Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ) - บทที่ 426 - น้ําพุร้อน
- Home
- All Mangas
- Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ)
- บทที่ 426 - น้ําพุร้อน
บทที่ 426 – น้ําพุร้อน
เช้าวันต่อมาเมแกนตื่นขึ้นพร้อมกับแสงอาทิตย์ที่กําลังแสงขึ้น แม้ว่าเธอจะอยู่กลางทะเลมา 4 วันแล้วแต่เธอก็ยังไม่คุ้นกับการนอนอยู่บนเรือ เมื่อเธอต้องอยู่บนเรือมันก็เหมือนว่าวันๆนึงที่ผ่านไปเธอไม่ได้ทําอะไรเลย
นี่ก็เป็นเหตุผลว่าทําไมเธอถึงอารมณ์ไม่ค่อยจะดีนัก ไม่ว่าใครก็ตามถ้าหากว่าไม่ได้รับการพักผ่อนที่ดีก็มักจะอารมณ์ไม่ค่อยจะดีนัก มันเป็นเรื่องจริงเพราะสิ่งที่ทําให้เมแกนรู้สึกไม่ค่อยดีเลย
เมื่อตื่นแล้วแกนก็ไปยังบนเรือ เธอคิดถึงสายลมจากทะเลตอนนี้เธอขึ้นไปบนเรือโดยที่ไม่ได้ มีใครติดตามไปด้วย แต่เมแกนก็ไม่ได้รู้สึกอะไรเพราะว่าเธอกําลังที่จะแต่งงานกับเจ่าไห่ เธอต้องการให้ตัวเองอยู่แบบนี้ให้ได้ เพราะเธอไม่ต้องการให้เจ่าไห่มองว่าเธอเป็นเจ้าหญิงที่ต้องการคนรับใช้ตลอดเวลา
เมื่อเมแกนมาถึงดาดฟ้าของเรือ เธอก็เห็นลอร่าและเจ่าไห่อยู่บนดาดฟ้าเรือแล้ว เมแกนเดินไปข้างหน้าทันทีและพูดว่า “พี่ไห่ ลอร่าพวกท่านพร้อมแล้ว ฉันขอโทษที่ตื่นสาย”
เจ่าไห่หันไปหาเมแกนและเห็นว่าเธอมีรอยคล้ํารอบดวงตาของเธอ เขาก็อดไม่ได้ที่จะขอโทษเธอ เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “มีอะไรที่ผิดปกติไปหรือเปล่าหรือแค่ไม่ได้นอนเฉยๆ นี่เป็นเรื่องธรรมดาของคนที่มาอยู่ในทะเลใหม่ พวกเขามักจะรู้สึกไม่ค่อยดีเพราะเรื่องต้องเจอกับคลื่นอยู่ตลอดเวลา
เมแกนก็ยิ้มและพูดว่า “ฉันก็ไม่รู้เช่นกัน ฉันเดินทางบ่อยตั้งแต่ยังเด็ก แต่ฉันก็คิดว่าถ้ายังเด็กแล้วได้มาอยู่เช่นนี้ก็อาจจะเป็นเหมือนกับตอนนี้แน่นอน” เรื่องที่เมแกนพูดทําให้เจ่าไห่และลอร่าหัวเราะ
เมแกนหัวเราะด้วยเช่นกัน แม้ว่าเธอจะพบกับความยากลําบากในช่วง 3 วันที่ผ่านมาเธอก็ได้เรียนรู้อะไรมากมายจากกลุ่มของเจ่าไห่ พวกเขาทํางานหนัก ขยันหมั่นเพียรและมองโลกในแง่ดี นี่ก็เป็นเหตุที่เธอยังคิดที่จะล้อเล่นกับพวกเขาได้
ตอนนี้เมแกนเข้าใจสิ่งที่เกี่ยวกับเจ่าไห่ที่ดึงดูดความสนใจของเธอ มันเป็นเพราะการมองโลกในแง่ดีของเจ่าไห่ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเง่าไหก็ยังคงมองโลกในแง่ดี สิ่งที่สําคัญที่สุดกับเจ่าไห่คือเขามุ่งมั่นที่จะก้าวไปข้างหน้า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นสิ่งนี้มันทําให้หัวใจของเมแกนตดเป็นของเจ่าไห่
ในขณะที่มองหน้าของเมแกน เจ่าไห่ก็เงียบเขามองไปที่เมแกนและพูดอย่างจริงจังว่า “เมแกนตอนนี้เราได้หมั้นกันแล้ว เธอจะเป็นคนของตระกูลบูดาในอนาคต เพราะเช่นนี้พี่จะบอกความลับที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของตระกูลบูดาให้ฟัง แต่ว่าเธอจะต้องเก็บความลับนี้จากทุกคนไม่ว่าจะเป็นพ่อหรือแม่ก็ตาม”
