Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ) - บทที่ 405 - ผลประโยชน์
- Home
- All Mangas
- Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ)
- บทที่ 405 - ผลประโยชน์
ชาร์ลีพยักหน้า “ดีเลย งั้นเจ้าไปจัดการกับสิ่งที่ข้าสั่งก่อน แล้วค่อยจัดการเรื่องที่อยู่ของปลาไฟให้ข้า หลังจากนั้นเจ้าก็ไปเตรียมการบางอย่าง เจ่าไห่อาจจะนําเอาสัตว์เวทย์และของจากทะเลกลับมา และก็ต้องให้แน่ใจด้วยว่าเขาจะสามารถเก็บมันได้”
เทสซึโบมองที่ชาร์ลี เขาเข้าใจในสิ่งที่ชาร์ลีพูดเป็นอย่างดี เมื่อเขาหันไปมองเจ่าไห่ เขาก็เข้าใจทันทีว่าของที่มาจากชาวเงือกนั้นมันมีค่าเป็นเหรียญทองจานวนมาก!
ถ้าเจ้าไม่ได้ของจากทะเลจํานวนมากจากชาวเงือกมา การที่ไม่ทําอะไรเลยมันก็คงจะเป็นไปไม่ได้ สําหรับเรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่ดีมากๆ
เท่าไห่ยิ้มและพูดว่า “ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะได้อะไรจากพวกเงือก ข้าก็ให้มันขึ้นอยู่กับสวรรค์ว่าพวกชาวเงือกจะให้อะไรแก่ข้า”
ชาร์ลียิ้มและพูดว่า “นายน้อย มันจะต้องเป็นของที่ดีแน่นอน ข้ามั่นใจในตัวเจ้า” ชาร์ลีไว้ใจเจ่าไห่มากว่าเขาจะต้องไม่เป็นอะไร การต่อสู้ที่เขาได้เห็นนั้น มันทําให้ชาร์ลีเชื่อมั่นในตัวของเจ่าไห่มาก เหล่าซอมบี้ของเจ่าไห่นั้นแข็งแกร่งมาก
เจ่าไห่ยิ้มและตอบว่า “เจ้าชาย ขอบคุณสําหรับคําชม แต่ข้าเองก็ยังคงต้องรอก่อนที่เรือเถาหยวนจะซ่อมเสร็จ เรือได้รับความเสียหายไม่มากนักขณะที่โดนโจมตี มันไม่น่าจะใช้เวลานานมากเพื่อซ่อม ข้ามีเรืออีก 2-3 ล่าพวกมันสามารถทําหน้าที่เป็นเรือที่ล่วงหน้าไปก่อนได้ และข้าจะตามไปพร้อมกับเรือเถาหยวน”
ชาร์ลีก็พูดต่อว่า “ซอมบี้ของเจ้า ถ้าหากไม่ได้มีเจ้าอยู่ใกล้พวกมันจะยังคงอยู่ได้ไหม?”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “เจ้าชาย ท่านลืมไปแล้วเหรอว่า ซอมบี้เหล่านั้นอยู่ในระดับที่สูงพวกมันสามารถสั่งการได้ในระยะใกล้พอสมควร แต่เรื่องที่ข้าต้องการตอนนี้ก็คืออยากให้ท่านช่วยซ่อมเรือให้ข้าก่อนได้หรือไม่?”
