Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ) - บทที่ 407 - ของขวัญ
- Home
- All Mangas
- Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ)
- บทที่ 407 - ของขวัญ
เช้าวันต่อมาเจ่าไห่ถูกเชิญไปกินข้าวพร้อมกับชาร์ลี หลังจากที่กินอาหารเสร็จแล้ว พวกเขา ทั้ง 2 ไปที่ห้องนั่งเล่นเพื่อดื่มชา เมื่อนั่งคุยกันไปสักพักนึง เทสซีโบก็เดินเข้ามาและก็บอกบางอย่างกับชาร์ลี “เจ้าชาย ร้านค้าและสินค้าที่ของได้เตรียมไว้แล้ว เราควรไปตรวจสอบดูไหม?”
ชาร์ลีหันไปหาเจ่าไห่และพูดว่า “เจ้าคิดว่าไงหน่ะ?”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “ยังไงก็เถอะ ข้าเองก็ไม่ได้มีอะไรที่ต้องทํา พวกเราก็ไปดูกันเถอะ”
ชาร์ลียมและพูดว่า “ดีเหมือนกัน เราจะได้ไปดูเรือของเจ้าด้วย มันน่าจะเกือบเสร็จแล้ว พวกเขามันน่าจะแล่นออกได้ในวันพรุ่งนี้ เรือเถาหยวนมีปัญหาไม่มากนัก แต่ก็อาจจะต้องดูให้แน่ใจ ก่อนอีกสัก 2-3 วัน”
เจ่าไห่พยักหน้า “นี่มันอยู่ในความคิดของข้าเลย แต่ตอนนี้เราไปดูร้านค้าก่อนดีกว่า” จากนั้น ทุกคนก็ออกจากห้องนั่งเล่นและไปที่รถม้าที่เตรียมไว้รอพวกเขาอยู่ข้างนอกแล้ว ทุกคนนั่งอยู่ในร ถม้าและเดินทางตรงไปที่ร้านค้าตามสิ่งที่เทสซีโบบอก
วันนี้พวกเขากําลังนั่งรถม้าไปยังร้านค้า ซึ่งมีเทสซีโบเป็นคนบังคับรถม้า การบังคับรถม้าของ เขามีประโยชน์มากเมื่ออยู่ในเมืองนี้ ทันที่ที่มีคนเห็นรถบ้าน ผู้คนทั่วไปก็จะหลบจากทางเดินทางรถม้าคันนี้ เพราะว่าพวกเขารู้ว่ารถมาคันนี้เป็นของเจ้าชาย
อีกไม่นานพวกเขาน่าจะเข้าใกล้ประตูตะวันออกของเมืองน้ําหยก แต่ก็มีบางสิ่งที่แปลกๆสําหรับย่านธุรกิจมีคนอยู่ที่นี่เพียงไม่กี่คน อย่างไรก็ตามร้านค้ามีขนาดที่ใหญ่มาก เมื่อมองไปที่ด้านหน้าจะเห็นว่าร้านนั้นมีอยู่ทั้งหมด 3 ชั้นเห็นได้ชัดว่าการออกแบบร้านนี้เป็นอะไรที่สวยงามมาก ด้านหลังร้านมีลานที่กว้างมาก มีประตูด้านข้างที่สามารถใส่ตูสามตูได้ขนานกัน ประตูดูแข็งแรงมากเพราะมันทํามาจากไม้หนา
ในตอนนี้มีทหารที่คอยดูแล 2 คนยืนอยู่หน้าประตูร้าน เมื่อพวกเขาเห็นรถม้าของเทสซีโบพวกเขาก็เปิดประตูทันทีเพื่อให้รถม้าเข้าไปข้างใน
