Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ) - บทที่ 415 - กลับไปยังเมืองน้ําหยก
- Home
- All Mangas
- Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ)
- บทที่ 415 - กลับไปยังเมืองน้ําหยก
น่าเสียดายที่ถ้ํานี้ไม่ได้มีประโยชน์อะไรกับเจ่าไห่มากนัก เพราะว่าเขาเองก็มีมิติอยู่แล้ว แต่ส่าหรับจินน้อยแล้วนั้น ถ้ําแห่งนี้ก็เป็นสิ่งที่จําเป็นที่สามารถใช้เก็บของจํานวนมากได้
ความจริงแล้วมีหลายสิ่งมากมายอยู่ภายในเกาะเอพี่ นอกจากเผ่าของจินน้อยแล้ว สิ่งเดียวที่สําคัญกับพวกเขาก็คือต้นขนมปัง และสิ่งที่ทําให้เจ่าไห่สนใจมันมากๆ ก็คือมันเป็นต้นไม้เพียงต้นเดียวที่อยู่บนเกาะนี้
แม้ว่าเจ่าไห่จะสนใจเรื่องนี้มาก แต่เจ่าไห่เองก็ไม่ได้สนใจที่จะหาข้อมูลเรื่องนี้ สิ่งที่สําคัญที่สุดที่เขาตั้งใจก็เพราะผลไม้ทองคํา
แม้ว่าเจ่าไห่จะอยู่ที่เกาะเอพี แต่เขาก็ยังไม่ได้ดูรู้สึกตื่นเต้นกับมันเลย แต่เจ่าไห่ก็รู้ว่าไม่จําเป็นต้องเป็นห่วงที่เขาจะทําให้เหล่าซอมบี้ไปดูแลเหมื่องนี้มันเป็นความคิดที่ดี นี่เป็นเพราะมนุษย์สามารถใช้ร่างกายของตนเองเป็นเครื่องมือของพวกเขาได้ พวกเขาไม่ต้องการสิ่งใดเลย และมันก็จะทําให้สถานการณ์ดีขึ้นมาก เมื่อเจ่าไห่ส่งจินน้อยขึ้นเรือไป เพื่อเรียกเหล่าโกเลมมา การที่เจ่าไห่เรียกโกเลมมา ก็น่าเป็นเพราะว่าเจ่าไห่ไต้องการที่จะใช้งานพวกมัน
ตอนนี้พวกเขาอยู่บนเกาะเอพีตลอดทั้งเดือน โดยปกติแล้วพวกเขาไม่ได้อยู่ที่นั่นตลอดเวลา พวกเขายังกลับไปยังป้อมภูเขาเหล็กด้วยในบางครั้ง และบางครั้งพวกเขาก็อยู่ภายในมิติและไปฝึกฝนกับปู่กรีน
เจ่าไห่ฝึกฝนศิลปะการต่อสู้ของเขาเป็นหลัก และหลังจากที่ผ่านการฝึกฝนมาหนึ่งเดือนแล้ว ความสามารถในการต่อสู้ของเจ่าไห่ในตอนนี้นี้ น่าจะเทียมได้เท่ากับนักรบที่มีพลังถึง 7 แล้ว
ไม่กี่ว่าที่ผ่านม เจ่าไห่มีคู่ครองที่ดีมากและคนของเผ่าของจินน้อย ลิงพวกนี้มีขนาดที่ใหญ่มาก แต่พวกมันก็จงรักภักดีมาก เจ่าไห่ประสบความสําเร็จมากเมื่อมองดูตัวเขาเองในตอนนี้
