Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ) - บทที่ 430 - ของขวัญ
- Home
- All Mangas
- Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ)
- บทที่ 430 - ของขวัญ
บทที่ 430 – ของขวัญ
การเคลื่อนไหวของเจ่าฉันนั้นรวดเร็วมากก่อนที่เขาจะปรากฏต่อหน้าเจ่าไห่และบอกว่า “กระต่ายตาสีฟ้าถูกปล่อยออกมาแล้วตอนนี้เจ้าฉินอี้รอโอกาสที่จะปล่อยนกอินทรีย์” เจ่าไห่เป็นกังวลมาก พวกเขาเพิ่งออกจากเมืองคาซ่าและกําลังมองหาพื้นที่ที่ดีเพื่อที่จะเข้าไปยังมิติ
ในตอนนี้เจ่าไห่ยังปล่อยซอมบี้ที่มีมิติอยู่ในตัวออกมา ซึ่งมันได้รับการอัพเกรดร่างกายแล้ว มิติในตัวซอมบี้นั้นก็ใหญ่ขึ้นเช่นกัน ดูเหมือนว่าตอนนี้มันจะมีความสูงที่ 20 เมตรและมิติภายในร่างกายนั้นถูกแบ่งออกเป็นสองชั้น ชั้นบนและชั้นล่างทั้งหมดให้พื้นที่ 50 ตารางเมตร เจ่าไห่ ลอร่า และคนอื่นๆ นั่งอยู่ในชั้นบน ในขณะที่กลุ่มของบล็อกนั่งอยู่ที่ชั้นล่าง
ทันทีที่พวกเขาเข้าสู่ซอมบี้มันจะไปยังแม่น้ําลอว์และลงไปทันที อย่างไรก็ตามมันไม่สามารถว่ายน้ําได้เป็นเวลานานมาก เพราะมันมีองค์ประกอบของซอมบอยู่
ไม่นานหลังจากที่ซอมบี้ได้ลงน้ําไป เจ้าฉินอี้ก็บอกเจ่าไห่ว่านกอินทรีย์ถูกปล่อยออกมาแล้ว หลังจากผ่านไป 2 ชั่งโมงนกอินทรีย์ก็ไปถึงเมืองคาซ่า
ถ้าใครจะเดินทางจากภูเขาหินไปยังเมืองคาซ่ามันจะต้องใช้เวลา 2 วันในการเดินทาง แต่สําหรับนกอินทรีย์ของเจ่าไห่แล้วใช้เวลาเพียง 2 ชั่วโมงก็พอแล้ว
เจ่าไห่ไม่ได้สนใจมากนัก เขาพาซีโนมอร์ฟหรือซอมบี้ลงทะเลไป ตอนนี้พวกเขาเดินทางใต้
เนื่องจากเจ่าไห่ไม่ได้อยู่ใต้น้ํามานานแล้ว ตอนนี้เขากําลังคิดว่าน่าจะมีซอมบี้ที่เป็นธาตุน้ํา บางอย่างเช่นปลาวาฬ
แม้ว่าเขาจะคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่เท่าไหก็รู้ว่ามันไม่ใช่เวลาที่จะทําเช่นนั้น พวกเขาซ่อนตัวใต้น้ําเป็นเวลา 2 ชั่วโมงก่อนที่นกอินทรีย์จะไปถึงเมืองคาซ่า จากนั้นพวกของเจ่าไห่ก็เข้าไปในมิติทันที
สิ่งนี้ทําให้ลอร่ากับอีกคนเสียใจมาก นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้เห็นวิวใต้ทะเล แม้ว่ามันจะแค่ไม่นานนักแต่ก็ทําให้พวกเขาได้เห็นใต้ทะเล และก็ยังได้เห็นปลาเล็กปลาน้อยว่ายน้ํา นี่เป็นประสบการณ์ที่ใหม่มากสําหรับพวกเขา
