกลัวที่จะเข้ามาที่แห่งนี้
ในตอนนี้เรื่องเหล่านี้จะถูกส่งไปถึงเทพผู้มีพลังระดับ 9 และพวกเขาก็จะไม่กล้าที่จะเข้ามาที่นี้ และนั่นก็ไม่ใช่เรื่องที่พวกเขาจะสนใจด้วย
ดูเหมือนว่าเทพผู้มีพลังระดับ 9 จะไม่สนใจที่จะเข้ามาที่แดนทมิฬ เพราะว่าแดนทมิฬนั้นอยู่ใกล้กับบึงซากศพมาเกินไป ทุกคนในจักรวรรดิรู้ว่าสัตว์ที่อยู่ในนั้นมีความแข็งแกร่งมากๆ เทพผู้มีพลังระดับ 9 ในจักรวรรดิไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่กับพวกมันเลย
ที่สําคัญกว่านั้นไม่กี่เดือนที่ผ่านมาหมอกพิษจากบึงซากศพได้เริ่มแพร่กระจายไปยังแดนทมิฬแล้ว ทุกคนที่เข้ามาแทบจะไม่ได้ออกไปเลย แม้ว่าพวกเขาจะออกไปแล้วพิษที่พวกเขาได้ก็จะฆ่าพวกเขาได้ในที่สุด
พิษนี้ก็เหมือนกับพิษที่อยู่ในทิ้งซากศพ ด้วยเหตุนี้คนทั่วไปจึงไม่กล้าที่จะเข้าไปในแดนทมิฬ
จริงแล้วเรื่องทั้งหมดนี้เป็นเพราะเจ่าไห่ เจ่าไห่ต้องการทําให้มีแนวคิดเกี่ยวกับแดนทมิฬให้กลายเป็นบึงซากศพอีกแห่งนึ่ง
แผนของเจ่าไห่นั้นได้ผลเป็นอย่างมาก ในการเริ่มต้นเมื่อหมอกพิษเริ่มแพร่กระจายไปยังแดนทมิฬแล้ว บางคนก็ต้องการที่จะตรวจดูว่าข้างในนั้นมันเกิดอะไรขึ้น เมื่อเข้ามาและได้เห็นแล้ว พวกเขาก็ออกไปบอกกับคนทั่วไปว่าแดนทมิฬนั้นเต็มไปด้วยสัตว์ร้ายและหมอกที่มีพิษแล้ว
เรื่องที่แผร่กระจายออกไปนี้ทําให้ผู้คนในเพอร์เซลล์กลัวมากๆ พวกเขาอยู่ใกล้แดนทมิฬมาก หากหมอกพิษยังคงแพร่กระจายออกมาเรื่อยๆ พวกเขาจะต้องเป็นกลุ่มคนแรกที่ได้รับผลกระทบ และนี่ก็เป็นเหตุที่ทําให้คนในเพอร์เซลล์ให้ความสนใจกับเรื่องนี้มากๆ
แต่โชคดีสําหรับพวกเขาเพราะว่าหมอกนั้นได้กระจายไปทั่วแดนทมิฬแต่ก็ไม่ได้กระจายไปไกลมากกว่านั้นแล้ว แต่หมอกที่ปกคลุมแดนทมิฬก็หนามากขึ้นเรื่อยๆ คนทั่วไปที่เข้าไปอาจจะมีชีวิตรอดได้ตอนนี้เข้าไปแรกๆ แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้เพียงแค่เข้าไปก็อาจจะถึงตายเลยก็ได้
แต่นับตั้งแต่ที่เจ่าไห่ได้เปิดตัวตระกูลบูดาของเขา มีผู้คนมากมายที่ตั้งใจเขามาในแดนทมิฬ คนเหล่านี้คือนักรบที่ถูกส่งมาจากหลายๆ ประเทศพวกเขายังมีการเตรียมการที่เพียงพอพวกเขานํายาแก้พิษทุกชนิดรวมทั้งหน้ากากป้องกัน แต่สี่เหล่านี้มันก็ไม่ได้มีประโยชน์คนเหล่านี้ตาย หมดหากสิ่งเดียวที่มีอยู่ในแดนทมิฬคือหมอกที่มีพิษ พวกเขาไม่มีโอกาสเลยที่จะรอดไปได้ แต่ก็น่าเสียเดียสําหรับพวกเขาในแดนทมิฬนั้นไม่ได้มีเพียงหมอกที่มีพิษเท่านั้น แต่พวกเขาจะต้องระวังสิ่งอื่นๆอีกด้วย
