แม่ปากร้ายยุค 80 - ตอนที่ 984 ฆาตกรหวังเฉียง
ตอนที่ 984 ฆาตกรหวังเฉียง
ตอนที่ 984 ฆาตกรหวังเฉียง
หลังรับประทานอาหารกลางวัน หลินม่ายขับรถไปที่มหาวิทยาลัยเกษตรเพื่อพูดคุยเกี่ยวกับการเลี้ยงสัตว์ปีกและปศุสัตว์คุณภาพสูง ก่อนที่จะออกจากบ้าน เธอก็กำชับเสี่ยวเหวินซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าให้ดูแลเสี่ยวตงตงให้ดี
เสี่ยวเหวินตอบรับอย่างเข้าใจ “ครับ ผมจะดูแลน้องให้ดี”
จากนั้นหลินม่ายจึงออกจากประตูไป
เธอยังไม่ได้ขับรถไปไกลนัก เวลานี้พลันนึกขึ้นได้ว่าลืมบางอย่างไว้ที่บ้าน
เธอจึงกลับรถเพื่อกลับไปเอาของ
แต่ก่อนจะมาถึงประตูลานบ้านของตัวเอง เธอเห็นชายคนหนึ่งลอบเข้ามาในลานบ้านของตนอย่างเงียบ ๆ
ร่างนั้นดูคุ้นเคยไม่น้อย หลินม่ายขับรถช้า ๆ ก่อนจะเข้าใกล้เขาอย่างเงียบ ๆ เช่นกัน
ในที่สุดเธอก็เห็นว่าชายคนนั้นไม่ใช่ใครอื่น เขาคือหวังเฉียง ผู้ที่ตำรวจกำลังต้องการตัว
หวังเฉียงเป็นคนสิ้นหวังที่สังหารสองชีวิตไปแล้ว เขาคงจะไม่มาที่บ้านของเธอด้วยเจตนาดีแน่นอน
หากให้ดีคงจะต้องทุบตีเขาก่อน
หลินม่ายหมุนพวงมาลัย เหยียบคันเร่ง ก่อนจะพุ่งเข้าหาหวังเฉียง
รั้วเหล็กดัดที่ลานหน้าบ้านของหลินม่ายปกคลุมไปด้วยกุหลาบเลื้อยที่ออกดอกสะพรั่ง
หวังเฉียงซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางเถาวัลย์เหล่านั้น และคิดว่าตนเองสามารถหลบซ่อนได้แนบเนียน ก่อนจะจ้องมองบ้านของหลินม่ายโดยไม่ขยับตัว
แต่เมื่อได้ยินเสียงรถเคลื่อนเข้ามา ใบหน้าของเขาก็ซีดขาวด้วยความหวาดกลัว
อย่างไรก็ตาม เขาเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว เวลานี้เขาไม่สนใจซุ้มกุหลาบเลื้อยที่อุดมด้วยหนามแหลมเหล่านั้นแล้ว เขาคว้ารั้วเหล็กดัดก่อนจะปีนขึ้นสูงทันที
รถเบนซ์ของหลินม่ายชนเหล็กดัดจนทำให้รั้วเบี้ยวเสียทรง และตัวรถก็ถูกเถาวัลย์ปกคลุมเอาไว้
การชนครั้งใหญ่นี้เรียกให้คุณย่าฟางและคนอื่น ๆ วิ่งออกมาจากบ้าน
แม้แต่เสี่ยวมู่ตงเองก็ยังวิ่งออกมา มองหาหลินม่ายเพื่อจะถามว่าเกิดอะไรขึ้น
หวังเฉียงปีนขึ้นรั้วไปแล้ว หากเขากระโดดลงไปที่ลานหน้าบ้าน ทั้งคนแก่และเด็กในบ้านจะตกอยู่ในอันตรายทันที
โดยเฉพาะเสี่ยวมู่ตงที่อายุขวบเศษ เขาไม่สามารถต่อต้านได้เลยหากถูกจับกุม…
หลินม่ายไม่กล้าที่จะคิดต่อไป เธอรีบลงรถอย่างรวดเร็วก่อนจะจับขาหวังเฉียงเอาไว้ไม่ให้เขากระโดดลงในสนามหญ้าหน้าบ้าน
เธอตะโกนบอกเสี่ยวเหวิน “พาทุกคนเข้าบ้าน ตรงนี้อันตราย!”
