แม่ปากร้ายยุค 80 - ตอนที่ 983 สิงโตที่อ้าปากกว้าง
ตอนที่ 983 สิงโตที่อ้าปากกว้าง
ตอนที่ 983 สิงโตที่อ้าปากกว้าง
หรงจี้เหมยถามขึ้นอย่างไร้ยางอาย “คุณจะให้เงินโต้วโต้วเดือนละเท่าไหร่?”
“200 หยวน”
ตอนนี้ค่าจ้างคนงานในเจียงเฉิงอยู่ที่เดือนละ 100 หยวนเท่านั้น ส่วนเงินเดือนที่หลินม่ายให้โต้วโต้วอยู่ที่ 200 หยวนต่อเดือน
หัวใจของหรงจี้เหมยเต้นแรง และคิดอยากจะพาโต้วโต้วกลับบ้านไปด้วยทันที
ด้วยเงินจำนวน 200 หยวนต่อเดือน ทั้งครอบครัวจะได้รับประทานอาหารดี ๆ และอยู่อย่างสุขสบายได้
แต่ความโลภกลับทำให้หล่อนระงับความตื่นเต้นก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน “แค่นี้เองเหรอ?”
“คิดว่ามันน้อยไปเหรอ?” หลินม่ายยกยิ้มเย็นชา “แล้วคุณอยากได้เท่าไหร่ล่ะ?”
หรงจี้เหมยกล่าวแผ่วเบา “โต้วโต้วเป็นเด็กป่วยมีโรคประจำตัว เดือนละ 200 หยวนไม่พอแน่”
หลินม่ายกล่าวถามอีกครั้ง “คุณจะเอาเท่าไหร่?”
“เรื่องนี้…” หรงจี้เหมยตอบว่า “ฉันต้องกลับไปคุยกับสามีก่อน นี่เป็นเรื่องใหญ่มาก”
หลินม่ายยิ้มก่อนจะตอบว่า “ใช่แล้ว ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา ควรจะคิดอย่างรอบคอบเพื่อรับโชคลาภให้เต็มที่”
“พรุ่งนี้เช้าเวลาเก้าโมง คุณกับสามีไปรอฉันกับโต้วโต้วที่ศาล เราจะตัดสินความเป็นผู้ปกครองที่จะได้รับสิทธิ์ดูแลโต้วโต้วในศาล”
หรงจี้เหมยและสามีเคยถูกตำรวจจับในข้อหาเล่นการพนัน และพวกเขาก็เคยถูกเทียบปรับและควบคุมตัวหลายครั้ง
เป็นเพราะเรื่องนี้ พวกเขาจึงหวาดกลัวต่อบรรดาหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมมาก
ทันทีที่ได้ยินว่าต้องไปศาล ร่างกายหล่อนถึงกับสั่นสะท้าน “เราจัดการเรื่องนี้เองก็ได้นี่ ทำไมต้องไปศาลด้วย?”
“ให้เจ้าหน้าที่ศาลเป็นพยาน ฉันกลัวจะมีข้อพิพาทเกิดขึ้นในอนาคต”
“ฉันสัญญาว่าจะไม่ทวงถามอะไรทั้งนั้น ไม่ต้องห่วง”
หลินม่ายเย้ยหยัน “ฉันไม่ได้กังวล! แต่ถ้าคุณไม่คิดจะไป ฉันก็จะคิดว่าคุณไม่ต้องการพาโต้วโต้วกลับ ฉันก็จะมีสิทธิ์เลี้ยงดูโต้วโต้วต่อไป และคุณจะไม่มีวันได้พบโต้วโต้วอีก เหลือเพียงคุณต้องไปศาลเพื่อยื่นฟ้องขอโต้วโต้วคืน”
หลังพูดจบ เธอก็คว้าตัวโต้วโต้วก่อนจะจากไป
หรงจี้เหมยรีบหยุดอีกฝ่ายไว้ “ไม่ไปไม่ได้เหรอ?”
