Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ) - บทที่ 411 - เผชิญหน้า
- Home
- All Mangas
- Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ)
- บทที่ 411 - เผชิญหน้า
เจ่าไห่คิดว่าจหวันจะไม่มาด้วย แต่เมื่อเจ่าไห่เห็นเขาในหน้าจอ เจ่าไห่ก็เข้าใจว่าทําไมจูหวันถึงกล้าที่จะมาข้างๆ ของเขามีคนยืนอยู่ 5 คน 2 คนเป็นนักเวทย์และอีก 3 คนคนเป็นนักรบ ซึ่งทั้งหมดที่อยู่ข้างเขาเป็นเทพผู้มีพลังระดับ 8 เมื่อเจ่าไห่มองไปที่เรืออีกล้านึ่งก็มีเทพผู้มีพลังอีก 2 คนและก็นักรบอีก 3 คนพวกเขาเหล่านั้นก็เป็นเทพผู้มีพลังระดับ 8 เหมือนกัน
เมื่อเห็นคนเหล่านี้ ดวงตาของเจ่าไห่ก็รู้สึกเป็นกังวลนิดหน่อยกับเทพผู้มีพลังระดับ 8 ของตระกูลแคลซี ในตอนนี้เขาก็ไม่รู้ว่าเขาจะสามารถทําอะไรได้หรือไม่?
เจ่าไห่สํารวจเรืออีกครั้ง บนเรือลํานั้นล้วนมีแต่อาวุธที่ดี เรือและผู้คนบนเรือนั้นไม่ได้อ่อนแอเลย เจ่าไห่มอบไปแวบแรกจะเห็นว่าพวกเขาเป็นกองกําลังที่แข็งแกร่งทั้งหมด เจ่าไห่ก็ไม่รู้ว่าเขาจะต้องทําเช่นไรดี
เมื่อมองไปที่เรือและได้ยินเสียงของเจ่าไห่ ลอร่าก็ถามว่า “พี่ไห่เราจะทํายังไงดี เราจําเป็นต้องสังหารคนเหล่านี้หรือไม่?”
เจ่าไห่ตอบกลับด้วยน้ําเสียงที่จริงจัง “ถ้าเราไม่ทําร้ายพวกเขา พวกเขาก็จะไม่ได้เรียนรู้เราก็จะต้องออกจากระดับที่ 8 และกลุ่มของจหวันก็จะได้เป็นแทนพวกเรา ตอนนี้พวกเขามีเรือมา 20 ลําและอาวุธที่เยอะมากพร้อมกับคนด้วย เพราะพวกเขาต้องทําทุกอย่างที่จะเอาตัวพวกเราไป พี่คิดว่าเราควรให้พวกเขาเข้ามาใกล้พวกเราก่อนแล้วค่อยเริ่มน่าจะดีกว่า เราน่าจะลดอาวุธของเราลง ก่อนเพื่อให้พวกเขาเข้ามา
จี้หนานส่งคําสั่งทันที ลอร่าไม่ได้คัดค้านการตัดสินใจของเจ่าไห่ ในตอนนี้พวกเขามีเพียงสวรรค์ที่ช่วยได้ โดยปกติแล้วพวกเขามีเรือหลายลําในมิติ แต่พวกเขาก็ไม่สามารถใช้มันได้
เจ่าไห่มีเรื่อ 20 ล่าในมือ เรือเถาหยวนที่พวกเขาใช้อยู่ตอนนี้เพิ่มได้รับการซ่อมมา ทําให้เรือที่ได้รับจากตระกูลมาร์กี้และเรือล่าอื่นๆ ถูกเก็บไว้ในมิติ ถ้าเจ่าไห่ปล่อยเรือออกมาเพื่อต่อสู้กับตระกูลแคลซีความลับของเขาก็จะไม่ใช่ความลับอีกต่อไป ซึ่งเขาไม่ต้องการให้เป็นเช่นนั้น ตอนนี้เจ่าไห่สั่งกับพี่หนานไปสั่งกับลูกเรือไม่ให้ใช้ปืนยิง เพื่อที่จะให้มองเห็นอีกฝ่ายก่อน หากพวกเขาไม่ยอมหยุด เจ่าไห่ก็พร้อมที่จะจัดการกับพวกเขา