เมื่อเมแกนได้ยินเช่นนั้น เธอก็รู้สึกว่ามันน่าจะเป็นความลับที่ยิ่งใหญ่มากแน่ๆ แต่เมื่อได้ยินประโยคสุดท้ายมันก็ทําให้เธอยืนนึ่งและมองเจ่าไห่ แต่เธอก็ไม่ได้เห็นด้วยทันที
เธอคิดถึงคําพูดของเจ่าไห่อย่างเงียบๆ ใช่..ตอนนี้เธอหมั้นกับเจ่าไห่แล้ว และถึงแม้ว่าพวกเขาจะยังไม่ได้แต่งงานกันก็ตาม เธอก็จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของตระกูลบูดา ไม่ว่าคนอื่นจะคิดเช่นไรเกี่ยวกับเรื่องนี้และมันก็ไม่ได้อยู่ในความคิดที่จะไปจากเจ่าไห่
อย่างไรก็ตามเธอต้องคิดถึงพ่อแม่ของเธอ ซึ่งทําให้มันยากสําหรับเธอ ความรู้สึกของเธอที่มีต่อสมิทและแม่ของเธอนั้นมันดีมาก ดังนั้นถ้าหากว่าเธอจะต้องเก็บความลับจากพ่อและแม่ของเธอ เธอก็กลัวว่าเธอจะไม่อาจทํามันได้
เมื่อเห็นว่าเมแกนไม่ได้ตอบเขาทันที เจ่าไห่ก็ไม่ได้โกรธอะไรในทางตรงกันข้ามเจ่าไห่ก็ดีใจมากที่เมแกนไม่ได้เห็นด้วยกับเขาในตอนนี้ ฉันอยากให้เธอเห็นว่าความสัมพันธ์ที่มีต่อเธอนั้นเป็นของแท้ เมแกนเข้าใจเจ่าไห่ในทันที
เจ่าไห่มองเมแกนและพูดว่า “เมแกนเธอจะต้องรู้ความลับนี้ซึ่งลอร่าก็รู้แล้วเช่นกัน ทุกคนในตระกูลบูดาทุกคนรู้เรื่องนี้ เพราะว่าเธอจะต้องแต่งงานกับฉัน ฉันหวังว่าเธอจะมีสถานะเดียวกับลอร่าและเม็ก ไม่งั้นมันก็จะไม่ยุตธรรมสาหรับเธอ ในเวลาเดียวกันฉันก็เชื่อในตัวเธอ ถ้าไม่เช่นนั้นมันจะไม่ดีต่ออนาคตถ้าเธอจะต้องแต่งงานกับฉัน ฉันหวังว่าเธอจะคิดเรื่องนี้ให้ดี”
เมื่อเมแกนได้ยินเจ่าไห่ เธอก็เข้าใจว่าเจ่าไห่หวังให้เธอมาอยู่ในสถานะเดียวกับลอร่า นี่ก็หมายความว่าในใจของเขา เธอก็อยู่ในนั้นด้วยเหมือนกับลอร่าและเม็ก เรื่องนี้ทําให้เมแกนมี ความสุขมาก เธอมองไปที่เง่าไห่และพูดว่า “พี่ไห่ พี่ไว้ใจฉันได้เลย พี่ไว้ใจฉันมาก ฉันก็จะไม่ทําให้พี่ผิดหวัง ฉันจะเก็บความลับของตระกูลบูดาไม่ให้ใครรู้ไม่ว่าจะเป็นพ่อหรือแม่”
เจ่าไห่มองหน้าของเมแกนแล้วก็หัวเราะพร้อมกับพูดว่า “เอาล่ะ พี่รู้สึกโล่งใจแล้วที่ได้ยินคําพูดของเธอ เธอพร้อมหรือยังที่จะได้รู้ความลับที่ใหญ่ที่สุดของตระกูลบูดา”
เมแกนหายใจเข้า และพูดว่า “ฉันพร้อมแล้ว” เมื่อได้ยินเช่นนั้นเจ่าไห่ก็ยิ้ม แล้วก็เริ่มเปิดมิติ เมแกนรู้เห็นแสงสีขาวก่อนที่เธอจะเข้าไปที่ไหนก็ไม่รู้ ซึ่งดูเหมือนจะเป็นเมือง
เมแกนมองไปที่ทุกสิ่งที่อยู่ตรงหน้าของเธอ เธอคิดว่าเธอได้มาอยู่ในทุ่งหญ้าแล้ว รอบๆตัว เธอเป็นทุ่งหญ้าสีเขียนและไม่ได้ไกลจากเมืองมากนักเป็นเหมือนพื้นที่เพาะปลูกที่ปลูกพืชมากมายอยู่ แต่ที่สําคัญเลยคือเธอไม่รู้ว่าพวกเขามาถึงที่นี่ได้ยังไง ทําไมพวกเขาถึงไม่ได้อยู่บนเรือแล้ว?