ลานภายในนั้นกว้างมาก แต่ก็ไม่มีต้นไม้อยู่ข้างในเลย จะเห็นได้ชัดว่าสถานที่นี้ถูกใช้เป็นพื้นที่เก็บของสําหรับเก็บสินค้า แต่พื้นก็ถูกปูด้วยหินอ่อน นอกจากนี้ยังมีที่มั่นคงและคลังสินค้าภายใน ห้องพักของเจ้าของและห้องของคนรับใช้นั้นมีอยู่พร้อมด้วย การออกแบบที่เรียบง่านออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อการใช้งานจริง
หลังจากที่ทุกคนลงจากรถม้า เจ่าไห่และชาร์ลีก็ดูสถานที่ทันที หลังจากสํารวจพื้นที่แล้ว เจ่าไห่ก็พยักหน้าและพูดว่า “มันเป็นสถานที่ที่ดีมาก แม้ว่าห้องนั่งเล่นจะดูธรรมดาไปหน่อย แต่ก็มีคลังสินค้าขนาดใหญ่มาก มันเป็นสิ่งที่ดีมาก ข้าขอบคุณท่านมากเทสซีโบ”
เทสซีโบยิ้มและตอบว่า “นายน้อยเจ่าไห่ไม่ต้องทําขอบคุณข้าหรอก มากับข้าเพื่อดูคลังสินค้า ข้ามีเซอร์ไพรสอยู่ที่นั้น” จากนั้นเขาก็พาเจ่าไห่และชาร์ลีไปที่คลังสินค้า
นอกจากนี้ยังมีคนเฝ้าคลังสินค้าด้วย เมื่อพวกเขาเห็นเทสซีโบ พวกเขาก็ค่านับทันที เทสซีโบโบกมือของเขาและผู้คุมก็เปิดประตูอย่างรวดเร็ว
เจ่าไห่มองเห็นว่าคลังสินค้าเต็มไปด้วยทุกสิ่งที่เขาขอ เซรามิกส์บรรจุในกล่องไม้อย่างดี นอกจากนี้ยังมีสิ่งจําเป็นในการใช้ชีวิต สิ่งที่สําคัญกว่าก็คือคลังสินค้านี้มีบันไดที่สามารถลงไปด้านล่างของชั้นใต้ดินได้
เทสซีโบพาเจ่าไห่ไปยังใต้ดิน ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ชั้นเต็มไปด้วยสิ่งที่เจ่าไห่ต้องการ
บันไดในชั้นใต้ดินกว้างมากมันอาจจะสามารถเอารถ 2 คันเข้าไปพร้อมๆกันได้เลย อันที่จริง แล้วบันไดไม่ใช่บันไดจริงๆ แต่เป็นพื้นที่เอียงๆ ซึ่งอาจทําให้รถม้าวิ่งผ่านไปได้ ทําให้การขนย้ายสินค้าได้สะดวงมากขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นความชันของบันไดก็ไม่มากนัก ทําให้รถส่วนใหญาสามารถเข้าออกได้
เมื่อเจ่าไห่เห็นคลังสินค้าที่มีขนาดใหญ่ เขาก็กลัวว่าลานใต้ดินทั้งหมดอาจจะถูกขุดขึ้นมาได้ โชคดีที่การก่อนสร้างของมิตินั้นดีกว่ามาก มีเสาที่แข็งแรงมากและพวกมันก็ทําจากหินขนาดไม่ใหญ่มากแต่ก็เต็มไปด้วยวัสดุที่แข็งแกร่งมาก
เจ่าไห่พอใจกับสิ่งนี้มากถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้ใช้ประโยชน์จากคลังสินค้าขนาดใหญ่เช่นนี้ แต่ก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรนอกจากนี้มันยังอาจใช้ปกปิดเรื่องบอกอย่างของพวกเขาในอนาคตได้