เจ่าไห่ยังไม่ได้วางแผนที่จะยิงเพราะเขาให้ความสําคัญกับเรือ 20 ล่าของตระกูลแคลซี หากพวกเขาทําลายไปเจ่าไห่ก็จะเสียดายมากๆ
ลอร่ามองไปที่เรือ 20 ลําที่ใกล้เข้ามาอย่างช้าๆ ด้วยความระวัง ตอนนี้ความแข็งแกร่งของเธออยู่ในระดับที่ 8 แล้วเธอค่อนข้างตั้งใจที่จะทดสอบ เธอได้รับการฝึกฝนมาตั้งแต่ยังเด็ก เจ่าไห่ไม่ใช่คู่ต่อสู้กับเธอ
ตั้งแต่ลอร่าเป็นนักรบเธอก็ค่อนข้างดุร้านมาก เพียงแค่ใช้ทักษะต่างๆ เธอจะไม่แพ้ให้กับบล็อคและร็อค นี่เป็นเรื่องจริงสําหรับมือให้อย่างเจ่าไห่ เขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเธอ
ตอนนี้ความมั่นใจของลอร่านั้นสูงมาก ตอนนี้เธอต้องการที่จะต่อสู้มาก เจ่าไห่ไม่มีทางเลือกนอกจากเอาโลหะบางส่วนออกจาโกดัง และทําให้เครื่องแปรรูปทําเป็นมีดยาวให้แก่ลอร่า
ต้องบอกว่าอาวุธในจักรอาร์คนั้นดีมาก แต่อาวุธของเจ่าไห่ก็ค่อนข้างบางกว่าอาวุธจากโลก มีดยาวก็เป็นเหมือน คาตานะเป็นดาบของซามูไร มันไม่เพียงแต่มีความคมเท่านั้น แต่พลังทําลายของมันในการสังหารก็มากด้วยเช่นกัน เนื่องจากคุณสมบัติของมันเจ่าไห่จึงเลือกที่จะให้กับลอร่า
สิ่งที่เขาไม่ได้คิดก็คือเมื่อคาเรทดมีดยาว เขาก็ชอบดาบนั่นเช่นกัน ดังนั้นเจ่าไห่ก็ต้องทํามีดนี้ให้แก่เขาเช่นกัน ตอนนี้ลอร่ากับคาเรทก็เก็บมีดนี้ไว้ที่ข้างตัวของพวกเขาเรียบร้อยแล้ว
อีกสิ่งหนึ่งที่เขาไม่คิดก็คือเมื่อบล็อคและร็อคเห็นอาวุธใหม่ของคาเรทพวกเขาก็ต้องการมันด้วยเหมือนกัน แต่มีดยาวมันไม่ใช่อาวุธหนักมันไม่เหมือนกับดาบที่ต้องใช้ 2 มือเนื่องจากพวกเขาไม่สามารถใช้มีดได้ เจ่าไห่จึงให้มีดเชเทดขนาดใหญ่พร้อมกับด้ามจับยาวให้ เจ่าไห่ไม่รู้ว่าจะทําเช่นไร แต่ก็ยิ้มเมื่อเห็นหน้าของทั้งสองคน
แม้ว่าใบมีดและดาบจะแตกต่างกัน ผู้คนทั่วไปให้ความสนใจกับนักหนักของอาวุธมาก แม้ว่าอาวุธนั้นถือว่าหนัก แต่โดยทั่วไปแล้วผู้หญิงจะใช้อาวุธที่เบากว่า ในทักษะการต่อสู้ของดาบจีนนั้น มีความรวดเร็วในขณะที่ใบมีดสําหรับการโจมตีอย่างหนักนั้น เห็นได้ชัดว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่ดาบใหญ่จะเร็วได้เท่า เจ่าไห่สังเกตว่าการเคลื่อนไหวส่วนใหญ่ในจักรวรรดิอาร์คเกี่ยวข้างกับการสับและการปัด นี่ทําให้ความคิดของเจ่าไห่ส่งมอบคนของเขาในคม ซึ่งเหมาะสําหรับการเคลื่อนไหวมากกว่าดาบ
