แม่ปากร้ายยุค 80 - ตอนที่ 988 สองสามีภรรยาคิดหาวิธี
ตอนที่ 988 สองสามีภรรยาคิดหาวิธี
ตอนที่ 988 สองสามีภรรยาคิดหาวิธี
หลังเดินออกจากศาลแล้ว โต้วโต้วเดินตามหรงจี้เหมยและสามีของหล่อนกลับไปยังหมู่บ้านด้วยรถบัส
หลังจากผ่านเส้นทางคดเคี้ยวเนิ่นนาน ในที่สุดก็มาถึงหมู่บ้านสักที พวกเขาหยุดยืนหน้าอาคารสองชั้น
ภายในอาคารแต่ละห้องมีผู้คนจำนวนมากอาศัยอยู่ และทางเดินเต็มไปด้วยสิ่งของมากมาย ทั้งยังมีกลิ่นเหม็นเน่าโชยมาเป็นระยะ
โต้วโต้วคิดว่าสภาพแวดล้อมตรงหน้านี้ค่อนข้างเลวร้ายแล้ว แต่ไม่คิดว่าจะได้เผชิญหน้ากับสิ่งที่เลวร้ายยิ่งกว่า
พ่อแม่ของหล่อนไม่สามารถเช่าห้องเล็ก ๆ ได้ด้วยซ้ำ พวกเขาเช่าได้เพียงบริเวณที่มีการต่อเติมอย่างผิดกฏหมายเช่นห้องใต้หลังคาที่มีเพียงสังกะสีมุงเอาไว้บาง ๆ
บ้านมุงแผ่นสังกะสีไม่มีอะไรมั่นคง เมื่อแดดส่องลงมาก็จะร้อนระอุ ร้อนจนในบ้านแทบจะลุกเป็นไฟ
บางส่วนภายในห้องมีสภาพเละเทะ บนเตียงเต็มไปด้วยเศษขยะ ไม่รู้ว่าเมื่อถึงเวลากลางคืนแล้วจะนอนหลับกันอย่างไร
ยังมีจานและตะเกียบที่ไม่ได้ล้างอยู่บนโต๊ะอาหาร และมีเสื้อผ้าไม่ได้ซักกองอยู่บนพื้น
ยามกลิ่นเหม็นหืนจากจานชามและตะเกียบที่ไม่ได้ล้างผสมรวมกับกลิ่นเหม็นเปรี้ยวจากกองเสื้อผ้าที่ยังไม่ได้ซักโชยมาวูบหนึ่ง มันก็แทบจะทำให้โต้วโต้วเป็นลม
เด็กชายอายุ 5 ถึง 6 ขวบสองคนนั่งอยู่ที่มุมเตียง พวกเขามองโต้วโต้วด้วยความอยากรู้อยากเห็น
หรงจี้เหมยแนะนำให้โต้วโต้วรู้จักกับเด็กชายสองคนที่หน้าตาเหมือนกัน “นี่คือน้องชายฝาแฝดของลูก”
จากนั้นหล่อนก็พูดกับเด็กน้อยทั้งสองคนว่า “ต้าซวง เสี่ยวซวง พี่สาวพวกเธอกลับมาแล้วนะ ทำไมไม่เรียกหล่อนว่าพี่สาวล่ะ?”
เด็กน้องทั้งสองเรียกพี่สาวอย่างเชื่อฟัง ก่อนจะถามว่า “พี่สาว มีอะไรให้พวกเรากินไหม?”