เมื่อมองไปที่เจ่าไห่และเห็นท่าทางที่พอใจมากของเขา เทสซีโบรู้สึกโล่งใจมาก เขาหันไปหาเจ่าไห่และพูดว่า “เจ้าพอใจกับสิ่งนี้หรือเปล่า? เจ้าชายชาร์ลีทรงสั่งให้ข้ามอบของขวัญให้เจ้าที่ลานแห่งนี้รวมถึงสิ่งต่างๆ ภายในนี้ด้วย”
เจ่าไห่มองจากนั้นก็พยักหน้าและพูดว่า “ของพวกนี้จะมากเกินไปในการแลกเปลี่ยน ข้าก็จะมอบความดีให้แก่ท่าและเมืองให้เป็นของขวัญด้วย” เขาโบกมือของเขาและก็มีกระเป๋าเล็กๆ 2 ใบปรากฏออกมา
กระเป๋า 2 ใบนั้นมันคือกระเป๋ามิติ ชาร์ลีดูแลเขาเป็นอย่างดี ดังนั้นเจ่าไห่จึงไม่สามารถปล่อยมันผ่านไปและตัดสินใจที่จะตอบแทนพวกเขา
ชาร์ลีและเทสซึโบมองไปที่เจ่าไห่ด้วยท่าทางที่สับสน พวกเขาไม่รู้ว่ากระเป๋า 2 ใบนี้คือกระเป๋าอะไร เจ่าไห่เอากระเป๋าให้พวกเขาและพูดว่า “กระเป๋า 2 ใบนี้เป็นกระเป๋ามิติ ภายในมีพื้นที่ประมาณ 10 เมตรซึ่งสามารถเก็บของบางอย่างได้ด้วยพลังของมัน สิ่งนี้จะไม่มีค่ามากนัก หากเอาไปเป็นของเล่น
ชาร์ลีกับเทสซีโบตกใจมาก แม้ว่าอุปกรณ์จากมิติจะไม่ได้รับความนิยมให้ทวีปนี้ แต่ก็มีค่ามาก แม้แต่ชาร์ลีก็มีเพียง 1 ใบเท่านั้น แต่เจ่าไห่เพียงแค่ตั้งใจให้ กระเป๋าก็ออกมากเหมือนกับมันไม่ได้มีค่าอะไรเลย
ชาร์ลียังคงตกใจอยู่ เขาหันไปหาเจ่าไห่ “ข้าไม่คิดว่านายน้อยเจ่าไห่จะมีสิ่งดีๆ อยู่ในมือเช่นนี้ ดูเหมือนว่าตอนนี้ข้าก็เหมือนกับติดหนี้เจ้าแล้ว”
เจ่าไห่หัวเราะและพูดว่า “เจ้าชาย ท่านก็เป็นคนที่เกรงใจเกินไป นี่เป็นเพียงของและเปลี่ยนให้กับท่าน ท่านไม่จําเป็นต้องคิดมากเลย”
เมื่อได้ยินสิ่งที่เจ่าไห่พูด ชาร์ก็หัวเราะและพูดว่า “ดีจริงๆ แล้วเจ้าพอใจกับสถานที่นี้หรือไม่ เมื่อไหร่เจ้าจะส่งคนไปรับสินค้ากันหล่ะ?”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “คนของข้าจะมาพร้อมกับเรือที่ข้าใช่ไปส่งเพื่อนของข้ามา (เพื่อนที่เจ่าไห่พูดถึงก็คือลูหยาง) พวกเขากําลังมุ่งหน้ามาที่นี่ อีกประมาณ 2 วันก็น่าจะถึง”
ชาร์ลีพยักหน้า “นั่นมันก็เป็นเรื่องที่ดีเลยที่เดียว ข้าจะให้เทสซีโบช่วยเจ้าดูแลสถานที่นี้เป็นเวลา 2 วันเขาจะให้เจ้าดูแลที่นี่ก็ต่อเมื่อคนของเจ้ามาถึง” เจ่าไห่ยิ้มและก็พยักหน้า
