Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ) - บทที่ 420 - ความคิดของเมแกน (ตอนสอง)
- Home
- All Mangas
- Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ)
- บทที่ 420 - ความคิดของเมแกน (ตอนสอง)
บทที่ 420 – ความคิดของเมแกน (ตอนสอง)
เมแกนมองไปที่แม่ของเธอ เธอไม่อาจจะทําสิ่งใดได้เลย เธอคิดว่าเรื่องที่กําลังเกิดขึ้นอยู่ ตอนนี้เป็นเรื่องที่อึดอัดมากๆ
ในตอนนี้เจ่าไห่ก็ปรากฏอยู่ในใจของเธออย่างช้าๆ และชัดเจนมากยิ่งขึ้น เจ่าไห่ยิ้มอย่างอ่อนโยน เขาสวมเสื้อคลุมในแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อนและพูดด้วยน้ําเสียงที่ผ่อนคลายมาก หลังจากที่ภาพชัดเจนมาก เธอก็รู้ทันทีว่านั่นคือเจ่าไห่
เมื่อคิดถึงเจ่าไห่เมแกนก็ดูเหมือนว่าจะทําอะไรไม่ถูก แต่หน้าของเธอก็กลายเป็นสีแดง อย่างไรก็ตามเมื่อเธอนึงถึงเรื่องที่เจ่าไห่กําลังจะเจอมันก็ทําให้เธอจําต้องคิดมากอยู่เสมอ แต่เธอก็แข็งแกร่งกว่าเมื่อก่อน เธอเคยเจอสถานการณ์ที่เธอทําอะไรไม่ถูกเลย เธอเรียนรู้บางอย่างจากความพยายามในการทําสิ่งต่อไปนี้ของเธอ
เธอกังวลมากเกี่ยวกับเจ่าไห่ ดังนั้นเมื่อแม่ของเธอบอกเธอเกี่ยวกับสถานการณ์ตอนนี้ของเจ่าไห่ เธอก็ยิ่งเป็นกังวลมาก เมื่อมาถึงตอนนี้ความคิดของเธอมีสองเรื่องเจ่าไห่และคนอื่นๆ อีกเรื่องคือการแต่งงานของเธอ
แต่เมื่อร่างของเจ่าไห่ปรากฏในใจของเธอ ทั้งสองก็เชื่อมต่อกันทันที ดูเหมือนว่าตอนนี้เมแกนกําลังท่าให้จิตใจของตัวเองสงบลงในขณะที่คิดทั้งสองเรื่องนี้อยู่
เมื่อซาน่าเห็นว่าเมแกนไม่ได้พูดอะไร ท่าทางของเธอเปลี่ยนไปจนทําให้ซาน่ารู้สึกสับสนกับมัน เธอมองเมแกนแล้วก็พูดว่า “เมแกนเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า? ลูกกําลังคิดสิ่งใดอยู่?”
เมแกนหันหน้าไปหาแม่ของเธอและพูดว่า “แม่และพ่อคิดเช่นไรกับการช่วยเหลือเจ่าไห่งั้นหรือ? แม่บอกลูกได้ไหม?”
ซาน่ามองเมแกนและพูดว่า “เมแกนเราทําอะไรไม่ได้จริงๆ มันไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องเป็นห่วงตอนนี้ บอกแม่มาว่าลูกคิดอะไรอยู่?”
เมแกนมองแม่และพูดว่า “แม่..ถ้าลูกแต่งงานกับเจ่าไห่ พ่อจะช่วยเหลือเขาได้ใช่ไหม?”
คําถามนั้นออกมาจากปากของเมแกน และสิ่งที่ซาน่าต้องการในวันนี้ก็คือความรู้สึกที่ลูกสาวของเธอมีต่อเจ่าไห่ ถ้าหากเมแกนมีใจให้กับเจ่าไห่ มันก็จะเป็นเรื่องที่ดี และพวกเขาก็จะพูดเรื่องนี้ อีกไม่กี่วัน ถ้าเมแกนเห็นด้วยเรื่องนี้ก็จะไม่ได้ยุ่งยากอีกต่อไป
ซาน่าไม่คิดว่าเมแกนจะคิดเช่นนี้ เนื่องจากมีปัจจัยหลายอย่างที่เกี่ยวข้อง ซาน่าคิดว่าหัวใจของเมแกนเป็นของคนอื่นๆ
เมแกนเห็นแม่ของเธอไม่ได้พูดอะไร เธอคิดว่าความคิดของเธอไม่ได้รับการตอบรับที่ดี เธอพูดต่ออีกว่า “แม่ ถ้าลูกแต่งงานกับเจ่าไห่ เขาจะเป็นหนึ่งในพวกเรา หากเขากลายเป็นคนในตระกูลแล้ว ตระกูลจะหยุดส่งคนมาจัดการกับเขาใช่ไหม?”