หลินม่ายไม่สนใจหล่อน ก่อนจะพาโต้วโต้วขึ้นรถแล้วขับออกไปทันที
ท้ายที่สุดโต้วโต้วก็ยังเป็นเด็ก ไม่ว่าจะพยายามซ่อนอารมณ์เพียงใด มันก็ยากที่จะซุกซ่อน
เมื่อคิดถึงการกลับไปอยู่กับพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดและจะได้มีชีวิตดี ๆ แบบนี้ หล่อนแทบจะไม่สามารถเก็บกลั้นรอยยิ้มบนใบหน้าได้
หลินม่ายเหลือบมอง “เธอมีความสุขมากเลยเหรอที่จะได้กลับไปหาพ่อแม่ผู้ให้กำเนิด?”
โต้วโต้วไม่ตอบ
หลินม่ายถามต่อ “ไม่รังเกียจที่แม่ผู้ให้กำเนิดทิ้งเธอเหรอ?”
ได้ยินคำถามนี้ หล่อนก็รู้สึกสับสนเล็กน้อย
โต้วโต้วกล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “แม่ไม่มีทางเลือกอื่น”
“แต่ครอบครัวของเราก็ปฏิบัติต่อเธออย่างดี แต่เธอก็ยังอยากจะทิ้งพวกเราไปเหรอ?”
โต้วโต้วเงียบสักครู่ก่อนจะตอบว่า “หนูไม่อยากให้เพื่อนร่วมชั้นหัวเราะเยาะว่าหนูไม่มีพ่อแม่ที่แท้จริง”
หลินม่ายรู้สึกว่าอีกฝ่ายกำลังหาเหตุผลเพื่อกลับไปหาแม่ของตน
เพื่อนร่วมชั้นอาจจะหัวเราะเยาะเพราะหล่อนไม่มีแม่ที่แท้จริง แต่ความจริงแล้วคนเหล่านั้นอิจฉาที่หล่อนมีชีวิตที่ดีต่างหาก!
ทั้งแม่และลูกสาวกลับบ้านพร้อมกับความคิดในหัวของตัวเอง
คุณย่าฟางเห็นใบหน้าของหลินม่ายดูค่อนข้างหดหู่ ขณะที่โต้วโต้วยิ้มแย้มแจ่มใส จึงถามออกไปว่า “ผลการตรวจเป็นยังไงบ้าง?”
หลินม่ายนั่งลงบนโซฟาก่อนจะยกน้ำที่เสี่ยวเหวินนำมาให้ขึ้นจิบก่อนจะพูดว่า “โต้วโต้วกับหรงจี้เหมยเป็นแม่ลูกกันจริงค่ะ พรุ่งนี้ฉันจะพาโต้วโต้วไปที่ศาลและส่งหล่อนกลับไปหาพ่อแม่ผู้ให้กำเนิด”
คุณย่าฟางและคุณปู่ฟางถามหลินม่ายพร้อมกัน “โต้วโต้วอยากกลับไปเหรอ? หรือแม่ของเธอต้องการให้เธอกลับไป?”
หลินม่ายกล่าวคำเบา “โต้วโต้วอยากกลับ แต่แม่ของหล่อนลังเลเพราะคิดว่าฉันให้เงินโต้วโต้วน้อยเกินไปสำหรับหนึ่งเดือน”
คุณปู่ฟางขมวดคิ้ว “เธอกำลังพูดอะไร ฉันไม่เข้าใจ?”
หลินม่ายอธิบาย “ถึงโต้วโต้วจะกลับไปหาพ่อแม่ผู้ให้กำเนิด แต่ฉันก็จะจ่ายค่าครองชีพ ค่ารักษาพยาบาล และอื่น ๆ ให้กับหล่อนเดือนละ 200 หยวน”
คุณปู่ฟางโมโหขึ้นมาทันที “200 หยวนยังน้อยไปงั้นเหรอ? ทำไมพวกเขาไม่ออกไปหาเอง!”