ไม่ใช่เพียงพวกเธอเท่านั้นที่เคยเจอสิ่งนี้เป็นครั้งแรกแต่เจ่าไห่ก็เพิ่งเคยเห็นด้วยเช่นกัน เขามีเวลามากที่จะเล่นรอบๆ ตอนนี้เขาเพิ่งนั่งและมองผ่านร่างของซีโนมอร์ฟไปในทะเลลึก
แต่น่าเสียดายที่ซีโนมอร์ฟไม่เหมาะที่จะลงลึกไปกว่านี้เพราะร่างกายของมัน ในตอนนี้พวกเขาสามารถลงไปบนน่านน้ําได้แต่ไม่ได้ลึกเกินไป
เมื่อทุกคนเข้าไปในมิติพวกเขาก็ออกไปทันที สถานที่ที่พวกเขาปรากฏตัวนั้นเป็นสถานที่ที่กรีนซื้อไว้แล้ว สถานที่นี่เป็นที่เข้าออกชั่วคราวของเจ่าไห่ แต่พวกเขาก็ไม่ได้ใช้งานนานแล้ว แต่เนื่องจากสถานที่นี่เป็นของปู่กรันจึงไม่มีใครมาที่นี่ ดังนั้นเจ่าไห่จึงใช้มันอีกครั้ง
เจ่าไห่และคนอื่นๆ ไม่ได้เล่นในลานบ้านเมื่องมาถึง พวกเขาก็ขี่ม้าไปที่คฤหาสน์ของอีวานทันที พวกเขาไม่ได้เข้ามาอยู่ในซีโนมอร์ฟ เนื่องจากเมืองคาซ่าอยู่ในช่วงสงครามพวกเขาไม่ต้องการทําให้คนทั่วไปต้องเข้าใจผิดโดยที่ไม่จําเป็น
แม้ว่าเจ่าไห่จะรู้ว่าเมืองคาซ่ากําลังตกอยู่ในอันตราย แต่เขาก็ยังไม่ได้ทําอะไรเมื่อมาถึง นี่เป็นเพราะการปรากฏตัวในตอนนี้
เมืองคาซ่าเป็นเมืองของตระกูลเพอร์เซลล์และได้รับขนานนามว่าไข่มุกแห่งภาคเหนือการค้า เฟื่องฟูมากที่นี่ถนนในเมืองมีคนเยอะมาก
อย่างไรก็ตามตอนนี้เมืองคาซ่าในตอนนี้ถูกทิ้งร้างไม่มีใครอยู่แล้ว เหมือนกับกลายเป็นเมืองผีแล้ว ในตอนนี้ก็มีเสียงดังขึ้นมาเจ่าไห่หันไปมองที่ต้นเสียงทันที เจ่าไห่เข้าใจว่าเสียงนั่นจะต้องมาจากกําแพงเมือง เจ่าไห่ไม่อาจจะทําสิ่งใดได้แต่ก็เปลี่ยนไป เขาไม่ได้คิดว่าศัตรูจะโจมตีในตอนเย็น ไม่น่าแปลกใจว่าทําไมอีวานถึงบอกว่าพวกเขาไม่อาจจะต้านไว้ได้นาน
เจ่าไห่ขมวดคิ้วและไม่ได้พูดอะไรเลย เขารีบสิ่งไปที่คฤหาสน์ของอีวานทันที การกระทําของพวกเขาดึงดูดความสนใจของผู้คนในเมือง ในไม่ช้าป้อมปราการของเมืองก็ปิดประตูเพื่อป้องกันพวกเขา
เจ่าไห่ไม่ได้มีเวลามากที่จะจัดการกับคนเหล่านั้นเขารีบไปยังคฤหาสน์ แต่เมื่อมาถึงเจ่าไห่เห็นกลุ่มคนขวางทางเขาอยู่ มีนักรบ 1,000 คนยืนอยู่ตรงหน้าพวกเขาและดูเหมือนว่าพวกเขาพร้อมที่จะต่อสู้
เมื่อเจ่าไห่เห็นเช่นนั้นเขาก็อดไม่ได้ที่จะหยุดม้าของเขาทันที จากนั้นเจ่าไห่ก็คํานับต่อนักรบ และพูดว่า “นักรบแห่งเพอร์เซลล์ชื่อของข้าคือเจ่าไห่ข้ามาหาอีวาน ข้าต้องการให้ท่านช่วยไปแจ้งอีวานให้ข้าที่”
นักรบมองเจ่าไห่แล้วพูดว่า “เจ้าบอกว่าเจ้าคือเจ่าไห่ใช่ไหม? เจ่าไห่ เจ้าต้องการที่จะช่วยเหลือตระกูลเพอร์เซลล์ของเราหรือไม่?