โต้วโต้วส่ายศีรษะอย่างเขินอาย “ไม่มีเลย”
ต้าซวงและเสี่ยวซวงหมดความสนใจในตัวหล่อนทันที ก่อนจะหันไปเล่นกันสองคน
เวลานี้มีเด็กหญิงตัวน้อยอายุประมาณสิบขวบเดินออกมา เห็นชัดว่าเด็กคนนั้นแต่งตัวดีกว่าน้องชายตัวน้อยทั้งสองคนที่ใส่เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง
ชุดเจ้าหญิงพร้อมโบว์ใหญ่บนศีรษะ แบบเดียวกับชุดของโต้วโต้ว
แต่ของคนหนึ่งคือเสื้อผ้าระดับสูง และอีกคนหนึ่งคือเสื้อผ้าจากตลาดนัด
ทันทีที่เด็กหญิงเดินมา หล่อนก็หันมองโต้วโต้วด้วยสีหน้าเย็นชา
หรงจี้เหมยรีบแนะนำพวกเขาทั้งสองคน เด็กผู้หญิงคนนั้นชื่อหรงจิงจิง เป็นลูกสาวของพี่ชายหรงจี้เหมย
พี่ชายและพี่สะใภ้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุเมื่อปีที่แล้ว หรงจี้เหมยเป็นเพียงอาคนเดียวที่เหลืออยู่ หล่อนจึงต้องรับหน้าที่เลี้ยงดูจิงจิง
หรงจี้เหมยกล่าวกับจิงจิงอย่างรักใคร่ “จากนี้ไปหนูจะอาศัยอยู่กับโต้วโต้วที่เป็นลูกพี่ลูกน้องของหนูนะ”
จิงจิงไม่พอใจทันที “ห้องมุงกระเบื้องของหนูทั้งร้อนแล้วก็เล็ก มีคนมาอยู่เพิ่มอีกคนคงได้ร้อนตายชักกันพอดี”
หรงจี้เหมยเกลี้ยกล่อม “หลังจากฐานะเราดีขึ้น เราจะพาหนูไปอยู่ในบ้านหลังใหม่นะจ๊ะ”
เมื่อพูดออกไปอย่างนั้น หล่อนก็หันมองโต้วโต้วโดยไม่ตั้งใจ เงินที่วัวน้อยตัวนี้มีมันน้อยเกินไป และมันไม่สามารถช่วยเหลือพวกเขาได้มากนัก
โต้วโต้วหันมองจิงจิงอย่างเหยียดหยาม และจงใจกล่าวอย่างเอาแต่ใจกับหรงจี้เหมย “แม่คะ ฉันอยากนอนกับแม่”
หรงจี้เหมยลูบศีรษะของหล่อนก่อนจะกล่าว “อ่า…”
เพราะการเลี้ยงดูโต้วโต้ว เดือนนี้จะได้รับเงินสดจากหลินม่ายในชั้นศาล
หรงจี้เหมยหยิบเงินออกมาแล้วไปซื้อหมูสามชั้นในช่วงเที่ยง จากนั้นจึงปรุงหมูสามชั้นในหม้อเล็ก ๆ พร้อมมันฝรั่งและซาลาเปานึ่ง จากนั้นอาหารกลางวันก็พร้อมแล้ว
ทันทีที่หม้อหมูสามชั้นและมันฝรั่งมาถึงโต๊ะ ต้าซวงและเสี่ยวซวงรีบหยิบตะเกียบก่อนทำท่าจะรีบกวาดอาหารลงท้องอย่างรวดเร็ว
หรงจี้เหมยเคาะศีรษะเด็กชายหลายที “พ่อพวกหนูยังไม่ได้ขยับตะเกียบเลย จะรีบไปถึงไหน”
ต้าซวงและเสี่ยวซวงหยุดตะเกียบอย่างไม่พอใจ
หรงจี้เหมยตักอาหารใส่ชามของหลี่กวงจื้อจนล้น มันเต็มไปด้วยหมูสามชั้นตุ๋นพร้อมมันฝรั่ง
หมูสามชั้นในหม้อกว่าครึ่งอยู่ในชามของเขาแล้ว และไม่มีหมูสามชั้นอยู่ในหม้ออีกต่อไป
แต่หลี่กวงจื้อไม่สนใจเรื่องอื่น เขาเริ่มกินเนื้อคำใหญ่ก่อนจะดื่มเหล้าขาวอย่างสบายใจ
โต้วโต้วตกตะลึง
คุณพ่อฟางไม่เคยดื่มเลย และเขาไม่เคยนึกถึงแต่ตัวเองเช่นนี้
เขาจะดูแลปู่ ย่า หล่อน และแม่หลินก่อนเสมอ
การกระทำของหลี่กวงจื้อทำให้หล่อนถึงกับตาสว่าง
หรงจี้เหมยมองดูเด็กทั้งสี่ด้วยความอับอาย หล่อนกัดฟันแน่นก่อนจะแบ่งเนื้อของตนให้โต้วโต้วห้าชิ้น ส่วนหล่อนและเด็กอีกสามคนกินเนื้อคนละชิ้น
โต้วโต้วเห็นแววตาไม่เป็นมิตรของจิงจิง และรู้สึกอึดอัดมาก
ทั้งครอบครัวอาศัยหล่อนเพื่อกินเนื้อสัตว์ แต่กล้าปฏิบัติต่อหล่อนเช่นนี้!
