Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ) - บทที่ 385 - เรือ
จูวันไม่ได้เชื่อคําพูดของเจ่าไห่ ในความคิดของเขานั้น มองว่าเจ่าไห่เป็นนักเวทย์แห่งความมืด ที่มีเรื่องกับกิลแห่งความสว่างและก็ถูกไล่ออกจากเมื่องของตัวเอง เจ่าไห่ไม่มีทางอื่นที่จะเอาชีวิตรอดมาได้ มันทําให้เขาไม่ได้กลัวอะไรจากเจ่าไห่ แต่เขากลับยิ้มด้วยรอยยิ้มที่เย็นชา และพูดว่า “ไม่ต้องทําให้ข้ากลัวหรอก ข้าไม่อยากจะพูดอะไรมาก แกหนีภัยมาที่ตระกูลของข้าใช่มั้ย? แต่ไม่ยอมที่จะเสียอะไรเลย แกไม่รู้สึกอายเลยเหรอที่ไม่ได้จ่ายเงินให้กับตระกูลแคลซี่?”
เจ่าไห่มองใบหน้าของวัน เจ่าไห่ไม่ได้คิดว่านี่เป็นสิ่งที่จูวันคิดกับตัวเขา แต่เจ่าไห่ก็ไม่ได้สนใจอะไรมากนัก เขามองจุวันและพูดว่า “ไม่เลย!! มีเหตุอะไรที่ข้าจะต้องอายงั้นเหรอ? ถ้าข้าไม่ได้เป็นนักเวทย์แห่งความมืด เมื่อข้ามาทําธุรกิจที่เมืองสกาย เจ้าจะไม่คิดว่าข้าเป็นคนไม่ดีใช่ไหม? ถ้าข้าไม่ได้มาที่เมืองสกายในฐานะแบบนั้น ตระกูลของเจ้าจะยังดูแลข้าอยูหรือไม่? ตั้งแต่ที่ข้ามาถึงเมืองสกาย ข้าไม่ได้ขอให้ตระกูลของเจ้าดูแลปกป้องข้าเลย ข้าเองไม่ได้ขอเข้าไปอยู่ ในคฤหาสน์ของตระกูลเลย สมิทเป็นคนที่ให้ข้าอยู่ที่นั่นเอง ข้าไม่ได้อยากที่จะอยู่ที่นั่นอยู่แล้ว และตอนนี้เจ้าก็คงคิดถึงเรื่องนี้อยู่สินะ เจ้าก็ไม่ได้ผิดหรอก”
จูวันไม่รู้จะพูดอะไรเมื่อได้ยินสิ่งที่เจ่าไห่พูด เจ่าไห่นั้นพูดถูกถึงแม้ว่าเขาจะไม่ใช่นักเวทย์แห่งความมืดก็ตามตระกูลก็ยังคงดูแลปกป้องเขา นี่เป็นหนึ่งเหตุที่ทําให้เมืองสกายรุ่งเรืองมาก ถ้าหากพวกเขาไม่ได้ทําแบบนั้น เมืองของพวกเขาก็คงยังไม่มาถึงตอนนี้
จูวันไม่ได้พูดอะไรซักพัก เขาไม่รู้จะพูดออกไปยังไง จูวันมองไปที่ใบหน้าของเจ่าไห่ และก็ไม่รู้ว่าจะทํายังไงต่อไป แต่ก็รู้สึกได้ว่าความโกรธของเขานั้นเพิ่มขึ้น จากนั้นเขาก็ตะโกนเสียงดังออกมา “แกกําลังจะบอกว่าแกจะไม่ให้สิ่งที่ข้าต้องการงั้นเหรอ? ถ้าแกไม่ให้ข้าดี ข้าจะไม่สุภาพกับแกแล้ว”
เจ่าไห่มองวันที่กําลังตะโกนเสียงดังอยู่และพูดว่า “เจ้าจะทําอะไรงั้นเหรอ? เจ้าต้องการโจมตีข้าใช่มั้ย? เจ้ามีความแข็งแกร่งหรือไม่?”