นอกจากทักษาการต่อสู้แล้ว เจ่าไห่ยังฝึกฝนการครบคุมโลหะไปพร้อมกันด้วย ตอนนี้เขาสามารถควบคุมลูกบอกที่เป็นโลหะที่มีขนาดเท่ากับลูกฟุตบอลได้แล้ว มันก็ยังทําให้เขาสามารถเปลี่ยนรูปร่ายของโลหะได้เช่นกัน เขาสามารถทําให้มันลอยไปไหนก็ได้ เจ่าไห่ยังสามารถทําให้ลูกโลหะนั้นกลายเป็นเกาะและสวมกับร่างกายของเขาได้ด้วย
เกาะของเขาดูเหมือนกับเชือกสองเส้นที่เชื่อมต่อกัน และก็ด้วยเหตุนี้เขาจะต้องใช้เวลาสักพักหนึ่งในการสร้างมัน เจ่าไห่ต้องการที่จะทําให้เชือกมันบางยิ่งขึ้น แต่นั่นก็จะทําให้เขาเหนื่อยมากขึ้น ยิ่งรูปร่างของโลหะมีความซับซ้อนมากเท่าไหร่ก็ยิ่งยากขึ้นเท่านั้น ที่เจ่าไห่จะทําเช่นนั้น
อย่างไรก็ตามสําหรับเจ่าไห่แล้ว เขาคิดว่าความก้าวหน้าของเขานั้นดีอยู่แล้ว ตอนนี้เขาค่อยข้างพอใจกับเกราะของเขาแล้ว
หนึ่งเดือนผ่านไปอย่างรวดเร็ว ตอนนี้เจ่าไห่และเหล่าลิงบนเกาะก็มีความสนิทกันมาก เจ่าไห่ตั้งชื่อให้กับลิงแต่ละตัว ทําให้ลิงเหล่านั้นชอบเจ่าไห่มากขึ้น
ตลอดทั้งเดือนภายใต้ความพยายามอย่างไม่รู้จบของซอมบี้ เกาะทั้งเกาะที่พวกเขาอยู่ที่นั้นได้ถูกปรับให้ราบมากกว่าพื้นดิน เกาะแห่งนี้มีขนาดที่ใหญ่พอสมควรทําให้หลุมที่อยู่ตรงกลางนั้น ในต่ํากว่าน้ําทะเล มีเพียงพื้นที่โดยรอบเกาะเท่านั้นที่ไม่ได้ถูกขุดลงไป เนื่องจากหากพวกเขาทํา เช่นนั้นเกาะทั้งเกาะอาจจะถูกน้ําทะเลท่วมไปจนหมดก็ได้
แม้ว่าพวกเขาจะขุดเพียงหนึ่งเดือน แต่ปริมาณของหินที่พวกเขาได้รับนั้นมันก็เยอะมาก แม้ว่าก้อนหินจะไม่เพียงพอที่จะขยายป้อมภูเขาเหล็ก แต่ก็ยังสามารถสร้างบ้านหินได้เพียงพอที่จะรองรับ 10,000 คน
เจ่าไห่รู้ว่าถึงเวลาต้องออกจากเรือแล้ว เขาจึงเรียกซอมบี้กลับเข้าสู่มิติ จากนั้นก็ขึ้นเรือเถาหยวนเพื่อมุ่งหน้ากลับไปยังเมืองน้ําหยก
ไม่กี่ว่าที่ผ่านมาเจ่าไห่ไม่ได้รับจดหมายจากสมิทเลย เขาไม่รู้เลยว่าตระกูลแคลซีคิดอย่างไรกับเขาในตอนนี้ เมื่อเขาเอาเรือ 20 ล่าของพวกเขามา พวกเขาต้องการที่จะจัดการกับเขามากขึ้น หรือว่าพวกเขาต้องการที่จะพูดคุยกันด้วยสันติหรือไม่?