ซาน่ามองเมแกนและพูดว่า “เมแกนลูกต้องการจริงๆ เหรอ? ถ้าลูกแต่งงานกับเจ่าไห่ ลูกจะต้องแบ่งปันเขากับลอร่าและเม็ก
ใบหน้าของเมแกนเปลี่ยนไปเป็นสีแดง แต่เธอก็พยักหน้าและพูดว่า “ใช่..แม่ ลูกคิดว่าถ้าแต่งงานกับเจ่าไห่มันคงไม่ใช่เพราะลูกชอบเขา แต่ก็เพื่อตระกูลแคลซีด้วย”
ซาน่ามองเมแกนด้วยความตกใจ “เมแกนทําไมลูกถึงพูดอย่างนั้น?”
เมแกนตอบทันทีว่า “แม่ แม้ว่าลูกจะไม่รู้จักตระกูลมากเท่าไหร่ เจ่าไห่ก็มีความสามารถและความแข็งแกร่งถ้าเขาได้เป็นสมาชิกของตระกูลมันจะได้รับประโยชน์มากมายจากเขา ลูกรู้ว่าสิ่งที่บรรพบุรุษของเราพูดเกี่ยวกับการไม่แต่งงานกับผู้หญิงของตระกูลเพื่อผลประโยชน์ แต่ลูกชอบเจ่าไห่ และตอนนี้ตระกูลก็กําลังจะส่งเทพผู้มีพลังระดับ 9 ไปจัดการกับเจ่าไห่ พ่อคงไม่อาจจะช่วยเหลือเขาได้แน่นอน แต่ถ้าลูกแต่งงานกับเจ่าไหร่ เขาจะกลายเป็นหนึ่งในพวกเรานั้นจะทําให้พ่อมีเหตุผลที่เหมาะสมที่จะช่วยเหลือเขาใช่ไหม?”
ซาน่ามองที่เมแกน เธอไม่คิดว่าลูกสาวของเธอจะพูดสิ่งเหล่านั้นออกมา เธอกอดเมแกนและพูดว่า “เด็กน้อยของแม่โตแล้วจริงๆ เมแกนสิ่งที่ลูกพูดมันจริงใช่ไหม? แต่ลูกชอบเจ่าไห่จริงๆ งั้นเหรอ? ถ้าไม่อย่างนั้นแม่จะไม่ให้ลูกแต่งงานกับเจ่าไห่”
เมแกนตอบด้วยน้ําเสียงเบาๆ “แม่..ลูกตัดสินใจแล้ว”
ซาน่ายังรู้สึกราวกับว่าเธอมีบางสิ่งที่รู้สึกแปลกๆ เธอคิดว่าเมแกนชอบเจ่าไห่ แต่ไม่ถึงกับจุดที่เธออยากจะแต่งงานด้วย และด้วยเหตุผลที่อยู่ข้างใน การตัดสินใจของเมแกนนั้นส่วนใหญ่น่าจะเป็นเพราะตระกูลแคลซี
โชคดีที่เมแกนมีความรู้สึกให้กับเจ่าไห่ ซาน่าพูดว่า “ลูกไม่ต้องเป็นกังวลหากเจ่าไห่กล้าทํากับลูกไม่ดี แม่จะให้พ่อของลูกจัดการกับเจ่าไห่ทันที เมื่อลูกตันสินใจแล้ว เราก็น่าจะช่วยเขาได้แล้ว แม่จะไปบอกพ่อของลูก ให้ส่งจดหมายไปหาเจ่าไห่ เพื่อเขาจะได้ปลอดภัยให้เร็วที่สุด”
เมแกนพยักหน้าจากนั้น แม่ของเธอก็ลุกขึ้นและเดินออกไปจากห้อง เมแกนถูกทิ้งไว้ในห้อง และคิดถึงสิ่งที่เธอพูดออกไป เมื่อคิดถึงคําพูดเหล่านั้นเธอก็รู้สึกว่ามันร้อนๆ เหมือนกับว่าไฟกําลังไหม้อยู่ เธอไม่รู้ว่าเธอทําอะไรไป เธอแค่พูดคําเหล่านั้นโดยที่ไม่รู้ตัว ตอนนี้เมื่อเธอจําค่าพูดของเธอ เธอก็ไม่อาจจะทําอะไรได้แล้วแต่ก็รู้สึกเขินๆ
แต่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เธอก็ตัดสินใจแล้ว การเปลี่ยนแปลงในตอนนี้จะเป็นไปไม่ได้และเมแกนก็ไม่คิดที่จะเปลี่ยนแปลง เธอรู้สึกแปลกๆ เธอไม่ได้คิดว่าเธอจะมีส่วนร่วมจริงๆ
ณ จุดนี้อารมณ์ของซาน่านั้นซับซ้อนมาก เมื่อเธอกลับไปที่ลานบ้านเธอเจอสมิทและบอกเขาเกี่ยวกับเรื่องทั้งหมด
สมิทไม่คิดว่าเมแกนจะตัดสินใจเรื่องนี้ได้เร็วเช่นนี้ ในขณะที่เขารู้สึกโล่งใจ เขาก็โกรธเจ่าไห่เช่นกัน สมิทไม่รู้ว่าเจ่าไห่เอาหัวใจของลูกสาวเขาไปตอนไหน
แม้ว่าสมิทจะมองว่าเจ่าไห่เป็นเหมือนดั่งลูก แต่เขาก็จําเป็นที่จะต้องโกรธกับคนที่เอาหัวใจของลูกสาวเขาไป
ในตอนนี้ซาน่ามองสมิทและพูดว่า “ที่รัก พี่จะเขียนจดหมายถึงเจ่าไห่ตอนนี้เลยไหม?”