ในขณะเดียวกันเม็กก็ออกมาเปิดประตูเมือง ทันทีที่เธอเห็นเมแกนเม็กก็ยิ้มและพูดว่า “เมแกนเธอได้มาอยู่ที่นี่แล้ว ไปเถอะไปเตรียมอาหารเช้ากันก่อนแล้วพวกเราจะได้คุยเรื่องนี้กันในขณะที่ทานอาหารไปด้วย”
จิตใจของเมแกนยังรู้สึกสับสนอยู่ ขณะที่เม็กก็ดึงมือเธอเข้าไปในบ้าน เมื่อพวกเขามาถึงที่ห้องอาหาร เม็กก็ไม่ได้เสิร์ฟอาหารทันที พวกเขารอชิวและคนอื่นๆมาครบก่อน
นี่เป็นกฎของเจ่าไห่ เมื่อไม่ได้มีงานอาหารชิวและคนอื่นๆ ก็จะมาทานอาหารกับเขา และพูดคุยเรื่องต่างๆ กันเพื่อเพิ่มความสัมพันธต่อกัน แม้ว่าพวกเขาจะอยู่ในคําสาบานจากเลือดและไม่อาจจะหักหลังเจ้าไม่ได้ แต่เจ่าไห่ก็ไม่ได้ต้องการคําสาบานนั้นเพื่อที่จะได้รับความภักดีจากพวกเขา เจ่าไห่ต้องการให้พวกเขาทั้งหมดทํางานให้กับเขาด้วยความจริงใจและเต็มใจ
เมแกนยังคงสับสนอยู่ เมื่อเธอนั่งลงเธอก็งงมากๆ เมื่อเห็นทั้งหมดของที่นี้ เมืองนี้เป็ฯอะไรที่ดีต่อเธอมาก แต่สภาพแวดล้อมมันก็ทําให้เธอสับสนเอามาก
ในตอนนี้เจ่าไห่ก็นั่งลงและยิ้มพร้อมกับพูดว่า “เมแกนนี่เป็นความลับที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของตระกูลบูดาของเรา ลอร่าเธอช่วยไปอธิบายมิติให้กับเมแกนด้วย”
ลอร่าไม่ได้คิดต่างอะไร เธอยิ้มและเริ่มอธิบายเกี่ยวกับมิติพร้อมกับบอกความสามารถของมิติไปด้วย
เมแกนฟังลอร่าจนลืมที่จะกินอาหาร ขณะที่เธอมองและตั้งใจฟังสิ่งที่ลอร่าพูดทุกอย่างเกี่ยวกับความหัศจรรย์มากมายที่อยู่ในมิติ ลอร่ายังพูดต่อไปอีกประมาณ 1 ชั่วโมงตอนนี้เจ่าไห่และคนอื่นๆก็กินข้าวเสร็จแล้ว แต่คนที่ยังไม่ได้กินเลยก็คือลอร่าและเมแกน
เมื่อลอร่าเล่าเรื่องทั้งหมดเสร็จ เมแกนก็ไม่อยากจะเชื่อเพราะเธอมองออกไปข้างนอกหน้าต่างแล้วก็พูดว่า “ที่เธอพูดมาทั้งหมดเธอกําลังจะบอกว่าที่นี่ทั้งหมดเป็นของพี่ไห่งั้นเหรอ? ก็เหมือนกับว่าที่นี่พี่ไห่เป็นดังพระเจ้าเลยงั้นเหรอ?”