จูวันมองตาของเจ่าไห่และไม่ได้ทําอะไร แต่รู้สึกถึงความกลัวในหัวใจของเขา เขาเริ่มรู้ตัวเอง แล้วว่าเขาได้ถามอะไรที่เกินไปแล้ว และก็ได้พูดในเรือของเจ่าไห่ด้วย ถ้าเจ่าไห่ต้องการสังหารเขาจริงๆ มันก็ไม่ใช่เรื่องที่ยากเลย จูวันเคยได้ยินมาว่าความแข็งแกร่งของเจ่าไห่นั้นไม่ธรรมดาเลย
อย่างไรก็ตามจูวันมองไปที่คนที่ยืนอยู่ข้างหลังเขาและสงบตัวเองลง ชายคนนี้เป็นคนที่ตระกูลส่งมาให้คอยดูแลเขา แม้ว่าชายคนนั้นจะพูดเสมอว่า “เราไม่สามารถทําสิ่งนี้ได้” แต่ความแข็งแกร่งของเขาก็อยู่ในระดับนักเวทย์แห่งความมืดระดับที่ 7
เมื่อวันเห็นชายคนนั้น เขาก็รู้สึกสบายใจมากขึ้น เขาหัหน้ากลับไปหาเจ่าไห่และพูดว่า “ถ้าแกแข็งแกร่งจริงๆ ก็แสดงพลังให้ข้าดูหน่อย”
เจ่าไห่ยิ้มออกมาเล็กน้อย และพูดว่า “งั้นก็ดูได้เลย” จากนั้นเจ่าไห่ก็โบกมือของเขาปิดท้องฟ้าเรือทั้ง 10 ล่าเต็มไปด้วยซอมบี้จํานวนนับไม่ถ้วน ไม่นานนักเรือทุกลำถูกควบคุมโดยเจ่าไห่ ไม่มีใครคิดว่าเจ่าไห่จะจัดการเรือของพวกเขาแทนที่จะจัดการกับจูวัน อีกไม่นาคงไม่มีใครสามารถอยู่บนเรือได้
จากนั้นเจ่าไห่ก็โบกมือเป็นครั้งที่สองทําให้หมอกดําพุ่งไปที่เรือ หลังจากที่หมอกหายไปบรรดาลูกเรือทั้งหมดกลายเป็นซอมบี้ไปแล้ว
เจ่าไห่มองจูวันมรากําลังตกใจอยู่พูดว่า “ข้าของเรือทั้ง 10 ลไปเลยแล้วกัน ในขณะที่เอาเรือให้เจ้า เจ้าจะไม่เหลือคนมากเหมือนก่อนแล้ว ในสถานที่แบบนี้เจ้าน่าจะมีเรือเพื่อไปที่เมืองสกาย” จากนั้นเจ่าไห่ก็โบกมือ ขณะที่เรือทั้ง 10 ลําลอยตามเขาไป โดยมีเจ่าไห่เป็นผู้นํา
จูวันช็อตมากในขณะที่เรื่องนี้เกิดขึ้น เขาไม่ได้คิดว่าเจ่าไห่จะทําแบบนนี้ เรื่องนี้ไม่ได้เป็นไปตามสิ่งที่เขาคิด
ชายที่ถูกส่งมาจากตระกูลเพื่อดูแลจูวันก็ถอนหายใจ การเคลื่อนไหวของเจ่าไห่นั้นสวยงามมาก คนที่น่าอับอายตอนนี้ก็น่าจะเป็นจุวัน โดยคิดถึงหน้าตาชื่อเสียงของตระกูลแคลซี่ ด้วยความแข็งแกร่งของเจ่าไห่พวกเขาจะไม่สามารถทําอะไรได้เลย
ชายคนนั้นมองดูเรือ 10 ล่าที่พวกเขาเอามาในตอนแรกและเห็นว่าลูกเรือทั้งหมดกลายเป็นซอมบี้ไปแล้ว การที่เปลี่ยนคนนับพันให้กลายเป็นซอมบี้นั้นมันไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลย เพียงแค่ตัวเดียวก็อาจจะทาได้ แม้ว่าจะทําแบบนั้นได้อายุของคนที่ใช่ก็จะลดลงอย่างมาก นี่เป็นเรื่องที่ทําให้ เขาเข้าใจถึงความแข็งแกร่งของเจ่าไห่ใหม่ ในเวลาเดียวกัน เขาก็ยังเห็นอีกว่าบนเรือของเจ่าไห่ นั้นยังมีซอมบี้เหล่านี้อีกมาก มันก็หมายความว่าเจ่าไห่น่าจะมีเหล่าซอมบี้แบบนี้อีกมากเลยทีเดียว
เมื่อเห็นว่าเรือแล่นออกไปแล้ว จูวันรู้สึกกลัว แต่เขาก็โกรธในสีหน้าที่ซีดๆ หันไปหาเจ่าไห่ จากนั้นเขาก็ตะโกนดังมากว่า “ฆ่ามัน!! ไปฆ่ามันเพื่อข้า!!”
