Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ) - บทที่ 399 - รอ
เมื่อฟังสิ่งที่เจ่าไห่พูด ลอร่าและคนอื่นๆก็หัวเราะ พวกเขารู้ว่าเจ่าไห่พูดเรื่องนั้นด้วยความตั้งใจ และเจ่าไห่ก็ไม่ได้บอกว่าเขาสนใจในตัวของลูหยาง เช่นเดียวกับสิ่งที่เจ่าไห่เคยบอกกับพวกเขา ลูหยางไม่ได้ทําให้เจ่าไห่สนใจในตัวเธอเลย
อย่างไรก็ตามลอร่าก็ถามว่า “ใครกันที่ลงอีวานส่งไปรับเธอ? เรายังคงต้องดูแลความปลอดภัยของเธอ เธอควรจะไปถึงที่เพอร์เวลล์โดยปลอดภัย หากมีอะไรเกิดขึ้นกับเธอ มันจะไม่เป็นการดีกับพวกเรา”
เจ่าไห่พยหน้าและพูดว่า “เธอต้องไม่เป็นอะไร พี่จะส่งนกอินทรีย์ของเรา ติดตามเธอไป หากมีอะไรเกิดขึ้นจริงๆ พวกเราจะไปช่วยเหลือเธอได้ทันเวลา
ลอร่า ยิ้ม “ฉันคิดว่าไม่จําเป็นที่พี่ไห่จะต้องไป ถ้าเราส่งเรือของพวกเราไป มันจะดีกว่ามั้ย? เรือรบที่สร้างขึ้นมาเพื่อปกป้องจักรพรรดิฉันคิดว่ามันจะไม่มีปัญหาอะไรเกิดขึ้น วิธีการนี้เราจะสามารถคอยดูสถานการณ์ของพวกลูหยางได้ การที่ให้นกอินทรีย์ไปรอบๆ นั้นมันจะไม่สะดวกสําหรับเรา พี่ไม่คิดว่าเช่นไร?”
เจ่าไห่เห็นด้วยกับลอร่า “มันเป็นความคิดที่ดีมาก เรามีเรือจํานวนมาก และก็มีเรื่องที่ไม่ค่อยได้ใช้งาน มันน่าจะเป็นความคิดที่ดีมากถ้าใช้เรือเหล่านั้น”
ลอร่ายิ้ม “ถ้าพี่ส่งเรือจํานวนมากออกไป จักรวรรดิอาร์ซูจะต้องตื่นตระหนกแน่นอน พวกเขาอาจจะคิดว่าเจ้าหญิงจากจักรวรรดิโรเซ่นมาที่จักรวรรดิอาร์ซูแน่นอน”
เจ่าไห่หัวเราะ พวกเขาไม่อาจจะโทษเขาได้ ตอนนี้เขามีเรือที่มี 3 เสากระโดงและก็เรือที่มี 5 เสากระโดง ด้วยจํานวนที่เขามีมันก็เป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์มาก
แม้ว่าเรือรบจะเป็นเรื่องที่สามารถพบได้ทั่วๆ ไปแต่เรือรบที่มี 5 เสากระโดงมันก็ไม่ได้จะซื้อได้จากพ่อค้าทั่วไป และก็ไม่ค่อยมีใครจะได้ใช้มันด้วย
ราคาของเรือรบ 5 เสานั้นมีราคาที่สูงมากเกินไป นอกจากนี้พวกเขาจะต้องเอาเรือไปที่ท่าเรือที่ซื้อเพื่อซ่อมแซม หากพวกเขาต้องต่อสู้กับเรือล่าอื่น พวกเขาจะต้องเอาเรือไปซ่อมในทุกครั้งที่ต่อสู้ ด้วยเหตุนี้เองคนทั่วไปจึงไม่อาจจะดูแลเรือรบที่มีราคาแพงเช่นนี้ได้ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ใช้เรือแต่มันก็ยังคงมีค่าใช้จ่ายในการบํารุงรักษาของเรือที่มีราคาสูงมาก
ดังนั้นเรือรบเช่นนี้จะอยู่ในการครอบครองของตระกูลราชาหรือตระกูลที่ร่ํารวย แม้ว่าเถาหยวนของเจ่าไห่ล่านี้ ก็เคยเป็นเรือราชวงศ์ก่อนที่จะมาอยู่กับเขา
หากเขาส่งเรือเหล่านี้ไปหาลูหยาง จักรวรรดิอาร์ซูจะคิดว่าเจ้าหญิงมีที่อาร์ซู มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เลย
