Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ) - บทที่ 436 - Level Up
- Home
- All Mangas
- Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ)
- บทที่ 436 - Level Up
บทที่ 436 – Level Up
ตอนนี้จินน้อยนั้นดูเหมือนกับนักรบมากขึ้นแล้ว แต่นักรบตัวนี้ก็ไม่ได้ใช้อาวุธแต่กับใช้ร่างกายของตัวเองเป็นอาวุธแทน และเมื่อได้เจอกับจินน้อยนักเวทย์แห่งแสงก็ไม่ได้มีกําลังพอที่จะต่อสู้กับจินน้อย
นักเวทย์แห่งแสงรู้ตักทันทีว่าตอนนี้สถานการณ์ไม่ค่อยจะดีแล้ว เขาไม่รู้ว่าเจ่าไห่สามารถควบคุมสัตว์ที่น่าอัศจรรย์เช่นนี้ได้ยังไง ใครๆก็รู้ว่าสัตว์เวทย์แบบนี้เป็นอะไรที่หาพอได้อยากมากๆ อย่างไรก็ตามถ้าหากว่าพบเจอ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะได้พอสัตว์ที่มีพลังมากเช่นนี้ ดูเหมือนว่าความแข็งแกร่งของลิงตัวนี้จะไม่ธรรมดาเลย ปกติแล้วสัตว์ที่มีพลังอยู่ในระดับที่ 8 น่าจะไม่มีความแข็งแกร่งเท่ากับคนที่เป็นเทพผู้มีพลังระดับ 9 สิแต่ลิงตัวนี้ไม่ใช่เช่นนั้นเลย ตอนนี้นักเวทย์อร่งแสงก็เริ่มที่จะสับสนมากขึ้น
แม้ว่าสัตว์ที่มีพลังอยู่ในระดับที่ 9 จะแข็งแกร่งกว่าคนที่มีพลังอยู่ในระดับที่ 9 แต่สัตว์เวทย์ที่อยู่ในระดับที่ 8 ก็ไม่ได้มีความสามารถเท่ากับเทพผู้มีพลังระดับ 9 ของคนซึ่งนั้นก็แน่นอนว่าความแตกต่างของระดับไม่สามารถเทียบกับลักษณะของเชื่อสายได้ และเรื่องนี้ก็ได้รับการยอมรับจากคนทั่วจักรวรรดิไปแล้ว
แต่ความเข้าใจในเรื่องนี้ก็ต้องเปลี่ยนไป เพราะว่าสัตว์เวทย์ที่มีพลังอยู่ในระดับที่ 8 นั้นมีความแข็งแกร่งเท่ากับเทพผู้มีพลังระดับ 9 นี่มันเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะเป็นเรื่องจริงเลย
เซนต์ก็รู้สึกตัวและก็ไม่ได้เข้าไปร่วมที่จะต่อสู้กับนักเวทย์แห่งแสง เขารู้อยู่แล้วว่าศัตรูไม่ได้มีโอกาสที่เขาจะหนีไปได้อยู่แล้ว ขณะเดียวกันเขาก็ตกใจเหมือนกันเขาไม่คิดว่าเจ่าไห่จะมีสัตว์ที่แข็งแกร่งเช่นนี้ล
ในตอนนี้จนน้อยก็ร้องออกมาขณะที่ร่างของมันเปล่งแสงสีทองออกมา จากนั้นเขาก็กระโดดออกมาและปล่อยเจ้าเหวินไว้ที่ด้านหลังของเขา ร่างของจินน้อยใหญ่ขึ้น ขณะที่พุ่งโจมตีนักเวทย์แห่งแสงด้วย
มันไม่ใช่แค่เซนต์และคนอื่นๆ ที่ตกใจกับเรื่องนี้เจ่าไห่ก็ตกใจกับเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน แต่ก่อนที่เขาจะตกใจกับเรื่องนี้ ในตอนนี้ก็มีเสียงจากมิติดังขึ้นมกาว่า “ได้รับพลังธาตุโลหะจําานวนมาก” กา รอัพเกรดมิติตอนนี้อาจทําให้มิติสามารถผลิตแร่โลหะได้ 100 ตันต่อวันเสียงที่ดังยังบอกอีกว่า เจ่าไห่จะสามารถใช้พลังที่ควบคุมโลหะได้ดียิ่งขึ้นด้วย เจ่าไห่จะสามารถควบคุมโลหะได้ถึง 200 กิโลได้อย่างอิสระมิติตรวจจับพลังของจีนน้อยได้ ทําให้อัพเกรดเป็นระดับที่ 28 มิติฟาร์มอัพเกร ดเป็น 35 เนื่องจากการเลื่อนระดับของมิติทําให้มีพื้นที่เพิ่มขึ้นเป็น 15,000 เมตรจุดเข้าออกเพิ่มขึ้นเป็น 20 จุดเนื่องจากพลังที่ประกอบด้วยโลหะและพืชภายในฟาร์ม มีการพัฒนาตอนนี้ได้มีเพิ่มความสามารถของโลหะด้วย พวกมันจะสามารถทนต่อการโจมตีได้นานขึ้น
