Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ) - บทที่ 401 - พลังต่อสู้
- Home
- All Mangas
- Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ)
- บทที่ 401 - พลังต่อสู้
เจ่าไห่มองปู่กรีน เขาไม่ได้คิดว่าเขาฝึกพลังมาทั้งวันทั้งคืนแล้ว เมื่อได้ยินสิ่งที่ปู่กรีนพูดเจ๋าไร่ก็ยิ้มและพูดว่า “ปู่กรีนตอนนี้พลังฉีของข้าอยู่ในระดับที่ 8 แล้ว”
เมื่อเจ่าไห่พูดออกมาทุกคนที่อยู่ที่นั่นก็ตกใจกับสิ่งที่เจ่าไห่พูด ทุกคนต่างก็มองไปที่เท่าไห่ หลังจากที่ผ่านไปสักพักดวงตาของกรีนก็ดูเหมือนกับมีแงอยู่ในตา ขณะที่กรีนพูดว่า “นายน้อย พลังฉีของท่านไปถึงระดับที่ 8 แล้วจริงงั้นเหรอ? ลองทําให้ข้าดูหน่อย”
เจ่าไห่พยักหน้า ในฐานะที่เขาอยู่ในระดับที่ 8 เขาสามารถบรรลุการฝึกพลังฉีด้วยความคิด เจ๋าไร่ทําให้พลังฉีที่มีสีทองออกมาจากร่างกายของเขา แสงที่ออกมาทําให้ห้องที่พวกเขาอยู่กลายเป็นห้องสีทอง ตอนนี้เท่าไห่เหมือนกับดวงอาทิตย์ที่เล็กมากๆแต่ก็ไม่ได้มีความร้อนเลย
เนื่องจากที่เจ๋าไร่ไม่ได้มีประสบการณ์มากนัก เจ่าไห่ใช้เวลาค่อนข้างนานก่อนที่จะหยุดพลังฉีของเขาได้ อย่างไรก็ตามเมื่อกรีนเห็นเช่นนั้น เขาก็ยิ้มออกมาไม่หยุดเลย เมื่อเจ่าไห่บรรลระดับที่ 8 เจ๋าไร่ก็จะถูกมองว่าเป็นเทพผู้มีพลังระดับ 8 ของจักรวรรดินี้
เทพผู้มีพลังระดับ 8 ที่สามรถใช้เวทย์มนตร์ระดับที่ 8 ขององค์ประกอบหลายอย่าง ทุกครั้งที่กรีนคิดถึงศัตรูของเจ่าไห่ เขาก็ไม่อาจจะทําอะไรได้ แต่ก็รู้สึกสงสาร
หลังจากที่เจ่าไห่เอาพลังฉีเก็บเข้าไปแล้ว กริ่นก็หัวเราะและพูดว่า “มันคือระดับที่ 8 จริงด้วย! น่าอัศจรรย์จริงๆ นายน้อยข้าขอเสนอว่า 2 ชั่วโมงในทุกเย็น ให้ท่านมาที่มิติและข้าจะสอนท่านเกี่ยวกับพลังฉี และการต่อสู้ให้”
เมื่อเจ่าไห่ได้ยินเรื่องที่กรีนบอกเขา เขาก็ไม่อาจจะทําอะไรได้ แต่ก็บ่นอยู่ข้างใน แต่เง่าไหก็รู้ดีว่ากรีนกําลังจะทําสิ่งนี้เพื่อที่จะเป็นประโยชน์แก่ตัวของเขาเอง มิติสามารถช่วยเขาให้ไปอยู่ที่ระดับ 8 ได้ แต่ก็ไม่อาจจะช่วยเจ๋าไฟในการต่อสู้ได้ หากว่าเจ่าไห่มีเพียงแค่พลังฉีเท่านั้น แต่ไม่ได้มีทักษะการต่อสู้ใดๆ เจ๋าไร่ก็ไม่อาจจะเป็นเทพผู้มีพลังที่แข็งแกร่งโดยแท้จริง ในการต่อสู้ระหว่างนักรบที่มีพลังนั้น เจ่าไห่จะพ่ายแพ้เพียงแค่นักรบที่มีพลังระดับที่ 5 เท่านั้น
เจ่าไห่พยักหน้า “เอาล่ะ ปกริ่นไม่ต้องเป็นห่วงข้าจะมาหาปู่ในทุกๆ เย็นใช่สิ! ลอร่า เธอมีค่าที่จะสามารถบอกกับชาร์ลีได้ไหม?”