ทุกคนกลับไปที่คฤหาสน์ของชาร์ลี แล้วเจ่าไห่ก็ไปพักผ่อนเนื่องจากเขายังไม่สามารถนําสินค้าจากคลังสินค้ามาได้ในตอนนี้ เขาวางแผนที่จะใช้เรือที่เขาเอามาจากตระกูลมาร์กี้ในวันพรุ่งนี้ จากนั้นก็จะแล่นเรือไปยังเกาะเอพี่ที่พวกเขาจะต้องรอเรือซ่อมเสร็จ จากนั้นพวกเขาก็จะทําการค้ากับชาวเงือก
นอกจานี้เขายังต้องการใช้ประโยชน์จากช่วงเวลาหยุดทํางานนี้ เพื่อไปรับคนของลอร่าและตั้งที่อยู่เป็นหลักแหล่ง เขาจะต้องกําหนดคนเพื่อจัดการร้านค้าเช่นกัน เพราะมันพร้อมเปิดแล้ว
เจ่าไห่วางแผนว่าเขาจะขายของชําทุกวันในร้านนี้เพื่อไม่ให้สะดุดตาเกินไป เมื่อสถานการณ์ที่ร้านค้าดีขึ้น เขาจะคิดถึงการนําสินค้าใหม่ที่จะเอามาขายที่นี่
คนของลอร่าคือทุกคนที่เป็นผู้จัดการที่มีความสามารถ การเพิ่มของพวกเขาจะช่วยป้อมภูเขาเหล็กได้อย่างแน่นอน พวกเขาจะทําให้สะดวกสําหรับเจ่าไห่ในการเปิดร้านค้าได้
โชคดีสําหรับเจ่าไห่เวลาที่พวกเขามาถึงกําลังใกล้เข้ามาในเวลานั้น พวกเขาจะถูกนําไปที่มิติ จากนั้นก็จะส่งไปนั่งป้องภูเขาเหล็ก สําหรับผู้ที่จะถูกส่งไปยังเมืองน้ําหยก เจ่าไห่จะให้พวกเขาไปขึ้นเรือ
ในวันต่อมาเรือที่เจ่าไห่เอามาจากตระกูลมาร์กี้ก็พร้อมที่จะออกเดินทางแล้ว เจ่าไห่ขอให้ชาร์ลีช่วยเขาเก็บสินค้าไว้บนเรือ ซึ่งเขาเห็นด้วยและก็ส่งคนไปวางของบนเรือ แม้ว่าสินค้าในคลังสินค้าจะมีจํานวนมาก แต่ก็ไม่เพียงพอที่จะใส่เข้าไปในเรือเจ่าไห่บอกกับชาร์ลีไม่ได้ว่าเขาต้องการค้าขายกับชาวเงือก ในครั้งนี้เขาบอกกับชาร์ลีว่าเขาจะส่งต่อให้กับคนอื่นเท่านั้น
ชาร์ลีไม่ได้คิดมากเกินไป ท้ายที่สุดแล้วสิ่งของเหล่านั้นทั้งหมดเป็นเรื่องปกติในทวีปพวกเขาไม่ใช่สมบัติ
หลังจากปล่อยเรือแล้วเจ่าไห่ก็รอการมาถึงของเรืออีกล่าในอีก 2 วัน เรือจากไปแล้วคนของลอร่าก็มารวมกัน ซึ่งนับแล้วมี 400 คน จากนั้น 80 คนเป็นผู้จัดการคนอื่นๆ เป็นสมาชิกของตระกูลของพวกเขา ซึ่งทั้งหมดก็จงรักภักดีต่อลอร่าด้วยเช่นกัน
เจ่าไห่และลอร่าเข้าสู่มิติทันทีและนําคนเหล่านั้นเข้ามา และส่งพวกเขาไปยังป้อมภูเขาเหล็กกลุ่มหนึ่งถูกทิ้งไว้เบื้องหลังและถูกส่งไปยังเมืองน้ําหยก
เมื่อผู้จัดการเห็นลอร่าพวกเขาก็ดีใจมาก ทุกคนได้รับความอนุเคราะห์จากเธอ ดังนั้นพวกเขาจึงเป็นสาวกของเธอ ไม่มีปัญหาในการเชื่อใจพวกเขา
เจ่าไห่ก็เชื่อในพวกเขาเช่นกัน ดังนั้นเมื่อพวกเขามาถึงป้อมภูเขาเหล็ก พวกเขาก็ถูกส่งมอบให้กับซุน ซึ่งได้รับมอบหมายให้พวกเขาได้รู้จักที่นี่