ใจของเจ่าไห่เหมือนกับไม่มีอะไรเลยเมื่อได้ยินเรื่องเหล่านี้ เขาไม่คิดว่าเขาจะได้รับความสามารถมากมายขึ้นนี้ จริงๆ แล้วฟาร์มได้ปรับระดับเป็น 35 ในขณะที่ไร่เพิ่มขึ้นเป็นระดับที่ 28 นอกจากนี้มิติยังสามารถที่จะผลิตแร่โลหะได้ทุกๆวันอีกด้วย และพลังในการควบคุมมิติของเจ่าไห่ก็เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน ในเวลาเดียวกันเจ่าฉินอี้และจินน้อยก็ได้รับการอัพเกรดด้วยเช่นกัน เรื่องทั้งหมดนี้มันดูไม่น่าเชื่อเลย
อย่างไรก็ตามเจ่าไห่รู้ยว่ามิติไม่ได้หลอกพงกเขา ถ้ามิติบอกว่าได้เพิ่มระดับขึ้นแล้วมันก็เป็นความจริงแน่นอนอยู่แล้ว พูดถึงอีกเรื่องหนึ่งเลยความแข็งแกร่งของเจ่าไห่เพิ่มขึ้นอีกครั้งแล้ว นี่เป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจเอามากๆ
ในขณะที่นักเวทย์แห่งแสงตกใจอยู่นั้นด้วยการที่ได้เห็นแสงสีทองของจินน้อย เจ้าเหวินก็ใช่ประโยชน์จากตอนนี้ในการเจาะปากเข้าไปในร่างกายของนักเวทย์แห่งแสง ไม่นานนักร่างกายของนักเวทย์แห่งแสงก็ไม่เหลืออะไรเลยนอกจากผิวหนังและกระดูกของเขา
เมื่อเจ่าไห่เห็นเช่นนั้นเขาก็สั่งให้เจ้าเหวินหยุดทันที จากนั้นเขาก็ปล่อยหมอกสีดําออกมาก่อนที่จินน้อยและเจ้าเหวินจะหายไป ตอนนี้ดูเหมือนว่าศัตรูของพวกเขาจะหายไปหมดแล้ว เทพผู้มีพลังระดับ 9 และคู่แฝดก็ได้ตายไปแล้วในเวลาไม่นานนัก
เซนต์กําลังมองสิ่งเหล่านี้ทั้งหมด เขาไม่เชื่อเรื่องทั้งหมดที่เพิ่มเกิดขึ้นไป เราต้องรู้ว่าการต่อสู้ทั่วไประหว่างเทพผู้มีพลังระดับ 9 อาจจะใช้เวลาหนึ่งหรือสองเดือน หรือบางที่อาจจะต้องใช้เวล า 1 ถึง 2 ปี แต่ครั้งนี้การต่อสู้ของพวกเขาจบลงในเวลาไม่ถึง 1 วันหากการคํานวณของเซนต์นั้นถูกต้องแล้วก็ไม่ถึง 2 ชั่วโมงต่อปีก่อนที่จะรู้ผลพวกศัตรูที่ถูกจัดการไป ในขณะที่พวกของเจ่าไห่ยังคงอยู่เหมือนเดิม การแสดงพลังของพวกเขาในครั้งนี้เป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจมากๆ
เจ่าไห่ไม่ได้มีอารมณ์ที่จะคิดเกี่ยวกับความรู้สึกของเซนต์ เขาเพียงแค่หันไปหาชายเฒ่าและพูดว่า “ท่านเซนต์ตอนนี้สิ่งเหล่านี้ได้ถูกจัดการแล้ว ตอนนี้ข้าจะต้องลงไปจัดการกับทหารรับจ้างเหล่านั้นก่อนที่พวกเขาจะหนีไป อย่างน้อยที่สุดก็ไล่พวกเขาออกไปให้หมดจากเมืองคาซ่าแห่งนี้ และไม่กล้าที่จะกลับมาอีก”
เซนต์ฟื้นขึ้นจากคําพูดของเจ่าไห่ เขาก็เตือนไปยังคนอื่นทันที เขามองไปหาเจ่าไห่และพูดว่า “เอาล่ะ…ข้าทําให้เจ้าต้องเดือนร้อนจริงๆ เลยอาจารย์” จากนั้นร่างกายของเขาก็หายไปอย่างรวดเร็ว
ในตอนนี้ลอร่ากับคนอื่นๆปรากฏตัวอยู่ข้างๆ เจ่าไห่เมแกนอุ้มจินน้อยไว้ในอกของเธอ เมแกนดูประหลาดใจมากกับเรื่องของจินน้อย เธอไม่คิดว่าลิงตัวน้อยนี้จะสามารถเปลี่ยนตัวเองให้ดได้ขนาดนี้
การต่อสู้ที่เกิดขึ้นั้น เมแกนไม่ได้คิดว่าจินน้อยที่เธอได้กอดอยู่นั้นจะแข็งแกร่งมากขนาดนี้
เจ่าไห่หันหน้าไปหาลอร่าและพูดว่า “ลอร่าเธอได้ยินเรื่องที่ท่านเซนต์ได้เรียกพี่ว่าท่านอาจารย์หรือไม่?
