Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ) - บทที่ 397 - เจ้าชายที่สอง
- Home
- All Mangas
- Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ)
- บทที่ 397 - เจ้าชายที่สอง
บทที่ 397 – เจ้าชายที่สอง
สิ่งที่เง่าไห่พูดมาทั้งหมดนั้นเป็นเรื่องจริง ธุรกิจที่เขามีล้วนท่าให้ผู้คนมากมายอิจฉาเขา ในตอนนี้คนที่จะต้องชิงบัลลังก์นั้นจะมีจุดแข็งและตําแหน่งเหมือนกัน พวกเขามีตําแหน่งที่สูงกว่าผู้คนทั่วไป แต่ถ้าชาร์ลีเริ่มที่จะทําธุรกิจกับเจ่าไห่ มันจะทําให้เขาอยู่สูงกว่าคนอื่น ที่ต้องชิงบัลลังก์ ถ้าพวกเขารู้ พวกเขาจะรวมตัวกันเพื่อที่จะต่อต้านเขา และมันก็จะเป็นเรื่องที่ล่าบากมาก
อย่างไรก็ตามธุรกิจของเจ่าไห่นั้นทําแล้วมันสามารถรวยได้จริงๆ การที่จะปล่อยให้โอกาสดีๆ แบบนี้ผ่านไป ชาร์ลีก็คงอยู่ในจุดที่ลาบากแน่ๆ
เจ่าไห่มองชาร์ลีด้วยและพูดว่า “เจ้าชาย ท่านไม่ต้องคิดมาหรอก ในบ้านที่สุดแล้วผลลัพธ์ของมันก็จะขึ้นอยู่กับท่าน เจ้าชายควรทําเรื่องเหล่านี้เอง”
ชาร์ลีพยักหน้าแล้วถอนหายใจ ชาร์ลีเข้าใจในสิ่งที่เจ่าไห่พูดเป็นอย่างดี ผลของการต่อสู้เพื่อชิงบัลลังก์นั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับเจ้าชายทุกองค์ เพราะจักรพรรดิที่เป็นอยู่ ตอนนี้เองเขายังไม่ได้แก่นัก เขาจะสามารถอยู่ได้อีก 20 ปี และใน 20 ปีนี้ก็ไม่ได้มีใครรู้ว่ามันจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้างจริงๆ ดังนั้นจึงไม่มีการพยากรณ์ใดๆที่สามารถรู้ได้อย่างชัดเจน
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “เจ้าชายเป็นผู้ยิ่งใหญ่เมื่อไปถึงที่เมืองน้ําหยก ข้าอาจจะต้องขอความช่วยเหลือจากเจ้าชายที่จะเปิดร้านค้าของข้า”
ชาร์ลียิ้ม “นายน้อยเจ่าไห่พักผ่อนเถอะ ข้าจะเป็นคนที่ค่อยดูแลเจ้าเอง และข้าก็จะจัดการเรื่องเหล่านั้นให้เร็วที่สุด”
ในขณะที่เขาพูดเรื่องนี้ จู่ๆก็มีเสียงเตือนภัยดังขึ้นมาจากข้างนอก เจ่าไห่หัวหน้าของเขาไปที่ด้านข้างของเขา และซูกะก็วิ่งออกไปทันที
ชาร์ลีนั่งอยู่เฉยๆ หลังจากนั้นไม่นานซุกะก็กลับมาบอกกับพวกเขาว่า “นายน้อย! มีเรือหลายลามุ่งตรงมาที่เรือของเรา ดูเหมือนว่าพวกเขาจะตามเรือของเรามา ดูเหมือนว่าพวกเขาตั้งใจจะเข้าล้อมแล้วไว้”
เจ่าไห่พยักหน้า “ใช่แล้ว สัญญาณเตือนภัยมันก็มีไว้สําหรับเรา ไปดูกันเถอะว่าใครกันที่กล้าทําเรื่องแบบนี้”
หลังจากที่เขายืนขึ้น ชาร์ลีก็สวมชุดสูทและลุกขึ้นยิน เจ่าไห่หันไปมองชาร์ลีและพูดว่า “เจ้าชาย ท่านรออยู่ในนี้เถิด เรื่องนี้อาจจะไม่ต้องถือมือของท่าน เจ้าชายอาจถูกพบหากท่านแสดงตัวออกไป”
ชาร์ลีพยักหน้าขณะที่นั่งลง จากนั้นเจ่าไห่ก็พอลอร่าและคนอื่นๆ ออกไปข้างนอก ทิ้งชาร์ลีไว้ในห้องคนเดียว
ลิลขมวดคิ้วและถามว่า “เจ้าชาย ท่านคิดว่าเราจะอยู่ในอันตรายมั้ย?”
