Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ) - บทที่ 390 - ค่าใช้จ่ายของเครื่องประมวลผลอเนกประสงค์
- Home
- All Mangas
- Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ)
- บทที่ 390 - ค่าใช้จ่ายของเครื่องประมวลผลอเนกประสงค์
คนที่ไม่ได้แล่นเรือในทะเลจะไม่รู้เลยว่ามันน่าเบื่อแค่ไหน และนอกจากที่ต้องเบื่อแล้ว มันก็ไม่ได้มีอะไรให้ทําด้วย
จริงแล้วทะเลมันไม่ได้สวยงามอย่างที่คิดเลย มันมีอันตรายจากคลื่อที่เชี่ยวและพายุที่ต้องเจอ และสิ่งที่สําคัญมากๆเลยก็น่าจะเป็นเรดาร์ของเรือนี่แหละ หากไม่มีมันจเป็นอะไรที่ยากมากที่จะเดินทางในทะเล เพราะมันจะมีความเสี่ยงมาก
อีกสิ่งที่สําคัญอีกอย่างเลยก็คือเรือนี่ไม่ได้สร้างขึ้นในมิติ แต่มันถูกสร้างขึ้นในจักรวรรดิอาร์ค ดูเหมือนว่ายิ่งแล่นเรือนานแค่ไหน พวกเจ่าไห่ก็รู้สึกไม่ค่อนจะดีเท่าไหร่
โชคดีที่เรือของเจ่าไห่นั้น มีซอมบี้อยู่ในเรือด้วย เจ่าไห่สั่งให้พวกซอมบี้คอยจัดการเรือ เพราะการเดินเรือในทะเลไม่ได้มีผลกระทบต่อซอมบี้เหล่านี้ ที่ไม่มีความรู้สึกหรืออารมณ์ไปแล้ว พวกซอมบี้เหล่านี้ก็เหมือนกับหุ่นยนต์มาก
ตอนนี้ปลายทางของเจ่าไห่คือเมืองน้ํามรกต ซึ่งเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงมากที่ชายฝั่งตะวันออกของจักรวรรดิโรเซ่น แต่สําหรับคนจากที่อื่นนั้นจะเป็นว่าเมืองสกายเป็นเมืองที่ดีที่สุด มันมีทําเลและเส้นทางที่ดีที่สุด ซึ่งมันทําให้ผู้คนจํานวนมากไม่ได้สนใจเมืองน้ํามรกตและเมืองน้ําหยก มันเลยทําให้รายได้ของพวกเขาลดน้อยลงกว่าเมืองสกาย
แม้ว่าบางตระกูลอิมพีเรียลในจักรวรรดิโรเซ่นจะอิจฉาเกี่ยวกับสถานการณ์นี้ แต่พวกเขาก็ไม่อาจจะทําอะไรได้ เพราะในตอนแรกเมืองสกายนั้นไม่ได้เป็นแบบนั้น ตั้งแต่ที่เมืองสกายถูกส่งให้ตระกูลแคลซีดูแลเมืองก็ค่อยๆกลายเป็นเมืองที่เห็นอยู่ตอนนี้ มันเป็นสาเหตุที่สําคัญมากจากความพยายามอย่างต่อเนื่องที่ทําโดยคนของตระกูลแคลซี
แม้ว่าทั้งเมืองน้ํามรกตและเมืองน้ําหยกนั้นจะได้ทุกจํานวนมากจากตระกูลอิมพีเรียล แต่การจัดการกับเมืองนั้นไม่ได้ดีอย่างเห็นได้ชัด นี่น่าจะเป็นความพยายามภายในของตระกูล เมื่อเทียบกับตระกูลแคลซี่แล้ว พวกเขาจัดการได้ดีกว่า มันเลยทําให้ทั้งสองเมืองไม่อาจจะไปติดต่อกับเมืองสกายได้
แน่นอนว่ารายได้ของเมืองน้ํามรกตและเมืองน้ําหยกจะต้องน้อยกว่าเมืองสกายอยู่แล้ว แต่ถ้าได้เห็นกําไรที่พวกเขามีของทั้งสองเมือง หากลองคํานาณดีๆเงินของทั้งสองเมืองน่าจะมีรายได้มากว่าเมืองสกาย
