Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ) - บทที่ 404 - ลูหยางถูกโจมตี
- Home
- All Mangas
- Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ)
- บทที่ 404 - ลูหยางถูกโจมตี
การเดินทางจากจักรวรรดิโรเซ่นไปยังจักรวรรดิอาร์ซูจะต้องใช้เวลา 7 วัน เมื่อมาถึงที่จักรวรรดิอาร์ซูแล้วพวกเขาจะต้องใช้เวลาเดินทางอีกประมาณ 3 วันก่อนที่พวกเขาจะไปถึงท่าเรือบาร์ดี้ ซึ่งเป็นท่าเรือที่ใกล้ที่สุดของเพอร์เซลล์ ลูหยางจะต้องขึ้นที่ท่าเรือนั้นและก็ขึ้นรถม้าไปต่อ จากนั้นพวกเขาจะต้องใช้เวลาอีก 7 วันเพื่อที่พวกเขาจะไปถึงที่เมืองคาซ่า
แต่ฮาร์ตก็รู้ดีว่าในวันที่ 5 ของการเดิรทางพวกเขาจะแล่นเรือในน่านนําที่ไม่มีการควบคุม พวกเขาจะเดินทาง 2 วันในน่านน้ําแห่งนั้น
ในสถานที่นี้ทั้งจักรวรรดิโรเซ่นและจักรวรรดิอาร์ซู ก็ไม่ได้มีเรืออยู่มากเลย มันเป็นเพราะน่านน้ําแห่งนั้นบอกกันว่าเป็นเขตท่อันตรายมากระหว่างสองจักรวรรดิ หากเรือลําใดได้เข้ามา พวกเขาจะต้องเป็นกังวลมากที่พวกเขาจะถูกโจมตี มันก็เป็นเวลานานแล้วที่ไม่มีเรือล่าใดแล่นผ่านน่านน้ํานี้ ดูเหมือนว่าที่นี่จะเป็นน่านน้ําที่เป็นเหมือนกับสวรรค์ของโจรสลัด
ใครก็ตามที่แล่นเรือผ่านที่นี่พวกเขาก็อาจจะถูกโจมตีได้ตลอดเวลา ดังนั้นลูกเรือส่วนใหญ่จะเตรียมพร้อมอยู่เสมอในขณะที่อยู่ที่นี่ พวกเขาจะต้องเตรียมพร้อมที่จะต่อสู้อยู่ตลอดเวลา
หลังจากที่แล่นเรือเป็นเวลาหลายวันในที่สุดพวกเขาก็เข้าสู่เขตที่อันตรายพร้อมกับเรือที่เขาไม่ได้รู้จัก ฮาร์ตเริ่มรู้สึกเป็นกังวลมากขึ้น ตั้งแต่ที่เรือล่านี้ตามพวกเขามา
เพื่อให้ลูกเรือได้พักผ่อนและเตรียมพร้อมสําหรับการต่อสู้ ฮาร์ตจึงหยุดเรือก่อนและพักผ่อน ก่อนที่จะเดินทางต่อ ฮาร์ตยังต้องการที่จะรู้ว่าเรือนั้นตั้งใจจะตามมาหรือว่าพวกเขาจะต้องเดินทางไปทางเดียวกับเรา
ท้ายที่สุดฮาร์ตก็เห็นว่าเรือนั้นกําลังตามพวกเขามาอย่างแน่นอน เมื่อพวกเขาหยุดพัก เรือลํานั้นก็หยุดพร้อมกับพวกเขาด้วยเช่นกัน แต่พวกเขาก็ไม่ได้เข้ามาใกล้เรือมากนัก
หลังจากที่แจ้งเรื่องนี้ไปยังลูหยางแล้ว อาร์ตก็เข้าใจว่ามันก็คงไม่มีประโยชน์อะไรที่จะต้องเป็นกังวลกับเรือลํานั้นต่อไป ดังนั้นเขาจึงสั่งให้ลูกเรือเตรียมพร้อมที่จะต้องต่อสู้อยู่ตลอดเวลา
หลังจากพักผ่อนแล้ว ฮาร์ตก็เข้าสู่เส้นทางที่ไม่มีการควบคุม เรือทั้งหมดที่แล่นอยู่ที่นี่ จะต้องรักษาระยะห่างที่ปลอดภัยระหว่างกันส่วนใหญ่เพื่อหลีกเลี่ยงความเข้าใจผิด อีกเหตุหนึ่งก็คือพ่อค้าทุกคนอาจจะเป็นโจรสลัดก็ได้