เพื่อความซื่อสัตย์ เจ่าไห่ต้องการเป็นหุ้นส่วนกับตระกูลแคลซีจริงๆ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พวกเขาทั้งสองก็มีศัตรูเหมือนกัน แม้ว่าจุเหวินจะทําให้พวกเขาเข้าใจผิด เจ่าไห่ก็ปล่อยเขาไปในทุกครั้ง เจ่าไห่หวังว่าตระกูลแคลซีจะทําเหมือนว่าเขาอยู่ในตําแหน่งเดียวกันและก็พร้อมที่จะร่วมมือก็เท่านั้น
อีกสิ่งหนึ่งที่เจ่าไห่เป็นห่วงมากก็คือบอริสที่เขาได้โจมตีเรือของลูหยาง มันถูกส่งมาจากเขา แสดงให้เห็นว่าเขาคิดที่จะจัดการกับตระกูลเพอร์เซลล์ แม้ว่าเจ่าไห่จะเตือนอีวานเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่เขาก็ยังอดไม่ได้ที่จะเป็นห่วง
ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น อีวานก็ช่วยเขาได้มากและยังเป็นมิตรของตระกูลบุดาอีกด้วย ตอนนี้เจ่าไห่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเขา เขาหวังว่าตระกูลเพอร์เซลล์จะยังปลอดภัยอยู่
ในขณะที่เรือกําลังแล่นอยู่บนทะเล เจ่าไห่ก็หยิบโลหะสองก้อนขึ้นมา และก็เล่นกับมัน นี่เป็น นิสัยที่เขาพัฒนาจขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ นอกจากนี้ยังช่วยให้เขาสามารถควบคุมโลหะได้อีกด้วย
ที่นี่ค่อนข้างที่จะสงบมาก เพราะพวกเขาใช้เวลาไม่กี่วันในการล่องเรือ เจ่าไห่เก็บเรือที่เขาพึ่งได้มาทั้งหมด เพราะเขาไม่ต้องการให้ชาร์ลีรู้จํานวนเรือที่เขามีทั้งหมด ในตอนนี้เจ่าไห่เชื่อว่าไม่มีบุคคลอื่นที่รู้จํานวนเรือที่เขามีอยู่จริง
เมื่อเห็นว่าพวกเขาใกล้จะถึงเมืองน้ําหยกแล้ว เจ่าไห่ก็เริ่มรู้สึกตื่นเต้นมากขึ้น ไม่น่าแปลกใจเลยที่มนุษย์เป็นสัตว์สังคม มันจะรู้สึกดีกว่าที่จะต้องติดต่อกับมนุษย์คนอื่นๆ
เรือของเจ่าไห่จอดเทียมท่าช้าๆ ที่ท่าเรือส่วนตัวของชาร์ลี ผู้คนในท่าเรือได้รู้จักสถานะของเจ่าไห่เป็นอย่างดีแล้ว
ผู้คนที่รู้ว่าก่อนหน้านี้เจ่าไห่ออกเรือไปในทะเล ชาร์ลีก็มาส่งเขาที่ท่าเรือแห่งนี้ด้วยเช่นกันเพื่อที่จะอําลาเจ่าไห่ เรื่องนี้แสดงให้เห็นลักษณะสําคัญที่ดีของเจ่าไห่สิ่งนี้ทําให้ทหารที่อยู่ที่นั่นต้องระวังมากขึ้นเมื่อพวกเขาจะต้องต้อนรับเจ่าไห่ ในท้ายที่สุดนี่คือท่าเรือพิเศษของชาร์ลี ทุกคนที่ได้รับอนุญาตให้เทียบท่าเรือที่นี่ควรเป็นคนที่ไว้ใจได้ของชาร์ลีนั่นคือสิ่งที่ทําให้พวกเขาไม่ได้มีปัญหาอะไร