คุณปู่ฟางเคยเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลด้วยโรคหลอดเลือดหัวใจมาก่อน แม้เขาจะยังไม่เกิดอาการซ้ำ
แต่หมอก็ห้ามไว้ว่าอย่าให้โกรธเกรี้ยวเด็ดขาด
เมื่อเห็นว่าใบหน้าของคุณปู่ฟางกลายเป็นแดงก่ำจากความโกรธ คุณย่าฟางก็รีบกล่าวปลอบ “ตาเฒ่า อย่าเพิ่งโกรธเลย ม่ายจื่อรู้ว่าควรทำยังไง”
นางมองโต้วโต้วที่กำลังยกยิ้มมีความสุขก่อนจะถอนหายใจหนัก
ไม่ใช่เรื่องผิดที่เด็กคนนี้ต้องการกลับไปหาพ่อแม่ผู้ให้กำเนิด
เด็กที่ไหนจะไม่โหยหาความรักจากพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดบ้าง? ความรักของหลินม่ายไม่สามารถทดแทนได้แม้จะปฏิบัติกับหล่อนดีแค่ไหน
สิ่งที่คุณย่าฟางรู้สึกรับไม่ได้ก็คือหลังจากพวกเขาเลี้ยงดูโต้วโต้วมานานกว่าห้าปี ดูเหมือนว่าเด็กหญิงคนนี้จะไม่มีความรักต่อพวกเขามากนัก
เด็กปกติต่อให้ต้องกลับไปหาพ่อแม่ทางสายเลือด แต่พวกเขาก็ยังหดหู่และเสียใจที่ต้องแยกจากพ่อแม่บุญธรรม
แต่โต้วโต้วเด็กคนนี้…
เสี่ยวเหวินคว้ามืออ้วน ๆ ของโต้วโต้วก่อนจะเดินขึ้นชั้นบน
เสี่ยวมู่ตงเห็นอย่างนั้นก็อยากจะใช้ขาสั้น ๆ ของเขาเดินตาม
แต่หลินม่ายเรียกเขากลับมา และให้เขานั่งกินแตงโมเย็น ๆ
เสี่ยวเหวินพาโต้วโต้วขึ้นไปชั้นบน คงจะมีเรื่องต้องพูดคุย หลินม่ายไม่อยากให้เสี่ยวมู่ตงไปรบกวน
เสี่ยวเหวินพาโต้วโต้วไปที่ห้องของเขาก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เธออยากกลับไปหาพ่อแม่ของตัวเองจริงเหรอ?”
โต้วโต้วมักจะซ่อนความขุ่นเคืองใจที่มีต่อหลินม่าย แต่หล่อนไม่จำเป็นต้องซ่อนมันจากเสี่ยวเหวิน แน่นอนว่าหล่อนย่อมระเบิดมันออกมา
หล่อนกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเกลียดชัง “ในเมื่อแม่ก็มีลูกของตัวเองแล้ว ฉันก็เลยอยากกลับไปหาพ่อแม่ของฉัน!”
เสี่ยวเหวินพูดเสียงเข้ม “แต่แม่ของเธอไม่ได้รักเธอเลย หล่อนทำเพื่อเงิน ไม่เห็นเหรอ?”