นักรบเหล่านี้เข้าสู่แดนทมิฬเหมือนกับก้อนกรวดเข้าสู่มหาสมุทร ความจริงในเรื่องนี้ทําให้ผู้ยิ่งใหญ่รู้สึกประหลาดใจกับเรื่องนี้ พวกเขาไม่คิดว่าแดนทมิฬจะกลายเป็นสิ่งที่น่ากลัวมากๆ
แต่สําหรับเจ่าไห่แล้วมันก็เป็นเรื่องที่ดีแต่มันก็ยังเป็นเรื่องทําให้เขาผิดหวังมาก พวกเขาไม่ได้ส่งเทพผู้มีพลังระดับ 9 มาที่นี่อย่างที่เจ่าไห่คิดไว้ก่อนหน้านี้ เทพผู้มีพลังระดับ 9 ไม่ได้มาที่นี่เพราะว่าพวกเขาลังเลที่จะมาที่นี่
แม้ว่าตระกูลที่ยิ่งใหญ่จะระวังตระกูลบูดามาก แต่พวกเขาก็ไม่ได้กลัวตระกูลบูดาเลย แต่ตระกูลบูดาก็เป็นเพียงสัญลักษณ์ของจักรวรรดิที่กว้างใหญ่ ยกเว้นบอริสที่มีความเป็นปฏิปักษ์ต่อตระกูลบูดา
แม้ว่าเจ่าไห่จะมีสิ่งที่ดีๆ มากมายอยู่ในความครอบครองของเขา แต่สิ่งเหล่านั้นจะไม่สามารถส่ผลกระทบมากนักต่อคนที่ร่ํารวยของจักรวรรดิแห่งนี้ สําหรับขุนนางจํานวนมากแล้วเมื่อได้สัมผัสรายได้ของพวกเขา พวกเขาจะมาและจัดการกับคุณอย่างจริงจัง
พูดง่ายเลยว่าเจ่าไห่ไม่ได้เป็นภัยคุมคามต่อความสนใจของพวกเขา ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ไป และจงใจยั่งให้เจ่าไห่ทําตามพวกเขา ตามปกติแล้วกิลแห่งความสว่างและบอร์สนั้นแตกต่างกันความเป็นปฏิปักษ์กับเจ่าไห่นั้นไม่มีทางที่จะแก้ได้แล้ว
เจ่าไห่ไม่ได้สนใจกับสิ่งเหล่านี้ตราบใดที่จักรวรรดิไม่ส่งเทพผู้มีพลังระดับ 9 มาเขาก็สามารถทําตามแผนการของเขาได้ที่นึ่งซากศพ
ในตอนนี้ซอมบี้ก็อยู่กันเต็มพื้นที่ของแดนทมิฬ ในขณะที่นกอินทรีย์บินเต็มท้องฟ้า การป้องกันนั้นแข็งแกร่งมากๆ แม้ว่าเทพผู้มีพลังระดับ 9 จะมาถึง แต่เจ่าไห่ก็ยังสามารถรับมือกับพวกเขาได้ ดังนั้นเจ่าไห่จึงไม่ได้เป็นกังวลกับเรื่องนี้เลย
หลังจากที่เล่นอยู่ในเมืองดอกไม้สามวันแล้ว เจ่าไห่ก็พร้อมที่จะทําตามแผนของเขาแล้ว แต่ก่อนที่จะทําตามแผนของเขา เจ่าไห่ยังดูดพืชจากทิ้งซากศพเข้าไปในมิติ