เจ่าไห่และคนอื่นๆ ก็ลงจากที่นั่นและนั่งรถม้าขณะที่พวกเขาเดินทางไปที่ร้านค้าของพวกเขาในเมืองน้ําหยก จากท่าเรือร้านค้าอยู่ไม่ไกลมากนัก ดังนั้นเจ่าไห่จึงเลือกที่จะไปดูสถานที่นั่นก่อน
ในขณะที่เขายังอยู่ค่อนข้างห่างจากร้านค้า เจ่าไห่สังเกตว่ามีการจราจรติดขัดเป็นจํานวนมาก นี่ทําให้เจ่าไห่มองที่นั่นด้วยความว่างเปล่า เขาไม่ได้คาดหวังว่าจะได้เห็นฉากแบบนี้
สําหรับเขาแล้ว ร้านค้าส่วนใหญ่ต้องการที่จะอยู่ในจุดที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าธุรกิจของเขาจะอยู่ในทําเลที่ดีมาก
เจ่าไห่มองไปรอบๆ เขาเห็นฝูงชนและเขาก็ไปถึงทางเข้าเล็กๆ ด้านหลังร้านทางเข้ามีไว้สําหรับคนพิเศษ คนทั่วไปไม่อาจจะเข้าผ่านทางนี้ได้ โดยปกติแล้วไม่มีใครที่จะได้เห็นทางเข้าตรงส่วนนี้
ทุกคนเดินเข้าไปในลานและเห็นบรรยากาศที่วุ่นวายภายใน พวกเขามองเห็นผู้คนจํานวนมากที่มีเครื่องหมายทาสบนหัวของพวกเขาเดินไปรอบๆลานและเมื่อเห็นเช่นนี้เจ่าไห่ก็สับสนเป็นอย่างมาก
อย่างไรก็ตาม เจ่าไห่ก็เข้ามาอย่างรวดเร็ว เพื่อที่จะเข้าใจว่าคนเหล่านี้ต้องการซื้ออะไร เห็นได้ชัดว่าเขาต้องการความช่วยเหลือมากมายที่นี่จึงเป็นเรื่องปกติที่เขาจะซื้อทาสสักคน ดูเหมือนว่าวิธีการของมิวมันจะเป็นเรื่องที่ดีมากจริงๆ
ในตอนนี้พวกทาสก็ได้รู้จักกับเจ่าไห่ พวกเขาแปลกใจมากเพราะพวกเขารู้ว่าลานนั้นมีเพียงสามประตู ประตูด้านหน้า ประตูด้านข้างใช้สําหรับการขนสินค้าและประตูพิเศษด้านหลังประตูนั้น ได้รับการดูแลโดยพวกซอมบี้ของเจ่าไห่ มีเพียงมิวเท่านั้นที่สามารถเข้าทางนั้นได้ ตอนนี้พวกเขากับได้เห็นกลุ่มคนจํานวนหนึ่งที่ไม่ได้เข้ามาทางประตูหน้าร้านและประตูข้างร้าน พวกทาสก็คิดว่า พวกเขาต้องเป็นคนที่พิเศษที่สามารถเข้าประตูหลังได้แน่ๆ และเมื่อเห็นว่าพวกเขาไม่ได้มาก่อปัญหาอะไร แล้วคนกลุ่มนี้จะรู้จัดการมิวหรือไม่?
ในตอนนี้ซูกะก็ได้เรียกมิวไปที่ลานแล้ว เมื่อมาถึงเจ่าไห่ก็ส่งซูกะไปรับผู้จัดการร้านทันที เมื่อมิวเห็นเจ่าไห่และลอร่าเขาก็ก้มหัวลงทันทีและพูดว่า “นายหญิง นายน้อยท่านกลับมาแล้ว”
เจ่าไห่พยักหน้า “มิว เจ้าไปเตรียมคนบางส่วน เพื่อขนสินค้าจากทะเลที่อยู่บนเรือจําไว้ด้วยว่าสินค้าเหล่านั้นถูกแช่แข็งเป็นชิ้นใหญ่ เจ้าจงระวังในการขนย้านมัน เพื่อที่จะไม่ให้สินค้าเหล่านั้นเสียหาย”
มิวพยักหน้าและพูดว่า “นายน้อย เจ้าชายชาร์ลีไม่ได้อยู่ในเมืองน้ําหยก แล้วนายน้อยจะยังคง ไปหาชาร์ลีหรือไม่?”
