Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ) - บทที่ 425 - การตัดสินใจ
- Home
- All Mangas
- Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ)
- บทที่ 425 - การตัดสินใจ
บทที่ 425 – การตัดสินใจ
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “เมื่อสิ แต่พี่เองก็ไม่ได้เบื่อมากขนาดเจ้า แต่พี่ก็มีข้อดีที่ว่ามีลูกเรือเป็นซอมบี้ พวกเขาจะไม่ทรยศเจ้า พวกเขาไม่ต้องการเงินเดือน และยิ่งไปกว่านั้นพวกเขาจะไม่รบกวนเรา มันเยี่ยมมากเลยใช่ไหม?”
เมแกนพูดต่อว่า “ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงๆ ทําไมข้าถึงมองไม่เห็นสิ่งที่พี่ไห่บอกข้าเลย พีไห่พี่เล่าเกี่ยวกับชีวิตของพี่ให้ข้าฟังหน่อย ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับพี่และตระกูลบูดาถึงต้องไปอยู่ที่แดนทมิฬ”
เจ่าไห่ยิ้ม เรื่องมากมายเกิดขึ้นกับเขา หลังจากที่ตระกูลบูดาถูกส่งไปยังแดนทมิฬ แต่เรื่องเหล่านั้นส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับมิติ ถ้าเขาบอกเมแกนเกี่ยวกับประสบการณ์เหล่านั้น เขาอาจจะบอกเธอเกี่ยวกับมิติไปได้ และเจ่าไห่ก็ไม่ได้ต้องการที่จะหลอกเธอ เขาจึงไม่รู้ว่าจะเล่าเช่นไรและเริ่มจากตรงไหน
เมื่อลอร่าเห็นเจ่าไห่ดูลําบากใจ เธอก็พูดขึ้นมาว่า “ข้าคิดว่าเราอาจจะต้องพูดถึงเรื่องนั้นในอนาคต เมแกนไปทําอาหารกัน เราจะต้องให้พี่ไห่ชิมอาหารที่เราทําในวันนี้ เราต้องไปตามเม็กด้วยไม่งั้นพี่ไห่อาจจะต้องท้องเสียเพราะพวกเราแน่นอน”
เมแกนสนใจเมื่อเธอได้ยินลอร่าพูด ดังนั้นเธอจึงยิ้มและเดินตามลอร่าไป จากนั้นพวกเธอก็รีบไปที่ห้องครัวทันที เมื่อเจ่าไห่เห็นพวกเธอ เขาก็พูดกับบล็อกที่อยู่ข้างๆ เขาว่า “บล็อก เจ้าคิดว่ายังไง ข้าควรบอกเมแกนเกี่ยวกับมิติไหม?”
บล็อกยิ้มและพูดว่า “นั่นมันก็ขึ้นอยู่กับนายน้อย แต่ถ้าท่านคิดว่าเมื่อบอกไปแล้วมันจะเป็นภัยต่อเรา ข้าก็คิดว่าเราก็ไม่ควรบอกเธอ เรามีข้อได้เปรียบเรื่องจํานวนคนก็จริงๆ แต่ถ้าเราทนไม่ได้จริงๆ เราก็สามารถหนีไปที่ทุ่งหญ้าได้
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “ความคิดของเจ้าไม่ใช่เล็กเลย แต่สิ่งที่เจ้าพูดมันก็เป็นความจริง ตอนนี้ เราไม่ต้องกลัวใครเลย แต่ข้าก็ยังรู้สึกเหมือนว่าข้ากําลังหลอกเมแกนอยู่ ถ้าเธอรู้เธอจะรู้สึกเสียใจมากแค่ไหน ถ้าข้าไม่เชื่อใจเธอ ข้าเองก็ไม่ควรไปหมั้นกับเธอ”
