Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ) - บทที่ 435 - ฝาแฝด
บทที่ 435 – ฝาแฝด
เมื่อนักเวทย์แห่งแสงเห็นท่าทางที่สงบของเจ่าไห่ เขาก็ไม่รู้ว่าพวกเขาจะต้องทําอะไรต่อไป แต่เขาก็พูดว่า “เจ้านี่มันชั่งอวดดีจริงๆ เจ้าก็น่าจะรู้ว่าคนเช่นเจ่าไห่อาจจะมีชีวิตอยู่ได้นานหรอก”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นเจ่าไห่ก็พูดว่า “หากว่าพวกท่านหล้าที่จะทําอะไรตระกูลเพอร์เซลล์ของข้า และทําตัวไม่ดี ท่านไม่คิดว่าสิ่งที่ท่านทํามันเกินไปงั้นเหรอ? ข้าไม่รู้จริงๆ ว่าอะไรกันที่ทําให้พวกท่านกล้าที่จะทําเช่นนี้ แต่พวกท่านก็ไม่ควรที่จะอวดดี เพราะท่านก็น่าจะรู้ว่าคนที่อวดดีมันไม่อาจจะมีชีวิตอยู่ได้นานหรอก”
เจ่าไห่หันหน้าไปเห็นชายเฒ่าที่ยืนอยู่ข้างหลังเขา ชายเฒ่าคนนั้นมีออร่าที่แข็งแกร่งออกมา แม้ว่าผมของเขาจะเป็นสีขาวหมดแล้ว แต่เมื่อเห็นชายคนนั้นก็รู้สึกได้ถึงสัตว์ที่ดุร้ายมากๆ พร้อมที่จะจัดการกับพวกเขาในเวลาใดก็ได้
เมื่อนักเวทย์แห่งแสงเห็นชายคนนั้น สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนและพูดว่า “ดูเหมือนว่าท่านเซนต์จะมาออกมาแล้วสินะ แขนและขาของท่านยังใช้งานได้อยู่หรือเปล่า?”
เซนต์ยิ้มและพูดว่า “แม้ว่าข้าจะแก่แล้ว ข้าก็ยังคงมีระเบียนวินัยที่ดีมาตลอดหลายปี ไม่เหมือนกับคนหนุ่มสาวที่อยู่ผ่านไปวันๆ สําหรับข้าแล้วการสังหารไม่ใช่ปัญหาที่จะต้องมีข้ออ้างอะไรเลย”
เมื่อได้ยินสิ่งที่เซนต์พูด เจ่าไห่ก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะ ชายเฒ่าคนนี้เป็นคนที่ตลกจริงๆ ดูเหมือนว่าคําพูดของเขาจะมีผลเป็นอย่างมากต่อคนของกิลแห่งความสว่าง
เมื่อนักเวทย์แห่งความสว่างได้ยินสิ่งที่ชายเฒ่าคนนั้นพูด สีหน้าของเขาก็ซีดอย่างเห็นได้ชัด เขามองไปที่เซนต์และพูดว่า “กิลแห่งความสว่างของเรานั้นมีอานาจทุกอย่างไม่ใช่คนบนโลกนี้จะเข้าใจทุกอย่าง ถ้าหากว่าเจ้าใส่ร้ายกลแห่งความสว่างของข้าพระเจ้าของข้าจะต้องลงโทษพวกเจ้าแน่!!”