ลอร่าที่นั่งอยู่ใกล้ๆ กับเจ่าไห่ เธอยิ้มและพูดว่า “ไม่ต้องเป็นห่วง เรื่องนี้เกี่ยวข้าจะเป็นคนจัดการเอง แต่พี่ไห่พี่เห็นอะไรบ้างอย่างที่แตกต่างในห้องนั่งเล่นหรือไม่?”
เจ่าไห่มองไปรอบๆ ห้องนั่งเล่น ดูเหมือนว่าเจ่าไห่จะไม่เห็นอะไรที่แปลกไปเลย เจ่าไห่มองลอร่าด้วยสายตาที่สับสน
ลอร่ายิ้มและพูดว่า “พี่ไม่เห็นเหรอว่าที่นี่มีโลหะอยู่ จากที่ไม่เคยมี?”
เจ่าไห่มองไปรอบๆ อีกครั้งและแน่นอนว่าไม่มีสิ่งของอะไรเลย ที่ทําจากโลหะในห้องนั่งเล่น เมื่อมองด้วยความสับสน เขาก็หันไปหาลอร่าและพูดว่า “มีอะไรงั้นเหรอ? ทําไมถึงไม่มีโลหะอยู่ในห้องนี้ มันมีผลกระทบต่อการเพาะปลูกของพี่ไหม?”
ลอร่าก็พูดว่า “ข้ากลัวว่าพี่จะรู้สึกถึงโหละเหล่านี้ แต่ว่าพี่ไม่ได้สังเกตเห็นมันเลย
ตอนที่พี่ฝึกพลังฉีของพี่ ของที่เป็นโลหะทั้งหมดในห้องก็ลอยมาหาพี่ราวกับว่าพี่เป็นเหมือนแม่เหล็กที่มีขนาดใหญ่ พี่ไร่ข้าคิดว่าพี่น่าจะฝึกทักษะการต่อสู้ไปพร้อมกับพลังฉีของพี่ด้วย ข้าสงสัยว่าพี่จะได้รับความสามารถที่ไม่ได้เหมือนกับคนอื่นๆ ซึ่งพี่สามารถจัดการกับโลหะได้
เมื่อได้ยินสิ่งที่ลอร่าพูด ในใจของเจ่าไห่ไม่อาจจะทําอะไรได้ แต่เขาก็นึกถึงชายแก่คนนึ่งที่สวมเสื้อคลุมธรรมดาๆ เขามีชื่อว่าแมกเนโด
ย้อนกลับไปบนโลกที่เง่าไห่หลงใหลในหนังเรื่อง X-man ผู้ร้ายตัวหลักคือแมกเนโดทําให้เจ่าไห่ชอบในตัวละครนี้ เจ๋าไร่ไม่แปลกใจเลยว่าทําไมแมกเนโดถึงเป็นคนแรกที่เข้ามาในความคิดของเขา เมื่อลอร่าบอกเขาว่าเขาอาจจะพัฒนาความสามารถ ที่ใช้โลหะได้
ความสามารถของแมกเนโดท่าให้เจ่าไห่รู้สึกอิจฉามาก เมื่อเจ่าไห่รู้ว่าเขามีพลังที่เหมือนกับแมกเนโด เขาก็รู้สึกตื่นเต้นมาก
ในตอนนี้กรีนก็พูดว่า “นายน้อย ข้าคิดว่าท่านน่าจะออกไปนอกมิติแล้วดูสถานการณ์ภายนอกก่อน ลอร่าบอกว่าท่านกําาลังฝึกอยู่เมื่อวานนี้ ถ้าท่านไม่ออกไปวันนี้ ชาร์ลีอาจจะสงสัยเอาได้
เจ่าไห่เปิดจอภาพทันทีและมองออกไปข้างนอก เมื่อเห็นว่ามันถึงเวลาแล้วสําหรับอาหารเช้เท่าไหะยักหน้าและพูดว่า “เอาล่ะ ข้าจะกลับมาที่มิติในเย็นวันนี้ เพื่อฝึกการต่อสู้และฝึกพลังควบคุมโลหะด้วย”
กรีนยิ้มและพูดว่า “ไม่ต้องเป็นห่วงเลย ตอนนี้นายน้อยอยู่ในระดับที่ 8 แล้วซึ่งเป็นเทพผู้มีพลังในจักรวรรดินี้ ตราบใดที่ท่านฝึกฝนอย่างต่อเรื่อง ในทักษะการต่อสู้ นายน้อยไม่จําเป็นต้องเป็นห่วงเลย ข้าหวังว่านายน้อยจะฝึกฝนการใช้โลหะให้ดี และอย่าใช้มันต่อหน้าผู้คนมากเกินไป เราควรใช้พลังนี้ให้เป็นเหมือนกับอาวุธลับ”