สมิทคิดและก็ส่ายหัว “ไม่ใช่ตอนนี้ เราจะรอจนกว่าเจ่าไห่จะกลับไปที่เมืองน้ําหยกก่อนที่จะส่งไป ไม่ว่าจะยังไง เราก็มีนักอินทรีย์ของเขาที่อยู่กับเรา เขาจะได้รับจดหมายในเวลาที่เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้”
ซาน่าพยักหน้า เธอถอนหายใจและพูดว่า “ฉันหวังว่าคงไม่มีอะไรผิดพลาดในครั้งนี้ ไม่งั้นเจ่าไห่จะต้องตกอยู่ในอันตราย ฉันหวังว่าตระกูลจะไม่ส่งเทพผู้มีพลังระดับ 9 ไปตอนนี้เพื่อจัดการกับเขา”
สมิทเห็นด้วย “ตอนนี้เราทําได้เพียงแค่ไว้วางใจและรอเขาเท่านั้น”
เมื่อเจ่าไห่เห็นนกอินทรีย์ เขาก็รู้ว่านี่น่าจะเป็นสิ่งที่เขาทิ้งไว้ให้สมิท เขาออกไปข้างนอกทันที และรับจดหมายที่สมิทเขียนถึงเขา
หลังจากอ่านแล้ว สีหน้าของเจ่าไห่ก็เปลี่ยนไป จดหมายนี้ไม่ได้บอกเรื่องงานแต่งงานของลูกสาวเขากับเจ่าไห่ จดหมายเขียนว่าตระกูลไม่เห็นด้วยกับแผนการของเขาที่จะสร้างมัตรกับเจ่าไห่ และพวกเขาพร้อมที่จะส่งเทพผู้มีพลังระดับ 9 ไปจัดการกับเจ่าไห่ นอกจากนี้เขายังบอกว่าเขามีแผนที่จะจัดการกับเรื่องนี้และเจ่าไห่ต้องไปหาเขาที่เมืองสกาย
เจ่าไห่ไม่ได้คิดว่าตระกูลแคลซีจะส่งเทพผู้มีพลังระดับ 9 มาเพื่อจัดการกับเขา แม้ว่าเขาจะไม่กลัวเทพผู้มีพลังระดับ 9 ของอีกฝ่าย แต่เขาก็ไม่ต้องการที่จะสร้างศัตรูกับตระกูลแคลซี หากเขากลายเป็นศัตรูกับตระกูลมันจะเป็นผลเสียต่อแผนการในอนาคตของเขา ทุกคนในตระกูลกดดันชาร์ลรและชาร์ลีน่าจะไม่ต้องการให้ตระกูลแคลซีเป็นศัตรูกับเขา ในตอนนี้เจ่าไห่เกรงว่าเขาจะไม่สามารถอยู่ในจักรวรรดิโรเซ่นได้
เมื่อเจ่าไห่กลับไปที่ห้องเขาส่งจดหมายถึงลอร่า จากสิ่งที่ลอร่าเห็นบนใบหน้าของเจ่าไห่ มันจะต้องเป็นเรื่องที่ใหญ่มากแน่ๆ เธออ่านจดหมายทันที และไม่นานนักท่าทางของเธอก็เปลี่ยนไปเช่นกัน เธอส่งจดหมายไปยังเม็กขณะที่หันไปหาเจ่าไห่ “พี่ไห่ พี่คิดว่ายังไง?”