จ้าวไห่คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “ข้าต้องไป สินค้าทางทะเลเหล่านี้ที่บ้านมา เพื่อส่งไปยังชาร์ลีเพื่อนํามาแปรรูป แต่เจ้าก็จงเตรียมห้องพักเพื่อพวกข้าที่นี่ด้วย ข้าจะกลับมาพักผ่อนในตอนเย็น ข้าจะไม่ไปพักที่คฤหาสน์ของชาร์ลี” มิวพยักหน้า แล้วเจ่าไห่ก็ยังพูดต่ออีกสองสามอย่างก่อนที่พวกเขาจะมุ่งหน้าไปยังคฤหาสน์
ขณะที่พวกเขาอยู่ระหว่างทางพวกเขาพบกับทหารที่รักษาความปลอดภัยกลุ่มหนึ่งในเมือง เมื่อพวกเขาเห็นรถลากของเจ่าไห่พวกเขาก็หยุดทันที เมื่อหัวหน้าของพวกเขาลงจากหลังม้า เขาเดินไปที่รถม้าของเจ่าไห่แล้วพูดว่า “นี่มันคือรถม้าของเจ่าไห่มิใช่หรือ?”
เจ่าไห่เปิดประตูและเดินลงมา เขามองไปที่คนพวกนั้นและพูดว่า “ข้านี่แหละเจ่าไห่ แล้วเจ้าเป็นใคร?”
ทหารคนนั้นตอบอย่างรวดเร็วว่า “ท่านครับ ข้าคือผู้บัญชาการทหารรักษาดินแดนกองพันของเมือง วันนี้ข้าพเจ้ามาเสนอคําเชิญของราชารวมทั้งพาท่านไปที่คฤหาสน์ ที่นั่นได้เตรียมงานเลี้ยงต้อนรับพวกท่านแล้ว”
เจ่าไห่พยักหน้าแล้วพูดว่า “เอาล่ะนําทางไปเลย” ผู้บัญชาการพยักหน้าแล้วกระโดดขึ้นมาของเขา จากนั้นพวกเขาพารถของเจ่าไห่มุ่งหน้าไปยังคฤหาสน์
ในเวลานี้ผู้คนบนท้องถนนจําเจ่าไห่ได้ ในหมู่ของพวกเขารู้ว่าคนที่อยู่ภายในรถเป็นใคร นี่เป็นเพราะความพิเศษของรถที่เจ้าไม่ใช้วัวในการลาก พวกเขารู้ว่ามันจะไม่ดีแน่ถ้าทําให้ชายคนนี้ไม่ชอบขี้หน้า แม้กระทั่งเจ้าชายก็สุภาพต่อเขามาก ผู้คนหลีกทางและหลีกเลี่ยงการขนส่งทันที
พวกเขามาถึงที่คฤหาสน์อย่างรวดเร็ว เจ่าไห่เห็นเทสซีโบยืนอยู่ที่ประตูหน้าอย่างแปลกใจ เพื่อต้อนรับเขาเป็นการส่วนตัว เมื่อรถหยุด เทสโบเดินไปข้างหน้าหัวเราะ “ท่านมาถึงที่นี่เร็วมาก ข้าไม่ได้มีเวลามากพอที่จะทําอะไรเลย รู้อีกที่ท่านก็ถึงท่าเรือของเราแล้ว”
หลังจากที่เขาลงจากรถเจ่าไห่ก็ยิ้ม “ข้าไม่ต้องการสิ่งใดเลย ข้าแค่เพียงมาอยู่ที่นี่เพื่อทําธุรกิจเท่านั้น ไม่ได้จะมีเป็ฯแขกของที่นี่ ไม่ต้องทําเหมือนข้าเป็นคนที่พิเศษเช่นนั้นหรอก”
เทสซีโบหัวเราะ “นายน้อยเป็นคนที่ดีจริงๆ ข้าคิดว่าท่านคงจะเหนื่อยแล้ว ข้าของเชิญนายน้อยไปทานอาหารก่อนเถอะ ข้าได้เตรียมอาหารและไวน์ดีๆ เพื่อต้อนรับท่านและคนของท่านแล้ว” เขาพูดขณะที่พาเจ่าไห่เข้าหาคฤหาสน์