Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ) - บทที่ 391 - สองวัน
- Home
- All Mangas
- Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ)
- บทที่ 391 - สองวัน
เจ่าไห่นั้นไม่ได้จัดการแค่เรื่องของมิติเท่านั้น เขายังได้จัดการกับเรื่องต่างๆ ที่ป้อมภูเขาเหล็กด้วย และเจ่าไห่ก็ได้บอกเรื่องการอัพเกรดของมิติ แล้วก็เรื่องของยารักษาเจ่าไห่ กรีนก็ได้รับรู้แล้ว
กรีนตื่นเต้นมากและน้ําตาของเขาก็ไหลออกมา สําหรับตัวกรีนแล้วไม่มีข่าวไหนที่ดีกว่านี้อีกแล้ว ทุกคนที่อยู่ที่นั่นดีใจเป็นอย่างมากที่เจ่าไห่จะหายแล้ว
เวลาภายนอกก็ผ่านไปขณะที่เรื่อยังคงแล่นต่อไป วันที่ 10 หลังจากที่พวกเขาได้เจอกับชาวเงือก พวกเขาก็กลับไปที่ป้อมภูเขาเหล็กและได้เก็บสมุนไพรบางชนิดกลับมาด้วย อย่างไรก็ตามปริมาณที่ต้องการนั้นมันก็ยังไม่เพียงพอ มันเลยทําให้พวกเขาต้องรอสามวัน เพื่อให้สมุนไพรได้โตเต็มที่ เจ่าไห่สามารถเริ่มใช้ยาแก้พิษ
ในตอนนี้ก็มีการปลูกต้นไม้ขนมปัง แต่พวกเขาก็ไม่ให้ผลใดๆ เลยเนื่องจากอัตราการเจริญเติบโตของต้นไม้เหมือนกับด้านนอก ดังนั้นจึงไม่มีอะไรให้ดูจากต้นเลย
ตอนนี้โรงงานแปรรูปนั้นไม่ได้ทํางาน พวกเขาแปรรูปข้าวและข้าวสาลีทั้งหมดแล้ว ตอนนี้พวกเขากําลังแปรรูปน้ําผลไม้
ตอนนี้สัตว์เลี้ยงจํานวนมากสามารถเลี้ยงในฟาร์มได้แล้ว เจ่าไห่ก็เลยเอาแกะของเขาไว้ในฟาร์ม ในตอนนี้ เจ่าไห่เข้าใจว่าฟาร์มไม่จําเป็นต้องให้อาหารอีกต่อไป นี่เป็นเพราะสัตว์สามารถกินหญ้าจากพื้นดินและล่าสัตว์อื่นเป็นอาหารได้ สัตว์กินเนื้อจะกินแกะ ในขณะที่สัตว์กินพืชก็ก็จะกินพืชเข้าไป
เนื่องจากการอัพเกรดมิติเมื่อเร็วๆนี้ หญ้าทั้งหมดที่อยู่ในฟาร์มสามารถกินได้ทั้งหมด และนี่ก็เป็นเหตุที่ทําให้แกะต้องย้ายถิ่นไปเป็นบางครั้ง ด้วยเหตุนี้เจ่าไห่จึงม่กังวลว่าฟาร์มจะถูกทําลายด้วยแกะ และก็มีมที่คอยดูแลสัตว์เหล่านั้นอยู่
เจ่าไห่เห็นว่าหญ้าในมิตินั้น โตเร็วกว่าหญ้าที่อยู่ข้างนอก แม้ว่ามันจะไม่เร็วมากนัก แต่มันก็ไม่ได้เลย
เหตุผลที่เจ่าไห่ให้สัตว์กินเนื้อสามารถกินสัตว์กินพืชได้ เพื่อให้ประชากรของสัตว์กินพืชสามารถควบคุมได้ โลกเล็กแห่งนี้ต้องมีความสมดุล หากสัตว์กินพืชเหล่านั้นอยู่แบบเดิมต่อๆไป พวกมันจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และหญ้าในมิติก็จะหมดไป เจ่าไห่ไม่อยากให้เรื่องแบบนี้ต้องเกิดขึ้นเขาจึงสร้างห่วงโซ่อาหารภายในฟาร์ม
เห็นได้ชัดว่าเรื่องนี้อาจจะทําให้เจ่าไห่เสียเงินจํานวนมากอย่างแน่นอน หลังจากที่เจ่าไห่ปล่อยสัตว์กินเนื้อออกมาเขาก็ไม่จําเป็นต้องเป็นห่วงเรื่องนี้