หลังรับประทานมื้อกลางวัน หลินม่ายคิดว่าจะงีบสักหน่อย แต่แม่ของฮวาฮวาพาเด็กหญิงตัวน้อยที่เป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวมาเยี่ยมเยียน
เมื่อเห็นความใหญ่โตของบ้านหลินม่าย แม่และลูกสาวยืนตัวแข็งไม่กล้าจะเข้าไป
หลินม่าย เสี่ยวเหวิน และเสี่ยวตงตงเป็นคนพาพวกหล่อนเข้ามา
หลินม่ายรู้ว่าพวกหล่อนยังไม่ได้รับประทานมื้อเที่ยง เธอจึงทำบะหมี่เนื้อสี่ชามให้กับพวกเขา
จากนั้นจึงพาแม่ลูกไปส่งที่โรงพยาบาลผู่จี้ก่อนจะลอบสั่งอาหารสามมื้อให้พวกเขาในโรงพยาบาล แล้วเดินทางกลับ
สำหรับแม่ลูกคู่นั้น ควรสั่งอาหารง่าย ๆ อย่างโจ๊กและซาลาเปา
เด็กป่วยควรที่จะได้รับสารอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ
ประมาณห้าโมงเย็น ทั้งสองแม่ลูกนำอาหารแห้งที่พกมาจากบ้านออกมา และเตรียมจะรับประทานผักดองในมือ
แต่เมื่อพนักงานเข้ามาเสิร์ฟอาหารสองจานต่อหน้าแม่ลูก ทั้งสองคนสับสนมากและรีบกล่าวพัลวันว่าพวกหล่อนไม่ได้สั่งอาหาร
พนักงานตอบกลับว่ามีคนสั่งไว้ให้
ทั้งสองแม่ลูกคิดถึงหลินม่ายทันที พวกหล่อนยิ่งนึกประทับใจ
วันรุ่งขึ้น หลินม่ายขับรถพาโต้วโต้วมาถึงศาลตรงเวลานัดหมาย
หรงจี้เหมยมาถึงนานแล้ว แต่กลับไปหลบซ่อนตัวราวกับหนูในรางน้ำอยู่ใกล้กับชายรูปร่างหน้าตาดีคิ้วหนาทว่าดวงตาดูชั่วร้ายอยู่ในมุมที่ไม่สะดุดตานัก
เมื่อเห็นรถของหลินม่ายเข้ามา หรงจี้เหมยก็ใช้ศอกสะกิดชายคนนั้นก่อนจะเดินไปที่รถของหลินม่ายด้วยกัน
หลินม่ายลงจากรถ เธอเหลือบมองผู้ชายคนนั้นด้วยสีหน้าเย็นชาก่อนจะหันมาถามหรงจี้เหมย “สามีคุณเหรอ?”
หรงจี้เหมยพยักหน้ารับ
ชายคนนั้นยื่นมือออกมาก่อนจะพูดว่า “ผมชื่อหลี่กวงจื้อครับ”
หลินม่ายหันหลังก่อนจะเดินขึ้นประตูศาลไปอย่างไม่แยแส
หลี่กวงจื้อชักมือกลับด้วยความเคอะเขินก่อนจะวิ่งตามหลินม่ายไป “คุณหลิน ผมคุยกับแม่ของโต้วโต้วแล้ว เงิน 200 หยวนมันน้อยเกินไปสักหน่อย!”
แต่หลินม่ายยังเผยท่าทางเย็นชา “พอได้แล้ว มันขึ้นอยู่กับว่าฉันจะให้เท่าไหร่ ถ้าพวกคุณมีตัวเลขในใจก็บอกเจ้าหน้าที่ศาลภายหลังแล้วกัน”
หลี่กวงจื้อและหรงจี้เหมยลอบสบตากัน และทั้งคู่ก็ตกลงกันก่อนที่จะมาพบเจอหลินม่ายแล้ว
หลังจากเข้าไปในศาล หลินม่ายบอกกล่าวจุดประสงค์ของตนเองถึงการมาในวันนี้ทันที
หลินม่ายกล่าวอย่างละเอียดก่อนจะพูดว่า “เด็กอยากกลับไปหาแม่ที่แท้จริงของหล่อน และไม่ว่าฉันจะไม่ยินดีแค่ไหนแต่ก็ต้องปล่อยหล่อนไป สุดท้ายแล้วพวกเขาก็คือครอบครัวทางสายเลือด ตอนนี้ปัญหาติดอยู่ที่พ่อแม่ผู้ให้กำเนิดคิดว่าเงินรายเดือนที่ฉันจะมอบให้โต้วโต้วมันน้อยเกินไป!”
เจ้าหน้าที่ศาลคนนั้นถึงกับบ่นพึมพำ 200 หยวนน่ะเหรอน้อยเกินไป?
