Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ) - บทที่ 419 - ความคิดของเมแกน (บทแรก)
- Home
- All Mangas
- Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ)
- บทที่ 419 - ความคิดของเมแกน (บทแรก)
บทที่ 419 – ความคิดของเมแกน (บทแรก)
หลังจากที่พวกเขาได้เข้าไปถึงลานบ้าน พวกเขาก็นั่งลงพร้อมกับคนรับใช้ที่เทชาให้กับพวกเขา เมื่อสมิทเห็นว่าพวกเขาได้รับชาแล้ว เขาก็โบกมือให้คนรับใช้ออกจากห้องไป เพื่อที่พวกเขาจะพูดคุยกันแบบส่วนตัว
เมื่อแม่ของเมแกนเห็นเช่นนั้น เธอก็ไม่รู้ว่าสมิทกําลังคิดที่จะทําอะไร เธอทําได้แค่มองไปที่สมิท และพูดว่า “พี่เป็นอะไรหรือเปล่า? มีเรื่องอะไรงั้นหรือ? ทําไมทําตัวลึกลับขนาดนี้?”
ด้วยใบหน้าที่นึ่งของสมิท เขามองไปที่ภรรยาของเขาและพูดว่า “เรื่องที่พี่จะพูดกับเจ้าเป็นเรื่องที่สําคัญมาก วันที่พี่ได้รับจดหมายจากตระกูลบอกถึงแผนการที่พวกเขาจะส่งเทพผู้มีพลังระดับ 9 ไปจัดการกับเจ่าไฟ”
แม่ของเมแกนมองไปที่สมทผู้ซึ่งเป็นสามี ด้วยใบหน้าที่ขมวดคิ้ว แม้ว่าเธอเองจะเป็นคนที่ไม่ได้สนใจเรื่องของตระกูลมากนัก แต่เธอก็ไม่เห็นด้วยที่จะทําเรื่องเช่นนั้นกับเจ่าไห่ เนื่องจากเธอเองก็เป็นคนที่ประทับใจในตัวของเจ่าไห่ ผู้ซึ่งเป็นคนที่มีความซื่อสัตย์และเชื่อถือได้ด้วยความแข็งแกร่งของเขา คนเช่นเจ่าไห่นั้นเป็นคนที่หายากมากในปัจจุบัน
ตอนแรกเธอเองก็ไม่ได้สนใจอะไรกับแผนการของตระกูลที่จะจัดการกับเจ่าไห่ สําหรับเธอแล้วเธอรู้ว่าจุเหวินเป็นคนที่จะทํากับสิ่งที่อยากจะทํา แต่เธอก็เชื่อว่าสมทจะจัดการกับเรื่องนี้ได้ อย่างไรก็ตาม เธอไม่คิดว่าตระกูลจะส่งเทพผู้มีพลังระดับ 9 ไปเพื่อจัดการกับเจ่าไห่ เธอไม่รู้ว่าสถานการณ์มาถึงตรงนี้ได้เช่นไร?
เมื่อเห็นว่าภรรยาไม่ได้พูดอะไรออกมา สมิทก็พูดว่า “พี่ต้องการที่จะช่วยเหลือเจ่าไห่ ถ้าตระกูลฆ่าเขา ก็จะไม่มีนักเวทย์แห่งความมืดไว้ใจตระกูลอีกเลย และการสูญเสียในครั้งนี้จะเป็นสิ่งที่ใหญ่มากสําหรับตระกูล”
ภรรยาของสมิท ขมวดคิ้วและพูดว่า “แต่พี่ไม่ได้บอกให้ตระกูลส่งเทพผู้มีพลังระดับ 9 ไปใช่ไหม? หากว่าการตัดสินใจนี้มาจากผู้เฒ่า แล้วเราจะรับรองความปลอดภัยของเจ่าไห่ได้เช่นไรกัน?”