เมื่อได้รับอาวุธใหม่ทุกคนก็เริ่มทําความคุ้นเคยกับมันทันที เมื่อเห็นข้อดีของอาวุธใหม่นี้ทุกคนก็มีความสุขมาก พวกเขาฝึกฝนในมิติทุกวันและตอนนี้พวกเขามีโอกาสใช้มันพวกเขาตื่นเต้นมากๆ
เรือของตระกูลแคลซีค่อยๆ ล้อมเรือเถาหยวนของเจ่าไห่อย่างช้าๆ เรือของจูหวันเดินหน้าต่อไปในขณะที่ลําอื่นรักษาระยะห่างที่ปลอดภัย ขณะเดียวกันก็เล็งปืนใหญ่ไปที่เรือของเจ่าไห่
เมื่อเห็นสิ่งที่เรือเหล่านั้นทํา เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “ดีจริงๆ ดูเหมือนพวกเขาจะต้องได้เรียนรู้อะไรบางอย่าง แต่พวกเขาก็ไม่ฉลาดพอตั้งแต่ที่พวกเขามาที่นี่”
+
ลอร่ายิ้มแล้วพูดว่า “จหวันไม่ได้ฉลาดเลย สิ่งที่จหวันต้องการเห็นก็คือใบหน้าที่พี่หวาดกลัว นี่เป็นสิ่งที่เขาต้องการ ในความเห็นของเขา เขาได้เสียหน้าไปเพราะพี่ไฟในครั้งก่อน แต่ตอนนี้เขามาพร้อมกับพลังนี้ เพื่อทําให้พี่ไห่เสียหน้าบ้าง หลังจากทําสิ่งนี้ได้สําเร็จมันก็จะทําให้เขารู้สึกสบายใจขึ้น”
เจ่าไห่ยิ้มอย่างแผ่วเบา” อัฐิของฉัน Idiot ถ้าฉันเพิ่งจัดการกับเขาอย่างถูกต้องมาก่อนเขาจะไม่ได้กลับมาที่นี่อีก
ลอร่ากับคนอื่นๆ ฟังเจ่าไห่และยิ้ม ณ จุดนี้เรือของจูหวันก็มาถึงแล้ววางไม้กระดานลงและเดินลงมาก จูหวันดูพอใจมากที่ด้านข้างของเขามีนักรบระดับ 8 หลายคนนอกเหนือจากคนที่ตระกูล ส่งมาแล้ว จูหวันยังตามนักรบมากกว่า 20 คน พวกเขาทั้งหมดอยู่ในระดับที่ 6 และ 7 พวกเขาทั้งหมดมองไปที่เจ่าไห่ด้วยสายตาที่จริงจังมาก
เจ่าไห่ทําเพียงแค่มองดูกลุ่มของจูหวันอย่างใจเย็น จูหวันมองไปที่เจ่าไห่อย่างภาคภูมิใจแล้วหันไปมองลอร่ากับคนอื่นๆ
เมื่อมองท่าทางของจหวัน เจ่าไห่ก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วและพูดว่า “จูหวัน ทําไมเจ้าถึงมาที่นี่ เจ้าตั้งใจจะทําอะไรงั้นเหรอ?”
จหวันมองที่เท่าไห่ โดยที่ไม่คิดว่าเจ่าไห่จะถามเช่นนี้ เขาไม่รู้ว่าทําไมเจ่าไห่ถึงพูดอย่างนั้น เขาขโมยเรือมากกว่า 10 ล่าจากเขา ทําไมเขาถึงกล้าที่จะถามเช่นนั้น?”
หลังจากนั้นครู่หนึ่ง ใบหน้าของเขากลายเป็นสีแดงเพราะความโกรธ เขามองไปที่เจ่าไห่และ พูดว่า “เจ้าไห่ เจ้ากลัวความเขลาหรือเปล่า? เจ้าไม่รู้จริงๆเหรอว่าทําไมข้าถึงมาในวันนี้”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “ข้าไม่รู้จริงๆ เจ้าจะบอกข้าว่าอย่างไรกัน?”