ฮาร์ตยังให้ความสนใจเป็นพิเศษกับเรือที่ตามพวกเขามาตลอดเวลา เมื่อมองเรือนั่นก็เห็นว่า เรือไม่ได้เข้ามาใกล้เกินไปและไม่ได้ทําให้เห็นว่าพวกเขาคิดที่จะโจมตี ตอนนี้ฮาร์ตก็เริ่มเชื่อคํา
พูดของลูหยาง
วันแรกผ่านไปอย่างปลอดภัย เมื่อถึงเวลากลางคืนมาถึง ฮาร์ตก็ปล่อยสมอเรือ หลังจากนั้นพวกเขากลับเข้าไปพักผ่อนกัน แต่พวกเขาก็ยังคงต้องเตรียมอาวุธอยู่ใกล้ตัวของพวกเขาตลอดเวลา
ในวันต่อมาฮาร์ตก็เอาเรือแล่นออกเดินทางต่อทันที ที่เขาต้องทําแบบนั้นก็เพราะว่าเขากลัวว่าจะมีอันตรายเกิดขึ้นกับพวกเขา
แต่นี่ก็อาจจะเป็นพรจากสวรรค์ที่พวกเขายังไม่ได้พบกับการโจมตีหรืออันตรายใดๆ เลยและมันก็ทําให้ฮาร์ตรู้สึกดีมากขึ้น และในที่สุดพวกเขาก็เข้าสู่น่านน้ําของจักรวรรดิอาร์ซูในช่วงเย็น ฮาร์ตถอนหายใจด้วยความสบายใจมาก
อย่างไรก็ตามสิ่งที่ฮาร์ตไม่คิดมันก็เกิดขึ้น พวกเขาถูกโจมตีในวันที่สองที่พวกเขาเข้าสู่น่านน้ําของจักรวรรดิอาร์ซ ยิ่งไปกว่านั้นการโจมตีที่พวกเขาโดนก็ไม่ได้เป็นการโจมตีจากเรือที่ตามพวกเขามา แต่จริงๆแล้วมันมาจากเรือรบของจักรวรรดิอาร์ซ
มีเรือรบสามล่แล่นอยู่ในน่านน้ํา แต่ฮาร์ตําก็เห็นว่ามันเป็นเพียงเรือรบธรรมดาๆ เขาก็เลยไม่ได้สนใจเรือรบทั้งสามล่านั้น แต่เขาก็ไม่ได้คิดว่าเมื่อเรือเขาจะมาถึงระยะการยิงของเรือรบ พวกเขาจะถูกโจมตีทันที ตอนนี้เรือของฮาร์ตได้รับความเสียหายหนักมาก ตอนนี้พวกเขาเสียลูกเรือ ไปเป็นจํานวนมาก พร้อมกับเหล่าทหารที่อยู่บนเรือด้วย
โชคดีที่ฮาร์ตนั้นมีประสบการณ์กับเรื่องแบบนี้มาเยอะแล้ว เขาสามารถตอบสนองได้ทันที มันไม่สําคัญว่าทําไมอีกฝ่ายถึงโจมตีพวกเขา แต่พวกเขาก็สามารถโต้ตอบได้ทันที
แต่สุดท้ายเรือของพวกเขาก็เป็นเพียงเรือของพ่อค้าเท่านั้น ในขณะที่เรืออีกฝ่ายนั้นเป็นถึงเรือรบของจักรวรรดิอาร์ซู แน่นอนเลยว่าอาวุธของพวกเขาก็น้อยกว่าของเรือรบพวกนั้น มันไม่มีทางเลยที่พวกเขาจะสามารถเอาชนะได้
ในขณะที่เรือของฮาร์ตถูกโจมตีอยู่นั้น เรือที่ตามพวกเขามาก็ได้โจมตีไปที่เรือรบ การโจมตีของเรือนั้นรุนแรงมาก การโจมตีนั่นไม่ได้เหมือนกับการโจมตีของเรือพ่อค้าหรือเรือสินค้า และสิ่ง ที่สําคัญของเรือนั้น ดูเหมือนว่าพวกเขาจะไม่ได้กลัวความตายเลย แต่กับรีบแล่นไปที่เรือเหล่านั้น ราวกับว่าพวกเขาตั้งใจที่จะจมเรือเหล่านั้น
เมื่อเห็นเช่นนั้น ฮาร์ตก็เชื่อว่าเรือนี่กําลังช่วยเหลือพวกเขาอยู่ แต่ฮาร์ตก็รู้สึกแปลกๆ ถ้าเรือล่านั้นถูกส่งมาจากตระกูลและทําไมพวกเขาจึงไม่ได้ส่งข่าวมาบอกพวกเขาก่อน? แต่ถ้ามันไม่ได้ถูกส่งมาจากตระกูลแล้วนั้นเป็นเรือของใครกัน?