ชาร์ลีส่ายหัว “ข้าเองก็ไม่แน่ใจ เราจะได้รู้ก็ต่อเมื่อเราเห็นมัน แต่ข้าก็เชื่อว่าความสามารถของเจ่าไห่นั้น มีเพียงพอที่จะรักษาความปลอดภัยของพวกเรา”
แม้ว่าลิลูจะเป็นห่วง แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ แต่กับพยักหน้า เขาไม่รู้ว่าเนื่องจากการอัพเกรดของมิติ ทําให้ซอมบี้จานวนมากของเจ่าไห่มีความแข็งแกร่งอยู่ในระดับที่ 8 แล้ว นอกจากนี้เจ่าไห่ยังมีเจ่าฉินอี้และเจ้าเหวิน เมื่อรวมพวกเขาเหล่านี้ด้วย ทําให้คนจํานวนมากในโลกนี้ไม่อาจจะจัดการกับเจ้าไม่ได้
เมื่อเจ่าไห่ออกมาจากห้องนั่งเล่น เขาก็มองไปที่เรือที่ล้อมรอบเรือของเขาอยู่ เรือเหล่านั้นเป็นเรือรบ ที่มีเสากระโดง และเกราะเหล็ก ที่เหมือนกับเรือของเจ่าไห่ แต่สิ่งที่ทําให้เจ่าไห่ประหลาดใจมากก็คือมันมีจํานวนมากเลยทีเดียว
อย่างไรก็ตามเจ่าไห่ก็ไม่ได้กลัว แม้ว่าเรือเหล่านี้จะติดอาวุธ แต่ก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไร ซอมบี้ของเจ่าไห่อยู่ในระดับที่สูงมาก แล้วเนื่องจากมิติที่อยู่ภายใต้การควบคุมของเจ่าไห่ และเจ่าไห่ก็สามารถทําลายจักรวรรดิเล็กๆ ได้โดยที่ไม่ต้องใช้อาวุธ
เลย
เจ่าไห่ไม่ได้ขยับตัว เขารอให้อีกฝ่ายออกมาหาเขาก่อน เขายืนอยู่นิ่งๆ ในเรือของพวกเขาก็ค่อยๆ แล่นช้าลง
อีกไม่นานเรือที่ใกล้ที่สุด ก็จะติดกับเรือของเจ่าไห่และพวกเขาก็จะมาที่เรือของเจ่าไห่ เจ่าไห่ยืนมองอยู่บนดาดฟ้า และไม่นานนักเจ่าไห่ก็สังเกตเห็นชายที่มีอายประมาณ 30 ปีที่มีใบหน้าคล้ายกับชาร์ลี ลักษณะของพวกเขาคล้ายกันมาก เขาสวมเสื้อผ้าธรรมดาๆ แต่ก็มีความรู้สึกที่แตกต่างกันมาก เมื่อเขาสวม และที่สําคัญที่สุด ดูเหมือนว่าคนของเขาจะไม่ได้น้อยกว่าของชาร์ลีเลย
เมื่อเห็นชายคนนั้น เจ่าไห่ก็รู้ได้ทันทีเลยว่าพวกเขาไม่ได้มาหาเจ่าไห่ แต่มาหาชาร์ลีชายคนนี้อาจจะเป็นพี่ชายของชาร์ลี เจ้าชายที่สองของจักรวรรดิโรเซ่น
เจ่าไห่หายใจเข้า แล้วโค้งคํานับชายที่เขาคิดว่าเป็นพี่ชายของชาร์ลีและพูดว่า “ข้าขอทราบได้ไหมว่าท่านเป็นใคร? ทําไมท่านถึงล้อมเรือของข้าไว้ ท่านไม่รู้หรือว่านี่เป็นน่านน้ําของจักรวรรดิโรเซ่น?”