ด้วยน้ําเสียงที่หนักแน่นของเจ่าไห่ตอบว่า “พี่คิดว่าเราไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากมุ่งไปที่เมืองสกายและไปดูว่าสมิทวางแผนที่จะทําสิ่งใด ไม่งั้นเราอาจจะต้องจัดการกับเทพผู้มีพลังระดับ 9 ของตระกูลและหวังว่าพวกเขาจะหยุดรบกวนเรา”
ลอร่าคิดว่าสถานการณ์นี้เป็นไปไม่ได้เลย หากพวกเขาจัดการกับเทพผู้มีพลังระดับ 9 ของตระกูลแคลซี พวกเขาจะไม่ปล่อยเรื่องนี้ไปง่ายๆ แน่นอนเทพผู้มีพลังระดับ 9 มีความสําคัญอย่างมากต่อตระกูล
หลังจากเม็กและคนอื่นๆ อ่านจดหมายสีหน้าของพวกเขาก็เปลี่ยนไปเหมือนกัน พวกเขาเข้าใจว่าถ้าตระกูลส่งเทพผู้มีพลังระดับ 9 มาหลังจากนั้นนั่นก็หมายความว่าตระกูลได้ตัดสินใจทําลายพวกเขาให้หมดไปแล้ว
ลอร่าก็พูดว่า “แล้ว..เราจะไปเมื่อไหร่กัน?”
เจ๋าไห้ตอบทันทีว่า “พี่จะไปคุยกับเทสซีโบก่อน จากนั้นเราจะมุ่งหน้าไปที่เรือไปยังเกาะเอพี ในขณะที่ส่วนที่เหลือของเรืออยู่ด้านหลังเพื่อเติมเต็มโดยม พี่จะส่งนกอินทรีย์กลับไปที่เมืองสกาย หลังจากไปถึงเราจะปรากฏที่นั้นผ่านทางมิติ สําหรับเราทะเลไม่ปลอดภัยอีกต่อไป”
ลอร่าเข้าใจสิ่งที่เจ่าไห่พูดถึง ถ้าตระกูลแคลซีส่งเทพผู้มีพลังระดับ 9 มาหลังจากพวกเขาเดินทางในทะเลจะไม่สามารถหนีและจะเป็นอันตรายด้วย เทพผู้มีพลังระดับ 9 ไม่จําเป็นต้องใช้เรือ เพื่อเดินทางในทะเล แต่บินไปก็พอแล้ว
ลอร่าพยักหน้า “เอาล่ะ ฉันจะไปบอกหมิวขณะที่พี่ไปหาเทสซีโบ”
เจ่าไห่พยักหน้าและออกไปทันทีเพื่อให้นกอินทรีย์ไปก่อน จากนั้นเขาก็ไปตามหาเทสซีโบ ในเวลาเดียวกันลอร่าก็ขึ้นรถม้าและมุ่งหน้าหาหมิว
แม้ว่าเขาอาจจะเปิดเผยความลับบางส่วนของเขา ด้วยวิธีการของเขาในการเดินทางไปยังเมืองสกายในครั้งนี้ หากพวกเขาไม่สามารถจัดการกับเรื่องของตระกูลแคลซีได้ พวกเขาก็จะมีศัตรูที่ทรงพลัง เจ่าไห่ไม่ต้องการให้เรื่องแบบนั้นมันเกิดขึ้น
เทสซีโบกําลังอยู่ในห้องพักของเขาและดื่มไวน์ ในขณคนรับใช้คนหนึ่งก็มาและบอกว่าเจ่าไห่มาขอพบ เขามองอยู่แปปนึ่ง ก่อนที่จะบอกให้เจ่าไห่เข้ามาทันที
แต่เมื่อเจ่าไห่เข้ามาเทสซีโบก็อดไม่ได้ที่จะสังเหตเห็นสีหน้าแปลกๆ บนใบหน้าของเจ่าไห่เทสซีโบรีบพูดว่า “เจ่าไห่ เกิดอะไรขึ้นงั้นเหรอ?”
เจ่าไห่มองที่เทสซีโบและพูดว่า “ข้าคิดว่าข้าจะต้องออกจากเมืองและหายไปหลายวัน แต่ข้าสัญญาว่าจะกลับมาทันทีที่ข้าได้ทําทุกอย่างเสร็จแล้ว”
จบบทแล้วนะครับ ขอบคุณที่ติดตามนะครับ บ้าย..บาย