เจ่าไห่พยักหน้าและพูดว่า “ตอนนี้ข้ามีวิธีการมากมายอยู่แล้ว การเก็บความสามารถของข้ามันจะไม่ได้เป็นปัญหาเลย กรีนพี่ควรกลับไปที่ป้อมปราการภูเขาเหล็ก สถานที่นั้นจะทํางานได้ไม่ดีหากไม่มีคนอยู่ที่นั่น”
กรีนพยักหน้าจากนั้นเจ่าไห่ก็ส่งปู่กรีนและคนอื่นๆ ไปที่ป้อมภูเขาเหล็ก หลังจากทําเช่นนั้นเขาก็พาลอร่าและคนอื่นๆ กลับไปที่ห้องพักในที่พกก่อนที่จะมุ่งหน้าไปยังห้องนั่งเล่น
ในตอนนี้ชาร์ลีก็อยู่ที่นั่นเช่นกัน เมื่อเขาเห็นเจ่าไห่ เขาก็ทักทายเจ่าไห่ทันที “เจ่าไห่เป็นยังไงบ้าง?”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “สบายดี เมื่อวานข้าได้ละเลยความยิ่งใหญ่ของท่านโดยไม่รู้ตัวจริงๆ ข้าหวังว่าเจ้าชายจะยอมให้อภัยแก่ข้า”
ชาร์ลียิ้มและพูดว่า “มันเป็นเรื่องปกติที่นักเวทย์จะฝึก และปิดประตูไปวันถึงสองวัน เจ้าไม่จําเป็นต้องขอโทษข้าหรอก ในอีกไม่กี่วันเราจะไปถึงที่เมืองน้ําหยก เจ้าออกมาตอนนี้ทําให้ขาดีใจมาก”
เจ่าไห่ยิ้ม “ข้าเพิ่งรู้สึกถึงอะไรบ้างอย่าง ข้าเลยต้องไปฝีฝนดูวันนึ่งเต็มๆ เลย”
ขณะที่เรายังอยู่ที่ทะเล จึงไม่ใช่เวลาที่จะฝึกฝนเป็นเวลานาน เราไปกินอาหารเช้าด้วยกันดีกว่า แล้วเราจะหาปลาทะเลกัน หลังจากที่มื้ออาหารเช้ของเราผ่านไปมั้ย?
ชาร์ลีหัวเราะ “ดีเหมือนกัน น่าจะมีปลาอยู่นิดหน่อยในทะเลแห่งนี้ ข้าไม่ได้ตกปลามาซักพักแล้ว ข้าคิดว่ามันคงจะยากมากที่จะได้ปลา คงสู้เจ้าไม่ได้หรอก”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “ข้าไม่อาจจะตกปลายได้จริงๆ ข้าแค่ทําเพื่อที่จะฆ่าเวลาเท่านั้น ฮ่า ฮ่า ฮ่า” หลังจากนั้นเขาและชาร์ลีก็ไปที่ห้องอาหาร
หลังจากกินอาหารเช้าแล้ว เจ่าไห่และชาร์ลีนั่งลงข้างท้ายเรือ เพื่อที่จะตกปลา ลอร่าและคนอื่นๆ ก็กาลังนั่งคุยกันอยู่ข้างๆ พวกเขา ในขณะที่ชิวและซุกะก็กําลังรับใช้พวกเขาอยู่อย่างเงียบๆ
ตอนนี้เรือกําลังแล่นไปเรื่อยๆ เป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะจับอะไรได้ อย่างไรก็ตาม พวกเขาสามารถฆ่าเวลาได้ในขณะที่ทําเช่นนี้
เมื่อมองไปบนท้องฟ้า เจ่าไห่ก็ไม่ได้ทําอะไรเลย แต่กลับถอนหายใจออกมา ขณะที่เขาเอนตัวลงบนเก้าอี้และพูดว่า “บางครั้งข้าก็รู้สึกเหนื่อยมาก เมื่อต้องเดินทางไปรอบๆ แบบนี้ไม่รู้ว่าอนาคตข้าจะต้องเดินทางไปที่ไหน เจ้าชายคนว่าคนทั่วไปเขาใช้ชีวิตเช่นนี้หรือไม่?”