เจ่าไห่เลือกาถานที่และดูดเข้ามาในมิติทันที ดูดเข้าไปทั้งแมลงและพืช จากนั้นเจ่าไห่ก็ได้ดูดก้อนหินที่มีขนาดเท่าเกาะเข้าไปในมิติ
การที่ดูดทั้งสองสิ่งนี้เข้าไปทําให้ฟาร์มของมิติอัพเกรดไปถึงระดับที่ 45 ตอนนี้เขาสามารถปลูกพืชส่วนใหญ่ได้แล้ว แต่ก็น่าเสียดายที่ไร่ไม่ได้อัพเกรดขึ้น ดังนั้นเจ่าไห่จึงไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เมื่อไร่และฟาร์มถึงระดับที่ 30 และ40 ตามล่าดับ
หลังจากเสร็จแล้ว เจ่าไห่ก็เริ่มที่จะจัดการกับสัตว์เวทย์ระดับที่ 9 ของบึงซากศพ สําหรับคนอื่นๆ การจัดการกับสัตว์ที่มีพลังระดับ 9 นั้นก็เป็นเรื่องที่ยากมากๆ แต่สําหรับเจ่าไห่ มันก็เป็นเรื่องที่ง่ายมากเพราะเขามีเจ้าเหวินและเจ้าฉินอี้
หลังจากที่เจ่าไห่ถามเจ้าฉินอี้เกี่ยวกับระดับที่ 9 พวกเขาเริ่มวางแผนว่าจะเริ่มเช่นไรก่อน แต่ก็ต้องรู้ก่อนว่าการจัดการกับสัตว์ที่มีระดับที่ 9 นั้นมันก็ไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลย ถ้าหากว่าพวกมันสามารถหนีไปได้พวกมันก็จะไปบอกกับสัตว์ตัวอื่นๆ ถ้าเรื่องเช่นนั้นเกิดขึ้นจริงๆ มันก็จะทําให้เจ่าไห่สูญเสียสัตว์ที่แข็งแกร่งไปอีกมากเลย เพราะเหตุนี้เจ่าไห่จะต้องมีความรอบครอบมาก
สําหรับเป้าหมายแรกของเจ่าไห่ เขาต้องเลือกสัตว์ที่ไม่แข็งแกร่งมากและเป็นสัตว์ที่ไม่ได้อยู่กันเป็นกลุ่ม เป้าหมายนี้น่าจะมีโอกาสสําเร็จมากที่สุด
หลังจากเจ่าไห่และเจ้าฉินอี้วางแผนการเป็นเวลานานในที่สุดพวกเขาก็ตัดสินใจเลือกเป้าหมายตัวแรกได้ สัตว์เวทย์นี้เป็นสัตว์ที่สามารถบินได้มันอยู่ในระดับที่ 9 มันสามารถบินได้อย่างรวดเร็วมีเวทย์ที่เป็นพิษและขี้ขลาดมากๆ นี่ทําให้มันเลือกที่จะมีเพื่อน ความแข็งแกร่งของมัน เมืองดอกไม้ไม่ได้เหมือนกับเจ่าเหวิน ดังนั้นเจ่าไห่จึงตัดสินใจที่จะเลือกเป้าหมายเป็นมัน
เนื่องจากลักษณ์ของสกายแลนนั้น อาณาเขตของมันถูกวางไว้ในสถานที่แปลกๆ และห่างไกลเพื่อให้แน่ใจว่ามันจะไม่ถูกโจมตี และนี่ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่เจ่าไห่เลือกมัน
แต่เจ่าไห่ก็ยังคงระวังตัวมาก ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม เขาก็เป็นเทพผู้มีพลังระดับ 9 ซึ่งเป็นสัตว์ที่ไม่สามารถจัดการได้ง่ายๆ ไม่งั้นระดับของมันก็จะไม่ได้มีผลอะไรเลย