คนเหล่านี้เคยติดต่อกับซุนมาก่อนและเคยจัดการโดยตรงจากเขา ตอนนี้พวกเขาเห็นซุนดูแลพวกเขา พวกเขารู้สึกตื่นเต้นมากมันจะดีกว่าถ้าได้รู้จักกับคนที่คุณคุ้นเคย
คนที่ได้รับเลือกให้อยู่ในเมืองน้ําหยกเป็นหนึ่งในคนที่เก่งที่สุดของลอร่า เขาเรียกว่าหมิวอายุ 40 ปีและเคยเป็นพ่อค้าก่อนที่จะพบลอร่า ต่อมาในอาชีพที่ผ่านมาของเขา เขาล้มละลายและถูกบังคับให้ขายตัวเองเป็นทาสเพื่อช่วยตระกูลของเขา ในท้ายที่สุดลอร่าก็ช่วยเขาและในที่สุดก็กลายเป็นผู้จัดการภายใต้ผู้นําของลอร่า เขาและตระกูลของเขารู้สึกซาบซึ้งในบุญคุณของลอร่า เนื่องจากประสบการณ์ที่ผ่านมารวมถึงท่าที่ที่เหนียวแน่นของเขา เขาจึงกลายเป็นผู้จัดการที่มีค่าในสายตาของลอร่า
แม้ว่าเขาจะอายุ 40 ปี แต่เขาก็ยังกระตือรือร้นและยังคงมีเสน่ห์ ภรรยาของเขาก็ฉลาด นอกจากเขาและภรรยาของเขาแล้ว เขายังมีลูกสองคนที่อายุ 20 ปีแล้วและเรียนรู้วิธีจัดการธุรกิจจากพ่อแม่ของพวกเขา
การมีตระกูลอยู่ในความดูแลของเมืองน้ําหยก ทําให้เจ่าไห่พักผ่อนอย่างสงบสุข เขามีความมั่นใจมากในสายตาของลอร่าสําหรับผู้คน
หลังจากปักหลักตระกูลภายในเรือแล้วเจ่าไห่กลับไปที่คฤหาสน์ของเมือง เรือจะมาถึงในอีก 2 วันซึ่งเป็นกรอบเวลาที่เถาหยวนจะได้รับการซ่อมแซมจนเสร็จ หลังจากที่ได้รับการซ่อมแซมแล้ว เจ่าไห่ก็จะสามารถทําการค้าขายกับชาวเงือกได้
เมื่อกลับมาถึงคฤหาสน์เจ๋าไฟไห่ไม่มีอะไรจะทํา ด้วยเหตุนี้เขาเพียงแต่อยู่ข้างในและยังคง ฝึกฝนเทคนิคการต่อสู้และควบคุมโลหะ ยิ่งเขาฝึกฝนมากเท่าไหร่การควบคุมก็ยิ่งดีขึ้นเท่านั้น ตอนนี้เจ่าไห่สามารถควบคุมเหล็กขนาดกําปั้น 2 อันได้แล้ว ใช้ลูกเหล็กในการโจมตีที่แรงกว่าเดิมมาก
เจ่าไห่ไม่ต้องการยุ่งกับเรื่องของชาร์ลี แม้ว่าเขาต้องการช่วยชาร์ลี เจ้าชายก็ยังต้องเข้าหาเขาก่อน ท้ายที่สุดทั้ง 2 ไม่ได้รู้จักกันมานาน ถ้าเจ่าไห่กังวลเกินไปในการให้ความช่วยเหลือชาร์ลี อาจเข้าใจผิด ดังนั้นเขาจึงไม่ได้ถามมากเกินไป เขาแค่ใช้ชีวิตอย่างสบายๆใช้ชีวิตที่ดี
การกระทําของเจ่าไห่ทําให้ชาร์ลีโล่งอกจริงๆ สําหรับเจ้าชายต้นกําเนิดของเจ่าไห่นั้นเป็นความลับเกินไป ถ้าเจ่าไห่ต้องการที่จะเข้าไปในเรื่องของเขาแล้วชาร์ลีจะสงสัยเอา