ชาร์ลีมองไปที่เง่าไห่และยิ้มและพูดว่า “เจ้าสามารถใช้ชีวิตในที่เจ้าต้องการเกิด แต่ถ้าหากเจ้าต้องการที่จะมีชีวิตที่ดีกว่าคนอื่นๆ เจ้าต้องทํางานหนักเพื่อมัน นี่คือ ความจริงของชีวิต”
เจ่าไห่ยิ้มและไม่ได้พูดอะไรเพิ่มเติม ทันใดนั้นเล่าไร่ก็มองเห็นบางสิ่งที่อยู่ไกลๆ ดูเหมือนว่าจะมีเรือหลายล่ากําลังใกล้เข้ามา ตอนแรกเจ่าไฟไม่ได้ห่วงอะไนเลย แต่ตอนนี้พวกเขาก็กําลังแล่นเรือใกล้กับชายฝั่งที่มีเรือหลายล่า เจ่าไห่รู้สึกว่าเรือเหล่านั้นไม่ใช่เรือทั่วไป มันมีอะไรบ้างอย่างที่ผิดปกติไป พวกมันกําาลังมุ่งมาทางเรือเถาหยวนของเจ่าไห่โดยที่ไม่ได้ลงเลย
เจ่าไห่มองเรือเหล่านั้นตลอดเวลา เจ่าไห่รู้สึกว่าเรือพวกนั้นไม่ใช่เรื่อที่มีเจตนาดีเลย ในตอนนี้ก็มีเสียงดังขึ้นมากว่า ดูเหมือนว่าเรือเหล่านั้นกําลังจะมุ่งหน้ามาหาเรา
เจ่าไห่หันไปมองชาร์ลีและพูดว่า “เจ้าชาย ดูเหมือนว่าการเดินทางของเราในครั้งนี้จะไม่ธรรมดาแล้ว ไปเราไปที่ห้องนั่งเล่นกัน มาดูกันว่าใครกันที่อยู่ในเรือเหล่านั้น”
ชาร์ลีไม่ได้ห้ามเจ่าไห่ เขายิ้มและตามเจ่าไห่ไปที่ห้องนั่งเล่น ไม่นานมากนักก็ได้ยินเสียงปืนใหญ่เวทย์ แต่เรือของเจ่าไห่ก็แข็งแกร่งมาก จึงไม่ได้เป็นอะไรเลย
ไม่นานมากนักจี้หนานก็เดินเข้ามาจากข้างนอกแล้วบอกกับเจ่าไห่ว่า “นายน้อยเรือแล่นมาชนเราแล้ว พวกเราจะต้องทํายังไงดี?”