บล็อกยิ้มและพูดว่า “ข้าไม่ค่อยเข้าใจเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้มากนัก ข้าคิดว่าเรื่องนี้นายน้อยจะต้องตัดสินใจเอง”
เจ่าไห่มองบล็อกแล้วก็ยิ้มพูดว่า “ในขณะที่เราอยู่ที่นี่เจ้าและร็อกนั้นค่อนข้างแก่แล้วที่จะแต่งงานกัน ข้าจะไปคุยเรื่องนี้กับปุ๋กรีน เจ้าทั้งคู่ไม่สามารถเป็นโสดได้ตลอดไป เจ้าต้องการผู้หญิงที่ต้องมาดูแล
เมื่อบล็อกได้ยินเช่นนั้น สีหน้าของเขาก็อดไม่ได้ที่จะเปลี่ยนเป็นสีแดง เขาพูดว่า “นายน้อย ท่านชอบพูดเรื่องตลกจริงๆ ข้ามีความสุขมากพอแล้วที่ได้รับใช้นายน้อย”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “การรับใช้ข้าและการแต่งงานเป็นเรื่องที่แตกต่างกัน เจ้าสามารถแต่งงานและยังรับใช้ข้าเหมือนเดิมได้ ข้าต้องบอกเรื่องนี้กับปู่กรีน”
หลังจากทุกคนกินอาหารกลางวันแล้ว พวกเขาก็ไปนอนหลับตอนกลางวัน ในตอนบ่ายเจ่าไห่ได้ฝึกฝนพลังและทักษะการต่อสู้ของเขาบนเรือ ทางด้านเม็กได้สอนเมแกนให้ต่อสู่โดยใช้พลังเวทย์
ถึงแม้ว่าเมแกนจะเป็นนักเวทย์น้ําระดับที่ 5 ในขณะที่เธอมีทักษะพลังเวทย์ที่ดี แต่ประสบการณ์ในทางปฏิบัติของเธอก็ไม่ได้ดีนัก ดังนั้นเม็กจึงเดินไปข้างหน้าเพื่อบอกกับเธอ
แต่เจ่าไห่ก็รู้ดีว่าพลังของเมแกนนั้นสามารถใช้ได้แล้ว แต่สิ่งที่เธอต้องการคือประสบการณ์การต่อสู้ เมื่อเปรียบเทียบการฝึกฝนกับการต่อสู้จริงๆ บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองนั้นแตกต่างกันอย่างมาก มีผู้คนจํานวนมากที่ได้รับการฝึกฝนเป็นอย่างดี แต่ก็ไม่มีประสบการณ์ในสนามรบจริงๆ พวกเขาจะถูกฆ่าเพราะพวกเขาไม่อาจจะปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ของสนามรบได้ พวกเขาจะกลัวศัตรู มันจะทําให้ความสามารถในการต่อสู้ของพวกเขาลดลงเหลือเพียงแค่ยี่สิบเปอร์เซ็นต์ และนี่เป็นอันตรายถึงชีวิตของนักรบ
ในตอนเย็นเมื่อเมแกนนอนหลับแล้ว เจ่าไห่และคนอื่นๆ ก็ไปที่มิติ กรีนและคาเรทกําลังรอ พวกเขาอยู่ข้างใน หลังจากที่เจ่าไห่ฝึกทักษาการต่อสู้ของเขา ทุกคนก็เข้าไปยังห้องนั่งเล่นเพื่อนั่งพักและคุยกัน จากนั้นเจ่าไห่ก็หันไปหากรีนและพูดว่า “กรีน ข้าอยากจะบอกเมแกนเกี่ยวกับมิติ”
กรีนมองเจ่าไห่ เขาขมวดคิ้วและพูดว่า “ทําไมเจ้าถึงพูดถึงเรื่องนี้ ไม่กี่วันที่ผ่านมาเจ้าแน่ใจว่า เจ้าจะไม่บอกความลับกับเธอเพราะกลัวว่าสมิทและตระกูลจะรู้เรื่องนี้งั้นเหรอ?”