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “ข้าจะเข้าไป นักรบยกหอกของพวกเขาขึ้น การกระทําของเจ่าไห่พวกเขารู้ว่านี่เป็นวิธีการแสดงความเคารพของนักรบ จากนั้นนักรบก็พูดว่า”นายน้อยเจ่าไห่โปรดรอ เดี๋ยวข้าจะกลับมาอีวานยังอยู่ที่กําแพงเพื่อป้องกัน จากนั้นนักรบก็หันไปทางกําแพง
เจ่าไห่ไม่ได้สนใจ มันเป็นช่วงเวลาที่ไม่ค่อยจะดี ดังนั้นจึงเป็นเรื่องปกติที่พวกเขาจะต้องระวังเขามองไปที่ทหารที่อยู่ข้างๆ พวกเขาน่าจะเป็นกองกําลังชั้นยอดของตระกูลเพอร์เซลล์ แต่จุดอ่อนของพวกเขาก็คือพวกเขาอยู่ในระดับที่ 4 ในขณะที่คนที่แข็งแกร่งที่สุดก็น่าจะอยู่ในระดับ 6 นี้ ไม่ใช่เรื่องที่ไม่ดีมันแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงความสามารถระดับสูงของตระกูลเพอร์เซลล์ สมควรได้รับการขนานนามว่าเป็นตระกูลที่มีมานานแล้ว
ในขณะที่เจ่าไห่กําลังมองทหารพวกเขาก็มองเจ่าไห่ด้วยเช่นกัน สําหรับพวกเขาชื่อของเจ่าไห่เป็นที่รู้กันดีมาก เขาค่อยข้างได้รับความนิยมในหมู่คนในตระกูลเพอร์เซลล์ เนื่องจากเจ่าไห่ได้เคยช่วยเหลือพวกเขาในอดีต
สิ่งที่สําคัญที่สุดคือเรื่องราวความรักในตํานานของเขากับลอร่ามันเป็นเรื่องที่ผู้คนชอบที่จะพูดถึงในเวลาว่าง แม้ว่าเจ่าไห่จะหายไปนานแล้ว แต่ถ้าพูดถึงชื่อของเขาในเมืองคาซ่ามันเป็นไปไม่ได้ที่ทุกคนจะไม่รู้จักเขา
แต่ตอนนี้พวกเขามองเจ่าไห่ พวกเขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกผิดหวังเขาดูธรรมดามากแต่งตัวธรรมดาแม้กระทั่งคนของเขาก็ธรรมดา เขาไม่ได้ดูพิเศษอะไรในขณะที่นั่งอยู่บนหลังของม้า จากนั้น พวกเขาก็เห็นลอร่าและเมแกนซึ่งอยู่ด้านหลัง ดังนั้นพวกเขาจึงรู้ทันทีว่าชายคนนั้นคือเจ่าไห่ เนื่องจากหน้าของลอร่าเป็นที่รู้จักกันดีในเมืองคาซ่า
หลังจากนั้นไม่นานเสียงของควบม้าก็ดังมามีเงาอยู่สองเงากําลังใกล้เข้ามาอย่างรวดเร็ว ด้วยสายตาของเจ่าไห่เห็นอวานมาพร้อมกับนักรบของเขา
หลังจากที่อีวานมาถึงหน้าเจ่าไห่ เขาก็ลงจากหลังม้าทันที จากนั้นเขาก็หัวเราะและพูดว่า “เจ่าไห่..ดีจริงๆ เจ้ามาที่นี่จริงๆ ด้วยเจ้าทําให้ข้าต้องเป็นกังวลจริงๆ ถ้าเจ้ามาช้ากว่านี้ข้าคิดว่า เจ้าคงจะไม่ได้เห็นข้าแล้ว”
เจ่าไห่ลงจากหลังม้าเขาค่านับและพูดว่า “หลานคนนี้ได้พบลุงแล้ว ลุงอีวานทําได้ดีมากจริงๆที่จัดการคนเหล่านั้นจนข้ามาถึงที่นี่ได้”
อีวานหัวเราะและพูดว่า “เด็กน้อย นี่ไม่ใช่โจมตีกลุ่มเล็กเลยนะ มันเป็นลูกชายของบอริส ถ้ามันไม่อาจสังหารข้าได้มันก็คงไม่ดีต่อตัวมันแน่”
อีวานเคยเป็นนักรบเขาได้ออกไปข้างนอกก่อนหน้านี้ แม้ว่าเขาจะถูกให้อยู่แต่คฤหาสน์ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาจิตวิญญาณนักรบที่ไม่ยอมแพ้ของเขาก็ยังคงอยู่ในเลือดของเขา ตอนนี้ลักษณะของเขาถูกเจออีกครั้ง ในขณะที่ตัวเขาเองต่อสู้เพื่อจัดการกับศัตรูของเขา
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “หลานได้ยินเรื่องนี้แล้ว ฉันคิดว่าเรื่องนี้มันน่าจะเกิดขึ้นจากฉัน ดังนั้นที่ฉันมาที่นี่ก็เพื่อจัดการกับมัน หลจากที่ได้รับจดหมายของลุงแล้วฉันก็รีบมาที่นี่ทันทีเลย ใช่แล้ว ในเมื่อลุงรู้จักกับลอร่า เม็กและเนียร์แล้ว ลุงก็น่าจะรู้จักกับบล็อกและร็อก นี่คือชิว นี่คือซูกะ นี่คือคู่หมั้นใหม่ของฉันเจ้าหญิงเมแกนตระกูลแคลซี เมแกนนี้คือลุงอีวานของตระกูลเพอร์เซลส
เมแกนเขินมาก เธอคํานับอีวานและพูดว่า “คนนี้คือลุงอีวานใช่ไหม?”