โต้วโต้วจึงจงใจแจกจ่ายเนื้อห้าชิ้นในชามให้กับน้องชายทั้งสองคน คนละชิ้น
ต้าซวงและเสี่ยวซวงยกยิ้มทันที พวกเขาไม่คิดจะขอบคุณด้วยซ้ำ ก่อนจะเริ่มกัดกินเนื้อในชามของตัวเอง
เห็นว่าจิงจิงมองชิ้นเนื้อที่เหลืออยู่ในชามของหล่อนอย่างปรารถนา โต้วโต้วยกยิ้มก่อนจะถาม “อยากกินเหรอ?”
จิงจิงพยักหน้าทันที
คุณอาเป็นคนกวาดถนน คุณอาเขยทำงานที่ไซต์ก่อสร้าง ทั้งสองคนมีรายได้น้อยมาก
แต่อาเขยชอบไปเล่นไพ่นกกระจอก และเสียเงินไปมากมาย ครอบครัวจึงลำบากการได้กินเนื้อสัตว์แต่ละครั้งจึงเป็นเรื่องยาก
เนื้อสามชิ้นที่หล่อนได้รับก่อนหน้าถูกกินหมดแล้ว แต่หล่อนก็ยังอยากกินมันอีก
โต้วโต้วคีบเนื้อชิ้นสุดท้ายลงในชามของหรงจี้เหมย “ต่อให้เธออยากกิน ฉันก็ไม่ให้หรอก ฉันจะให้แม่”
หล่อนเชิดคางขึ้นอย่างเย่อหยิ่งก่อนจะหันไปพูดกับน้องชายฝาแฝด “ฉันมีเงินเดือนละ 150 หยวน ฉันจะกินเนื้อสัตว์ในทุกวัน และฉันจะแบ่งให้นายสองคนทุกวัน”
น้องชายฝาแฝดยกยิ้มดีใจก่อนจะรีบประจบประแจงโต้วโต้ว เวลานี้จิงจิงโกรธจัดจนใบหน้าเปลี่ยนเป็นสีดำ
ส่วนหรงจี้เหมยอยากจะมอบเนื้อที่โต้วโต้วเพิ่งให้มากับจิงจิง แต่ก็กลัวว่าโต้วโต้วจะโกรธ เวลานี้หล่อนจึงกินมันเองและกล่าวชื่นชมถึงความกตัญญูของโต้วโต้ว
น้องชายกล่าวชมแล้ว แม่ก็ยังกล่าวชม เวลานี้โต้วโต้วจึงมีความสุขมาก
ทั้งครอบครัวรับประทานอาหารอย่างรวดเร็ว จากนั้นไม่นานนักเสิ่นเสี่ยวผิงก็มาถึง หล่อนเอาของใช้ส่วนตัวของโต้วโต้วมาให้ รวมถึงแปรงสีฟันด้วย
หลังจากโต้วโต้วนับทุกอย่างแล้ว หล่อนก็ประทับลายนิ้วมือในกระดาษ
ขณะโต้วโต้วนับข้าวของของตน ทั้งครอบครัวรวมถึงจิงจิงเองก็เฝ้ามองด้วยเช่นกัน
หลินม่ายร่ำรวย หล่อนซื้อของฟุ่มเฟือยให้กับโต้วโต้วมากมาย และของที่ซื้อมาก็ดูดีจริง ๆ
จิงจิงที่ยืนอยู่ด้านข้างถึงกับน้ำลายไหล
เห็นว่าหรงจี้เหมยไปล้างจานด้านนอก จิงจิงเดินตามไปนั่งข้าง ๆ พร้อมพูดว่า “คุณอาคะ ฉันอยากได้ชุดกระโปรงกับกิ๊บติดผมของโต้วโต้ว…”
หรงจี้เหมยกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง “ทั้งหมดเป็นของลูกพี่ลูกน้องหนู หนูเอามาไม่ได้หรอก”
จิงจิงเม้มปากอย่างไม่พอใจ ก่อนจะถามอย่างขุ่นเคือง “คุณอา ทำไมถึงเอาโต้วโต้วกลับมาล่ะ? คุณกับอาเขยบอกเองไม่ใช่เหรอว่าถ้าเอาเด็กป่วยกลับมาก็ไม่ต่างจากเอาภาระมาไว้ในบ้าน? พาหล่อนกลับมาแล้วยังต้องซื้อเนื้อให้หล่อนกินอีก หล่อนใจแคบมาก หล่อนยกเนื้อให้กับต้าซวงและเสี่ยวซวง แต่กลับไม่ให้ฉันสักชิ้น!”