เจ้าชายที่สองยังไม่ได้เปิดเผยตัวเอง เมื่อได้ยินสิ่งที่เจ่าไห่ถามเขาก็พูดกับเจ่าไห่ว่า “เจ้าคือเจ่าไห่งั้นเหรอ? เจ้าค่อนข้างกล้าหาญจริงๆ ไม่มีใครกล้าพูดกับข้า ขณะที่อยู่ในจักรวรรดิโรเซ่น แต่ของก็รู้สึกดีที่ข้าได้มาพบเจ้าในวันนี้”
เมื่อเจ่าไห่ได้ยินเช่นนั้น ความสงสัยของเขาก็ได้หายไปในทันที เขาไม่รู้ว่าจะต้องทําเช่นไร แต่ก็ได้แต่ยิ้มและพูดว่า “ข้าไม่รู้จริงๆ ว่าทําไมท่านต้องรู้สึกดี ข้าเองก็แค่พ่อค้าธรรมดาที่ทําธุรกิจต่างๆ ข้าไม่ได้หนีภาษีและไม่ได้เป็นสายลับ ข้าไม่ได้ฆ่าผู้คนและเผาสถานที่ ข้าไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทําไมข้าต้องกลัวด้วย”
เจ้าชายที่สองของจักรวรรดิโรเซ่นมองเจ่าไห่และพูดว่า “เด็กน้อย ข้าไม่ได้มาหาเจ้าในวันนี้ ไปเชิญน้องชายของข้าออกมาที่ เขามาที่เมืองน้ํามรกตของข้า แต่ไม่ยอมที่จะมาพบข้าเลย เป็นน้องที่ชั่งนิสัยไม่ดีเลย”
เจ่าไห่ก็กําลังจะเข้าไปเชิญชาร์ลี แต่ชาร์ลีก็เดินออกมาแล้ว เขายิ้มและคํานับ “ข้าเห็นว่าพี่ชายก่าลังยุ่งๆอยู่ และข้าเองก็ไปแค่เพียงไม่นานนัก ข้าเลยไม่ต้องการที่จะไปรบกวนท่านพี่
เจ้าชายที่สองมองชาร์ลีและหัวเราะ “เจ้าแค่ไปเพื่อนเที่ยวชมเท่านั้นเหรอ? เจ้าไม่ได้เข้าไปทําอย่างอื่นงั้นเหรอ? แล้วทําไมนายน้อยเจ่าไห่ถึงออกจากเมืองน้ํามรกต และมุ่งหน้าไปยังเมืองน้ําหยกเลยงั้นเหรอ?”
ชาร์ลียิ้มและพูดว่า “ข้าพบกับเจ่าไห่ โดยที่ไม่ได้ตั้งใจ และเชิญเขาให้ทําธุรกิจในเมืองน้ําหยกของข้า เพื่อความสะดวก ข้าก็เลยขึ้นมากับเรือของเขา เกิดอะไรขึ้นงั้นเหรอ? ทําไมพี่ชายถึงต้องมาที่นี่ด้วย?”
เจ้าชายที่สองตะโกนทันที “น้องสาม ค่าพูดของเจ้าชั่งไร้ประโยชน์ยิ่งนัก ถ้าข้าไม่เห็นเจ่าไห่ ข้าก็ไม่รู้เลยว่าเจ้ากําลังจะพาเจ่าไห่ไปจากข้า ดูเหมือนว่าเจ้าจะคิดไม่จริงใจกับข้าเลย”
เมื่อได้ยินเช่นนี้เจ่าไห่ก็ฝืนยิ้มและพูดว่า “ท่านคือเจ้าชายที่สองใช่มั้ย? เจ้าชายข้าเป็นเพียงพ่อค้าและข้าเองก็เพียงแค่ทําธุรกิจเท่านั้น เมื่อมองจากสิ่งที่เจ้าชายที่สอง
พูดนั้นเหมือนกับว่าต้องการให้ข้าทําธุรกิจที่นั่น ซึ่งข้าเองก็มีจุดหมายในหลายอย่างเหมือนกัน ก่อนหน้านี้ที่ข้าไปทําธุรกิจที่เมืองสกาย ข้าก็ไม่จําเป็นที่จะต้องอยู่ที่นั่นตลอดใช่หรือไม่? เจ้าชายที่สองคิดว่าข้า ถูกขโมยไปจากท่านงั้นหรือ?”