เจ่าไห่หัวเราะและพูดว่า “พระเจ้าของพวกเจ้ามีอํานาจอะไรที่จะลงโทษพวกข้าได้ ถ้าเขาเป็นพระเจ้าจริงๆ เขาก็น่าจะรู้ว่าคนที่ผิดจริงๆ คือใครและเขาก็คงจะลงโทษพวกเจ้าแน่นอน ฮ่า ฮ่า ฮ่า…”
นักเวทย์แห่งแสงมองว่าสิ่งที่เจ่าไห่พูดมันไม่ได้มีผลอะไรต่อพวกเขา เขามองไปที่เซนต์และพูดว่า “เจ้าต้องการที่จะต่อสู้กับข้าหรือไม่? เจ้ามันชั่งไร้เดียงสาจริงๆ” หลังจากนั้นก็มีคนสองคนปรากฏต่อหน้าของนักเวทย์แห่งแสง ชายสองคนนั้นไม่ได้แต่งตัวเหมือนกับนักรบหรือนักเวทย์ทั้งสองใส่เสื้อผ้าธรรมดามาก แต่ก็ทํามาจากวัสดุที่ดีมาก พวกเขาทั้งสองดูเหมือนกับพ่อค้า
เจ่าไห่สับสนมากเมื่อมองไปที่ทั้งสองคน เขาเริ่มฝึกพลังฉีแล้ว แต่เขาก็ไม่รู้สึกถึงพลังจากร่างของทั้งสองคน ซึ่งมันทําให้เขารู้สึกแปลกใจมาก
แม้ว่าความรู้สึกของนักรบผละนักเวทย์ที่มีพลังอยู่ในระดับ 9 นั้นหายากมาก เจ่าไห่ยังรู้สึกถึงการใช้มิติ แต่คนสองคนนี้ไม่ได้มีอะไรเลย
ในตอนนี้เซนต์ก็พูดว่า “พวกเจ้าได้จ้างแฝดผู้มั่งคั่งมาที่นี่เลยเหรอ? เจ้าใช้จ่ายเงินเป็นจํานวนมากเพื่อเรียกใช้ผู้มีพลังผสานที่มีชื่อเสียงสองคน การที่จะทําเช่นนี้มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย”
เจ่าไห่มองที่สองคนนั้น แล้วก็พูดกับเซนต์ว่า “ข้าขอเคารพท่านผู้เฒ่า” ท่านกําลังจะบอกว่าชายสองคนนี้เป็นผู้ที่สามารถใช้พลังผสานได้งั้นเหรอ? พลังแบบไหนที่ท่านพูด?
เซนต์บอกเจ่าไห่ว่า “แฝดคู่นี้โด่งดังมากในจักรวรรดินี้ เนื่องจากเป็นคนที่สามารถใช้พลังโลหะได้ พวกเขาเป็นคู่พี่น้องฝาแฝด พวกเขารักเงินมากที่สุดเท่าที่พวกเขารักชีวิตของพวกเขาเอง ตอนแรกพวกเขาเป็นเพียงแค่พ่อค้าแต่ก็ถูกหลอกจนเงินหมดตัว หลังจากนั้นเหตุการณ์นั้นก็ทําให้ทั้งสองเจ็บปวดมาก สิ่งที่พวกเขาไม่คิดก็คือหลังจากที่พวกเขาดีขึ้นแล้วพวกเขาก็สามารถพัฒนาพลังของพวกเขาได้ ทั้งสองสามารถใช่พลังที่เกี่ยวกับโลหะได้ พวกเขาสามารถควบคุมโลหะอะไรก็ได้ที่น้อยกว่า 100 กิโล พวกเขาทั้งสองยังทํางานให้หากจ่ายเงินให้พวกเขาด้วยเหรียญทอง 100 กิโลพวกเขาก็จะฆ่าใครก็ได้ที่ต้องการ
เจ่าไห่มองจากนั้นเขาก็หันหน้าไปหาเซนต์และพูดว่า “เหรียญทอง 100 กิโลมันไม่มากเกินไปหรอก มันก็แค่เงิน 20,000 เหรียญทอง พวกเขาจะฆ่าคนเพื่อแค่เหรียญทอง 20,000 เหรียญงั้นเหรอ?”
เซนต์ส่ายหัวและพูดว่า “100 กิโลแค่คนๆ เดียวเท่านั้น 40,000 เหรียญก็เท่ากับสองคน นอกจากนี้พวกเขาก็ยังรักเหรียญทองมากกว่าพวกเขาเสียอีก ข้าไม่คิดว่ากิลแห่งความสว่างจะกล้าที่จะจ้างพวกเขา ดูเหมือนว่าพวกเขาต้องการที่จะฆ่พวกเราจริงๆ”
เมื่อเซนต์พูดจบหนึ่งในแฝดก็พูดว่า “เซนต์ท่านเป็นคนที่น่ากลัวจริงๆ แต่วันนี้ท่านก็ได้มีเจอกับพวกเราแล้ว พวกเราทั้งสองคนไม่ได้ฆ่าใครด้วยความประมาทเลย และพวกข้าก็ไม่ได้ฆ่าใคร