สีหน้าของเจ่าไห่เปลี่ยนไป และดูเหมือนว่าเราจะสูญเสียบ้างอย่างไป เจ้าชายโปรดรอที่นี่เดี๋ยวข้าจะออกไปดูสักหน่อย
ชาร์ลียิ้ม “ข้าจะไปด้วย ตอนนี้เราอยู่ใกล้กับอาณาจักรของข้าแล้ว ข้าต้องการดูหน้าคนที่กล้าทําเรื่องแบบนี้”
เจ๋าไร่ไม่ได้ห้ามชาร์ลี และชาร์ลีก็ไปที่ดาดฟ้ากับเจ่าไห่ สิ่งที่พวกเขาเห็นก็คือเรือพวกเขาถูกล้อมไว้
บนเรือล่าหนึ่งมีนักเวทย์สายลมยืนอยู่ มันเป็นเหตุที่ทําให้เรือเหล่านั้นแล่นมาเร็วผิดปกติ
เจ่าไห่มองและใช้ไม้เท้าของเขา เรือของพวกเขาถูกล้อมรอบด้วยลมที่แรงมาก ในขณะที่เคลื่อนที่ สิ่งนี้ทําให้ชาร์ลืมองเจ่าไห่ เขาไม่คิดว่าเจ่าไห่จะสามารถใช้เวทย์มนตร์ธาตุลมได้และดูเหมือนว่ามันจะไม่ได้เป็นพลังเวทย์ที่ธรรมดาเลย
หลังจากที่ใช้พลังเวทย์แล้ว เจ่าไห่ก็เปลี่ยนไปใช้พลังเวทย์ธาตุน้ํา เจ่าไห่ทําให้ที่ขนาดใหญ่ในทะเลเป็นน้ําแข็ง สิ่งที่ทําให้เรือของคู่ต่อสู้ไม่อาจจะเคลื่อนที่ได้
เรืออีกล่าก็ไม่ได้ไกลจากเรือของเจ่าไห่ เนื่องจากพวกเขาอยู่ในระยะไม่ไกลมากนัก เจ่าไห่จึงไม่ได้หยุดพลังของเขา พลังเวทย์ของเจ่าไห่นั้นแข็งแกร่งมาก
ในตอนนี้เรือของฝ่ายตรงข้ามโจมตีด้วยมังกรน้ําสองตัว มังกรชนกับทะเลที่กลายเป็นน้ําแข็งจนแตกกระจายไป
ดูเหมือนว่าศัตรูของเจ่าไห่นั้นจะเตรียมตัวมาอย่างดี พวกเขามีทั้งนักเวทย์แห่งสายลมและนักเวทย์ธาตุน้ําด้วย
เมื่อดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะเห็นว่ากลุ่มของเจ่าไห่ พวกเขาจะส่งปืนใหญ่ไปยังทิศทางของเขาทันที เจ่าไหโบกมือทันทีในขณะที่ผลิตน้ําสีฟ้า ปืนของอีกฝ่ายไม่มีประโยชน์ในการเผชิญกับการปกป้องนี้
เรื่อถูกสร้างขึ้นผ่านเวทย์มนตร์อันดับที่ 8 ของมิติ เรือที่ถูกสร้างแบบนี้ไม่น่าจะถูกทําลายได้ง่ายๆ
หลังจากปล่อยสีน้ําเงินออกมาแล้วเจ่าไห่จึงตามด้วยการปล่อยเวทมนตร์รวมของเขา พลังที่ใช้พลังสองธาตุ มันคือรวมพลังของลมและเวทมนตร์ธาตุน้ํา ที่จะสร้างพายุที่มีใบมีดน้ําแข็งอยู่ภายในสิ่งนี้ทําให้การตายของพลังเพิ่มขึ้น
พลังเวทย์นั้นน่ากลัวมาก หากพลังสองอันนี้รวมกันแล้ว มันจะไม่แย่ไปกว่าพลังเวทย์ระดับ 6 อย่างไรก็ตามความยากลําบากในการบรรลุความสําเร็จนั้นสูงมาก ผู้ใช้จะต้องเข้ากันได้กับเวทมนตร์อย่างน้อยสองธาตุ นอกจากนี้ผู้ใช้ยังต้องมีความสามารถในพลังทั้งสองก่อน
เห็นได้ชัดว่าความต้องการเหล่านี้ไร้ประโยชน์สําหรับเจ่าไห่ แต่คือมิติที่ให้เวทย์มนตร์
แต่ต้องรู้ว่าเจ่าไห่เป็นคนค่อนข้างขยันในการศึกษาเวทมนตร์ เขาลองใช้เวทย์มนตร์มากมายและแม้แต่พวกเขาก็จดบันทึกไว้ บันทึกย่อทั้งหมดของเจ่าไห่ รวบรวมไว้จนถึงจุดที่เนื้อหาสามารถบรรจุลงในหนังสือได้