เมืองดอกไม้ไม่ได้รับการเปลี่ยนแปลกเนื่องจากเจ่าไห่และคนอื่นๆ ปรากฏตัวโดยตรงโดยใช้มิติ ดังนั้นเทพผู้มีพลังระดับ 9 ที่ปกป้องเมืองดอกไม้นี้จึงไม่รู้ถึงความแตกต่างที่เกิดขึ้นภายใน
เนื่องจากเจ้าฉินอี้และเจ้าเหวินใช้เวลาหลายเดือนที่ผ่านมาภายในมิติ จึงไม่น่าจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นในเมืองดอกไม้ ดังนั้นตําแหน่งของเทพผู้มีพลังระดับ 9 จึงไม่น่าจะมีการเปลี่ยนแปลงเช่นกัน
เวลาไม่ได้มีความหมายใดๆ ค่อเทพผู้มีพลังระดับ 9 สําหรับพวกเขาสี่ขที่พวกเขาต้องทําคือเข้าใจสวรรค์และหวังว่าจะได้รับการดํารงอยู่อย่างสูงสุด
เทพผู้มีพลังระดับ 9 โดยทั่วไปจะหายไปในเวลาหลายปี ดังนั้นเมื่อเจ่าไห่เข้าสู่ที่นี่ในอดีต แม้ว่าเขาจะปล่อยให้สิ่งเหล่านี้รบกวนเล็กน้อย เทพผู้มีพลังระดับ 9 ก็ไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก
เมื่อตัดสินใจเลือกเป้าหมายแล้ว เจ่าไห่ก็เริ่มทําตามแผนทันที เจ่าไห่เป็นจอภาพและปล่อยเจ้าเหวินซึ่งถือไม้เท้าไปไว้ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองดอกไม้
นี่คือทิศทางสู่อาณาเขตของสกานแลน แต่ก่อนที่จะไปถึงที่นั่น พวกเขาจําเป็นต้องมีทางผ่านอาณาเขตของสัตว์เวทย์ระดับ 9 อีกตัวหนึ่งซึ่งมีรูปร่างเหมือนตุ่นปากเป็ด
ตุ่นปากเป็ดยังมีอยู่ในส่วนอื่นๆของจักรวรรดิ ยิ่งไปกว่านั้นสิ่งที่น่าประทับใจคือสัตว์เหล่านี้ หากว่าคุณไม่โจมตีมันก่อนมันก็จะไม่โจมตีคุณ
แต่ตุ่นปากเป็ดภายใจทิ้งซากศพนั้นแตกต่างกันมาก ทักษะการป้องกันตัวของมันนั้นตุ่นปากเป็ดจะใช้พิษของมัน เมื่อรวมกับสภาพแวดล้อมของบึงซากศพแล้ว สิ่งที่ทําให้ให้ตุ่นปากเป็ดในส่วนอื่นๆของจักรวรรดินั้นแตต่างจากที่อยู่ในบึงซากศพอย่างมาก
เท่าที่เจ้าเหวินรู้ ตุ่นปากเปิดระดับ 9 เป็นหนึ่งในสิ่งมีชีวิตที่น่ากลัวมาก มันมีพละกําลังที่แข็งแกร่งเช่นเดียวกับพลังป้องกันของมัน สิ่งที่สําคัญที่สุดเกี่ยวกับตุ่นปากเป็ดนี้คือมันเป็นสัตว์ที่สามารถใช้พิษได้เป็นอย่างดีและน่ากลัวมากที่สุด เนื่องนี้เองที่ท่าให้มันเป็นสัตว์ที่ยังสามารถมีชีวิตได้อยู่ในสถานที่แห่งนี้
จบบทแล้วนะครับ ขอบคุณที่ติดตามนะครับ บ้าย..บาย