เรือรบของจักรวรรดิไม่ได้คิดว่าจะต้องมาเจอกับเรือรบล่านี้ พวกเขายังเห็นว่าเรือล่านั้นดูเหมือนว่าจะไม่สนใจเกี่ยวกับชีวิตของตัวเอง ดูเหมือนว่าพวกเขาพร้อมที่จะตายไปด้วยกัน
เรือรบของจักรวรรดิอยู่ด้วยความกลัวและรีบถอยกลับไปทันที เรือที่ตามเรือของฮาร์ตไม่ได้ตามเรือรบเหล่านั้นไป แต่ก็ยังคงติดตามเรือของฮาร์ตต่อไป ดูเหมือนว่าเรือนั้นจะอู่ในระยะที่ปลอดภัยด้วย
ฮาร์ตใช้สัญญาณธงบางอย่างเพื่อติดต่อ แต่เรือลํานั้นก็ไม่ได้ตอบสนองอะไรกับมาเลย ฮาร์ตก็ยังคงแล่นเรือต่อไป สามวันต่อมาในที่สุดพวกเขาก็มาถึงเมืองบัด เรือที่ตามพวกเขามาก็หายไปตอนที่พวกเขาไม่ได้รู้เลย
เห็นได้ชัดว่าเจ่าไห่ส่งเรือลํานั้นไปเพื่อที่จะปกป้องและพิทักษ์ลูหยาง ลูกเรือที่อยู่บนเรือทั้งหมดคือซอมบี้ของเจ่าไห่ แน่นอนว่าพวกมันไม่ได้กลัวความตายเลยแม้แต่น้อย ถ้าหากพวกมันไม่ได้ถูกส่งมาเพื่อคุ้มกันลูหยาง พวกมันก็คงจะไล่ล่าและเอาเรือล่านั้นกลับไปให้เจ่าไห่แล้ว
และเมื่อเรือของลูหยางถูกโจมตี เจ่าไร่ก็ได้รับเรื่องทันที เมื่อเขารู้ว่าเรือของลูหยางถูกโจมตี จากเรือรบ แต่เจ๋าไร่ก็ไม่รู้ว่าใครกันที่เป็นคนทําเรื่องนี้
แต่เมื่อลองคิดๆ ดูแล้วเจ่าไหก็คิดว่าน่าจะเป็นบอริส บอร์สนั้นได้รับความสูญเสียจากเจ่าไห่มามาก เขาจึงไม่ชอบตระกูลเพอร์เซลล์ด้วยเช่นกัน เมื่อฮาร์ตเข้าสู่น่านน้ําของจักรวรรดิอาร์ซู ซึ่งเป็นพื้นที่ของบอริส เขาก็สั่งคนโจมตีเรือของลูหยางทันที
อย่างไรก็ตามเจ่าไห่ไม่ได้อยู่ในอารมณ์ที่ต้องการจะจัดการกับบอร์สในตอนนี้ เพราะพวกเขามาถึงเมืองน้ําหยกแล้ว ขนาดของเหมืองนั้นก็คล้ายกับเมืองน้ํามรกตเกือบทุกอย่างเหมือนกัน ยกเว้นว่าที่นี่สะอาดกว่ามัน
และก็เป็นไม่ได้ว่าเจ่าไห่จะเทียบเรือที่ท่าเรือทั่วไป หลังจากที่ชาร์ลีอยู่บนเรือเขาก็มีท่าเรือส่วยตัวของเขาเอง
ภายใต้การนําของชาร์ลี เรือของเจ่าไห่มาถึงท่าเรือส่วนตัวของเจ้าชายที่สาม โดยปกติแล้วผู้คนที่อยู่บนท่าเรือได้รับแจ้งว่าชาร์ลอยู่ในเรือล่าไหน ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ได้อาจเข้าสู่ท่าเทียบเรือได้ แต่มันก็ตรงกันข้ามท่าเรือนั้นเต็มไปด้วยผู้คน