เขาหันไปถามหลี่กวงจื้อและภรรยาอย่างสุภาพ “พวกคุณต้องการเท่าไหร่?”
หรงจี้เหมยเขินอายเกินกว่าที่จะกล่าวตอบ
ลูกก็ลูกของพวกเขาเอง แต่ค่าใช้จ่ายทั้งหมดหลินม่ายจะเป็นคนรับผิดชอบ ซึ่งเท่านี้มันก็เพียงพอแล้ว
พวกเขาต้องการจะเป็นสิงโตที่อ้าปากกว้าง แต่เมื่อหันมองหลินม่าย ก็ยังอดไม่ได้ที่จะรู้สึกผิด
แต่ใบหน้าของหลี่กวงจื้อหนายิ่งกว่า เขาชูหนึ่งนิ้วก่อนจะพูดว่า “1,000 หยวน!”
พนักงานศาลถึงกับอ้าปากค้าง
หนึ่งพันหยวนนี่คือค่าจ้างคนงานทั่วไปนานกว่าครึ่งปี ชายคนนี้กล้าหาญเกินไปแล้วที่พูดมันออกมา!
ศาลจึงถามต่อว่า “คุณมีเหตุผลอะไรถึงต้องขอเงินมากถึง 1,000 หยวน?”
หลี่กวงจื้อตอบอย่างมั่นใจ “ลูกของผมมีโรคประจำตัว เป็นโรคหัวใจ เดือนละ 1,000 หยวนอาจจะไม่พอด้วยซ้ำ สุดท้ายเราก็ต้องจ่ายบางส่วนเพื่อรักษาหล่อน”
ศาลกล่าวตอบอย่างเคร่งขรึม “พวกคุณเป็นพ่อแม่ทางสายเลือดของเด็กคนนี้ และเงินที่จ่ายค่ารักษาพยาบาลของเด็กคนนี้จึงสมควรเป็นหน้าที่พวกคุณ มันไม่ถูกต้องหรือ? แล้วทำไมถึงอยากจะให้แม่บุญธรรมของเด็กจ่ายมากมายในทุกเดือน!”
เวลานี้โต้วโต้วได้พูดขึ้นว่า “แม่ของหนูรวยมาก ไม่ต้องกล่าวว่า 1,000 หยวนต่อเดือน ต่อให้ 10,000 หยวนต่อเดือนหล่อนก็สามารถจ่ายได้”
ศาลคิดว่าโต้วโต้วคงพูดไปตามประสาเด็ก เวลานี้จึงลูบศีรษะเด็กน้อยด้วยความเอ็นดู “ไม่ว่าแม่บุญธรรมของหนูจะร่ำรวยมากแค่ไหน แต่หล่อนก็ไม่ได้ติดค้างอะไรหนูเลยนะ หล่อนเลี้ยงดูหนูด้วยความรักและยังใจดีกับหนูมากด้วย”
โต้วโต้วพูดว่า “แต่หล่อนรวยมาก หล่อนบริจาคเงินเพื่อการกุศลเป็นจำนวนมากทุกปี แค่ให้เงินหนูที่เป็นลูกสาวบุญธรรมเดือนละ 10,000 หยวนก็ไม่ได้หรือคะ?”