ชาร์ลียิ้มและพูดว่า “มันเป็นเรื่องง่ายๆ มากเจ่าไห่ต้องเป็นห่วง เอาเรือไว้และเจ้าก็ไปพักผ่อนก่อนเถอะ ข้าจะให้ช่างซ่อมเรือให้เร็วที่สุดเพื่อที่เจ้าจะสามารถใช้งานได้อีก”
เจ่าไห่พยักหน้าหลังจากที่เอาธนูให้กับชาร์ลี และก็กลับไปที่ห้องของเข้า ดูเหมือนว่าตอนนี้การทําธุรกิจระหว่างเขากับชาร์ลีมันจะประสบความสําเร็จ มันทําให้เจ่าไห่ดีใจมากๆ
หลังจากกลับมาที่บ้านพักของตัวเองแล้ว เจ่าไห่ก็ไม่ได้พักผ่อนทันที เขาสํารวจสวนไผ่ของลานพร้อมกับลอร่าและคนอื่นๆ ก็ไปพร้อมกับเขาด้วย
เจ่าไห่ไม่เพียงแค่เดินไปรอบๆ สวนเพื่อสํารวจเท่านั้น เขากับอยากได้หน่อไม้ 2-3 หน่อ หากหน่อเหล่านั้นถูกปลูกบนพื้นดินพวกมันจะเติบโตและในที่สุดพวกมันก็จะกลายเป็นป่าไผ่
ไผ่สีม่วงมีการดูแลที่ต้องเอาใจใสมากเกี่ยวกับที่อยู่ของมัน แต่มันก็ไม่ใช่ปัญหากับมิติของเจ่าไห่ เจ่าไห่มั่นใจว่าไผ่สีม่วงนี้จะสามารถเอาไปปลุกภายในมิติได้
ตั้งแต่ที่เขายังเด็ก เจ่าไห่อยากจะมีบ้านที่มีต้นไผ่อยู่รอบๆ บ้านเขาเห็นว่ามันน่าจะต้องสวยมากแน่นอน
คนจีนชอบต้นไผ่ มีบทกวีโบราณมากมายที่เขียนเกี่ยวกับไม้ไผ่ เจ่าไห่เป็นนักเขียนและแม่ว่านักเขียนจะสามารถทําอะไรก็ได้เกือบทุกอย่าง เจ่าไห่มีความชอบเป็นพิเศษสําหรับชาวจีนโบราณ ดังนั้นเขาจึงชอบในบทกวีของชาวจีนโบราณมาก เขานึกภาพตัวเองอยู่ในบ้านที่ทําด้วยไม้ไผ่ แต่ก็น่าเสียดายที่เขาอยู่ในภาคเหนือซึ่งเป็นสถานที่ที่ไม่เหมาะสําหรับการปลูกพืช และพวกพืชก็ไม่อาจจะเติบโตเองได้
นอกเหนือจากความชอบในการใช้ไม้ไผ่แล้ว ไผ่สีม่วงก็ยังไม่ทําให้เจ่าไห่เป็นห่วงเกี่ยวกับอนาคตได้ สิ่งแรกไผ่สีม่วงเป็นพืชที่มีเอกลักษณ์ที่สามารถใช้ภายในมิติได้ เมื่อเจ่าไห่ก่อตั้งเมืองของเขาในแดนทมิฬในอนาคต เขาจะต้องมีกําแพงเพื่อป้องกันที่ทําจากไผ่สีม่วง และก็ยังต้องการอีกเป็นจํานวนมากเพื่อที่จะทําอาวุธขึ้นมา
หลังจากเก็บหน่อที่มีขนาดยาวประมาณ 3 ฟุตแล้ว เจ่าไห่ก็โยนมันเข้าไปในมิติ แน่นอนว่าก็มีเสียงดังขึ้นมา บอกว่าไม่ไผ่สีม่วงอยู่ในระดับที่ 35 อย่างไรก็ตามมันยังไม่สามารถอัพเกรดมิติได้
นี่คือสิ่งที่เจ่าไห่คิด มันเป็นเรื่องปกติที่มิติจะไม่สามารถอัพเกรดได้ ท้ายที่สุดแล้ว ระดับของไผ่สีม่วงนั้นก็ยังไม่อาจจะอัพเกรดมิติได้
เจ่าไห่ให้เจ้าฉินอี้ปลูกต้นไผ่ที่ด้านหลังของบ้านและสั่งให้ดูแลเป็นอย่างดี จากนั้น พวกเขาก็เดินสํารวจสวนต่อไป เพื่อดูว่าสถานที่แห่งนี้มีอะไรใหม่ๆหรือไม่