มีเหตุผลสําหรับเรื่องนี้ เมืองสกายเป็นเหมือนกระเป๋าเงินของตระกูลแคลซี และให้เงินทุนทั้งหมดที่ตระกูลต้องการ ในขณะที่เมืองน้ําหยกและเมืองน้ํามรกตเป็นสถานที่ที่เหล่าจักรพรรดิ โรเซ่นใช้เป็นที่ฝึกฝนลูกหลานของพวกเขา จักรพรรดิโรเซ่นจําให้ทั้งสองเมืองนี้ รวมไปถึงเมืองที่ถูกควบคุมโดยจักรพรรดิด้วย เพื่อคัดเลือกผู้สืบทอดตําแหน่ง จักรพรรดิต้องการดูว่าบุตรชายของ พวกเขาจะสามารถจัดการกับเมืองได้หรือไม่ และใครกันที่ทําได้ดีกว่า ผู้ที่ชนะและทํารายได้ ได้มากที่สุดจะได้ครองบัลลังก์
อย่างที่สามารถจินตนาการได้ การจัดการของทั้งสองฝ่ายนั้นแตกต่างกันอย่างชัดเจนมากๆ ในอีกด้านหนึ่งตระกูลพึ่งพิงเมืองในการใช้จ่ายต่างๆ ในอนาคตพวกเขาก็จะต้องดูแลมันให้ดี ในทางตรงกันข้ามเลย เมืองถูกใช้เป็นแบบทดสอบความแข็งแกร่งทางความคิด ในไม่กี่ปีที่ผ่านมา เราจะทําทุกอย่างเท่าที่จะทําได้เพื่อทําเงินให้ได้มากที่สุดภายในเมือง
ดูเหมือนว่าจะเป็นการลงทุนสองแบบ อย่างแรกคือประเภทที่คุณจะลงทุนในบางอย่างและค่อยๆเปลี่ยนเป็นห่านที่วางไข่ทองคํา และอีกอย่างเลยก็คือประเภทที่มักจะหาปลาเพื่อลงทุกระยะสั้นเพื่อทํากําไรและเดินออกไป สองปรัชญาที่แตกต่างโดยสิ้นเชิง
แม้ว่าจะมีเหตุผลของเรื่องนี้ เจ่าไห่และคนอื่นๆ ก็ยังคงต้องไปที่เมืองน้ํามรกต พวกเขาไม่เพียงตัดสินในที่จะไปที่นั่น เพราะซื้อของเท่านั้น พวกเขายังต้องการสร้างหน้าร้าน นอกจากนี้ยังเป็นการดีที่สุดหากพวกเขาสามารถติดต่อกับนักธุรกิจเพื่อสร้างพันธมิตรได้ ด้วยสิ่งที่พวกเขาไม่จําเป็นต้องพึ่งพาตรตะกูลแคลซี่มากเกินไป
การกระทําที่ทําโดยตระกูลแคลซีนั้นทําให้หัวใจของเจ่าไห่ส่งเสียงเตือน การทําเรื่องต่างๆ ส่วนใหญ่ของพวกเขาจะต้องขึ้นอยู่กับตระกูลแคลซี ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่ดีเลย พวกเขาจึงต้องการที่จะหาพันธมิตรจากที่อื่นๆ ไม่งั้นพวกเขาก็จะยังไม่อาจทําอะไรได้เลย
สถานการณ์นี้จะติดกับเจ่าไห่ แม้ว่าเขาจะไม่ได้กลัวตระกูลแคลซี่ แต่การเคลื่อนไหวที่ตระกูลแคลซีทํามันอาจจะทําให้เจ่าไห่สูญเสียอะไรไปเลยก็ได้
เพราะเหตุนี้เจ่าไห่จึงยืนกรานที่จะไปที่เมืองน้ํามรกต เขาต้องการดูสถานการณ์ที่นั่นและดูว่ามีโอกาสที่จะสร้างพันธมิตรใหม่มั้ย? นี่จะทําให้ตระกูลแคลซี่เข้าใจว่าเจ่าไห่จะสามารถอยู่รอดได้ หากไม่ได้รับความช่วยเหลือจากตระกูลแคลซี
แม้ว่าเจ่าไห่จะเป็นคนของนักเวทย์แห่งความมืด แต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกถึงคนที่แข็งแกร่งที่สุด นั่นเป็นเพราะเขาไม่ได้ฝึกฝนเวทย์มนตร์
สิ่งที่สมิทได้ทําไว้ก่อนหน้านี้ ทําให้เขามองกลุ่มของนักเวทย์ไปในทางที่ดี แต่ด้วยการกระทําของตระกูลแคลซีนั้น ความคิดนั้นของเจ่าไห่ก็ได้เปลี่ยนไปทันที