สมิทมองที่ภรรยาของเขาและพูดว่า “ที่รัก ตอนนี้เมแกนไม่ได้เป็นเด็กแล้ว พี่คิดว่าถึงเวลาแล้วที่เธอจะต้องแต่งงาน พี่ต้องการให้เจ้าถามลูกว่าลูกรู้สึกเช่นไรกับเจ่าไฟ”
เมื่อได้ยินสิ่งที่สมิทพูด ท่าทางของเธอก็เริ่มเปลี่ยนไป แต่เธอก็ไม่ได้โวยวายและต่อต้านอะไร เธอคิด..คิด..คิด ดูเหมือนว่าเรื่องนี้มันจะทําให้เธอคิดหนักมาก
เมื่อเห็นภรรยาของเขาเป็นเช่นนี้ สมิทก็ดีใจ สมิทมองภรรยาของเขาและพูดต่อว่า “เจ้ารู้ไหมว่าเจ่าไห่เป็นคนแบบไหน? เจ้าน่าจะเคยพบลอร่าและเม็กแล้ว พี่คิดว่าถ้าเมแกนได้แต่งงานกับเจ่าไห่ เธอคงไม่ต้องมาลําบากในอนาคตเป็นแน่ ด้วยวิธีนี้เมแกนจะมีบ้านที่ปลอดภัยเพื่อกลับไป ในเวลาเดียวกันเราจะสามารถช่วยเหลือเจ่าไห่ได้ด้วย อย่างไรก็ตามเรื่องนี้มันก็ขึ้นอยู่กับเมแกน ถ้าลูกไม่เห็นด้วยพี่ก็คงต้องแก้ปัญหานี้ด้วยวิธีอื่น ที่พี่มาที่นี่ก็เพื่อที่จะถามความคิดเห็นของเจ้า เจ้าคิดเช่นไรบ้าง?”
ภรรยาคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็พยักหน้าและพูดว่า “เจ่าไห่เป็นคนที่เก่ง แต่ข้าก็คิดว่าถ้าเขาจะแต่งงานกับเมแกนเขาก็น่าจะต้องให้พวกเราได้รู้เรื่องของตระกูลของเขา ไม่งั้นข้าจะต่อต้านการแต่งงานของพวกเขา
สมิทพยักหน้า เขารู้ว่าเรื่องราวของเจ่าไห่นั้นลึกลับมาก ไม่มีใครในจักรวรรดิรู้ความลับของเจ่าไห่ นี่เป็นเรื่องที่สมิทรู้สึกเป็นกังวลมากๆ
เมื่อภรรยาของเขาเห็นด้วย สมิทก็สามารถไปยังขั้นต่อไป เขาหันไปหาภรรยาและพูดว่า “เมื่อเจ้าเห็นด้วยแล้วเรื่องต่อไปก็ง่ายมากๆ พี่ต้องการให้เจ้าช่วยถามเมแกนให้หน่อยว่าลูกคิดเช่นไรกับเรื่องนี้ ท้ายที่สุดเรื่องนี้ก็ไม่ใช่เรื่องที่พ่อจะต้องถามลูกสาวของเขา อย่าคิดที่จะถามลูกไปตรงๆ ถามแค่ว่าลูกคิดเช่นไรกับเจ่าไห่ก่อน ค่อยๆถามเธอไป แต่จําไว้ว่าพี่จะต้องส่งจดหมายของเจ่าไห่ในวันถัดไป เพื่อที่จะให้เขากลับมาที่เมืองสกายทันที ถ้าเมแกนไม่เห็นด้วยอย่างน้อยที่สุด เราก็น่าจะบอกให้เขารู้ว่าตระกูลกําลังวางแผนที่จะส่งเทพผู้มีพลังระดับ 9 ไปเพื่อจัดการกับ
เขา”
ภรรยาพยักหน้า “เอาล่ะ ปล่อยให้ข้าเป็นคนจัดการ เราจะได้รู้กันว่าลูกชอบเจ่าไห่หรือไม่ ตระกูลได้ตัดสินใจแล้ว ถ้าพี่บอกแผนนี้กับเจ่าไห่จริงๆ ก็จะมีคนที่ต้องไม่ชอบพี่แน่ๆ เมื่อพวกเขารู้”
สมิทถอนหายใจ “พี่ไม่อาจจะทําให้ทุกคนพอใจในตัวพี่ได้ แต่ถ้าตระกูลประสบความสําเร็จกับสิ่งที่พวกเขากําลังจะทํา มันก็เหมือนว่าตระกูลจะต้องพบกับเรื่องที่ร้ายแรงมากเป็นแน่” สมิทบอกกับภรรยาของเขากับสิ่งที่เขากับฟิลคิดขึ้นมาก่อนหน้านี้ ภรรยาขมวดคิ้ว แม้ว่าเธอจะไม่สนใจเรื่องเหล่านี้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเธอจะไม่เข้าใจ เธออาศัยอยู่ในตระกูลตลอดเวลา ดังนั้นเธอจึงรู้เรื่องราวมากมายภายในตระกูล เธอเห็นด้วยกับสิ่งที่สมิททํา
หลังจากพูดคุยกับสมิท แม่ของเมแกนก็ถอนหายใจและพูดว่า “ตระกูลของกลแห่งความสว่างนั้นถูกปราบปรามมานานแล้ว ตอนนี้พวกเขาได้รับชัยชนะเพียงครั้งเดียว พวกเขาคิดว่าโลกนี้เป็นของพวกเขา ใช่แล้ว..เจ๋าไฟเป็นคนที่ดี แต่ตอนนี้เขาอยู่กับเจ้าชายที่สาม เรื่องนี้มีความเสี่ยงมาก พี่คิดเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้วหรือยัง?”