ตอนนี้บุคคลที่เธอวางใจได้คือเสี่ยวเหวิน
เสี่ยวเหวินเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วก่อนจะอุ้มเสี่ยวมู่ตงขึ้น และพาปู่ฟางและย่าฟางเข้าบ้าน เขาไม่ลืมที่จะหันมาตะโกนบอกโต้วโต้วให้รีบเข้าบ้านด้วยเช่นกัน
โต้วโต้วตกใจจนขาอ่อน ขณะล้มลงก่อนจะเข้าประตูบ้าน
เสี่ยวเหวินส่งเสี่ยวมู่ตงให้กับคุณปู่ฟาง และไปลากโต้วโต้วร่างอ้วนราวลูกหมูเข้าบ้านด้วยความเหนื่อยยาก
หวังเฉียงเกาะรั้วเอาไว้ด้วยมือข้างหนึ่ง ก่อนจะหยิบมีดสั้นเล่มหนึ่งออกมาแทงมือของหลินม่ายโดยไม่ลังเล
หลินม่ายปล่อยมือทันที
หวังเฉียงใช้โอกาสนี้กระโดดเข้าลานบ้านและตรงเข้าหาเสี่ยวเหวินกับโต้วโต้ว
หลินม่ายถอดรองเท้าส้นสูงก่อนจะปีนรั้วและกระโดดเข้าสู่ลานหน้าบ้านด้วยเช่นกัน
เธอล้มลงในสนามหญ้าแต่ก็ยังลุกขึ้นวิ่งอย่างรวดเร็ว เวลานี้เธอพุ่งเข้าหาหวังเฉียงราวกับลูกศร
เสี่ยวเหวินกำลังจะดึงโต้วโต้วเข้าไปในบ้าน แต่หวังเฉียงวิ่งเข้ามาพร้อมกับมีดสั้นในมือ
เขายกกริชขึ้นพร้อมแทงขาอ้วน ๆ ของโต้วโต้วจากด้านนอกประตู
โต้วโต้วร้องลั่นด้วยความตื่นตระหนก
ในช่วงเวลาวิกฤติ คุณปู่ฟางเหยียดมือคว้าเส้นผมของหล่อนออกแรงช่วยเสี่ยวเหวินเพื่อลากโต้วโต้วเข้าไปในบ้าน
ขณะเดียวกันคุณย่าฟางก็ปิดประตูอย่างทันท่วงที
หลินม่ายวิ่งเข้าไปด้านหลังก่อนจะถีบเขาอย่างแรง
หวังเฉียงถูกถีบจนกระเด็นออกไปกระแทกประตู เขาทรุดตัวลงก่อนจะทิ้งมีดสั้นในมือ
หลินม่ายไม่ยอมให้เขาฟื้นตัว เธอเตะเขาอีกครั้ง
เสี่ยวเหวินวิ่งเข้าไปในครัวพร้อมกับหยิบมีดทำครัวและคิดออกไปช่วยเหลือหลินม่าย
คุณปู่ฟางคว้าร่างของเขาเอาไว้ก่อนจะกล่าวเสียงเข้ม “อย่าออกไปเด็ดขาด! ตอนนี้ปกป้องตัวเองให้ดี อย่าทำให้คุณอาเสียสมาธิ”
เสี่ยวเหวินกล่าวด้วยน้ำเสียงกังวล “แต่… แต่คุณอาเป็นผู้หญิง หล่อนต่อสู้กับผู้ชายไม่ได้หรอกครับ”
คุณย่าฟางโทรหาตำรวจแล้ว เวลานี้นางหันมากล่าวกับเสี่ยวเหวิน “คุณอาเรียนทักษะการต่อสู้มาหลายปี หล่อนคงต้านไว้ได้สักครู่ ถ้าเราออกไปไม่เพียงแต่จะช่วยหล่อนไม่ได้ จะกลายเป็นการถ่วงหล่อนเปล่า ๆ ฉันแจ้งตำรวจไปแล้ว อีกไม่นานตำรวจจะมาถึงที่นี่”
เสี่ยวเหวินไม่มีทางเลือกนอกจากยืนอยู่ตรงหน้าต่างพร้อมกับมีดทำครัวในมือ เขามองสถานการณ์ด้านนอกด้วยความกังวล