หลังจากที่พูดถึงสิ่งนี้ เจ่าไห่ก็เรียกนกอินทรีย์ออกมาทันที และมันเพื่อไปหาลู่หยาง นกอินทรีย์เหล่านี้มีความเร็วมาก ไม่เกินเย็นนี้พวกมันจะต้องพบเรือขอลหยางแน่นอน
ถึงแม้ว่าลูหยางจะอยู่ในเรือ แต่ก็เป็นเรือขนสินค้า 3 เสาธรรมดา เรือนั้นไม่ได้มีคุณสมบัติพิเศษอะไร นอกจากลูหยางแล้วบนเรือนั้นก็ยังมีทหารและคนรับใช้ของเธออยู่ด้วย เมื่อเจ่าไห่มองดูดีๆ เขาก็สังเกตเป็นว่ามีผู้เฒ่าของตระกูลเพอร์เซลล์ที่มีพลังอยู่ ในระดับที่ 8 อยู่บนเรือนั่นด้วย
ความแข็งแกร่งของเขาไม่ได้ธรรมดาเลย ผู้ที่มีพลังถึงระดับที่ 8 ได้ถูกยอมรับว่าแข็งแกร่งมากในจักรวรรดิน เฉพาะคนที่ผิดปกตเช่นเจ่าไห่เท่านั้น ที่จะถือได้ว่ายังไม่เป็นเช่นนั้น
ตอนนี้พวกเขาเห็นลูหยางแล้ว เจ่าไห่ไม่ได้เคลื่อนไหวอะไร เขาจะรอจนกว่าจะมีดก่อน แล้วเขาจะปล่อยเรือออกมาทันที เพื่อให้มีคนสังเหตเห็นพวกเขา
เมื่อเห็นว่ามันนานเกินไปแล้ว เจ่าไห่และคนอื่นๆ ก็ออกมาจากมิติไม่นานหลังจากที่เจ่าไห่ออกมา ชาร์ลีก็ออกมาจากห้องของเขา เขาดูสดชื่นมากขึ้น
เจ่าไห่เอาเก้าอี้ขึ้นไปบนดาดฟ้าของเรือ ทุกคนนั่งลงและคุยกันใรขณะที่เพลิดเพลินกับทะเล ในเวลาเดียวกันพวกเขาก็ยังกินอาหารเย็นไปด้วย
หลังจากกินอาหารเสร็จ ชาร์ลีก็กลับไปที่ห้องของเขาเพื่อพักผ่อน เจ่าไห่ก็กลับไปที่ห้องของเขาและเมื่อมืดแล้ว เขาก็จําเป็นต้องหาเวลาที่เหมาะสมในการปล่อยเรือออกไป
เนื่องจากตอนนี้ท้องฟ้ามืดแล้ว เจ่าไห่จึงไม่ได้รีบร้อนอะไร เจ่าไห่สังเกตเห็นท่าทางของลูหยางที่อยู่ภายในเรือท่าทางของเธอดีขึ้น อาจะเป็นเพราะเรื่องที่เธอเพิ่งจะเจอมา ลูหยางเธอดูเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น การเปลี่ยนแปลกของเธอนั้นสังเกตได้ชัดมาก เธอไม่ได้ทําร้ายคนรับใช้ของเธอเหมือนแต่ก่อน เธอเป็นคนเงียบกว่าเมื่อก่อนมาก เธอยังเป็นคนที่มีน้ําใจมากขึ้นด้วย เธอสุภาพกับคนใช้มาก ซึ่งมันทําให้คนรับใช้ค่อนข้างดีใจมาก
แต่เจ่าไห่ก็ยังไม่ได้สนใจที่ลูหยางทําตัวดีขึ้น แต่เจ่าไห่ก็ต้องการดูแลความปลอดภัยของเธอ ตราบใดที่ลูหยางไม่พบกับปัญหาอะไร มันก็จะเป็นเรื่องที่ดี
หลังจากท้องฟ้ามีแต่ตความมืด เจ่าไห่มองหาพื้นที่ที่อยู่ไม่ไกลจากเรือของลู่หยาง แล้วก็จะปล่อยเรือออกมา
นอกจากนี้เจ่าไห่ก็ยังปล่อยนกอินทรีย์ออกมาและส่งไปยังเพอร์เซลล์ ในไม่กี่วัน คนของลอร่าจะมาถึงและพวกเขาจําเป็นต้องเข้ามาในมิติโดยใช้ไม้เท้าภูติ
หลังจากทําสิ่งเหล่านี้แล้ว เจ่าไห่ก็ไม่รู้ว่าจะต้องทําอะไรต่อ แม้ว่ามันจะมืดแล้ว แต่เขาก็ยังไม่อยากนอน เจ่าไห่นําไปให้กับลอร่าและคนอื่นๆ ด้วยนี่เป็นเพราะพวกเขากําลังรอให้ดวงอาทิตย์ขึ้นในตอนเช้า จากนั้นยาล้างพิษก็จะเสร็จแล้ว
ขณะที่คิดถึงสิ่งเหล่านี้ ทุกคนที่อยู่ในห้องนั่งเล่นก็มองหน้ากัน พวกเขาอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ
ปที่ห้องและส่วนที่เหลือของเรา เมื่อเราตื่น นอนตอนเช้าวันพรุ่งนี้การล้างพิษจะสมบูรณ์แล้ว”
ลอร่าพยักหน้าและพูดว่า “เราไม่สามารถนั่งรอที่นี่ทั้งคืนได้ เราต้องไปพักผ่อน นอกจากนี้พี่ไห่เมื่อพี่กินมือเช้าพรุ่งนี้ พี่ต้องเรียกปู่กรีนและคนอื่นๆมาด้วย ไม่งั้นพวกเขาอาจจะไม่ยกโทษให้พี่แน่นอน”
เจ่าไห่พยักหน้าเขารู้ว่าลอร่ากําลังจะสื่อถึงอะไร หากเขาไม่ได้เรียกปักรีนและคนอื่นๆ พวกเขาก็จะบ่นกันไปตลอดชีวิต
ทุกคนกลับไปที่ห้องของตนและมิติก็สงบมาก เจ่าไห่กําลังนอนอยู่บนเตียงของเขา และคิดถึงทุกสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อเขามาถึงจักรวรรดิอาร์ซู ไม่นานมากนักเขาก็หลับ
เช้าวันต่อมาไม่รู้ว่านานแค่ไหน เจ่าไห่ก็ตื่นขึ้นมา เขามองออกไปนอกหน้าต่าง และเห็นท้องฟ้าที่แจ่มใส
เจ่าไห่ออกไปจากห้องของเขาและเปิดจอภาพ ท้องฟ้าข้างนอกสว่าง แต่ก็ไม่มากนักดูเหมือนว่ามันยังคงเช้ามากอยู่
เจ่าไห่ออกไปข้างนอกทันที และเดินไปที่โรงงานแปรรูป นน่าแปลกที่ซูกะยืนอยู่ที่นั่นโดยดูตัวเลขที่เปลี่ยนไปอยู่ตลอดเวลา เห็นได้ชัดว่ายานั้นยังไม่พร้อม
เมื่อเห็นว่าเจ่าไห่มา ซูกะก็ค่านับทันทีและพูดว่า “นายน้อยอีก 2 ชั่วโมงแล้ว” เจ่าไห่ยิ้มและถามว่า “เจ้าไม่ได้พักผ่อนงั้นเหรอ?”
ซกะยิ้มและตอบว่า “ข้านอนไม่หลับ ข้าจึงออกมาเพื่อดู ข้าไม่ได้รบกวนนายน้อย ใช่มั้ย?”
เจ่าไห่ส่ายหัวด้วยรอยยิ้ม ในเวลานี้จะได้ยินเสียงฝีเท้า เข่าไห่หันหน้าของเขาเพื่อมองลอร่าและคนอื่นๆ ที่กําลังเดินมา เจ่าไห่ไม่รู้ว่าต้องทําอะไร แต่ก็ยิ้มเมื่อเห็นทุกคนเดินมา ลอร่าและเม็กก็ยิ้มให้กับเจ่าไห่เช่นกัน
เจ่าไห่หัวเราะและพูดว่า “เอาล่ะ เรายังมีเวลาอีก 2 ชั่วโมง ไปที่ป้อมภูเขาเหล็ก และไปหาปู่กรีนกับคนอื่นๆกันเถอะ” ทุกคนพยักหน้าและไปที่ป้อมภูเขาเหล็ก
เมื่อมาถึงที่ห้องนั่งเล่นของป้อมเจ่าไห่ก็ไม่อาจจะทําอะไรได้ แต่จ้องมอง นอกเหนือจากกรีนและผู้เฒ่าทั้งสองแล้วก็คาเรทก็อยู่ที่นั่น เมื่อเห็นเจ่าไห่และคนอื่นๆมาถึง คาเรทก็มองก่อนที่จะพูดว่า “ท่าไมถึงมาตอนนี้? เรารอมาตั้งแต่ตอนเย็นแล้ว”
เจ่าไห่มองที่ทุกคนและยิ้ม “ไม่มีอะไรเลย ข้าเพิ่งตื่นนอน ยายเมอร์รินโปรดปรุงอาหารให้พร้อม หลังอาหารเช้าเราจะกลับไปที่มิติ”
เมอร์รินพยักหน้าด้วยรอยยิ้มบนใบหน้าของเธอ จากนั้นเธอก็เรียกเม็กและลอร่าไปที่ห้องครัวด้วย ลอร่ากําลังศึกษาวิธีการเตรียมอาหาร แม้ว่าเธอจะไม่มีความสามารถ และอาหารที่เธอทําส่วนใหญ่กินไม่ได้เลย แต่เธอก็ยังศึกษาอย่างจริงจัง
เมื่อมองไปที่เมอร์รินและคนอื่นๆ ที่กําลังเตรียมอาหาร เจ่าไห่หันมาที่กรีนและพูดว่า “ปู่กรีนเบียร์กาลังพัฒนาไปถึงไหนแล้ว?”