เจ่าไห่รู้ว่าเวทมนตร์เป็นวิธีการต่อสู้หลักของเขา ดังนั้นเขาจึงพิถีพิถันในการศึกษาเวทมนตร์เขาจึงบันทึกผลและชื่อของแต่ละพลังอย่างระมัดระวัง จากนั้นเขาก็พบกับเวทมนตร์หลายอย่างโดยใช้การค้นพบของเขา
ตอนนี้เจ่าไห่ปล่อยเวทย์รวมลมและน้ํา พายุทอร์นาโดพร้อมกับใบมีดน้ําแข็งที่คมพุ่งสูงขึ้นสู่ท้องฟ้าและมุ่งตรงไปยังเรือของคู่ต่อสู้
เจ่าไห่ไม่ได้ใช้พลังนี้เพื่อฆ่าผู้คนบนเรือ แต่เพื่อจัดการกับใบเรือ เมื่อใบเรือของพวกเขาขาดไปแล้ว มันจะเป็นไปไม่ได้สําหรับอีกฝ่ายที่จะเอาชนะพวกเขาได้
โดยธรรมชาติฝ่ายตรงข้ามไม่ได้สังเกตเห็นเวทมนตร์ของเจ่าไห่ พวกเขาคิดว่ามันจะเป็นแค่การบังคับทอร์นาโดธรรมดาๆ ใช้เพื่อหยุดเรือเท่านั้น แต่เมื่อพลังมาถึงพวกเขา พวกเขาก็รู้ว่าพลังนั้นแข็งแกร่งแค่ไหน
ลูกเรือที่ไม่พร้อมจะป้องกันตัวเองได้รับบาดเจ็บและถูกสังหารโดยมีดน้ําแข็ง สิ่งที่น่ารําคาญที่สุดสําหรับคนเหล่านี้คือความจริงที่ว่าใบเรือของพวกเขาถูกทําลายด้วย พลังเวทย์
ชาร์ลีมองดูการต่อสู้ของเจ่าไห่ เล่าไร่ยังเป็นชายที่น่าเกรงขาม เขายังสามารถปลดอาวุธคู่ต่อสู้ได้โดยไม่ใช้ซอมบี้ของเขา
แต่เจ๋าไร่ไม่ได้วางแผนจะปล่อยคนเหล่านั้นออกไป เขาต้องการรู้ว่าพลังของอีกฝ่ายเป็นของใครและทําไมพวกเขาถึงทําร้ายเขา ท้ายที่สุดพวกเขาทําความเสียหายที่เถาหยวนซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซม
หลังจากใบเรือของพวกเขาใช้ไม่ได้แล้วเจ่าไห่ใช้เวทมนตร์ธาตุน้ําของเขาทันที เพื่อตรึงพื้นของทะเล ชาร์ลีไม่เข้าใจสิ่งที่เล่าไม่ต้องการทํา ในเวลานี้เจ่าไห่โบกมือให้กับคนของเขาเนื่องจากตอนนี้มีคนจํานวนมากตามเพราะน้ําแข็งของเจ่าไห่ ก่อนที่พวกเขาจะสามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ได้ แม้ว่าเรือนั้นใกลพอที่จะวางซอมบี้ที่นั่นโดยตรง แต่เจ๋าไร่ก็ยังคงทําเช่นนั้นอย่างตั้งใจ เนื่องจากเขาไม่ต้องการแสดงความสามารถของเขาให้ชาร์ลีเห็นอย่างเต็มที่
เมื่อเห็นเช่นนั้น ชาร์ลีก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกว่าตื่นเต้น วิธีการของเจ่าไห่ทําให้เขาตกใจมาก วิธีการที่เจ่าไห่ใช้นั้นมีความแข็งแกร่งมากในการต่อสู้ทางทะเล
ในเวลาเดียวกันชาร์ลีคิดว่าถ้าเจ่าไห่เป็นคนที่น่าเกรงขามในทะเล แล้วถ้าเขาอยู่บนพื้นดินหล่ะ? มันคงเป็นฝันร้ายที่จะเผชิญหน้ากับเจ่าไห่ ในฐานะศัตรู ตอนนี้ชาร์ลีกำลังชื่นชมพลังของเจ่าไห่ เขาได้กลายเป็นเพื่อนกับเจ่าไห่การที่ได้อยู่กับเจ่าไห่นั้นเป็นการดีมาก