แม้หวังเฉียงจะถูกหลินม่ายทุบตีหลายครั้ง แต่เขาก็ถูกเตะออกไปจากหน้าประตูเพียงแค่สิบเมตรเท่านั้น
เวลานี้หวังเฉียงยืนขึ้นและคิดโจมตีหลินม่ายซึ่งยืนขวางประตูเอาไว้
ตอนนี้เขาคิดว่าจะจับหลินม่ายหรือคนในบ้านมาเป็นตัวประกันเท่านั้น
สรุปก็คือเขาต้องการเงินจำนวนหนึ่งเพื่อหนี หากเขายังอยู่ที่เจียงเฉิงต่อไป ไม่นานเขาจะถูกตำรวจจับ
แต่หลินม่ายกลับมีทักษะการต่อสู้ที่เหนือความคาดหมายของเขา
ตราบใดที่เขาคิดจะต่อสู้กับหล่อน เขาจะถูกทุบตีและถูกเตะออกมาจากประตูเสมอ
แต่อีกฝ่ายไม่ได้สวมรองเท้า และไม่ได้ใช้เรี่ยวแรงในการเตะเขามากนัก เพราะถ้าหากหล่อนออกแรงจริง ๆ เขาคงไม่สามารถลุกขึ้นได้
หล่อนคิดให้โอกาสเขางั้นเหรอ? เขาล้มลงครั้งแล้วครั้งเล่า แต่เขาก็ลุกขึ้นอย่างต่อเนื่อง!
แต่สุดท้ายหวังเฉียงก็บอบช้ำจากการล้มลงหลายครั้ง
ขณะที่หวังเฉียงกำลังจะลุกขึ้นอีกครั้ง เสียงไซเรนก็ดังขึ้นจากระยะไกล
เขาไม่คิดจะต่อสู้ แต่จะหนีออกไปในเส้นทางเดิมที่เข้ามา
หลินม่ายวิ่งไล่ตามเขา เธอไม่คิดจะปล่อยให้เขาหนีไปได้ ไม่อย่างนั้นปัญหาจะตามมาไม่รู้จบ
เมื่อตำรวจมาถึง หวังเฉียงและหลินม่ายก็หายตัวไปแล้ว
เสี่ยวเหวินเปิดประตูก่อนจะบอกตำรวจว่าคุณอาและคนร้ายวิ่งไปทางไหน
ตำรวจขึ้นรถยนต์พร้อมไล่ตามทันที
แต่ยิ่งไล่ตาม ถนนก็ยิ่งแคบและไม่สามารถขับรถตามต่อไปได้
ตำรวจไม่มีทางเลือกก่อนจะทิ้งรถและวิ่งตาม จนกระทั่งได้ยินเสียงการต่อสู้ดังขึ้นจากด้านหน้า
เจ้าหน้าที่ตำรวจยินดีทันที พวกเขารีบวิ่งเข้าหาต้นตอของเสียง
แต่ทันใดเสียงของการต่อสู้ก็หายไปเหลือเพียงเสียงกรีดร้องของชายคนหนึ่ง
ตำรวจวิ่งเข้าไปอย่างรวดเร็วและเห็นว่าหวังเฉียงนอนอยู่บนพื้นและถูกหลินม่ายเหยียบเอาไว้
หลินม่ายใช้รองเท้าหนังขนาดใหญ่ของเขาตบหน้าหวังเฉียงอย่างแรง และเสียงตบรุนแรงนี้ทำให้ตำรวจถึงกับเผยสีหน้าบิดเบี้ยวอย่างเจ็บปวดแทน
ทั้งสองถูกนำตัวไปที่สถานีตำรวจเพื่อสอบปากคำ
หลินม่ายลงบันทึกประจำวันเสร็จแล้ว ส่วนหวังเฉียงยังคงต่อสู้กับตำรวจอยู่
หลินม่ายจึงขอตัวกลับบ้านก่อน
เธอเสียเวลากับหวังเฉียงไปกว่าครึ่งชั่วโมง