ลอร่ายิ้มและพูดว่า “ท่านเซนต์เรียกพี่เช่นนั้นก็เพราะว่าเขานับถือพี่จริงๆ ฉันไม่คิดว่าจินน้อย และเจ่าฉินจะแข็งแกร่งขึ้นมาขนาดนี้”
เจ่าไห่พยักหน้าแล้วพูดว่า “พี่ไม่คิดว่าจินน้อยและเจ่าฉินจะได้รับการอัพเกรดนอกจากนี้มิติก็ได้รับการอัพเกรดขึ้นด้วยเช่นกัน นี่มันเป็นเรื่องที่ดีสําหรับพวกเราเอามากๆ และในอีกต่อไปเครื่องแปรรูปขของเราจะไม่ได้อยู่เฉยๆ เพราะมิติสามารถผลิตแร่โลหะได้ เราก็จะสามารถสร้างอาวุธจากเครื่องได้”
ในเวลานี้ซูกะก็คุกเข่าต่อหน้าของเจ่าไห่และพูดว่า “นายน้อยเจ่าไห่ ข้ามีบ้างอย่างที่ต้องการจะพูดกับท่าน”
เจ่าไห่มองซูกะและพูดว่า “ลูกขึ้นเถอะ เจ้าสามารถบอกกับข้าได้ในขณะที่ยังคงยืนอยู่”
แต่ซูกะก็ไม่ได้ฟัง เขาตะโกนออกมาว่า “นายน้อยขารู้สึกผิดหวังอยู่เสมอกับโลกนี้ แต่ตั้งแต่ที่นายน้อยได้พอข้าเข้ามาท่านไม่ได้ทําให้ข้ารู้สึกเหมือนเป็นคนนอกเลยสําหรับเรื่องนี้ ข้าขอขอบคุณนายน้อยมากๆ ข้าได้เห็นว่าหลังจากที่นายน้อยมีความสามารถทั้งสองแล้วมิติก็จะเพิ่มขึ้น ซูกะบอกเจ่าไห่ให้ฆ่าข้าและให้มิติดูดพลังของข้าและอัพเกรดมิติอีกครั้ง”
เจ่าไห่ ลอร่ากับคนอื่นๆ มองด้วยความว่างเปล่าจากนั้นสีหน้าของพวกเขาก็เปลี่ยนไป พวกเขาไม่คิดว่าซูกะจะมีความคิดเช่นนั้น เจ่าไห่ตอบว่า “ใครบอกเจ้าว่ามิติสามารถอัพเกรดได้จากการดูดพลังความสามารถกัน”
ซูกะตอว่า “เท่าที่ข้าคิดมันน่าจะเป็นเช่นนั้น นายน้อยท่านมีซอมบี้มากมาย แต่พวกมันก็ไม่สามารถทําให้มิติอัพเกรดขึ้นได้เพียงความสามารถที่ผสานการสองอย่าง ก็จะสามารถอัพเกรดมิติได้ นอกจากนี้มันยังเพิ่มขึ้นถึง 5 ระดับอีกด้วย ข้าคิดว่าตราบใดที่มิติดูดพลังความสามารถของข้าไป จากนั้นมันจะได้รับการอัพเกรด ข้าคนนี้ไม่ได้มีชีวิตที่อยากจะทําสิ่งใดต่อไปแล้ว ข้าแค่หวังว่าข้าจะช่วยนายน้อยได้หากความสามารถของข้าถูกดูดไปในมิติ มิติก็จะสามารถอัพเกรดได้อย่างแน่นอน”
เจ่าไห่มองซูกะจากนั้นเจ่าไห่ก็ตบไปที่หน้าของซูกะก่อนที่เขาจะล้มลง แรงที่ใช้ดูเหมือนจะเป็นแรงทั้งหมดที่เจ่าไห่มี
เจ่าไห่มองซูกะและพูดว่า “ฝ่ามือนี้น่าจะบอกได้ว่าชีวิตของเจ้านั้นเป็นของข้า ข้าทําในสิ่งที่ข้าต้องการด้วยไม่ใช่เพื่อให้เจ้าติดสินใจเจ้าคิดว่าเจ้านายของเจ้าเห็นเจ้าเป็นเช่นไร สัตว์เวทย์งั้นเหรอ? ข้าอยากที่จะอัพเกรดมิติแต่ข้าเองก็ไม่ได้ถึงขั้นที่จะฆ่าคนของตัวเอง จงจําไว้ว่าถ้าเจ้ากล้าที่จะพูดเรื่องนี้อีก ข้าจะไล่เจ้าออกไป ตอนนี้เจ้าควรกลับไปที่ด้านข้างของข้า และปกป้องข้าเถอะ”