ฟาร์มมีอาหารที่เพียงพอสําหรับสัตว์กินพืชจํานวนมากที่เจ่าไห่ปล่อยออกมา แต่ถ้าสัตว์กินเนื้อมีไม่มากนัก เรื่องนี้มันจะทําให้ห่วงโซ่อาหารไม่สมบูรณ์ ด้วยจํานวนเหยื่อที่มากกว่าจํานวนนักล่ามันเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ฟาร์มจะหมดอาหารไป อย่างไรก็ตามที่นี่เป็นฟาร์มของเจ่าไห่ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิดปกติ สัตว์กินพืชเหล่านั้นจะถูกฆ่าและกลายเป็นอาหารของสัตว์กินเนื้อ
ทันในนั้นเจ่าไห่ก็จําได้ว่าเรื่องทั้งหมดนี้ไม่มีความสําคัญอะไรมาก ฟาร์มเป็นโลกเล็กๆ แต่สถานการณ์ก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงก่อนหน้านี้ที่อยู่ที่นี่ล้วนแต่สร้างขึ้นด้วยระบบดิจิตอลหรือเลี้ยงในแบบดิจิตอล มันเป็นเพียงวิธีที่พวกเขาได้รับการเลืองดูที่แตกต่างกัน
เจ่าไห่มองว่าสถานการณ์นี้เป็นเรื่องสําคัญมาก หากเขายังคงใช้ที่นี้ต่อไป ไม่ช้าก็เร็วจํานวนสัตว์ที่เขาจะเลี้ยงสามารถเทียบได้กับสัตว์ที่ถูกต้อนโดยฝูงสัตว์ นี่เป็นสิ่งที่น่ากลัวเมื่อตอนนี้เขาจะไม่สามารถขายสัตว์เหล่านั้นออกไปข้างนอกได้ เพราะถ้าเขาทําอย่างนั้นเศรษฐกิจของจักรววรดิจะล่มสลายอย่างแน่นอนทําให้เกิดความโกลาหลทั่วทั้งจักรวรรดิ
แต่โชคดีที่เขามีมที่คอยดูแลฟาร์มอยู่แล้ว เจ่าไห่สามารถสั่งให้เขาควบคุมจ่านวนสัตว์ภายในมิติ เพื่อที่พวกเขาจะสามารถเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ ความรับผิดชอบทั้งหมดเหล่านี้ถูกส่งมอบให้กับมู
แม้ว่าฟาร์มจะมีข้อบกพร่องพวกนี้ แต่เจ่าไห่ก็ยังคิดว่ามันมีประโยชน์มาก ด้วยสัตว์กินเนื้อเหล่านั้นมักจะล่าสัตว์อยู่ภายในมิติ สัญชาตญาณตามธรรมชาติของพวกมันจะดีมากขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป สิ่งนี้จะทําให้พวกมันรู้ว่าพวกมันจะต้องเอาชีวิตรอดได้ยังไง
จุดแข็งในการต่อสู้ของพวกมันนั้นน่ากลัวมากยิ่งขึ้น พวกสัตว์ทั้งหมดเชื่อฟังเจ่าไห่อย่างสมบูรณ์ ถ้าเจ่าไห่ต้องการให้พวกสัตว์ต่อสู้ พวกมันก็จะต่อสู้เพื่อเจ่าไห่
ในขณะนี้สัตว์ที่มีมากที่สุดคือแกะและม้า ถัดไปก็คือนกอินทรีย์และสิงโตแสงจันทร์ แกะถูกเลี้ยงดูมาเพื่อเป็นอาหารของพวกเขา ม้าเพื่อการขนส่งในขณะที่นกอินทรีย์และสิงโตแสงจันทร์มีความแข็งแรงในการต่อสู้
นอกเหนือจากสัตว์เวทย์ในดินแดนเหล่านี้แล้ว ฟาร์มยังเลี้ยงสัตว์เวทย์น้ําอีกจํานวนหนึ่งอีกด้วย นอกจากนี้ห่วงโซ่อาหารสัตว์น้ํายังสมบูรณ์กว่าห่วงโซ่อาหารบนบกด้วย ท้ายที่สุดแล้วเจ่าไห่ดูดน้ําทะเลเข้าสู่มิติอย่างเต็มที่ เขาจะดูดห่วงโซ่อาหารที่สมบูรณ์มาพร้อมกับมัน