เมื่อเรือหยุดที่ท่าเรือแล้วก็มีคนเอากระดานลงทันที ชาร์ลีพาเจ่าไห่ลงเรือและให้ลิลูเป็นผู้ดูแล เรือเถาหยวนเพื่อทําการซ่อมแซม เรือต้องการการซ่อมแซมที่ดี เพราะได้รับความเสียหายจากการต่อสู้ครั้งก่อน
เจ๋าไร่ไม่ได้ปฏิเสธความตั้งใจที่ดีของชาร์ลี ดังนั้นเขาก็เลยสั่งให้จี้หนานทําตามคําแนะนําของลิลี่จากนั้นเจ่าไห่ก็ไปขึ้นรถมากับชาร์ลี ขณะที่ทั้งสองกําลังไปที่คฤหาสน์ของเมืองน้ําหยก
ผู้ดูแลคฤหาสน์ของเมืองน้ําหยกมีชื่อว่า เทสซีโบ ซึ่งเป็นคนที่คอยสนับสนุนชาร์ลี เขาช่วยดูแลเรื่องการคลัง เทสซีโบเป็นคนที่ดูผอมมาก แต่เจ๋าไร่ก็ไม่ได้ประมาทความสามารถของชายคน นี้ แม้ว่าชายคนนี้จะไม่มีความผันผวนของพลังฉีแม้แต่น้อย แต่เจ่าไห่ก็ยังรู้สึกถึงยบางสิ่งบางอ ย่างที่อยู่ในชายคนนี้ ชิวก็รู้สึกได้เช่นกัน
ชิวนั้นเป็นนักรอบสังหาร สําหรับชายคนนี้ก็เหมือนกับตัวเขาเอง ซึ่งน่าจะเป็นนักรอบสังหารเหมือนกัน สิ่งที่ทําให้เจ่าไห่ประหลาดใจก็คือเขาไม่คิดว่าชาร์ลีจะให้ใครบางคนดูแลเรื่องนี้ในเมืองของเขา
ผ้าม่านของรถเปิดในขณะที่เดินทางไปในเมือง ชาร์ลีชี้และแนะนําอาหารที่มีชื่อเสียงหลายแห่งให้กับเจ่าไห้
สิ่งที่ทําให้เจ่าไห่ประหลาดใจเกี่ยวกับเมืองน้ําหยก ก็คือความแตกต่างจากเมืองน้ํามรกตในการจัดการธุรกิจ ในเมืองน้ําหยกการขายสินค้าถูกรวมอยู่ในส่วนหนึ่งของเมือง ตัวอย่างเช่นหาคุณขายเมล็ดข้าวพวกเขาจะต้องขายในพื้นที่เฉพาะพร้อมกับพ่อค้าคนอื่นๆ
เจ่าไห่ไม่ได้คิดว่าชาร์ลีจะปครองเมืองเช่นนี้ แต่จริงๆ แล้วมันก็เป็นความคิดที่ดีที่ทําให้การจัดการเมืองนั้นง่ายขึ้นมาก
เมื่อมองไปที่ท่าทางความเห็นชอบของเจ่าไห่เกี่ยวกับการปกครองของเขา ชาร์ลีก็รู้สึกภูมิใจ เพราะเขาแนะนําวิธีนี้
รถม้าก็มาถึงคฤหาสน์ด้วยความรวดเร็ว คฤหาสน์แห่งนี้ดูดีมาสไตล์มากๆ แต่เมื่อเทียบกับคฤหาสน์ของสมทมันก็ขาดบางอย่างไปเพียงเล็กน้อย ที่นี่และที่นั่น
เมื่อมาถึงคฤหาสน์ทั้งสามก็เข้าไปข้างในทันที เทสซีโบพาชาร์ลีและเจ่าไห่ไปยังลานไผ่สีม่วงที่เตรียมไว้แล้ว ตรงส่วนนี้เป็นสนามที่ใหญ่ที่สุดน่าดึงดูดที่สุดและมีความประณีตที่สุดของคฤหาสน์ มันเป็นลานภายในสําหรับการใช้งานของชาร์ลีโดยเฉพาะ