เจ่าไห่พยักหน้าและพูดว่า “มันเป็นเรื่องจริง ถ้าข้าบอกกับเมแกนเกี่ยวกับมิติจากนั้นตระกูลแคลซีก็อาจจะรู้เรื่องนี้ แต่ถ้าข้าไม่บอกเธอข้าก็จะรู้สึกว่ามันไม่ยุติธรรมกับเธอ ถ้าข้าไม่ไว้ใจเมแกน ข้าก็ไม่เห็นด้วยกับการทําเช่นนั้น เมื่อคิดถึงมันข้าก็คิดว่ามันไม่ยุติธรรมกับเมแกน”
กรีนพยักหน้า แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรเลย เมื่อเรื่องมาถึงจุดนี้ คาเรทก็ขมวดคิ้วและพูดว่า “ไม่เป็นไร ถ้าเราทําเช่นนร เราต้องคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าจักรวรรดิจะต้องรู้รวมทั้งตระกูลแคลซีก็มีพลังอันยิ่งใหญ่ในจักรวรรดิที่สามารถให้ความสนใจได้ เจ้าต้องรู้ว่าโลกนี้มีความโลภมากแค่ไหน”
เจ่าไห่พยักหน้าและพูดว่า “ข้าก็รู้เรื่องนี้เช่นกัน แต่ในปัจจุบันเราไม่จําเป็นต้องกลัวความแข็งแกร่งของตระกูลแคลซี ถ้าเราทนไม่ได้จริงๆ เราก็แค่หนีไป”
เมื่อกรีนได้ยินสิ่งที่เจ่าไห่พูด เขาก็ไม่อาจจะทําสิ่งใดได้ แต่ก็ขมวดคิ้วเขาพูดต่อว่า “ในเรื่องนี้ เราอาจจะกลายเป็นศัตรูของทั้งจักรวรรดิแล้วเราจะไม่มีที่อยู่ในจักรวรรดิ”
เจ่าไห่ถอนหายใจและพูดว่า “ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่จักรวรรดิก็ให้ความสําคัญกับความแข็งแกร่งในปัจจุบันเราแข็งแกร่งมาก แต่ตอนนี้เป็นที่รู้จักอย่างมากทําให้ปัญหาเล็กๆเหล่านี้มาถึงเรา แต่ถ้าเราแสดงความแข็งแกร่งของเรา ทุกอย่างก็จะหายไป”
กรีนขมวดคิ้วของเขา เขาไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของเจ่าไห่ แต่เขาก็คิดว่าความคิดของเจ่าไห่นั้นเป็นเรื่องจริง หากตระกูลแคลซีรู้ว่าพวกเขามีพลังที่จะต่อสู้กับเทพผู้มีพลังระดับ 9 พวกเขาอาจไม่ได้รับการดูแลจากเจ่าไห่อย่างที่พวกเขาทํา
อย่างไรก็ตามกรีนยังคิดว่านี่ไม่ใช่วิธีที่ปลอดภัย เทพผู้มีพลังระดับ 9 ในกลุ่มของพวกเขายังน้อยมาก หากพวกเขาต้องต่อสู้กับคนเหล่านั้นทั้งหมดพวกเขาจะถูกไล่ให้กลับไปยังแดนทมิฬ
ในตอนนี้คาเรทก็พูดว่า “นายน้อยเจ่าไห่ เจ้าเอาเทพผู้มีพลังระดับ 9 เหล่านั้นกลับมาที่บึงซากศพเรามีเจ้าฉินอี้และเจ้าเหวินอยู่ข้างเราแล้ว การได้เทพผู้มีพลังระดับ 9 คนอื่นๆ มันก็ไม่ใช่เรื่องที่ยากเลย ถ้าเราเอาพวกมันมาทีละคนจากนั้นเราก็สามารถลดพลังของพวกเขาได้และในที่สุดพวกเขาก็จะถูกครอบครองโดยพวกเรา และถ้ามีใครเข้ามาในเขตของเราพวกมันก็จะถูกจัดการทันที โดยที่พวกเราไม่ต้องเป็นกังวลเลย”
เจ่าไห่ไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้ เนื่องจากพวกเขาคิดเกี่ยวกับพันธมิตรที่ปกป้องดอกไม้อยู่ พวกเขาลืมที่จะคิดว่าสัตว์เหล่านี้มีที่อยู่ของตัวเองและไม่ค่อยติดต่อกับคนอื่นๆ หากเจ่าไห่สามารถจัดการกับเทพผู้มีพลังระดับ 9 เหล่านั้นลงไปได้ ความแข็งแกร่งของเขาจะเพิ่มขึ้นในระดับสูงสุดของจักรวรรดิทันที
ดวงตาของกรีนสว่างขึ้นและพูดว่า “ถ้าเป็นเช่นนั้นเราก็ทําได้แน่นอนอย่างไรก็ตามตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะทํา เราต้องรอไปก่อนใช่ไหมนายน้อย เจ้าคิดว่าเจ้าสามารถบอกเมแกนเกี่ยวกับเมแกนได้ แต่เจ้าต้องทําให้เธอสัญญาว่าจะไม่บอกเรื่องนี้ให้กับคนอื่นรู้”
เจ่าไห่พยักหน้า “ปู่กรีน ข้ายังมีอีกเรื่องมันเกี่ยวกับบล็อกและร็อกพวกเขาไม่ใช่เด็กอีกต่อไปแล้ว พวกเขาจะต้องแต่งงาน ยังมีชิวด้วย ข้าคิดว่าเราควรหาคู่ให้พวกเขา อย่ารับใช้ข้าในขณะที่ยังไม่ได้แต่งงาน เพราะมันจะไม่เป็นธรรมกับพวกเขา ปู่กรันคิดเช่นไร?”