ลอร่ายิ้มและพูดว่า “มันเหมือนกับสิ่งที่เธอพูดเลย เพราะว่าที่นี่เป็นของพี่ไห่ ถึงแม้ว่าพี่ไห่จะเป็นเหมือนกับพระเจ้าที่นี้พี่ไห่ก็เป็นคนที่น่าสงสารมาก เพราะว่าพี่ไห่จะต้องจ่ายเพื่อซื้อพื้นที่ทุกอย่างที่นี่ก็ด้วยเช่นกัน พี่ไห่จะต้องอัพเกรดมิติอยู่ตลอดไม่งั้นเขาจะไม่อาจใช้มิตินี้ได้อย่างเต็มความสามารถของมัน”
เมแกนไม่ได้เข้าใจเรื่องนี้มากนัก แต่เธอก็พูดขึ้นว่า “ทุกสิ่งที่นี่เป็นของพี่ไห่ มันเป็นสิ่งที่น่าอัศจรรย์มากๆ”
เมื่อเห็นหน้าของเมแกน ลอร่าก็ไม่ได้พูดอะไรและยิ้มออกมา ลอร่าไปที่ห้องครัวเพื่ออุ่นอาหาร ถ้าเธอไม่ทําเช่นนั้นพวกเธอก็จะไม่ได้กินอาหารที่ร้อนๆ
เมแกนรู้สึกตัวขึ้น ตอนนี้ที่นั่งอยู่ก็มีเพียงเธออยู่คนเดียวที่เหลืออยู่ในห้องอาหาร ลอร่ากําลังยังอยู่ในครัวในขณะที่เจ่าไห่กับคนอื่นๆอยู่ในห้องนั่งเล่นแล้ว
เมแกนไม่ได้มุ่งหน้าไปที่ห้องนั่งเล่น แต่เธอเดินไปยังห้องครัว เธอลอร่าเกี่ยวกับคําถามที่เธอยังสงสัยเกี่ยวกับมิติ ลอร่าก็ยังคงอดทนในการตอบคําถามทั้งหมดที่เมแกนอยากจะรู้ หลังจากนั้นไม่นานอาหารของพวกเธอก็พร้อมแล้ว จากนั้นทั้งสองก็เดินไปที่ห้องอาหารเพื่อกินอาหารกัน หลังจากที่กินอาหารหมดแล้วพวกเธอก็ไปยังห้องนั่งเล่นและเห็นเจ่าไห่กับคนอื่นๆ มองดูจอในมิติอยู่ หน้าจอนั่นแสดงให้เห็นทะเลที่พวกเธอจากมา
เมื่อเห็นสถานการณ์ต่างๆ จากจอภาพเมแกนก็นึกขึ้นได้ว่านี่น่าจะเป็นความลึกลับของมิติอีกอย่างนึ่ง เจ่าไห่มองเมแกนและพูดว่า “เมแกน ลอร่าบอกกับเธอเกี่ยวกับมิติหรือไม่ แล้วเธอก็บอกกับพี่แล้วว่าจะไม่บอกเรื่องนี้กับใคร
เมแกนพยักหน้าและพูดว่า “พี่ไฟไม่ต้องห่วงเลย ฉันจะไม่บอกเรื่องนี้กับใครแน่นอน”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “ดีมาก พี่เชื่อเธอ เมแกนพี่รู้ว่าเธอไม่ได้พักผ่อนดีๆ มาสักพักแล้วในวันนี้ เธอสามารถนอนในมิตินี้ได้ พี่จะให้ลอร่ากับเม็กไปกับเธอ เรือของเราสามารถแล่นไปได้โดยที่ไม่มีพวกเราแต่พี่ก็รู้สึกไม่สบายใจ พี่จําเป็นจะต้องเฝ้าเรือก่อน”
ลอร่ายังพูดอีกว่า “ใช่ๆ เรายังไม่ได้มีวันพักผ่อนที่ดีเช่นกัน พวกเราไปนอนพักผ่อนกันเถอะเมแกน ไปๆ” จากนั้นลอร่าก็ดึงเมแกนและพาเดินออกไป
เจ่าไห่ยังต้องเป็นผู้นําของบล็อกและคนอื่นๆ ที่อยู่นอกมิติพวกผู้หญิงไม่ได้เข้านอนทันที พวกเธอพาเมแกนไปอาบน้ําก่อนที่น้ําพุร้อนในมิต พวกเธอสามารถอาบน้ําที่นั่นและพักผอนได้
น้ําพุร้อนของมิติอยู่ใต้เมือง ซึ่งเป็นห้องทดลองในอดีตของคาเรทก่อนที่เขาจะย้ายไปที่ป้อมภูเขาเหล็กเนื่องจากไม่ได้ใช่ห้อง ลอร่าจึงเสนอให้เจ้าฉินอี้สร้างน้ําพุร้อน มีสระว่ายน้ําพร้อมกับน้ําที่ไหลอยู่ตลอดเวลา ในขณะเดียวกันก็มีทางออกอยู่ที่สระว่ายน้ํา เพราะมันเป็นการยากที่จะควบคุมปริมาณของน้ําในชั้นใต้ดิน
ในชั้นดินไม่เพียงมีโต๊ะหินเท่านั้น เจ้าฉินอี้ยังสามารถส่งผลไม้และไวน์ให้ลอร่าและคนอื่นๆได้เพลิดเพลินกับมัน หลังจากการทําชั้นใต้ดินแล้ว มันได้ถูกชมเป็นอย่างมาก หลังจากนั้นเจ่าไห่เสนอให้แบ่งห้องเป็นสองห้อง ห้องหนึ่งสําหรับผู้หญิงและอีกห้องก็เป็นของผู้ชาย
จบบทแล้วนะครับ ขอบคุณที่ติดตามนะครับ บ้าย…บาย