อีวานหัวเราะและพูดว่า “ดีมากเจ้าหนูน้อย ข้ามีของขวัญให้เธอด้วย แต่นี่ก็ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องพูดตอนนี้ ไปที่คฤหาสน์กันเถอะ
เจ่าไห่ตอบทันทีว่า “ลุงอีวานดูเหมือนว่ามีคนโจมตีเมืองอยู่ มันจะเป็นเรื่องที่ดีไหมที่จะออกจากกําแพงไป?”
อีวานส่ายหัวและพูดว่า “ไม่น่าจะดีนัก ตอนเย็นพวกมันคงพยายามที่จะทําหลายสิ่งเลย” จากนั้นเขาก็พากลุ่มของเจ่าไห่เข้าไปในคฤหาสน์ เรื่องก่อนหน้านี้ทําให้นักรบสับสนมาก พวกเขารู้ว่า เจ่าไห่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับตระกูลเพอร์เซลล์ แต่พวกเขาไม่คิดว่ามันจะดีมากเช่นนี้ จากการกระทําของอีวานดูเหมือนว่าเขาไม่ได้ทําเหมือนเจ่าไห่เป็นคนอื่น
สิ่งนี้ทําให้มันแปลกสําหรับคนที่ไม่รู้เรื่องของเจ่าไห่จริงๆ พวกเขาได้ยินมาว่าความสัมพันธ์ของเขากับอวานนั้นดี แต่ทั้งคู่ก็ไม่ได้ติดต่อกันนานมากแล้ว แล้วทําไมพวกเขาทั้งสองจึงยังสนิทกันดีอยู่
หลังจากที่ทุกคนเข้าไปในคฤหาสน์แล้ว เจ่าไห่เห็นว่าบางสิ่งแตกต่างไป ในตอนนี้เจ่าไห่ไม่ได้สังเกตเห็นคนรับใช้จํานวนมาก แต่กลับมีนักรับจํานวนมากอยู่ข้างใจ คนเหล่านี้ล้วนเป็นคนของตระกูลเพอร์เซลล์เนื่องจากตระกูลอยู่ในช่วงวิกฤตจึงเป็นหน้าที่ของพวกเขาที่จะต้องมาช่วยเหลือ
เมื่ออีวานมาถึงเขาก็ทักทายทุกคนที่เขาเจอ ไม่นานพวกเขาก็มาถึงห้องนั่งเล่น หลังจากนั่งลงนักรบคนหนึ่งมาหาและเทชาให้พวกเขา อีวานเป็นคนสุภาพเขาหยิบชาและดื่มก่อนที่เขาจะหันไปหาเจ่าไห่ “โชคดีที่เจ้ามาเร็ว หากเจ้ามาช้าเพียงไม่กี่วัน ข้าเกรงว่าเจ้าจะไม่สามารถช่วยเหลือได้อีกต่อไป พวกนั้นแข็งแกร่งเกินไปพวกมันมีเทพผู้มีพลังระดับ 8 มาเยอะแต่ดูเหมือนว่าพวกเขาจะ ไม่ได้มีเทพผู้มีพลังระดับ 9 “
จบบทแล้วนะครับ ขอบคุณที่ติดตามนะครับ บ้าย…บาย