ตอนนี้เจ่าไห่เข้าใจแล้วว่าทําไมมันยังเรียกว่าโลกใบเล็ก มันไม่ได้เป็นโลกที่สมบูรณ์ เนื่องจากยังมีข้อบกพร่องบางอย่างที่นี่และก็เรียกว่าโลกใบเล็ก
แต่โดยทั่วไปแล้ว เจ่าไห่ก็พึงพอใจอย่างมากกับโลกใบเล็กของเขา ตราบใดที่เขายังคงอัพเกรดมิติต่อไป วันหนึ่งมันจะพัฒนาไปสู่โลกที่สมบูรณ์
ด้วยเรื่องราวของมิติโดยรวมที่ดีเจ่าไหาไม่กังวลมาก เขาสามารถให้คําแนะนํา เมื่อใดก็ตามที่เขารู้สึกอยากเปลี่ยนอะไรบางอย่าง
เมื่อดูการเปลี่ยนแปลงของมิติในทุกวัน เจ่าไห่ก็พอใจมาก หลังจากทั้งหมดสถานที่นี้เป็นพื้นที่ส่วนตัวของเขาเอง
สามวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว ตอนนี้พวกของเจ่าไห่ก็เห็นเมืองน้ํามรกตแล้ว และถ้าพวกเขาเดินทางไปอีกครึ่งวันพวกเขาก็น่าจะเดินทางไปถึงที่เมืองน้ํามรกต อย่างไรก็ตามเจ่าไห่ก็ไม่ได้สนใจกับเมืองมากนัก เพราะตอนนี้เจ่าไห่ยังอยู่ในมิติอยู่ เจ่าไห่ยืนมองอยู่กับเครื่องแปรรูปในมิติที่กําลังทํานยาให้กับเขาอยู่
ลอร่าและคนอื่นๆ ก็อยู่ด้วยเช่นกัน ทุกคนที่อยู่ที่นั่นใจจดใจจ่อมองที่เครื่องและรอให้เจ่าไห่กดปุ่มเครื่อง เช่าไฟไม่รอช้าเขาก็กดปุ่มเริ่มทันที เพื่อที่เครื่องจะเอาวัสดุเข้าไป
เมื่อกดปุ่มแล้วก็มีแสงไฟสีขาวออกมา กองสมุนไพรที่อยู่ข้างๆ ของเจ่าไห่หายไป เมื่อเห็นแบบนั้น เจ่าไห่ก็กดไปที่กระบวนการ และเลือกรายการที่เข้าต้องการคือน้ํายารักษาพิษ จากนั้นในที่สุดเขาก็กดปุ่ม “เริ่มต้อน” เมื่อกดแล้วมิติก็หักเงินของเขา 10,000 เหรียญทอง ขณะที่เครื่องจักรพุ่งออกมา ทุกอย่างก็เริ่มขึ้น เจ่าไห่ให้ความสนใจกับเครื่องมาก รูปแสดงให้เห็นว่า 48 ชั่วโมง
เจ่าไห่ไม่อาจจะทําอะไรได้ เจ่าไห่จะต้องรอเป็นเวลาสองวัน เจ่าไห่จะได้รับการรักษาให้หายจากความทุกข์ทรมานที่เกิดจาก “น้ําแห่งความว่างเปล่า” มาโดยตลอด ในที่สุดเขาก็จะสามารถรักษาอาการนั้นได้
ลอร่ากับคนอื่นๆ ดูตัวเลขที่เห็นอยู่บนเครื่องแปรรูป พวกเขายังเข้าใจว่าตัวเลข เหล่านั้นกําลังแสดงถึงอะไร ลอร่าถอนหายใจอย่างโล่งอกขณะที่เธอพูดว่า “พี่ไห่ อีกสองวันงั้นเหรอ! ในที่สุดพี่ก็จะได้รักษาพิษแล้วๆ”
เจ่าไห่พยักหน้าจากนั้นเขาก็ตื่นเต้นมองลอร่ากับเม็ก ขณะที่เขายิ้ม “ใช่แล้ว ในอีกสองวัน ในที่สุดพี่ก็จะสามารถรักษาร่างกายของพี่กลับไปเหมือนเดิมได้แล้ว”
เม็กร้องไห้ขณะที่เธอกอดเจ่าไห่ เธอไม่ได้คิดว่าเธอจะร้องไห้เพราะเธอมีความสุขมาก พิษของเจ่าไห่ถือว่าเป็นสิ่งที่เธอเป็นห่วงมาโดยตลอด ตราบใดที่พิษของเจ่าไห่ยังไม่หายไป พวกเขาก็จะไม่สามารถนอนหลับได้อย่างสบายใจ หลังจากนั้นสองวันเจ่าไห่ก็จะหายขาด เมฆมืดที่รบกวนตระกูลบูดาก็จะหายไปแล้ว