เดิมที่เจ๋าไร่ไม่ต้องการที่จะอยู่ที่นี่ อย่างไรก็ตามเขาไม่สามารถปฏิเสธการต้อนรับของชาร์ลีได้ เจ้าชายองค์ที่สามต้องการให้เขาอาศัยอยู่ในลายไผ่สีม่วง เจ่าไห่ไม่มีทางเลือกนอกจากอยู่
พูดตามตรงเท่าไห่ชอบบรรยากาศภายในสวนมาก เจ่าไห่พบว่าไผ่สีม่วงนั้นสวยงาม ดังนั้นโดยปกติแล้วเขาจะชอบสถานที่นี้เป็นอย่างมาก
อาจจะบอกได้ว่าข้าวไม่ไผ่ก็เป็นไม้ไผ่ชนิดหนึ่งเช่นกัน แต่เนื่องจากมันยาวเกินไปและส่วนใหญ่ให้สําหรับการผลิตเมล็ดข้าวการใช้ไม้ประดับจึงไม่เป็นที่นิยม
ในขณะเดียวกันไผ่สีม่วงก็ไม่ได้ถูกเอามาใช้เป็นหลักในการตกแต่ง ไผ่สีม่วงเป็นวัสดุที่ดีมาก สําหรับอาวุธ ไผ่ชนิดนี้สามารถใช้เป็นที่จับสําหรับหอกและไม้ของลูกธนูได้ ไผ่นั้นแข็งแรงมาก ทําให้เป็นหนึ่งในวัสดุยอดนิยมสําหรับอาวุธในทวีป
อย่างไรก็ตามไผ่สีม่วงก็เหมือนกับต้นไม้ขนมปังมันเป็นเรื่องที่พิถีพิถันในเรื่องที่จะเติบโตได้ มันมีข้อกําหนดที่เข้มงวดมากเกี่ยวกับอุณหภูมิความชื้นและสภาพภูมิอากาศ หากเงื่อนไขพิเศษเหล่านี้ไม่ได้หมายถึงพวกมันจะไม่สามารถเติบโตได้ และด้วยเรื่องนี้ทําให้ผลผลิตของมันค่อนข้างหายากมากในทวีปนี้
โชคดีของเมืองน้ําหยกที่ตั้งของมันคือที่อยู่อาศัยที่ใหญ่ที่สุดของไผ่สีม่วง ภูเขารอบเมืองเต็มไปด้วยไผ่ทําให้เป็นแหล่งส่งออกที่ได้รับความนิยมมากที่สุด
เมื่อมาถึงที่ลายไผ่สีม่วง เทสซีโบขอให้ทุกคนเตรียมงานเลี้ยง เขาไม่ได้ทิ้งคนรับใช้จำนวนมากไว้ที่สนามเพราะเขารู้ว่าชาร์ลีไม่ชอบมัน ดังนั้นเขาจึงมีเพียงสถานที่ทําความสะอาดเรื่องนี้ เป็นความชอบของชาร์ลีและก็เท่าไห่ด้วยเช่นกัน
เนื่องจากทุกสิ่งที่นี่พร้อมแล้ว เจ่าไห่ก็ไม่จําเป็นต้องทําอะไรมากมาย ดังนั้นเขาจึงรีบแกะของเขาออกอย่างรวดเร็ว
ลานไผ่สีม่วงนั้นมีทั้งหมด 27 ห้องปกติแล้วชาร์ลีอยู่ในอาคารหลัก ในทางตรงกันข้ามเจ่าไห่อยู่อาคารที่เป็นอิสระ
หลังจากที่พวกของเจ่าไห่ได้เข้าที่พักแล้ว ไม่นานนักเทสซีโบก็มาเชิญพวกเขาไปสําหรับมื้ออาหาร ซึ่งเป็นคําเชิญจากชาร์ลี ตอนนี้เทสโบก็ถามหลายอย่างกับเจ่าไห่ เขามีข้อมูลบางอย่าง เกี่ยวกับเจ่าไห่ แต่เขาไม่ได้ให้ความสําคัญกับมัน แต่ตอนนี้เขากําลังจะช่วยชาร์ลี่เขาต้องได้รับการตรวจสอบด้วยความระมัดระวังโดยเทสซีโบ