หรงจี้เหมยยิ้ม “ถ้าฉันไม่พาลูกพี่ลูกน้องของหนูกลับมา พวกเราก็จะไม่ได้กินเนื้อสัตว์นะ”
หล่อนหันมองไปทางบ้านและกล่าวกระซิบแผ่วเบา “ตอนนี้ที่ครอบครัวของเรามีเนื้อสัตว์กินก็เพราะโต้วโต้ว ดังนั้นอย่าทำหน้าบูดใส่หล่อนให้มากนัก หนูต้องทำตัวเหมือนน้องชายฝาแฝด คอยประจบประแจงหล่อนเข้าไว้”
จิงจิงพยักหน้ารับอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก
อีกไม่นานก็จะถึงเวลาเข้านอน หลี่กวงจื้อออกไปเล่นไพ่นกกระจอกตั้งแต่มื้อเย็น และเขายังไม่กลับมา
หรงจี้เหมยกวาดของต่าง ๆ ลงจากเตียงไปกองบนพื้นและบอกให้โต้วโต้วนอนกับหล่อน
หรงจี้เหมยตบก้นโต้วโต้วเบา ๆ เพื่อกล่อมให้อีกฝ่ายมานอน
โต้วโต้วย่อตัวเข้าสู่อ้อมแขนของผู้เป็นแม่อย่างว่าง่าย สัมผัสได้ว่ามันอบอุ่นมาก
หรงจี้เหมยตบก้นอีกฝ่ายเบา ๆ และได้ยินว่าโต้วโต้วหายใจสม่ำเสมอแล้ว หล่อนก็ขมวดคิ้วก่อนจะผลักเด็กหญิงออกจากอ้อมแขน
ในวันที่อากาศร้อนขนาดนี้ยังจะคิดนอนซุกอยู่ในอ้อมแขนอีกเหรอ ไม่ร้อนหรือไง?
โต้วโต้วไม่ใช่ลูกสาวของหล่อนกับหลี่กวงจื้อ แต่เป็นลูกสาวของหล่อนกับแฟนเก่าก่อนหน้านี้ อีกทั้งยังเป็นลูกนอกสมรสด้วย
ในช่วงปลายทศวรรษ 1970 การท้องนอกสมรสเป็นเรื่องที่ยากจะรับได้
หรงจี้เหมยทำเช่นนี้เพียงเพราะรักษาคนที่หล่อนรักเอาไว้
แต่หลังจากนั้นคนรักของหล่อนก็หายตัวไปหลังจากที่หล่อนคลอดลูกได้ไม่นาน และไม่ว่าหล่อนจะพยายามตามหาเขาแค่ไหนก็หาไม่พบ เวลานั้นหล่อนจึงตั้งชื่อเด็กคนนี้ว่าตัวตัว เพื่อจะเน้นย้ำว่าอีกฝ่ายคือส่วนเกิน
สิ่งที่ทำให้หรงจี้เหมยรู้สึกแย่ยิ่งกว่าเดิมคือตอนที่ตัวตัวถูกตรวจพบว่าเป็นโรคหัวใจพิการตั้งแต่กำเนิดหลังอายุ 2 ขวบ ทำให้หรงจี้เหมยยิ่งเกลียดชังเด็กน้อยมากขึ้น
หล่อนคิดว่าเด็กคนนี้คือหายนะ จึงโยนหล่อนทิ้งไปเสียและคิดว่าเรื่องราวทั้งหมดควรจะจบลงได้แล้ว
หากไม่ใช่เพราะพวกเขาสามารถรับผลประโยชน์จากหล่อนได้ หรงจี้เหมยและหลี่กวงจื้อจะไม่มีวันพาหล่อนกลับมาที่บ้านแน่นอน
เจ้าเด็กสารเลวนี้อยากได้ความรักของแม่งั้นเหรอ อย่าได้ฝันเฟื่องไปหน่อยเลย!
หลี่กวงจื้อกลับมาในเวลาเที่ยงคืน
แม้โต้วโต้วจะนอนหลับสนิทเหมือนหมูน้อย แต่หรงจี้เหมยก็ไม่กล้าจะพูดคุยกับหลี่กวงจื้อในห้อง เพราะกลัวว่าโต้วโต้วจะได้ยินเรื่องอะไรเข้า
ทั้งคู่ออกไปนั่งคุยกันด้านนอก
เวลานี้หลี่กวงจื้อถอนหายใจ ขณะหรงจี้เหมยถามด้วยความโกรธเคือง “เสียพนันอีกแล้วเหรอ?”