สมิทยิ้มและพูดว่า “พี่ไม่ได้คิดเกี่ยวกับเรื่องนี้มากนัก แต่สถานการณ์นั้นมันก็เกิดขึ้นจากตระกูลทั้งหมด เจ่าไห่เขาไม่ได้เป็นคนโง่ เมื่อเห็นว่าเขากําลังจะเจอปัญหาที่นี่ เขาก็หนีออกไปเองเลย แต่นั่นมันก็ไม่ได้สําคัญ แม่ว่าตระกูลใหญ่ของเราจะไม่เข้าร่วมการต่อสู้เพื่อครองบัลลังก์ แต่เจ่าไห่ก็ไม่ได้เป็นสมาชิกของตระกูลของเรา แม้ว่าเขาจะแต่งงานกับเมแกน เขาก็ไม่ได้รับนามสกุลของเรา ดังนั้นมันก็ดีสําหรับเราและถ้าเจ้าชายที่สามได้ขึ้นครองบัลลังก์มันก็จะเป็นโบนัสของตระกูลเรา ในท้ายที่สุดนี้เรื่องนี้มีทั้งเรื่องที่อันตรายและก็เป็นเรื่องที่มีผลประโยชน์ด้วย”
จากนั้นภรรยาของเขาก็พูดว่า “เอาล่ะ ข้าจะไปหาเมแกนในอีกสองวัน แล้วพี่ล่ะ? พี่จะส่งจดหมายไปหาเจ่าไห่เมื่อไหร่กัน? พี่ควรใช้นกอินทรีย์ที่เล่าไม่ได้ให้ไว้เพื่อส่งจดหมายไปให้เขา มันจะได้ไปถึงเร็วที่สุด ไม่งั้นมันก็อาจจะสายเกินไปหากตระกูลส่งเทพผู้มีพลังระดัย 9 ของพวกเขาไปแล้ว”
สมิทพยักหน้าและพูดว่า “จากสิ่งที่พี่ได้ยินมา เจ่าไห่ยังไม่ได้อยู่ในเมืองน้ําหยก สิ่งนี้มันทําให้เราเจอเขายากขึ้น ซึ่งทําให้ตระกูลก็พบเขายากด้วยเช่นกัน และแม้ว่าเขาจะกลับมาเขาก็น่าจะอยู่ ในที่ปลอดภัยของเมือง หลังจากเขากลับไปที่เมืองน้ําหยก พี่จะส่งจดหมายไปทันที เพื่อขอให้เขากลับมาที่เมืองสกายทันที”
ภรรยาขมวดคิ้วของเธอและพูดว่า “แล้วเจ่าไห่จะมาที่นึ่งั้นเหรอ?”