สีหน้าของจหวันมืดไปหลอดเลือดของเขาเกือบจะระเบิดออกมา ในขณะที่หายใจเขาตอบว่า “เจ้าเอาเรือของข้าไป แล้วยังโยนข้าลงเรือทิ้งไว้หลายวัน เจ้ายังจะถามว่าทําไมข้าถึงมาที่นึ่งั้นเหรอ? ข้าจะคิดบัญชีของเราในวันนี้ เจ้าจะต้องให้เรือของข้าคืนมาและปลาไฟของเจ้าเพื่อชดเชยด้วย นอกจากนี้ก็ให้ผู้หญิงที่สวยงามเหล่านั้นมากับข้าไม่เช่นนั้นเจ้าจะกลายเป็นอาหารปลาในวันนี้”
สีหน้าของเจ่าไห่เย็น เมื่อเขาจ้องมองที่จหวัน “จหวันนี่คือสิ่งที่เจ้าต้องการจะพูดจริงๆ หรือไม่ นี่คือสิ่งที่สมาชิกตระกูลแคลซีต้องการพูดงั้นเหรอ? เจ้ากลัวที่จะทําให้ตระกูลแคลซีของเจ้าอับอายหรือไม่”
สีหน้าของจหวันเปลี่ยนไป “เจ้าไม่มีทางเลือกทําตามคําสั่งของข้าเดี๋ยวนี้ไม่งั้น ข้าจะไม่ใจดีแล้ว”
เจ่าไห่มองไปที่จหวันและพูดว่า “ดีมาก เจ้าคงเตรียมใจมากแล้วสินะ เจ้าคนว่าเทพผู้มีพลังระดับ 8 เหล่านี้จะหยุดข้าได้งั้นเหรอ?”
เมื่อได้ยินคําพูดของเจ่าไห่ ท่าทางออกของจูหวันก็เปลี่ยนไป เทพผู้มีพลังระดับ 8 ก็เป็นเช่นกัน เจ่าไห่ยิ้มให้กับจูหวัน ขณะที่เขาพูดต่อว่า “เจ้านี่มันไร้เดียงสาจริงๆ ถ้าเจ้าคิดว่าเทพผู้มีพลัง 2-3 คนของเจ้าที่อยู่บนเรือจะสามารถขู่ข้าได้งั้นเหรอ? โปรดแสดงให้ข้าเห็นทีเถอะ” จากนั้น เจ่าไห่ก็โบกมือของเขามันทําให้ทะเลทั้งหมดกลายเป็นน้ําแข็ง
จหวันและพรรคพวกของเขาไม่รู้ว่าทะเลกลายเป็นน้ําแข็งได้ยังไง และเมื่อสีหน้าของพวกเขาเปลี่ยนไป ลอร่ากับคนอื่นๆ ก็เดินไปข้างหน้าเพื่อต่อสู้กับพวกเขา
จหวันไม่คิดว่าพวกของเจ่าไห่จะเป็นเทพผู้มีพลังด้วยเช่นกัน แต่สิ่งที่ทําให้เขาหงุดหงิดมากก็คือความจริงที่ว่าเจ่าไห่เองถืออาวุธและต่อสู้ด้วยความดีใจ
แม้ว่าจะไม่มีซอมบี้ของเจ่าไห่ แต่สีหน้าของเขาก็ยังซีด เขารู้ว่าคนของเจ่าไห่ไม่ได้โจมตีเขา เพราะพวกเขากลัวว่าจหวันจะเอาเรื่องนี้ไปบอกกับตระกูลแคลซีอีก ถ้าเจ่าไห่ไม่ได้คิดเช่นนั้น พวกเขาทั้งหมดก็คงไม่ได้มีชีวิตอยู่อีกต่อไปแล้ว ตอนนี้เจ่าไห่สามารถยืดเรือของเขาได้แล้ว เนื่องจากเขาไม่ต้องการเป็นศัตรูที่เป็นปฏิปักษ์ต่อตระกูลแคลซีและเขาก็วางแผนที่จะสอนบทเรียนให้พวกเขา
เมื่อเห็นว่าพรรคของเขาถูกครอบครอง จูหวันก็ยิ่งอ่อนแอมากขึ้น เขารู้ว่าเขาจะไม่สามารถทําอะไรได้หลังจากนี้ ในเวลานี้เทพระดับที่ 8 ซึ่งต่อสู้กับกลุ่มของเจ่าไห่ถูกจับตัวกันทีละคน มีเพียงคนเดียวที่ต่อสู้กับเจ่าไห่อยู่ จูหวันเห็นว่าทักษะการต่อสู้ของเจ่าไห่ไม่ได้แข็งแกร่ง เขาอยู่ในระดับเดียวกับนักรบระดับที่ 6
แต่จหวันก็ไม่ประมาทเจ่าไห่ นี่เป็นเพราะเขารู้ว่าเจ่าไห่ไม่ได้มุ่งเน้นไปที่พลังฉีเขาเป็นนักเวทย์ นักเวทย์ที่ต่อสู้ในขณะที่ถืออาวุธและค่อนข้างเท่ากับนักรบจริงๆ นี่ก็ทําให้หวันคิดว่าโลกนี้มันผิดไปแล้ว