เวลานี้ศาลเลิกลูบศีรษะเด็กน้อยอย่างหมดเยื่อใย และรู้สึกว่าเปล่าประโยชน์จะพูดกล่าว
เขากล่าวกับหรงจี้เหมยด้วยชั้นเชิง “โปรดเขียนมาว่าค่าใช้จ่าย 1,000 หยวนจะถูกใช้ไปกับอะไรบ้าง หากว่าพวกคุณไม่สามารถชี้แจงได้ ศาลจะเป็นคนตัดสินเอง”
เวลานี้หรงจี้เหมยและสามีทราบทันทีว่านี่คือหลุมที่หลินม่ายขุดดักเอาไว้ การมาที่ศาลคือการแก้ไขปัญหาค่าเลี้ยงดูโต้วโต้ว
แต่จะให้ลงจากหลังเสือตอนนี้มันก็ยากเกินไปแล้ว ทั้งคู่รีบระดมสมองเพื่อเขียนรายจ่าย
มีค่าครองชีพ 500 หยวน และค่ารักษาพยาบาล 500 หยวน
หลี่กวงจื้อกล่าวต่อ “ค่าครองชีพและค่ารักษาพยาบาลรวมแล้วเป็นเงิน 1,000 หยวน นี่ยังไม่รวมถึงค่าใช้จ่ายในการเจ็บป่วยของโต้วโต้ว และยังไม่รวมค่าใช้จ่ายในการซื้อข้าวของเครื่องใช้และเสื้อผ้า”
ศาลรังเกียจคนทั้งสองนี้จนแทบจะอาเจียนออกมา
เขากล่าวอย่างเคร่งขรึม “สิ่งที่ฉันต้องการคือใบเสร็จรับเงิน!”
ทั้งคู่ครุ่นคิดอยู่นาน แม้จะกินไก่ เป็ด ปลา ค่าครองชีพของพวกเขาก็ยังไม่เกิน 150 หยวน
ส่วนค่ายา พวกเขาจะรู้ได้อย่างไรว่าต้องกินยาอะไรเพื่อรักษาโรคหัวใจ?
ศาลตอบกลับ “หากพวกคุณไม่สามารถบอกกล่าวต่อศาลได้ อย่างนั้นศาลจะเป็นคนตัดสินเอง อีกสองวันให้กลับมาที่นี่อีกครั้ง”
โต้วโต้วกลับบ้านพร้อมกับหลินม่าย ใบหน้าของหล่อนบูดบึ้งไปตลอดทาง
หลังจากกลับมาถึงบ้าน หลินม่ายก็กล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “อย่ามาทำหน้าตาบูดบึ้งแถวนี้!”
เธอไม่ต้องการให้คุณปู่ฟางและคุณย่าฟางเห็นหล่อนทำหน้าตาบูดบึ้งเช่นนี้ และหากพูดเรื่องที่พ่อแม่ผู้ให้กำเนิดโต้วโต้วร้องขอ คุณปู่ฟางคงจะโกรธจัดแน่นอน
แต่โต้วโต้วคิดต่อต้านหลินม่าย ใบหน้าของหล่อนยิ่งน่าเกลียดมากขึ้นเรื่อย ๆ
ทันทีที่ทั้งสองเข้าประตู คุณปู่ฟางและคุณย่าฟางเห็นทันทีว่าโต้วโต้วมีสีหน้าไม่พอใจ
คุณย่าฟางถามทันที “เกิดอะไรขึ้น?”
หลินม่ายไม่คิดปิดบังต่อไป “พ่อแม่ของโต้วโต้วจะให้ฉันจ่ายค่าเลี้ยงดูโต้วโต้ว 1,000 หยวนต่อเดือน แต่ฉันปฏิเสธ หล่อนเลยไม่พอใจฉัน”
เวลานี้คุณปู่ฟางรู้สึกผิดหวังกับโต้วโต้วมาก “ดีแล้วล่ะที่หล่อนเผยสีหน้าอย่างนี้ให้พวกเราเห็น คราวแรกฉันไม่อยากให้หล่อนจากไปด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้ฉันเข้าใจแล้ว เราไม่ควรจะมาเสียใจเพราะเด็กอย่างนี้อีกต่อไป”
ผู้ใหญ่ในครอบครัวไม่มีใครคิดสนใจโต้วโต้ว ตราบใดที่หล่อนนิสัยเสีย พวกเขาก็ไม่จำเป็นต้องเอ็นดูรักใคร่
………………………………………………………………………………………………………………………..
สารจากผู้แปล
อยากอยู่บ้านแม่แท้ๆ นักก็กลับบ้านแม่แท้ไปเลยไปยัยถั่วเน่า ยัยเด็กเปรต ถ้าห้าปีที่อยู่กับแม่บุญธรรมมันจะไร้ความหมายขนาดนี้
ไหหม่า(海馬)