สําหรับป่าไผ่ที่ไม่ได้ถูกตัดมาเป็นเวลานานก็อาจจะมีสิ่งดีๆ อยู่ที่นี่ก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นพืชหรือสัตว์เจ่าไห่ก็ต้องการพวกมัน ตอนนี้เขามีระบบริเวศมากมายในมิติ ทั้งทะเลและพื้นดิน เจ่าไห่ต้องการหาว่ามีอะไรในป่านี้ที่จะช่วยระบบนิเวศของเขาได้ไหม
ที่เจ่าไห่ต้องการอัพเกรดมิติก็เพราะว่าเขาต้องการที่จะใช้มันเพื่อรักษาพิษที่อยู่ในตัวเขา แต่มันก็ถูกจัดการไปแล้ว และตอนนี้เจ่าไห่ก็สามารถฝึกพลังฉีได้แล้ว แต่มันก็ยังมีอีกหลายอย่างในมิติที่รอให้เขาอัพเกรดอยู่ ถ้าหากอัพเกรดมิติต่อไป เขาอาจจะช่วยเม็กและคนอื่นๆ อัพระดับของพวกเขาได้ สิ่งนี้ยังสามารถเอาไปใช้กับปู่กรีน พวกเขาอาจจะไปถึงระดับที่เก้า สําหรับเจ่าไห่แล้วเรื่องนี้มันเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่มาก
ถ้ํากรีนและคนอื่นๆ สามารถกลายเป็นเทพผู้มีพลังระดับเก้าได้นั้นจะเป็นเรื่องที่ดีมากๆ เมื่อตระกูลบูดามีเทพผู้มีพลังระดับเก้า ในตระกูล มันจะไม่มีใครกล้าพูดอะไรสักคําเมื่อพวกเขาตัดสินใจที่จะเอาตระกูลกลับคืนมา
นอกเหรือจากเห็ดที่พวกเขาพบแล้ว เจ่าไห่และคนอื่นๆ ก็ยังพบหนูไผ่ด้วยเช่นกัน
เจ่าไห่เคยได้ยินว่าต้นไผ่นี้ค่อนข้างจะอ่อน ในโลกเขาไม่แน่ใจว่าหนูได้เปลี่ยนรสชาติของมันหรือไม่?
เจ่าไห่รู้สึกงง เมื่อมิติได้รับเห็ดการประเมินของพวกมันสูงกว่าไผ่สีม่วงโดยไม่คาดคิด เห็นเป็นมีสมบัติพิเศษมีรสชาติที่ดีและเต็มไปด้วยสารอาหาร ระดับของมันอยู่เหนือระดับ 40 มันทําให้เจ่าไห่ประหลาดใจมาก
ความประหลาดใจของเขายิ่งเพิ่มมากขึ้นสําหรับหนไผ่ เมื่อมันเข้าสู่มิติมันได้รับการประเมินโดยไม่คาดคิดว่าเป็นระดับ 50 ไม่เพียงแค่มีรสอร่อยเท่านั้น มันยังสามารถช่วยในการปลูกพืชและกําจัดศัตรูพืชในดินได้อีกด้วย พลังโจมตีของมันก็ไม่ได้อ่อนแอ ตัวที่โตเต็มที่จะมีความแข็งแกร่งถึงระดับที่ 7 หรือ 8 เห็นได้ชัดว่าเจ่าไห่เพิ่งจะเคยพบกับหนูตัวน้อยนี้
เจ่าไห่ไม่คิดว่าเขาจะเจอสิ่งที่มีค่าเช่นนี้ ถ้าอยากจะพบเจอกับสิ่งที่ดีๆ เพียงแค่เดินในป่าไผก็ได้เจอกับสิ่งที่ไม่คาดคิดแล้ว
ลอร่ากับคนอื่นๆ รู้สึกประหลาดใจมากกว่าเจ่าไห่ นี่เป็นเพราะไม่มีใครบอกไว้เกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้ ดังนั้นเมื่อพวกเขาเห็นเจ่าไห่เอาเชื้อราเข้าไปในมิติ มันทําให้พวกเขางงมาก และเมื่อพวกเขาเห็นว่ามีการประเมินสูงพวกเขาก็ตะลึง