เจ่าไห่เห็นใจนักเวทย์แห่งความมมืดคนอื่นๆ แต่เขาไม่ได้เป็นนักบุญ ในตอนแรกเมื่อทุกคนออกไปกําจัดเขา ไม่มีใครที่จะช่วยเขาได้ นอกจากปู่กรีนและคนของเขาที่จงรักภักดีและอุทิศตนให้กับตระกูลบูดา อดัมก็คงจะตายไปแล้ว และเจ่าไห่ก็คงจะไม่ได้อยู่
ในตอนแรกเจ่าไห่ได้เข้าร่วมกับกลุ่มนักเวทย์แห่งความมืดเพราะเขาเห็นว่ามันค่อนข้างไม่ได้มีกฏอะไร นอกจากนี้เขายังต้องการใช้ประโยชน์จากกลุ่มเพื่อจัดการกับกิลแห่งความสว่าง แต่ถ้าผู้คนในกลุ่มตัดสินใจที่จะทําแบบนี้กับเขา เขาก็จะไม่มีจุดยืนอยู่ที่นี่
เรื่อยังคงแล่นต่อไปอย่างช้าๆ วันนี้เป็นวันที่สามของการเดินทางของพวกเขา นี่เป็นวันพิเศษ สําหรับเจ่าไห่ เพราะเจ้าฉินอี้ปลูกเมล็กยาที่มิติให้กับเจ้าไม่ได้แล้ว เมล็ดมีเลเวลที่สูงมากและใช้เวลาหลายวันกว่าจะเติบโต จากการคํานวณของเขา เจ่าไห่คิดว่าน่าจะต้องรอจนกว่าพวกเขาจะไปถึงเมืองน้ํามรกตก่อนที่จะล้างพิษออกไปได้
แม้ว่าเมล็ดจะเพิ่งถูกปลูกในวันนี้ เจ่าไห่และคนอื่นๆ ก็ให้ความสําคัญกับเมล็ดมาก เพราะมันเป็นสิ่งที่สําคัญมากสําหรับพวกเขา
โดยเฉพาะเจ่าไห่ที่ดูดีใจมาก เพราะมันเป็นเหมือนกับความหวังของเขา ซึ่งเป็นความหวังที่ว่าวันหนึ่งเขาจะกลับมาเป็นปกติได้อีกครั้ง นอกจากนี้เจ๋าไร่ก็สนใจกับเรื่องของเครื่องประมวลผลอเนกประสงค์ด้วย
(ปล. เครื่องประมวลผลอเนกประสงค์และเครื่องแปรรูจากบทที่388 นั้นเป็นเครื่องเดียวกัน)
เครื่องประมวลผลอเนกประสงค์นั้นลึกลับมากจริงๆ ตราบใดที่คุณมีเงินมันสามารถประมวลผลทุกอย่างให้คุณได้ จํานวนเงินที่มันต้องการก็ขึ้นอยู่กับสิ่งที่คุณต้องการ ตัวอย่างเช่นหากเจ่าไห่ต้องการประมวลผลยาแก้พิษของเขา เงินที่เง่าไห่จะต้องจ่ายก็เป็นเงิน 1,000 เหรียญทอง หากเจ้า ไห่ต้องการสร้างมิติ เขาต้องจ่าย 10,000 เหรียญทอง และถ้าต้องการสร้างมิติขึ้นสูงค่าใช้จ่ายก็ จะเพิ่มตามไปด้วยประมาณ 1 ล้านเหรียญทอง และเวลาในการประมวลผลก็จะนานพอๆ กันด้วย
อย่างไรก็ตามหากคุณต้องการแปรรูปข้าวไผ่ มันเป็นพืชที่ต้องปอกเปลือกคุณจะต้องใช้ เหรียญทอง 1 เหรียญต่อวัน เช่นเดียวกันกับแป้งสีขาว ราคาในการทําไวน์นั้นไม่ได้สูงเกินไป
แต่ค่าใช้จ่ายนี้ก็ขึ้นอยู่กับความจริงที่ว่าคุณมีวัสดุเพียงพอมั้ย หากคุณไม่มีวัสดุเช่นสารเติมแต่งเพื่อเปลี่ยนรสชาติของไวน์ที่คุณทําอยู่สิ่งนี้จะไม่เกินขึ้น แน่นอนว่าคุณจะยังสามารถสร้างมันได้ แต่คณต้องซื้อวัสดเหล่านั้นจากโรงงานและราคาของมันจะส่งผลเสียต่อกระเป๋าของคุณอย่างแน่นอน
ยิ่งไปกว่านั้นถ้ามิติไม่มีพืชชนิดใดเครื่องจะสามารถสร้างเมล็ดให้คุณได้ คุณจะต้องใช้พืชอื่น แล้วเหรียญทองและคุณจะได้รับเมล็ดของคุณ โดยธรรมชาติแล้วการคิดค่าใช้จ่ายสําหรับการดําเนินการนี้ไม่ได้ถูกเลย มิติหวังว่าคุณจะให้พืชเหล่านี้และอัพเกรดมิติ โดยจัดหาจากภายนอก นอกจากนี้คุณไม่ควรหวังว่าจะใช้เครื่องประมวลผลเพื่ออัพเกรดมิติ เนื่องจากเมล็ดทั้งหมดที่ทํา โดยเครื่องไม่สามารถให้ประสบการณ์ใดๆได้