ขณะที่เขาพูดแบบนั้น มือที่ทางพลังคู่หนึ่งจับเขาไว้ จูวันหันไปมองและเห็นชายที่ติดตามเขามา ชายคนนั้นมองจูวันด้วยควาใจเย็นและพูดว่า “เจ้าหนูน้อนนี้มันไม่ใช่เรื่องเล่นแล้ว ไปกันเถอะ
จากนั้นชายคนนั้นก็หันไปหาเจ่าไห่และพูดว่า “นายน้อยเจ่าไห่ ข้าต้องขอความกรุณาให้ท่านเตรียมเรือให้เรา นอกจากนี้โปรดเตรียมน้ําและอาหารให้พวกข้าด้วย”
เจ่าไห่มองที่ชายคนนั้นและยิ้มพูดว่า “ได้สิ มันไม่ใช่ปัญหา ข้าจะส่งจดหมายไปให้กับพี่สมิท เพื่อให้เขามารับพวกเจ้าโดยเร็วที่สุด ข้าก็อยากจะบอกด้วยว่าไม่ว่าตระกูลแคลซี่จะจัดการกับเรื่องนี้ยังไงในอนาคต ท่าทางของข้าก็ยังคงเหมือนเดิม ข้าอยากให้เจ้าบอกกับตระกูลแคลซีว่า ในครั้งหน้า โปรดคิดให้ดีกว่านี้ บอกพวกเขาว่าอย่าเชื่ออะไรกันง่ายๆ ด้วยผลประโยชน์เหล่านั้นมากนัก” จากนั้นเจ่าไห่ก็โบกมือให้เหล่าซอมบี้เพื่อจัดหาของให้กับวัน
เจ่าไห่เป่านกหวีดและก็มีนกอินทรีย์บินออกมาจากมิติ เจ่าไห่เขียนจดหมาย ในขณะที่เขาตั้งใจจะส่งจดหมายนี่ไปถึงสมทผ่านทางนกอินทรีย์เหล่านี้
เขาไม่ได้สนใจจูวัน เจ่าไห่หันหน้าไปและพูดว่า “เอาล่ะจูวัน เจ้าสามารถไปได้แล้สตอนนี้ เรือมีอาหารและน้ําให้เพียงพอเป็นเวลาเจ็ดวัน ข้าได้ให้ไวน์ไว้บนเรือด้วย แม้ว่าเรือล่านี้จะไม่ใหญ่อะไร แต่ก็เพียงพอสําหรับทุกคนที่จะนั่งเรือไป นี่ไม่ใช่การแล่นเรือใบ ดังนั้นเจ้าไม่ต้องทําอะไรเลย ตราบใดที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น คนของพี่สมิทก็น่าจะมาถึงในสามวัน เจ้าจะไม่ได้อยู่ในอันตรายที่น่ากลัวอะไรมากนัก”
จูวันต้องการที่จะเอาคืน แต่ถูกดึงโดยชายที่ดูแลเขา ชายคนนั้นรู้ว่าไม่มีประโยชน์ที่จะคุยกับเจ่าไห่ในตอนนี้ มันจะดักว่าถ้าพวกเขาออกไป แต่ตอนนี้พวกเขาก็ได้เห็นความแข็งแกร่งของเจ่าไห่แล้ว
ในเวลาเดียวกันชายคนนั้นก็คิดว่าจะทําให้ตระกูลคิดใหม่กับเรื่องของเจ่าไห่ เจ่าไห่เป็นคนที่พวกเขาไม่สามารถวัดความแข็งแกร่งได้เลย เจ่าไห่แข็งแกร่งมากเกินไป
ชายคนนั้นจําได้ว่าซอมบี้เหล่านั้นถูกส่งมาจากเจ่าไห่เพื่อโจมตีเรือทั้ง 10 ลํา ซอมบี้ทั้งหมด ป็นซอมบี้ระดับสูง มี 10,000 ตัวที่มีความแข็งแกร่งเกือบเท่ากับความแข็งแกร่งของสามพนหาเสนา ซอมบี้ตัวเดียวอาจจะจัดการกับพยุหเสนาสามคน
ชายคนนี้ไม่ได้เป็นแค่คนดูแลเท่านั้น แต่เขาก็เป็นคนที่ตระกูล
ส่งมาเพื่อทําหน้าที่เฝ้าระวัง ตระกูลแคลซี่ส่งชายคนนี้ไปกับผู้สืบทอดแต่ละคนเพื่อติดตาม และประเมินผลการทํางานของพวกขเว พวกเขาถูกส่งไปประเมินแต่ละคนว่าพวกเขาเหมาะสมที่จะดํารงตําแหน่งหัวหน้ามั้ย? เรื่องนี้เป็นสิ่งที่สําคัญมากในการตัดสินใจคัดเลือก
ปกติแล้วเรื่องนี้ไม่ได้รู้โดยคนที่สืบทอด พวกเขาคิดว่าตระกูลดูแลพวกเขาอย่างดี นั่นเป็นเหตุผลว่าทําไมพวกเขาจึงส่งผู้ดูแลไปช่วยชีวิตพวกเขาในแต่ละวัน