เจ้าชายมองไปที่เง่าไห่ “เจ่าไห่ สิ่งที่เจ้าพูดมันไม่ได้เป็นประโยชน์เลย หากเจ้ายังพูดต่อไป คิดใหม่และกลับไปอยู่ที่เมืองน้ํามรกตเถิด ข้าสัญญาว่าจะไม่ทําอะไร ไม่เช่นนั้นเจ้าจะไม่อาจทําธุรกิจที่จักรวรรดิโรเซ่นได้อีกต่อไป เชื่อข้าเถอะ”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “ข้าขอไม่เชื่อท่าน คําพูดเพียงแค่นี้มันไม่เท่ากับสิ่งที่พวกเขาทําให้ข้าได้เห็นหรอก” เมื่อได้ยินเช่นนั้นสีหน้าของเจ้าชายที่สองนั้นเต็มไปด้วยความโกรธ เขามองไปที่เจ่าไห่ด้วยใบหน้าที่โกรธมาก
ชาร์ลีไม่คิดว่าเจ่าไห่จะต่อต้านเจ้าชายที่สอง มันทําให้เขาโมโห แต่ในเวลาเดียวกันก็ดูเหมือนว่าเจ้าชายที่สองกําลังกลัว เขารู้ว่าถ้าได้รับการสนับสนุนจากเจ่าไห่ มันจะเป็นเรื่องที่เป็นประโยชน์มาก
ชาร์ลีพูดขึ้นมาว่า “พี่สอง บอกมาตรงๆ เถอะ พี่สองวันนี้พี่มาถ้าหากไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเจ่าไห่ แล้วพี่สองต้องการอะไรจากข้างั้นเหรอ?”
เจ้าชายที่สองตอบด้วยความเย็นชา “น้องสาม อย่าได้นิ่งนอนใจเกินไป ข้ารู้ว่าเจ้าเป็นคนโปรด ข้าจะไม่ทําอะไรเจ้า เพราะถ้าท่านพ่อรู้เข้าข้าเองก็คงไม่รอด แต่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เจ่าไห่จะต้องกลับไปที่เมืองน้ํามรกตกับข้า”
ชาร์ลีตอบทันที “ขอต้องขออภัยด้วยพี่สอง เรื่องที่พี่ขอมันคงจะเป็นไปไม่ได้หรอก ข้าไม่ได้มีอิทธิพลมากที่จะสั่งเจ้าไม่ได้ การที่เจ่าไห่ไปกับข้า มันก็เป็นการตัดสินใจของเขาเอง ข้าไม่ได้บังคับเขาเลย แม้แต่น้อย
เจ้าชายที่สองตะโกน “ได้! ถ้าเจ่าไห่ได้บังคับเจ่าไห่ ทําไมเจ้าถึงขึ้นเรือไปที่เมืองน้ําหยกกันเล่า? ทําไมเจ่าไห่ถึงต้องออกจากเมืองน้ํามรกต ซึ่งเขาเองก็เพิ่งมาถึง? ใครๆก็รู้ว่าเขามีปัญหากับตระกูลแคลซี ตอนที่เขามาถึงที่เมืองน้ํามรกตนั้น มันก็เป็นเรื่องที่แน่นอนแล้วที่เขาจะสร้างธุรกิจที่นั่น แต่ตอนนี้เจ้าตั้งใจที่จะเอาเขาไปที่เมืองน้ําหยก ใครกันที่จะไม่เห็นว่ามันผิด?”