เนื่องจากลักษณะเหล่านี้ เจ่าไห่จึงตัดสินใจหยุดการปลูกข้าวไผ่ในป้อมปราการภูเขาเหล็ก ทําให้ผู้คนสามารถทําสิ่งอื่นได้
นอกจากนี้เจ๋าไร่ไม่ได้ใช้เครื่องทําไวน์นม ปัจจุบันเขาใช้เครื่องแปรรูปอาหารและผลิตน้ํามัน ผลไม้ สิ่งต่างๆ เช่นผลิตภัณฑ์ขนสัตว์และไวน์ยังคงทําอยู่มีป้อมปราการภูเขาเหล็ก นี่เป็นเพราะเจ่าไห่คิดว่าเมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายในการใช้งานเครื่องจักรการใช้งานเครื่องจักรกําลังคนยังคงมีประสิทธิภาพมากขึ้นสําหรับผลิตภัณฑ์เหล่านั้น
เดิมที่กําลังคนในป้อมภูเขาเหล็กก็ยังไม่เพียงพอ แม้ว่าพวกเขาจะมีคนหลายพันคน แต่ก็มีคนที่ไม่สามารถรับมือกับงานหนักเช่นผู้สูงอายุและเด็กๆได้ มีเพียงชายหนุ่มและหญิงสาวที่กําลังยุ่งอยู่กับการทําสิ่งต่างๆมากมายและจํานวนของพวกเขายังไม่เพียงพอ ด้วยเหตุนี้จึงมีซอมบี้จํานวนมากที่ทํางานในป้อมภูเขาเหล็ก
แต่ตอนนี้มันก็เป็นสิ่งที่ดีที่เจ่าไห่ได้รับเครื่องแปรรูป เครื่องสามารถทํางานทั้งหมดโดยเฉพาะอย่างยิ่งสําหรับผลิตภัณฑ์ขนสัตว์
เจ่าไห่พยายามใช้เครื่องทําผ้าห่มและมันก็ดีมาก คุณยังสามารถเลือกสไตล์และการตกแต่งใน พวกเขา อย่างไรก็ตามผ้าห่มที่ผลิตโดยเครื่องนั้นแตกต่างจากผ้าห่มที่ผลิตจากภายนอก นอก จากนี้ค่าใช้จ่ายในการทําไม่ต่ํา 50 เหรียญทอง สําหรับเงินจํานวนนี้ชนเผ่าสามารถผลิตผ้าห่ม 20 ผืนได้ ดังนั้นเจ่าไห่จึงเลิกใช้เครื่องผลิต ผลิตขนสัตว์
เจ๋าไร่ยังเข้าใจว่านี่ไม่ใช่ข้อผิดพลาด มูลค่าของเหรียญทองในมิตินั้นแตกต่างอย่างมากจากมูลค่าที่อยู่ภายนอก มีสกุลเงินเพียงประเภทเดียวในมิติ ซึ่งเป็นเหรียญทองอย่างแน่นอน เหรียญทองที่อยู่ภายในมิติเหมือนเหรียญทองแดงภายนอก แต่ถ้าคุณใช้เหรียญทองเดียวกันนอกมิติมูลค่าของมันจะสูงขึ้นอย่างแน่นอน
สาเหตุที่ค่าใช้จ่ายในการประมวลผลของเครื่องสําหรับการทําข้าว เนื่องจากเครื่องจักรไผ่และข้าวสาลีมีค่าในมิติไม่สูงมาก หากเจ่าไร่ตัดสินใจขายข้าวและแป้งให้กับมิติ มันจะไม่ทํากําไรเท่าการขายให้กับจักรวรรดิ สิ่งนี้ทําให้เจ่าไห่รู้ว่าค่าของสกุลเงินทั้งในและนอกมิตินั้นแตกต่างกันมาก
เจ่าไห่ไม่ใช่คนที่ตายแล้วเพื่อทํากําไร ถ้าเขาเป็นเขาก็แค่จ้างซอมบี้ทําหน้าที่ทั้งหมดที่จําเป็น เพื่อที่เขาจะได้ไม่ต้องจ่ายค่าแรง แต่ถ้าเขาทําอย่างนั้นมาตรฐานการครองชีพของทาสจะลดลงอย่างแน่นอน เจ่าไห่ไม่ต้องการทําเช่นนั้นเขาต้องการให้คนของเขามีชีวิตที่ดีขึ้นมาก