สมิทตอบด้วยน้ําเสียงที่จริงจัง “แน่นอน!! เขาจะต้องทําสิ่งที่เขาทําก่อนหน้านี้ แสดงให้เห็นว่าเขาไม่ต้องการเป็นศัตรูกับตระกูล แต่แม้ว่าเขาจะเจอเรื่องลําบากของตระกูล เขาก็น่าจะไว้ใจพี่ ถ้าพี่ส่งจดหมายไปหาเขา เขาจะต้องมาที่นี่อย่างแน่นอน”
ภรรยาพยักหน้า “เอาล่ะ ข้าจะไปถามความคิดของเมแกนให้เร็วที่สุด” สมิทพยักหน้าแล้วก็ถอนหายใจ ภรรยามองที่เขาและรู้ว่าเขาเป็นกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์นี้ ดังนั้นเธอจึงปลอบใจเขาว่า “ตระกูลอยู่มาเป็นเวลานานมันมีประสบการณ์ทั้งขึ้นๆลงๆ แต่ก็ยังคงอยู่ในปัจจุบัน มันคงจะไม่ง่ายเลยที่จะถูกทําลาย”
สมิทถอนหายใจและพูดว่า “เป็นเพราะตรกลแคลซีที่อยู่มาเป็นเวลานานที่พ่อและผู้เฒ่าคิดว่าไม่มีอะไรร้ายแรงถึงจุดจบของตระกูล ในอดีตที่กิลแห่งความสว่างยังคงมีอยู่ตระกูลก็พบกับปัญหามาโดยตลอด จนกระทั่งมีคนเข้ามาช่วย และตอนนี้เมื่อชนะการต่อสู้เพื่อครั้งเดียวพวกเขาก็ไม่เห็นว่าไม่มีความเสียหายใดๆ ต่อความแข็งแกร่งของกิล ตระกูลยังไม่สามารถรอก่อนที่พวกเขาจะกําจัดศัตรได้อย่างสมบูรณ์นี้เป็นสิ่งที่น่าสมเพชมาก”
ภรรยาของสมิทถอนหายใจเช่นกัน เธอรู้ว่าสามีของเธอให้ทุกอย่างกับตระกูลตลอดปีที่ผ่านมา แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าตระกูลจะมุ่งหน้าไปในทางที่แย่ลงมากๆ ไม่น่าแปลกใจเลยที่สมิทจะรู้สึกเสียใจมาก
เมื่อเวลามาถึงในช่วงกลางวันซาน่าภรรยาของสมิท ก็เจอเมแกนที่กําลังอยู่ในห้องอ่านหนังสือ ทุกวันนี้เมแกนไม่ค่อยออกไปเที่ยวเล่นเหมือนแต่ก่อน เพราะตอนนี้เธอไม่ต้องการที่จะทําเช่นนั้นแล้ว เธอคิดว่าเธอไปเที่ยวมาพอและกินทุกอย่างที่อร่อยมาหมดแล้ว ซึ่งตอนนี้มันไม่ได้มีอะไรที่น่าสนใจเลย
ซาน่ารู้ถึงความคิดของเมแกน เธอยืนนิ่งๆ อยู่ที่ประตูห้องสมุดอย่างเงียบๆ และมองดูลูกสาวที่จดจ่ออยู่กับการอ่านหนังสือของเธอ เธอไม่รู้ว่าจะต้องเริ่มเช่นไรดี เธอถอนหายใจ ลูกสาวของเธอก็เติบโตขึ้นมาและก็ถึงช่วงอายุที่ต้องแต่งงานแล้ว
ในขณะที่เมแกนกําลังจดจ่ออยู่กับหนังสือนั้น แม่ของเธอก็จามออกมาเบาๆ เมแกนมองไปที่เสียงนั่น จากนั้นเธอก็เห็นแม่ของเธอและวางหนังสือลงทันที ขณะที่เธอลุกขึ้นยืนและพูดว่า “แม่ ทําไมถึงมาที่นี่กัน? ลูกคิดว่าแม่อยู่ในสวนสมุนไพรของแม่”
ซาน่ายิ้มและพูดว่า “แม่ไม่อาจจะอยู่แต่ภายในสวนได้ตลอดทั้งวัน เมแกนทําไมลูกถึงไม่ออกไปเที่ยวเล่น มีอะไรหรือเปล่า? ลูกไม่มีความสุขงั้นหรือ?”