ลอร่าพูดว่าเธอไม่ชอบกินเห็ด เจ่าไห่อดไม่ได้ที่จะตีหัวของเธอเบาๆ เมื่อกรีนไปหาอาหารในป่ามาก่อน เขาอาจไม่ได้มองหาเห็ด ไม่น่าแปลกใจที่เขารู้สึกว่ามิติยังคงขาดเชื้อรา ซึ่งมันก็เป็นสิ่งที่สําคัญ
แต่มันก็ไม่สายเกินไป พวกเขาสามารถแก้ไขความคิดนั้นในภายหลังได้ หลังจากเดินเล่นในป่าไผ่เพียงไม่กี่นาที่ เจ่าไห่ก็ไม่พบสิ่งที่น่าสนใจที่จะเอาจากแมลงบางชนิด โดยปกติแล้ว เขาก็จะเอาสิ่งเหล่านั้นด้วยเช่นกัน
แม้ว่าแมลงจะเป็นสัตว์ทั่วไป แต่ก็มีความสําคัญต่อระบบนิเวศ ดังนั้นเจ่าไห่จึงเกรงใจที่จะจับเข้าไปในมิต แต่เนื่องจากแมลงเป็นสัตว์ที่ธรรมดามากมันไม่ได้ทําให้ระดับมิติ เพิ่มระดับได้ ไม่ได้ให้การประเมินใดๆกับพวกมัน อย่างไรก็ตามมิติเป็นโลกขนาดเล็ก ดังนั้นแมลงเหล่านั้นก็ยังคงสาคัญกับที่นั่น
หลังจากเดินไปรอบๆ สวนกลุ่มของเจ่าไห่ก็กลับไปที่บ้านขนาดเล็กของพวกเขา ลอร่าสนใจในการเก็บเกี่ยวในวันนี้ถึงแม้ว่ามันจะไม่ใหญ่มาก แต่ก็มีบางอย่างที่น่าสนใจ
เจ่าไห่ยิ้มให้กับทุกคนและพาพวกเขาไปที่มิติทันที ในตอนนี้มิติได้จัดสรร พื้นที่จำนวนสิบเมตรแพื่อปลูกผลไม้ทองคํา ต้นไม้ทองคําเติบโตขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ยังไม่เกิดผลออกมา
พื้นดินสิบเมตรสําหรับต้นไม้เล็กๆ แบบนี้ดูแปลกมาก แต่ลอร่ากับคนอื่นๆ มองดูผลไม้ทองค่าที่เต็มไปด้วยความหวัง พวกเขารู้ว่าทันที่ที่ต้นไม้นี้เกิดผล พวกเขาจะสามารถเพิ่มระดับของพวกเขาได้
หลังจากพักผ่อนในมิติ พวกเขาก็ออกมาจากบ้านพัก เจ่าไห่ไม่ได้ไปเรียกกรีนเพราะมันเป็นช่งเวลาที่ยุ่งอยู่
เจ่าไห่ยังไม่ฝึกเทคนิคการต่อสู้ เขาได้เรียนรู้ท่าดาบพื้นฐานแล้ว ยิ่งกว่านั้น เขายังมีสกิลสองสามอย่างที่มีบล็อคและร็อคสอนให้เขามีประสบการณ์เพียงพอในการต่อสู้ ด้วยความแข็งแกร่งในตอนนี้ของเขา เขาน่าจะเอาชนะเทพผู้มีพลังระดับหกได้แล้ว
เนื่องจากเขาไม่มีอะไรให้ทําในมิติ มีเพียงสิ่งเดียวที่เหลืออยู่ เขาถือลูกบอลเหล็กในมือของเขาและรู้สึกถึงลักษณะของมัน
เจ่าไห่เข้าใจว่าเขามีความสามารถเช่นเดียวกับแม็กการควบคุมโลหะ อย่างไรก็ตามความสามารถในตอนนี้ของเขานั้นน้อยกว่าแม็กนีโต แม็กนีโตสามารถควบคุมเครื่องบินและทําให้สะพานโลหะลอยไปบนท้องฟ้าได้ ในขณะที่เจ่าไห่สามารถควบคุมลูกบอลเหล็กชิ้นเล็กๆ ได้เท่านั้น
แต่เจ่าไห่ก็ยังคงพึงพอใจกับชิ้นส่วนของโลหะ เขาสามารถเปลี่ยนรูปแบบและควบคุมมัน เขาสามารถใช้โลหะนี้ได้ทั้งการโจมตีและการป้องกันนี่ก็เพียงพอแล้ว