หลังจากที่ทุกคนมาถึงที่ห้องอาหารและนั่งลง คนรับใช้ก็จัดอาหารให้ทันที อาหารอร่อยมาก งที่เทสซีโบเตรียมไว้นั้นไม่ได้หรูหรา แต่ก็มีลักษณะพิเศษบางอย่าง พวกมันทํามาจากส่วนผสม ตามฤดูกาลพวกมันยังคงสดใหม่อยู่
ชาร์ลีพอใจกับอาหารมาก ขณะที่พวกเขากําลังกินชาร์ลีก็แนะนําเทสซีโบและเจ่าไห่ให้รู้จัก กัน
หลังจากที่กินอาหารทุกคนนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่น ชาร์ลีได้ดื่มชาแล้วหันไปหาเทสซีโบและพูดว่า “เทสโบเอาเงินไปให้เจ่าไห่ในวันพรุ่งนี้ ตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้รับยกเว้นจากภาษีในภายหลังด้วย อนุญาตให้เรือของเขาใช้ท่าเรือส่วนตัวของข้า มองหาที่ตั้งร้านค้าที่ดีสําหรับเจ่าไห่ด้วย หลังจากจัดการแล้ว มอบสิ่งเหล่านี้ให้เป็นของขวัญ”
เทสซีโบพยักหน้า เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “ข้าต้องขอบคุณเจ้าชายมาก เมื่อคนของข้ามาถึงข้าจะส่งของให้เจ้าชายทันที แต่ข้าก็ยังต้องการสิ่งจําเป็นทุกวันเช่นเดียวกับเหล็กบางอย่างข้าจะต้องขอความช่วยเหลือจากท่านในเรื่องนี้ด้วย”
ชาร์ลีตอบว่า “เหล็ก? เจ้าต้องการเหล็กไปทําอะไร? อาวุธงั้นเหรอ? นั่นคงไม่ใช่เรื่องที่ดีแน่ แม้ว่าข้าต้องการผลิตอาวุธจํานวนมาก แต่ข้าก็ยังต้องรายงานต่อเมืองหลวง เจ้ารู้ว่าสถานการณ์ของข้าค่อนข้างซับซ้อน ข้าคิดว่าเจ้าควรมอบสิ่งนี้ให้กับคนอื่น”
เจ่าไห่พยักหน้า “ข้าเข้าใจ ไม่ต้องเป็นกังวล ข้าไม่ต้องการเหล็กจํานวนมาก ในทางกลับกัน ข้าต้องการสิ่งจําเป็นมากมายรวมถึงเซรามิกด้วย ข้าต้องการความช่วยเหลือจากเจ้าชาย”
ชาร์ลีพยักหน้า “ถ้าเป็นเช่นนั้นมันคงไม่เป็นปัญหาเจ้าสามารถไปพักผ่อนได้ เทสซีโบเตรียม สิ่งเหล่านั้นให้เจ่าไห่โดยเร็วที่สุด ไปเตรียมวิธีการเก็บและขนส่งปลาไฟจํานวน 50,000 ตัว เจ้าต้องการกี่วัน?
เทสซีโบคิดแล้วตอบว่า “ฝ่าบาทสิ่งต่างๆ ที่เตรียมไว้ในวันพรุ่งนี้ แต่อุปกรณ์สําหรับปลาไฟ จะใช้เวลาอย่างน้อยสิบวัน”