เมแกนส่วยหัวและพูดว่า “ไม่มีอะไร แต่มันไม่ได้มีอะไรที่ทําให้ลูกรู้สึกตื่นเต้นเลย ลูกรู้สึกเบื่อ เมื่อที่ต้องออกไปกินและเที่ยว”
ซาน่าเดินไปหาเมแกน ในขณะที่เธอลูบหัวของเมแกน เธอยิ้มและพูดว่า “เมแกนเด็กน้อยของแม่โตขึ้นมากแล้ว ในที่สุดลูกก็มีความคิดเป็นของตัวเอง พ่อของลูกน่าจะมีความสุขมากแน่ๆ”
เมแกนหัวเราะและพูดว่า “ลูกไม่คิดอย่างนั้น ลูกบอกพ่อแล้วและขอให้พ่อหาอะไรสักอย่างให้ลูกทํา แต่จนถึงตอนนี้พ่อก็ไม่ได้หาอะไรให้ลูกทําเลย ลูกอาจจะต้องอยู่ที่นี่ทุกวันจนเบื่อตายเลยก็ได้
ซาน่าไม่รู้ว่าต้องทําเช่นไร แต่ก็ยิ้มให้กับเมแกน และพูดว่า “ลูกก็ยังคงเป็นเด็กน้อยจริงๆ ลูกคิดว่าการจัดการเรื่องเหล่านั้นงั้นหรือ? เรื่องพวกนั้นมันน่าเพบอกว่าอีกเมื่อเปรียบเทียบกับการอ่านหนังสือ ลูกอาจจะต้องคิดให้มากกว่านี้เพื่อตัวของลูกเอง”
เมแกนหัวเราะ เมื่อซาน่าเห็นท่าทางของเมแกนเขาก็ไม่อาจจะทําอะไรได้ แต่ก็ถอนหายใจแร งมากๆ แต่เธอก็ยังพูดอย่างนุ่มนวลต่อว่า “เมแกน ลูกชอบลอร่าและเม็กไหม?”
เมื่อได้ยินคําพูดของแม่ เมแกนก็ไม่รู้ว่าแม่ต้องการจะทําอะไร แต่ก็แสดงท่าทางที่เศร้าออกมา ในขณะที่เธอพยักหน้าและพูดว่า “ลอร่าและเม็กเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของลูก พวกเธอช่วยชีวิตลูกไม้ด้วย แต่ตอนนี้ตระกูลกําลังตามพวกเขาไป แม่กับพ่อหยุดไม่ได้เหรอ?”
ซาน่าถอนหายใจอีกครั้ง “เจ้าเด็กโง่ ลูกคิดว่าพ่อกับแม่ของลูกเป็นผู้เฒ่าของตระกูลงั้นเหรอ? มีบางเรื่องที่พ่อของลูกจัดการไม่ได้ พ่อจะต้องฟังคําสั่งตระกูล”
เมแกนไม่ได้พูดอะไรเลย แม้ว่าเธอจะเป็นเหมือนแม่ของเธอที่ไม่สนใจเรื่องตระกูลมากนัก เด็กๆในตระกูลยังรู้ถึงเรื่องพื้นๆ ของตระกูล เธอรู้ด้วยว่ามีบางสิ่งที่พ่อของเธอไม่อาจจะจัดการกับมันได้
ซาน่ามองเมแกนและรู้ว่าลูกสาวของเธอเข้าใจเรื่องนี้ดี ในตอนนี้ซาน่าก็พูดกับเมแกนว่า “ตอนนี้ตระกูลคงคิดที่จะจัดการกับเจ่าไห่ แม่ไม่รู้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกับเจ่าไห่บาง ใช่..เมแกนแม่อยากรู้ว่าลูกคิดเช่นไรกับเจ่าไห่?”
หัวใจของเมแกนเต้นเร็วมากขึ้น เมื่อเธอได้ยินที่แม่ของเธอถาม ความประทับใจของเมแกนที่มีต่อเจ่าไห่นั้นมันมีมากเลยทีเดียว ตอนที่เธอถูกทําร้ายเธอได้ถามลอร่าและเม็ก และก็รู้ว่าถ้าไม่ได้มีคําเตือนจากเจ่าไห่ ทั้งสองคนก็จะไม่อาจปกป้องเธอได้ ด้วยเหตุนี้เมแกนจึงรู้สึกขอบคุณเจ่าไห่
แต่เธอก็เป็นผู้หญิงที่ไม่ค่อยกล้า เธอไม่อาจจะแสดงความรู้สึกของเธอให้เจ่าไหรับรู้ได้ นอกจากนี้ในขณะที่เจ่าไห่อยู่ที่เมืองสกายพวกเขาไม่ได้อยู่ด้วยกันมากนัก ในความคิดของเธอเจ่าไห่เป็นคนที่ดูเหมือนจะมีรอยยิ้มบนใบหน้าของเขา ความรักที่ลอร่าและเม็กได้รับนั้น มันเป็นความรักที่ทําให้ทุกคนอิจฉา
จุดสําคัญที่สุดคือเจ่าไห่ให้เกียรติลอร่าและเม็กมากๆ เขาปล่อยให้ลอร่าทําในสิ่งที่พวกเขาพอใจ เขาดูเหมือนว่าจะมีบางอย่างที่ดึงดูดเมแกน ดังนั้นเมื่อซาน่าได้ถามเมแกนว่าเธอคิดเช่นไรกับเจ่าไห่ หัวใจของเธอไม่อาจจะหยุดเต้นได้ แต่ก็ทําให้ใบหน้าของเธอแดงไปด้วย
ซาน่าเป็นคนที่มีประสบการณ์ เมื่อเธอเห็นท่าทางของเมแกนเธอก็เข้าใจทันที เธอถอนหายใจ และคิดว่าลูกของเธอน่าจะชอบเจ่าไห่จริงๆ แต่ซาน่าก็ยังพูดต่ออีกว่า “เจ่าไห่เพิ่งจะจัดการกับลุงของลูก เขายังเอาเรือของตระกูลไปอีก 20 ล่า แม่ได้ยินมาว่าลุงของลูกยังอยู่กลางทะเล”
เมแกนมองแม่ของเธอและพูดว่า “แม่..ทําไมลุงถึงมีปัญหากับเจ่าไห่กันหล่ะ?”