2 วันผ่านไปอย่างรวดเร็วและเรือก็มาถึงเมืองน้ําหยก เจ่าไห่ให้ชาร์ลีเป็นหัวหน้าแล้วพร้อมกับลอร่ากับคนอื่นๆ พวกเขาไปที่ท่าเรือ
โดยปกติแล้วชาร์ลีไม่ได้ไปกับพวกเขา แม้ว่าเขาจะจินตนาการเจ่าไห่เขาก็ไปไม่ได้เขาเป็นเจ้าชาย สําหรับเขาที่จะพบคนของเจ่าไห่บนท่าเรือจะมากเกินไป
หลังจากที่ได้รับตระกูลของหมิวเข้าสู่คฤหาสน์ เรือก็ถูกส่งไปยังโรงเรือของชาร์ลีเพื่อ ซ่อมแซม ในเวลาเดียวกันเจ่าไห่ก็ยังแนะนําหมิวและเทสซีโบซึ่งกันและกัน เขาต้องการให้หมิวจักกับเทสซีโบโดยตรง ดังนั้นหากเขาได้รับโอกาสเขาสามารถสร้างความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับเขาได้
หนึ่งสามารถยกย่องทักษะของหมิวได้ เขาเกิดมาเพื่อเป็นพ่อค้า วิธีการพูดของเขาราบรื่นมาก แม้ว่าอาจบอกได้ว่าคุณจะไม่เห็นเขาเป็นเพื่อนในทันที แต่เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่ชอบเขา
ท่าทางของเทสซีโบที่มีต่อหมิวก็ดีมากเช่นกัน เจ้านายของเมืองรู้วิธีที่ชาร์ลีมองจ้าวไห่ แสดงให้เห็นว่าเจ่าไห่เชื่อถือชายคนนี้อย่างไร ดังนั้นเทสซีโบจึงตัดสินใจสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้จัดการคนนี้
เมื่อถึงเวลาอาหารเย็น ชาร์ลีได้พบกับหมวอย่างเป็นทางการ สิ่งนี้ทําให้หมิวตกใจมาก เขาไม่เคยเห็นเจ้าชายที่สามมาก่อนแม้แต่น้อยเจ้าชายแห่งอาณาจักร จากมุมมองของเขา เขาจะเห็นว่าชาร์ลีให้ความสําคัญกับเจ่าไห่มาก
หมิวไม่ใช่คนโง่เมื่อเขาเห็นการโต้ตอบของเจ่าไห่และชาร์ลีที่ร่าเริงเขารู้ว่าตําแหน่งของเจ่าไห่ในใจของชาร์ลีไม่ได้เลย นี่ทําให้ผู้จัดการดีใจมากนั่นหมายความว่าลอร่าไม่ได้เลือกคนผิด
เช้าวันรุ่งขึ้นเจ่าไห่พาหมวมาที่ร้านที่ชาร์ลีมอบให้เขา หลังจากเห็นร้านค้าแล้ว เจ่าไห่ก็มอบให้กับหมิวทันที เจ่าไฟให้ชื่อร้านค้าเหมือนกับที่เขาต้องการทําแบรนด์สินค้าของเขาเฮแวน
นอกจากร้านค้าแล้วเจ่าไห่ยังมอบกระเป๋าอวกาศให้กับหมวรวมถึงเงิน 100,000 เหรียญทอง ในเวลาเดียวกันเขาก็ทิ้งสินค้าและผักไว้ซึ่งจะเป็นสินค้าหลักของร้าน
เจ่าไห่บอกกับผู้จัดการว่าเขาไม่ได้คาดหวังว่าจะทํากําไรจากร้านค้า เขาแค่อยากให้คนอยู่ที่นี่ และติดต่อกับเทสซีโบ ดังนั้น หมิวจึงไม่จําเป็นต้องทํางานหนักเกินไป โดยปกติถ้าร้านค้าทําได้ดี แล้วนั่นก็จะดีที่สุดไปเอง