ไป แต่กิลแห่งความสว่างเสนอเหรียญทองให้พวกข้าถึง 400,000 เหรียญเพื่อจัดการกับพวกเจ้า ข้าก็เลยไม่ปฏิเสธพวกเขา”
เซนต์ไม่อาจจะทําสิ่งใดได้ แต่ก็มองพวกเขาและพูดด้วยเสียงที่เย็นชาว่า “ดูเหมือนว่ากลแห่งความสว่างจะลงทุนมากเพื่อที่จะฆ่พวกเรา”
เซนต์ไม่ได้หมายความว่าเหรียญทอง 400,000 มันมากเกินไป ในความเป็นจริงแล้วสําหรับอ่านาจใดๆ ในจักรวรรดิ 400,000 ไม่ได้มมีอะไรเลย แต่สําหรับคนที่มี 400,000 เหรียญทองในมือก็เป็นสิ่งที่หายากมากๆ เราต้องรู้ว่าผู้คนที่เก็บเหรียญไว้ในธนาคาร พวกเขาแลกเปลี่ยนเหรียญเหล่านี้โดยส่งมอบคลสตัลที่มีค่ามาก มีใครบ้างที่จะพกเหรียญทองในตัว 400,000 เหรียญ
นี่ก็เป็นเรื่องที่ยากมากสําหรับแฝดสองคนนี้ พวกเขาต้องการเหรียญทองจํานวนมากเพื่อทํางานให้ พวกเขาไม่ยอมรับสิ่งอื่นแทนเงินเลยไม่ว่าจะเป็นของที่มีค่าอยู่ก็ตาม และด้วยเหตุนี้เอง คนทั่วไปจึงไม่สามารถเรียกใช้พวกเขาได้
เจ่าไห่ไม่รู้เรื่องนี้และเขาก็ไม่ได้สนใจด้วยเช่นกัน เขาเพียงแค่อยากรู้ว่าพวกเขาคือใคร เพราะความสามารถที่พวกเขาครบคุมโลหะได้ เจ่าไห่ก็มีความสามารถเหมือนกับพวกเขาเหมือนกัน เจ่าไห่ต้องการดูว่าเขาจะสามารถเรียนรู้อะไรได้บ้างจากสองคนนี้
แต่เจ่าไห่ก็ไม่ได้มีเวลามากพอที่จะคิดถึงเรื่องนี้ นักเวทย์แห่งแสงก็พูดว่า “พอเลิกพูดกันได้แล้ว เริ่มกันเลย!!” จากนั้นเขาก็ไปหาเจ่าไห่
ด้วยความตั้งใจของเจ่าไห่ ทําให้เจ้าเหวินปรากฏตัวต่อหน้าเขา จากนั้นเจ้าเหวินก็เปลี่ยนเป็นยุงตัวใหญ่ก่อนที่เธอจะต่อสู้กับนักเวทย์แห่งแสง
นักเวทย์แห่งแสงมองอยู่ครู่หนึ่ง แต่เขาก็ต่อสู้กับเจ้าเหวินทันที ในตอนนี้นักรบทั้งสามก็พุ่งเข้าไปหาเจ่าไห่ด้วยเช่นกัน เซนต์ตั้งใจที่จะหยุดนักรบทั้งสาม แต่เขาก็ถูกหยุดโดยแฝดทั้งสองคน
เมื่อมาถึงตอนนี้ก็ไม่มีใครหยุดนักรบทั้งสามแล้ว สําหรับพวกเขาตอนนี้เจ่าไห่เหมือนปลาบนเขียงที่ไม่มีทางที่จะหนีได้
แต่เมื่อพวกเขาเข้าหาเขาเถาองุ่นก็ปรากฏออกมาที่ด้านหลังของเจ่าไห่และโค้งเข้าหาพวกเขา นักรบทั้งสามคนไม่สามารถทําอะไรได้ แต่ก็มองที่เจ่าไห่ท้ายที่สุดพวกเขาก็ไม่ได้คิดมาก พวกเขาคิดว่าเจ่าไห่เป็นหนึ่งในนักเวทย์แห่งความมืดที่หายากมาก แต่ความสามารถในการต่อสู้ของเขาตอนนี้ก็แข็งแกร่งมากแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้นอาวุธของพวกเขาสามารถจัดการกับนักเวทย์ที่ใช้พืชได้ โลหะเป็นศัตรูที่ร้ายที่สุดของแผนการของพวกเขา
ขณะที่พวกเขากําลังใช้ดาบของพวกเขาตัดเถาออก พวกเขาก็รู้สึกถึงบางสิ่งที่แปลกๆ ด้วยความแข็งแกร่งของเทพผู้มีพลังระดับ 9 ของพวกเขา พวกเขามั่นใจในการตัดเถาวัลย์เหล่านี้นมาก แต่พวกเขาก็ไม่คิดว่าเถาวัลย์นี้มันจะตัดยากมาก