เจ่าไห่จับไหล่ของเม็ก ขณะที่เขายิ้มและพูดว่า “ไม่เป็นไร ไม่ต้องร้องไห้ ทุกอย่างจะไม่เป็นไรแล้ว พี่คนนี้ของเธอจะสามารถเรียนรู้ทักษะการต่อสู้ได้แล้ว เราน่าจะมีความสุขนะ เราจะแสดงให้คนเหล่านั้นที่ดูถูกตระกูลบูดาของเรา”
เม็กยังคงน้ําตาไหล ขณะที่พยักหน้า เธอเชื่อว่าเจ่าไห่สามารถทําทุกอย่างได้ จากจุดเริ่มต้นเธอมีความไว้วางใจอย่างไม่มีเงื่อนไขต่อเจ่าไห่ นี่เป็นเพราะเจ่าไห่เป็นโลกของเธอ
น้ําตาของลอร่าไหลออกมาอย่างต่อเนื่อง เธอรักเจ่าไห่มาก แต่พิษของเขาเป็นเรื่องใหญ่มากสําหรับเธอ นี่เป็นเพราะพิษของเจ่าไห่สามารถสืบทอดได้หากพวกเขามีลูกในอนาคต ลูกๆของพวกเขาก็จะมีพิษนี้อยู่ภายในตัวพิษนี้มันจะทําให้พวกเขาไม่อาจจะฝึกทักษะการต่อสู้ได้
ในในจักรวรรดิอาร์ค บางคนที่ไม่สามารถฝึกทักษะการต่อสู้หรือเวทมนต์ถือว่าเป็นอะไรที่น่าเสียดายมาก ลอร่าค่อนข้าภูมิใจ เธอจะให้ลูกๆ ของเธอเป็นขยะได้อย่างไร
แต่เธอรักเจ่าไห่มากและตัดสินใจแต่งงานกับเขาในอนาคต ดังนั้นเธอจึงหวังว่าเจ่าไห่จะสามารถรักษาความทุกข์ของเขาได้ ตอนนี้วันนั้นก็มาถึงแล้ว เธอมีความสุขมาก
เมื่อเห็นท่าทางของลอร่า เจ่าไห่ก็ไม่รู้ว่าจะต้องทํายังไง แต่ก็ยิ้ม เขายกแขนขึ้น เพื่อสร้างมิติที่ว่างเปล่า ลอร่ามองไปที่เจ่าไห่และขว้างตัวเธอเข้าสู่อ้อมแขนของเจ่าไห่โดยที่ยังคงมีน้ําตาไหลอาบแก้ม
กรีนและคนอื่นๆ ไม่ได้อยู่กับพวกเขาในวันนี้ ดังนั้นคนอื่นๆที่อยู่ก็คือชิวและซูกะที่ได้เห็นเรื่องของเจ่าไห่ ทั้งสองคนก็มีความสุขเช่นกัน พวกเขาได้ใช้เลือดสาบานกับเจ่าไห่แล้ว พวกเขาก็หวังว่าเจ้านายของพวกเขาจะมีอนาคตที่สดใส หลังจากที่พวกเขารู้จักตัวตนที่แท้จริงของเจ่าไห่แล้ว พวกเขาเป็นห่วงเจ่าไห่มาก
นับตั้งแต่ทั้งสองได้ติดตามเจ่าไห่ ชีวิตของพวกเขาก็สบายมาก เจ่าไห่ทําให้ชีวิตของพวกเขาดีขึ้น และจัดเตรียมอาหารอร่อยๆ ให้พวกเขา ขณะเดียวกันก็พาพวกเขา ทั้งสองออกไปจากชีวิตก่อนหน้า ซึ่งเต็มไปด้วยอันตราย สิ่งนี้ทําให้ทั้งสองรู้สึกซาบซึ่งอย่างยิ่งต่อเจ้านายของพวกเขา พวกเขาคิดว่าพิษที่เจ่าไห่มีนั้นมันร้ายแรงมากๆ
ปัญหาใกล้จะได้รับการแก้ไขแล้ว เจ่าไห่จะกลับมามีสุขภาพที่แข็งแรงอีกครั้ง พวกเขาคิดว่าสิ่งต่างๆไม่สามารถดีขึ้นได้อีก การกลับมาของตระกูลบูดากําลังใกล้เข้ามามากขึ้นเรื่อยๆแล้ว
หลังจากช่วงเวลาหนึ่ง ทุกคนก็สงบอารมณ์ของพวกเขาลงและออกไปจากมิติ เรื่อของพวกเขากําลังเข้าสู่ท่าเรือ พวกเขาไม่มีทางเลือกนอกจากลงจากเรือ