แม้เธอจะเป็นฝ่ายได้เปรียบ แต่หลังจากการต่อสู้จบลง เธอก็เหน็ดเหนื่อยไม่น้อยและยังต้องอับอายด้วย
กระโปรงของเธอขาดวิ่น และยังไม่มีรองเท้าใส่
สภาพแบบนี้ทำให้เธอไม่สามารถไปไหนได้
คุณปู่ฟางและคนอื่น ๆ เห็นว่าหลินม่ายกลับมาอย่างปลอดภัย หัวใจที่เคยบีบรัดก็กลับมาผ่อนคลายอีกครั้ง
เสี่ยวเหวินวิ่งเข้าไปกอดหลินม่ายด้วยความดีใจ
หลินม่ายลูบหลังของเขาพร้อมปลอบโยน “เอาล่ะๆ อาปลอดภัยแล้ว ไม่ต้องร้องไห้นะ”
เสี่ยวมู่ตงเห็นว่าเสี่ยวเหวินกอดแม่ของเขาอย่างนั้น เขาก็อยากจะกอดด้วย เวลานี้เขาจึงปีนร่างกายหลินม่ายขึ้นมา
เสี่ยวเหวินหลีกทางให้เขา
หลินม่ายอุ้มเจ้าตัวเล็กขึ้นกอดก่อนจะวางเขาลงและขึ้นไปชั้นบนเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า
ส่วนโต้วโต้วมองแผ่นหลังของหลินม่ายที่กำลังเดินขึ้นชั้นบน ในใจเต็มไปด้วยความผิดหวัง
ตอนนี้หลินม่ายกลับมาแล้ว แต่อีกฝ่ายกลับทอดทิ้งหล่อน และไม่คิดจะสนใจชายตามองหล่อนด้วยซ้ำ
หลินม่ายไม่ได้ละทิ้งหล่อน เธอเพียงรู้สึกโกรธหล่อนและไม่อยากจะกอดเด็กคนนี้อีกต่อไป
เธอยังเป็นมนุษย์คนหนึ่ง และมีความรู้สึก
หลินม่ายเปลี่ยนเสื้อผ้าและทำความสะอาดร่างกายใหม่ก่อนจะไปที่มหาวิทยาลัยเกษตรอีกครั้ง
เดิมทีหลินม่ายต้องการพบเจอกับอาจารย์ที่เกษียณแล้วและยังสุขภาพดีสักสองสามคนเข้ามาช่วยเหลือเธอในการเพาะพันธุ์สัตว์ปีกและสัตว์อื่น ๆ
แต่หลังจากสอบถามอยู่นาน เธอจึงตระหนักได้ว่าการวิจัยสัตว์ปีกและปศุสัตว์คุณภาพสูงนั้นเพิ่งก่อตั้งมาได้เพียงสิบปีเท่านั้น
อีกทั้งอาจารย์ที่เกษียณออกไปแล้วยังไม่มีความชำนาญเรื่องนี้ จึงทำได้เพียงจ้างอาจารย์ประจำที่พอจะมีความสามารถเท่านั้น
หลินม่ายเข้าพบรองผู้อำนวยการใหญ่แซ่เยวี่ย และเล่าให้เขาฟังถึงความตั้งใจของตนเองโดยคาดหวังว่าเขาจะให้ความร่วมมือ
รองผู้อำนวยการก็ลูบมือไปมาก่อนจะกล่าวอย่างเขินอายเล็กน้อย “เราพอจะมีอาจารย์แบบนี้อยู่ในวิทยาลัยของเรา การแนะนำให้คุณมันไม่ใช่ปัญหา แต่ผมไม่รู้ว่าคุณหลินจะบริจาคทุนวิจัยสัก 500,000 หยวนให้กับมหาวิทยาลัยของเราได้หรือไม่น่ะครับ?”
…………………………………………………………………………………………………………………………
สารจากผู้แปล
สะบักสะบอมมากเลยม่ายจื่อเอ๊ย เป็นตอนที่สู้ชีวิตอีกแล้ว
ไหหม่า(海馬)