ชาร์ลียิ้ม “มีผู้คนมากมายที่ทําธุรกิจระหว่างเมืองน้ํามรกตและเมืองน้ําหยก พี่สองไปม่คิดว่านี่เป็นสถานการณ์แบบนั้นงั้นเหรอ? นอกจากนี้พี่เองก็กําลังพูดถึงเรื่องความผิด ข้าเองก็ไม่รู้ว่าทําไมนายน้อยเจ่าไห่ถึงต้องการที่จะออกจากเมืองน้ํามรกต แต่ถ้าพี่สองจะหยุดเขา มันก็เป็นสิ่งที่ไม่เคยทําไม่ใช่เหรอ?”
เจ้าชายที่สองมองเจ่าไห่และพูดว่า “เจ่าไห่เอ๋ย เจ้าต้องการที่จะไปกับน้องสามจริงๆ งั้นเหรอ?”
เจ่าไห่มองไปที่เจ้าชายที่สองและยิ้ม “ฝ่าบาทข้าเป็นพ่อค้า ผลประโยชน์คืองานของข้า เมื่อข้าดูบรรยากาศของเมืองน้ํามรกตแล้ว ข้าก็ตัดสินใจว่ามันไม่เหมาะกับธุรกิจของข้า ข้าจึงต้องการมุ่งหน้าไปยังเมืองน้ําหยกเพื่อดูสถานที่ ข้าไม่อาจจะทําเช่นนั้นได้งั้นหรือ? นอกจานี้มีอะไรผิดปกติไปงั้นหรือที่เจ้าชายที่สามขึ้นเรือเดินทางกับข้า?”
เจ้าชายที่สองกัดฟัน เมื่อได้ยินสิ่งที่เง่าไห่พูด “ดี! เจ่าไห่ เจ้าบอกว่าเมืองน้ํามรกตของข้าไม่เหมาะสมกับธุรกิจของเจ้างั้นหรือ? น้องชายข้าให้อะไรแก่เจ้ากันแน่? ข้าสามารถให้ผลประโยชน์มากกว่าของเขาให้กับเจ้าได้”
เจ่าไห่ไม่ได้พูดอะไร แต่ส่ายหัว เจ้าชายที่สองแย่กว่าชาร์ลีมาก เจ้าชายที่สองรู้ว่าชาร์ลีขึ้นเรือล่านี้มาจากนั้นเขาก็ไล่ตามา นั่นหมายความว่าชายคนนี้ไม่คู่ควรที่จะชิงบัลลังก์กับชาร์ลีเลย
เจ่าไห่คํานับเจ้าชายที่สอง “เจ้าชายที่สอง ข้าแค่อยากไปดูเมืองน้ําหยก เช่นเดียวกับเรื่องที่ท่านพูดว่า ข้าและะตระกูลแคลซีนั้นมีปัญหากัน มันทําให้ข้าต้องเลือกที่อื่น เพื่อทําธุรกิจ อย่างไรก็ตามข้าเองก็ไม่เคยไปทั้งเมืองน้ํามรกตและเมืองน้ําหยก ครั้งนี้ ที่ข้าได้ไปที่เมืองน้ํามรกตก็เพราะว่ามันเป็นเมืองที่ใกล้กว่าขณะที่ข้ากําลังเดินทางข้าไม่ได้ตั้งใจมาเพื่อทําธุรกิจที่นั่น”
เจ้าชายที่สองมองเจ่าไห่ ในขณะที่สีหน้าของเขาเปลี่ยนไป “ดีจริงๆ ข้าจะให้เจ้าไป เจ่าไห่ แต่รู้ไว้ว่าใครเป็นเจ้าของดินแดนจักรวรรดิโรเซ่น” จากนั้นเขาก็โบกมือเมื่อเขาเดินขึ้นไปที่เรือของเขา
เมื่อเห็นเจ้าชายที่สองกําลังจะจากไป เจ่าไห่ก็ถอนหายใจ เขารู้สึกผิดหวังมากที่ได้พบกับเจ้าชายที่สอง
จบบทแล้วนะครับ ขอบคุณที่ติดตามนะครับ บ้าย…บาย