กรีนพยักหน้าและพูดว่า “เวลามันน้อยเกินไป เบียร์จะต้องใช้เวลาในการหมัด ตอนนี้เราได้ทําการทดลอง 2-3 เพื่อคิดค้นหาวัตถุดิบที่มีประโยชน์ เราลอขใช้ข้าวไม่ไผ่ ข้าวบาร์เลย์ ผลไม้ขนมปัง น้ํามิติ น้ําธรรมดา น้ําเย็น และน้ําอุ่น ข้าเชื่อว่าน่าจะมีอย่างน้อยหนึ่งวิธีที่จะต้องสําเร็จแน่ๆ”
เจ่าไห่ยิ้ม “นั่นถือเป็นเรื่องที่ดี เมื่อไหร่ที่เราประสบความสําเร็จมันก็จะขายได้ นอกจากนี้ปู่กรีนวางแผนที่จะเก็บเบียร์ไว้เช่นไร? เราควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้ปิดเบียร์อย่างดีแล้ว ไม่เช่นนั้นเราจะขายเบียร์ที่มีคุณภาพที่ต่ํามาก”
ตอนนี้จินน้อยไม่ได้มาอยู่ด้วย เนื่องจากจุดเข้าออกบนเกาะเอพี่ ทําให้เจ่าไห่รู้ว่าจินน้อยกําลังทําอะไรอยู่
กรีนตอบว่า “ไม่ต้องเป็นห่วง ข้าจะไม่ให้มันเกิดปัญหาอะไรกับสิ่งนี้ ตอนแรกเราต้องการใช้ถังไม้ แต่ดูเหมือนว่ามันจะเป็นปัญหากับฝาปิด ตอนนี้เรากําลังคิดวิธีในการปรับปรุง เจ้าไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องนี้หรอก”
เจ่าไห่พยักหน้าและถอนหายใจ “ตราบใดที่เราทําเบียร์นี้ได้อย่างดี มันอาจจะเป็นแหล่งรายได้ที่ดีที่สุดของตระกูลบูดา ความต้องการในอนาคตของเบียร์นี้มันจะไม่น้อยไปกว่าพืชต่างๆ”
คาเรทมองไปที่เจ่าไห่และพูดว่า “เจ้าแน่ใจจริงๆเหรอ? ข้าได้ลิ้มรสสิ่งนั้นมันเป็นกรดมากเกินไป ไม่อร่อยเลยจริงๆ”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “เมื่อเป็บร์หมักดีแล้ว โปรดมั่นใจได้เลย มีเพียงไม่กี่คนที่สามารถต้านทานความอร่อยของเบียร์ได้”
หลังจากที่ทุกคคุยกันซักพัก เมอร์รินก็บอกว่าอาหารพร้อมแล้ว เจ่าไห่และคนอื่นๆก็ไปที่ห้องอาหารทันที เมื่อกินอาหารเสร็จแล้ว พวกเขาก็ไปที่มิติและรวมตัวกันไปที่โรงงานแปรรูป
ในเครื่องแปรรูปแสดงให้เห็นตัวเลขว่าอีก 20 นาที ทุกคนไม่อาจจะนั่งภายในห้องได้ พวกเขาจึงยืนอยู่ในโรงงานแปรรูปและรอ พวกเขารอนับถอยหลังเพื่อที่จะไปถึง 0