กรีนไม่ได้พูดอะไรเขาหันไปหาเมอร์ริน และเมอร์รินก็พูดว่า “ใช่ความคิดของนายน้อยนั้นค่อนข้างดีเลย เด็กสองความนั้นควรมีครอบครัวแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นชิวก็ด้วยที่จะต้องแต่งงาน”
สีหน้าของบล็อกและร็อกเปลี่ยนเป็นสีแดงทันที แต่ชิวก็ไม่ได้รู้สึกอะไรเขาหันไปหาเจ่าไห่ และเมอร์รินและพูดว่า “ข้าขอบคุณนายน้อยและท่านหญิงเมอร์รินสาหรับความตั้งใจนี้มาก แต่ข้าได้สาบานแล้วว่าจะไม่แต่งงานในชีวิตของข้า”
เจ่าไห่มองนิ้วและก็พยักหน้า เขาไม่ได้พูดอะไรต่อ เขารู้ว่าชิวอาจจะมีเหตุผลของเขาเอง เขาก็กลัวว่าเขาอาจจะทําให้ชิวเจอกับความเจ็บปวด
เมอร์ไม่ได้ขออะไรเพิ่มเติม แต่เธอก็ยังคงมองนิ้วและถอนหายใจพูดว่า “เอาล่ะ เจ้ามีอิสระที่จะมีเหตุผลของตัวเอง แต่นายน้อย ข้าคิดว่าเจ้าจะต้องคุยกับเมแกน เกี่ยวกับมิติในวันพรุ่งนี้ เจ้าควรบอกเธอตั้งแต่ตอนนี้เมื่อเจ้าหมั้นกับเธอ เจ้าก็ควรไว้ใจเธอ ไม่งั้นมันก็จะไม่ยุติธรรมกับเธอ”
เจ่าไห่พยักหน้าจากนั้นเขาก็หันหน้าไปหาลอร่ากับเม็กและพูดว่า “ลอร่า เม็กพวกเธอสบายดีไหม พี่รู้สึกว่าถ้าพี่ไม่บอกเมแกนเกี่ยวกับเรื่องของมิติ มันก็เหมือนกับว่าพี่หลอกเธอ”
ลอร่ายิ้มและพูดว่า “แน่นอนเราสบายดี พี่ไห่ไม่รู้ว่าพี่คิดยังไง แต่เราอยากจะบอกพี่เกี่ยวกับเรื่องนี้มานานแล้ว ถ้าเราพูดถึงความรู้สึกของเราที่มีต่อพี่ เมแกนก็มีเหมือนกัน”
เจ่าไห่ไม่รู้จะทําเช่นไร แต่ก็หัวเราะ “ถ้าเธอพูดอย่างนี้พี่ก็โล่งใจจริงๆ แล้วพี่โชคดีมากที่ได้รับความชอบจากพวกเธอและเมื่อเธอดูแลพี่พี่ก็อยากให้ทุกคน เธอจะได้พบกับความเท่าเทียบพี่ หวังว่าพวกเธอจะได้อยู่ด้วยกัน ไม่งั้นครอบครัวบูดาของพี่จะไม่ได้มีอนาคตที่ยิ่งใหญ่”
ลอร่ายิ้มแล้วพูดว่า “สบายใจได้ เราจะไม่ทะเลาะกันเอง แต่ถ้าพี่ชอบพวกเราคนหนึ่ง พวกเราทุกคนจะไม่มีความสุข ตอนนี้เราเป็นกลุ่มเดียวกัน”
เจ่าไห่ไม่อาจจะทําสิ่งใดได้ แต่หัวเราะดังขึ้นกรีนและคนอื่นๆก็หัวเราะ ความซื่อสัตย์กับเมแกนที่จะหมั้นกับเจ่าไห่ กรีนก็กลัวว่าลอร่ากับเม็กจะมีความกลัวบ้าง ถ้าสวนหลังบ้านของเจ่าไห่ ถูกไฟไหม้ตระกูลบูดาของพวกเขาก็คงจะไม่ดีนัก
คาเรทถอนหายใจ เขารู้ว่าลอร่ารักเจ่าไห่มาก ไม่เช่นนั้นเธอจะไม่ได้รับการพิจารณาเช่นนี้สําหรับเขา แต่คาเรทก็รู้ว่าเจ่าไห่มีความสุขมากกับลอร่า ไม่มีการตัดสินใจว่าเขาจะไม่พูดคุยกับเธอ คาเรทสามารถพูดได้ว่าความรู้สึกของเจ่าไห่กับลอร่านั้นเหมือนกับความรู้สึกของลอร่าที่มีต่อเขา
จบบทแล้วนะครับ ขอบคุณที่ติดตามนะครับ บ้าย…บาย