ดาบของพวกเขาไม่สามารถตัดเถาวัลย์ได้ เถาวัลย์ใช้โอกาสนี้เพื่อพันดาบของพวกเขา และในขณะที่นักรบตกใจอยู่นั้นเถาวัลย์ก็พันตัวพวกเขาด้วย ในตอนนี้พวกเขารู้สึกว่าร่างกายของพวกเขาดูเหมือนกับหนามที่คมมากจากนั้นพวกเขาก็เห็นว่าพวกเขาไม่มีพลังเหลือแล้ว
คนที่โจมตีนักรบทั้งสามนั้นก็คือเจ่าฉันอี้ที่อยู่จุดสูงสุดของเทพผู้มีพลังระดับ 9 ไม่งั้นคงไม่มีใครกล้าที่จะเข้าไปในเมืองดอกไม้ มันเป็นเรื่องธรรมดาเพราะว่าเธอมีพลังที่แข็งแกร่งมากๆ จนสามารถไล่ทุกคนออกไปได้
ความแข็งแกร่งที่น่ากลัวแสดงให้เห็นว่าเจ่าไห่ฉินอี้จัดการนักรบทั้งสามได้ง่ายมากๆ พวกเขายังถูกฉีดพิษของเจ้าฉินอี้และพิษนั้นไม่ใช่ยาพิษไม่ใช่เรื่องตลก ก่อนวิวัฒนาการของเธอพิษของเธอสามารถรับมือกับเทพผู้มีพลังระดับ 9 คนอื่นๆ ได้ด้วยแต่ตอนนี้พลังจากได้รับการอัพเกรดจาก มิติแล้ว พวกมันก็ยากที่จะรับมือได้ไม่ว่าจะเป็นเทพผู้มีพลังระดับ 9 ก็ตาม
เมื่อถูกจับได้ก็เหมือนว่าได้พบกับความตายแล้ว หากไม่ใช่เพราะความแข็งแกร่งของพวกเขา พวกเขาก็คงจะตายไปแล้ว
หลังจากโจมตีนักรบแล้วเจ่าฉันก็ไม่หยุดและจัดการกับแฝดอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าความแข็งแกร่งของทั้งสองจะไม่น่ากลัว แต่พวกเขาก็ยังสามารถทําให้เซนต์หยุดได้ เนื่องจากความสามารถที่พวกเขาสามารถครยคุมโลหะได้ รวมถึงเซนต์ที่รู้จักพวกเขาไม่มาก ทําให้เขาไม่สามารถต่อสู้กับพวกเขาไม่จบสักที
แต่ตอนนี้ก็ได้รับความช่วยเหลือจากเจ่าฉัน ตอนนี้ก็สามารถจัดการได้ง่ายมากๆ อีกไม่นานทั้งสองก็ถูกครบคุมโดยเจ่าฉินอี้ ดูเหมือนว่าพวกเขาจะตายเร็วกว่าเหล่านักรบทั้งสาม
ตอนนี้เหลือเพียงคนเดียวก็คือนักเวทย์แห่งแสง ไม่ได้เป็นคู่ต่อสู้ของเจ้าเหวิน เราต้องรู้ว่าเจ้าเหวินนั้นเป็นสัตว์ที่อยู่ในระดับที่ 9 ไม่ใช่เทพผู้มีพลังระดับ 9 ที่เป็นคน ถึงแม้ว่าเธอจะไม่ได้แข็งแกร่งมากนักแต่เธอก็ได้รักการอัพเกรดกับมิติแล้ว ทําให้เธอสามารถที่จะต่อสู้ได้ ดูเหมือนว่าตอนนี้เธอจะเอาชัยชนะจากนักเวทย์แห่งแสงได้แล้ว
นักเวทย์แห่งแสงคิดว่าตอนนี้สถานการณ์ไม่ค่อยจะดีแล้ว เขาจึงคิดที่จะหนีไป เจ่าไห่รู้ว่าเขาต้องการทําอะไรเขาก็ยิ้มและพูดว่า “ลองหนีดูสิ” จากนั้นด้วยความคิดของเขา เขาก็ให้จินน้อยออกมาที่หลังของเจ้าเหวิน
ร่างเล็กๆของจินน้อยเปลี่ยนเป็นร่างของลิงยักษ์ทันที เราน่าจะต้องรู้ว่าจินน้อยนั้นมีความสามารถที่ดีมากๆ แม้ว่าเขาจะเป็ฯเพียงเทพผู้มีพลังระดับ 8 แต่ความสามารถในการต่อสู้ของเขาก็อยู่ในระดับเดียวกับเทพผู้มีพลังระดับ 9 ทั่วไป ดังนั้นเขาจึงปล่อยให้จินน้อยช่วยเหลือเจ้าเหวิน
จินน้อยรู้อยู่แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น ดังนั้นเมื่อเขาออกมาเขาก็พุ่งไปที่นักเวทย์แห่งแสงทันที
จบบทแล้วนะครับ ขอบคุณที่ติดตามนะครับ ป้าย…บาย