แม้ว่าซูกะจะล้มลงกับพื้นเขาก็ลุกขึ้นทันที เมื่อเขาได้ยินคําพูดของเจ่าไห่ เขาก็ไม่ได้พูดอะไรเลย และกลับไปที่ด้านข้างของเจ่าไห่ ในครั้งนี้ซูกะได้ชื่นชมเจ่าไห่เอามากๆ ในฐานะอาจารย์ของเขา ถ้าเจ่าไห่บอกให้เขาฆ่าตัวตายเขาก็จะไม่ลังเลที่จะทําเช่นนั้น
ในตอนนี้ก็ได้ยินเสียงของอีวานที่พาลูกน้องของเขามาก เมื่อเทพผู้มีพลังระดับ 9 มาถึง อีกวานก็ต้องการความช่วยเหลือจากเจ่าไห่จริงๆ แต่เขาก็ได้รับมอบหมายจากเซนต์ให้ดูแลคนในตระกูลของเขาเอง นี่เป็นเหตุผลว่าทําไมเขาถึงมาถึงหลังจากที่เทพผู้มีพลังระดับ 9 ถูกจัดการไปแล้ว
เมื่ออีกวานเห็นเจ่าไห่ เขาก็หัวเราะและพูดว่า “นายน้อยเจ่าไห่ เจ้ายิ่งใหญ่กว่าที่จะปล่อยไปจริงๆ ด้วยตระกูลบูดาภายใต้การดูแลของเจ้า เมื่อกลับมายิ่งใหญ่แล้วก็อย่าที่จะลืมลุกของเจ้าคนนี้เมื่อถึงเวลานั้น”
เจ่าไห่มองอีวานและยิ้มพร้อมกับพูดว่า “ลุงอีวานก็พูดเกินไป ตราบใดที่ลุงไม้กลัวที่จะมีส่วนเกี่ยวข้อง ลุงก็น่าจะรู้ว่าโลกนี้นั้นเต็มไปด้วยศัตรูของข้า”
อีวานหัวเราะและพูดว่า “ทําไมข้าต้องกลัว ตราบใดที่ข้ายังมีเจ้าอยู่ข้าก็ไม่กลัวใครแล้ว เจ่าไห่มีแผนที่จะทําสิ่งใดต่องั้นเหรอ?”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “ดูเหมือนว่าศัตรูจะมีทหารรับจ้างนับ 10,000 คนเหลืออยู่ในเพอร์เซลล์ ข้าจะปล่อยให้พวกเขาหนีไปอย่างสบายๆ ได้เช่นไร?”
อีวานมองไปที่เจ่าไห่และพูดว่า “เจ้าแน่ใจแล้วงั้นเหรอ?”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “แน่นอนข้าแค่รู้สึกว่าข้ายังมีซอมบี้น้อยเกินไป ข้าแค่ต้องการเพิ่มจํานวนของพวกมัน”
อีวานก็อดไม่ได้ที่จะห้าม แม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่าเจ่าไห่มีซอมบี้กแสนคัว แต่เขาก็ยังรู้ว่าเจ่าไห่น่าจะมีอย่างน้อย 60,000 ตัวการที่นักเวทย์แห่งความมืดมีซอมบี้ 60,000 ตัวเขาก็เป็นนักเวทย์ที่น่ากลัวมากพอแล้ว
เจ่าไห่มองอีวานแต่ไม่เห็นเขาจะทําสิ่งใด ในขณะที่เขาปล่อยซอมบี้จากนั้นเขาก็หันไปหาอีวานและพูดว่า “ลุงต้องการไปกับข้าไหม? ในตอนนี้เราจะไล่พวกทหารรับจ้างออกไปทั้งหมด”
อีวานมองที่เจ่าไห่และส่ายหัว “การโจมตีของพวกเขาทําให้เมืองได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก ข้าจะใช้เวลานี้จัดการกับเมือง ข้าคิดว่าข้าจะไม่ไปกับเจ้า” เจ่าไห่พยักหน้าและเกิดไปหาซอมบี้ตัวใหญ่ของเขา และก่อนที่พวกเขาจะออกไปจากเมือง
จบบทแล้วนะครับ ขอบคุณที่ติดตามนะครับ บ้าย…บาย