เจ่าไห่ไม่ได้สนใจพวกเขาอีกต่อไป เขาต้องการให้ตระกูลแคลซีเรียนรู้บางอย่างจากการเจอกับเขาในครั้งนี้ เจ่าไห่ต้องการทําให้พวกเขารู้ว่าตัวเขาเองไม่ได้กลัว ในขณะเดียวกันเขาก็ต้องการที่จะดูว่าตระกูลแคลซีจะทํายังไงต่อกับเรื่องนี้ หากพวกเขาจัดการได้ดีแล้วทุกอย่างก็จะดี ถ้าพวกเขาไม่ทําแบบนั้น เจ่าไห่ก็จะมองไปทางอื่น เพราะตระกูลแคลซี่ไม่สมควรที่จะได้รับความร่วมมือจากเขา
เมื่อมองดูเรือของวันที่ค่อยๆจากไป ลอร่ามีท่าทางที่เป็นกังวลและพูดว่า “พี่ไห่ เรื่องนี้มันดีแล้วใช่มั้ย? พี่สมิทจะได้รับจดหมายตอนไหนกัน??”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “ไมต้องเป็นห่วง พี่มีนกอินทรีย์ที่มีไม้เท้าภูติ พี่ยังมีคนงาน นอกจากนี้พี่ยังมีพวกมันสอง สามตัวคอยลาดตระเวนบนท้องฟ้า ตราบใดที่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น เราก็จะช่วยพวกเขาได้ ที่สําคัญเขาก็ยังเป็นน้องชายของพี่สมิท เราไม่อาจจะให้พวกเขาเจอกับเรื่องอันตรายแน่ๆ พี่แค่อยากให้พวกเขาได้รับบทเรียนเท่านั้น ไม่งั้นเราจะไม่ได้รับการดูแลอย่างดีจากตระกูลแคลซี่ พวกเขาจะทําเหมือนพวกเราเป็นคนรับใช้เท่านั้น พี่ไม่ต้องการสิ่งนั้น”
ลอร่าพยักหน้าขณะที่เธอถอนหายใจ “ฉันไม่คิดว่ามีคนแบบนี้ในตระกูลแคลซี่ด้วยมันน่าแปลกใจจริงๆ ฉันหวังว่าพี่สมิทจะเจอทางออกโดยเร็วที่สุด”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “ไม่สําคัญว่าเขาจะใช้เวลานานแค่ไหน เพราะเราสามารถอยู่ที่เกาะเอพี และเรียนรู้วิธีการทําเบียร์ของพวกลิง” ในเวลานี้ลิงตัวน้อยก็ยินดีกับเจ่าไห่ ทําให้เจ่าไห่และคนอื่นๆหัวเราะ
ในเวลานี้บนเรือของจูวัน เขาโกรธมากในขณะที่มองผู้ดูแลและพูดว่า “ซัคเจ้าต้องการทําอะไร! ทําไมเราต้องฟังค่าพูดของมัน? ทําไมเราไม่ฆ่ามันไปเลย?”
ซัคมองจูวันและตอบด้วยความใจเย็นว่า “นายน้อยเป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะเอาชนะเจ่าไห่ ท่านไม่เห็นเหรอ เขาเพิ่งปล่อยซอมบี้ระดับสุงออกมานับ 10,000 ตัว! หากเราต่อสู้กับเขา เราก็เหมือนกับเขาไปตาม แม้ว่าเขาจะไม่สามารถฆ่าเราได้มันก็ง่ายมากที่จะจับเรา นี่คือเหตุผลที่ข้าไม่ต่อต้านเขา”
แม้ว่าจูวันจะโกรธมาก แต่เขาก็ไม่ใช่คนโง่ หลังจากนึกถึงเรื่องของเจ่าไห่ที่ทําให้ท้องฟ้ามีหมอกที่เต็มไปด้วยความตาย เขาไม่รู้ว่าจะต้องทํายังไง แต่ก็รู้สึกตกใจ เขารู้ว่าสิ่งที่ซัคพูดนั้นถูกแล้ว แต่เขาไม่สามารถทนต่อความอัปยศนี้ได้ ตั้งแต่ตอนเด็กจนถึงตอนนี้ ก็มีแค่เจ่าไห่เท่านั้นที่ทํากับเขาแบบนี้
จวันกัดฟันขณะที่นั่งลง ในเวลาเดียวกัน เขาก็สาบานในใจว่า เขาจะบอกเรื่องนี้กับพ่อของเขา เขาจะต้องกลับมาจัดการกับเจ่าไห่และก่าจัดความอับอายครั้งนี้ให้ได้!
จบบทแล้วนะครับ ขอบคุณที่ติดตามนะครับ บ้าย…บาย