หลี่กวงจื้อพยักหน้าด้วยความสิ้นหวัง
หรงจี้เหมยถามทันที “เสียไปเท่าไหร่?”
หลี่กวงจื้อเหยียดนิ้วออกมาสามนิ้ว
หรงจี้เหมยอุทานลั่น “สามสิบหยวน! มากเกินไปแล้ว!”
หลี่กวงจื้อปิดปากพร้อมกล่าวเสียงต่ำ “ช่วยเงียบปากหน่อยได้ไหม!”
หรงจี้เหมยถาม “คุณเลิกเล่นไพ่นกกระจอกนี่สักทีได้ไหม?”
หลี่กวงจื้อไม่พอใจทันที “ถ้าฉันไม่เล่นไพ่นกกระจอกนี่ ฉันจะหาเงินมาคืนให้ครอบครัวยังไง? ตอนนี้ครอบครัวก็ยากจนจะตายชัก และยังต้องมาเลี้ยงดูเด็กเหลือขอตัวน้อยจากครอบครัวเธออีก!”
ในอดีต ทุกครั้งที่มีการพูดถึงเรื่องนี้ หรงจี้เหมยไม่สามารถโต้แย้งได้
แต่วันนี้หล่อนกลับมั่นใจที่จะตอบโต้ “จากนี้ไปด้วยค่าครองชีพจากโต้วโต้ว 150 หยวนต่อเดือน ฉันจะเลี้ยงดูจิงจิงได้”
หลี่กวงจื้อกลอกตาไปมา “เรามีความสุขกับค่าเลี้ยงดูรายเดือนนั่นไม่ได้หรอก เราจำเป็นต้องได้รับเงินเพิ่มจากโต้วโต้วเพื่อจะได้มีชีวิตดี ๆ และได้กินอาหารรสเลิศ”
หรงจี้เหมยถอนหายใจ “ฉันก็อยากจะทำอย่างนั้น เพียงแต่ฉันอยากมีชีวิตที่ดี แต่ไม่อยากไปทำงาน นังหลินม่ายนั่นสารเลวเกินไปไหม? ให้ตายเถอะ หล่อนรวยจะตายอยู่แล้วแต่กลับจู้จี้จุกจิกไม่หยุด!”
“หล่อนเต็มใจแน่ ตราบใดที่คุณใช้หล่อนให้เป็นประโยชน์”
หรงจี้เหมยกลอกตาไปมา “นังแซ่หลินคนนั้นจะมีประโยชน์อะไรให้ไขว่ขว้าอีก?”
หลี่กวงจื้อหรี่ตามอง “ไม่เห็นเหรอว่านังสารเลวแซ่หลินคนนั้นโศกเศร้าแค่ไหนตอนไปย้ายชื่อโต้วโต้วมาเข้าทะเบียนบ้านของเรา? โต้วโต้วน่ะมีอิทธิพลต่อหล่อนมาก”
หรงจี้เหมยเม้มปากก่อนจะถามต่อ “แล้วยังไงล่ะ? ต่อให้หล่อนร้องไห้จะเป็นจะตาย หล่อนก็ไม่คิดจะสนับสนุนเด็กคนนี้อีกแล้ว”
หลี่กวงจื้อยกยิ้ม “คุณไม่เข้าใจอะไรเลยนะ ตราบใดที่นังสารเลวแซ่หลินไม่เต็มใจจะคืนโต้วโต้ว เราก็ยังมีหลายสิ่งหลายอย่างที่สามารถทำได้”
“ก็รีบบอกฉันมาเร็วเข้า มีความคิดอะไรดี ๆ ก็รีบพูดออกมา” หรงจี้เหมยเร่งเร้า
“ให้โต้วโต้วแกล้งป่วย และไปขอค่ารักษาพยาบาลกับเสิ่นเสี่ยวผิงสิ!” แววตาของหลี่กวงจื้อเต็มไปด้วยความโลภ
…………………………………………………………………………………………………………………………
สารจากผู้แปล
รู้สึกว่าตัวเองเลือกทางเดินชีวิตผิดยังน้องถั่ว จะทนอยู่กับชีวิตแบบนี้ต่อไปได้นานเท่าไหร่ อยู่บ้านแม่หลินยังได้กินดีอยู่ดี ไม่ปากกัดตีนถีบแบบนี้นะ
เขาว่ากันว่าโลภมากลาภหาย ระวังจะไม่ได้อะไรไปเลยแถมยังติดคุกนะครอบครัวนี้
ไหหม่า(海馬)