ซาน่าถอนหายใจ “ยังไม่เพียงแค่นั้น พ่อของลูกยังได้รับข่าวจากตระกูลในวันนี้ ข่าวนั่นบอกว่า ตระกูลจะส่งเทพผู้มีพลังระดับ 9 เพื่อไปจัดการกับเจ่าไห่ ครั้งนี้แม่กลัวว่าเจ่าไห่จะไม่โชคดีเหมือนครั้งก่อนๆ”
สีหน้าของเมแกนซีดลงเธอมองที่แม่ของเธอและพูดว่า “แม่แน่ใจงั้นเหรอ? ตระกูลจะส่งเทพผู้มีพลังระดับ 9 ไปฆ่าเจ่าไห่จริงๆ เหรอ? ตระกูลจะทําเช่นนั้นได้อย่างไร ไม่..ลูกจะไปหาพ่อและให้พ่อจัดการเรื่องนี้ให้ได้”
ซาน่าจับมือเมแกนอย่างรวดเร็วและพูดว่า “เมแกน ไม่ต้องเป็นห่วงพ่อกับแม่พูดเรื่องนี้กันแล้ว การส่งเทพผู้มีพลังระดับ 9 ยังคงต้องรออนุมัติจากการประชุม แต่พ่อและแม่ก็คิดว่าการช่วยเหลือเจ่าไห่นั้นยากมาก เพราะพ่อของลูกไม่อาจจะทําอะไรได้เลย”
สีหน้าของเมแกนเปลี่ยนไป เธอดูเป็นกังวลมาก และถามว่า “แม่..ลูกจะทํายังไงให้ตระกูลหยุดที่จะส่งเทพผู้มีพลังระดับ 9 ไปเพื่อสังหารเจ่าไห่
ซาน่ามองไปที่หน้าของเมแกนและรู้ว่าลูกสาวของเธอกําลังคิดอะไรอยู่ เธอลูบหัวของเมแกน แล้วก็พูดว่า “ลูก..พ่อคิดวิธีที่จะช่วยเจ๋าไฟให้ได้ เมแกนลูกไม่ใช่เด็กแล้ว แม่คิดว่าลูกน่าจะเริ่มมองหาสามีได้แล้ว ลูกมีใครอยู่ในใจหรือเปล่า? ลูกบอกกับแม่ได้และแม่จะช่วยลูกในเรื่องนี้”
ทันทีที่เมแกนได้ยินเช่นนั้น ใบหน้าของเธอก็เปลี่ยนเป็นสีแดงทันที “แม่..เรากําลังพูดถึงเรื่องของเจ่าไห่อยู่ แล้วมาถึงเรื่องลูกได้ยังไง”
ซาน่ายิ้มและพูดว่า “ลูกก็ไม่ใช่เด็กแล้ว เมื่อแม่อายุเท่าลูกแม่ก็จุบพ่อแล้ว ทําไมพูดถึงเรื่องนี้ แล้วลูกดูอึดอัดใจงั้นเหรอ?”
จบบทแล้วนะครับ ขอบคุณที่ติดตามนะครับ บ้าย…บาย