cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

แม่ปากร้ายยุค​ 80 - ตอนที่ 981 ให้การศึกษากับโต้วโต้ว

  1. Home
  2. All Mangas
  3. แม่ปากร้ายยุค​ 80
  4. ตอนที่ 981 ให้การศึกษากับโต้วโต้ว
Prev
Next

ตอนที่ 981 ให้การศึกษากับโต้วโต้ว

ตอนที่ 981 ให้การศึกษากับโต้วโต้ว

ระหว่างรับประทานอาหารในตอนเย็น หลินม่ายได้หยิบยกเรื่องที่ต้องการแจกจ่ายค่าครองชีพให้กับบุคคลที่ไม่มีความสามารถในการทำงาน ผู้สูงอายุ คนป่วย และทุพพลภาพ ในพื้นที่ภูเขาของหมู่บ้านหวังเจีย

คุณปู่ฟางและคุณย่าฟางชอบทำการกุศลมาก ทุกคนต่างก็ชื่นชมเธอว่าทำถูกแล้ว

คุณย่าฟางหวังว่าเธอจะสามารถช่วยเหลือผู้สูงอายุที่ยากจนผู้อาศัยอยู่รอบ ๆ เมืองซื่อเหม่ย

นางเล่าว่าในช่วงสองถึงสามวันที่ผ่านมา ชาวบ้านที่มาเยี่ยมบ้านบอกว่า ผู้สูงอายุในหมู่บ้านจำนวนมากมีลูกชายที่ไม่เลี้ยงดูพวกเขา ผู้สูงอายุเหล่านี้ซึ่งมีอายุในวัยเจ็ดสิบเศษยังคงต้องดิ้นรนหาเลี้ยงชีพด้วยการทำการเกษตร

ผู้สูงอายุบางคนเลี้ยงดูลูกชายหลายคน ลูกชายเหล่านี้ผลัดกันทำอาหารให้พ่อแม่

แต่เมื่อถึงเวลาอาหาร ไม่ว่าเขาจะไปประตูบ้านของลูกชายคนไหนก็ตาม ลูกชายก็ไม่เปิดประตู และชายชราก็มักจะต้องหิวโหย

หลินม่ายคีบลูกชิ้นไข่มุกให้ลูกทั้งสามคนตั้งแต่คนเล็กไปถึงคนโต จากนั้นถามคู่สามีภรรยาว่า “ไม่ใช่ว่าผู้ใหญ่บ้านต้องดูแลเรื่องนี้เหรอคะ?”

คุณปู่ฟางส่ายหัวพลางถอนหายใจ “จะมาดูแลอะไร? ชาวบ้านทั่วไปจะกล้าไปพูดกับผู้ใหญ่บ้านเรื่องเงินทองได้อย่างไร?”

พูดตามตรงแล้ว แม้ว่าชายชราคนดังกล่าวจะน่าสงสาร แต่หลินม่ายก็ไม่ได้รู้สึกว่าอยากช่วยเหลือ

ในสถานการณ์เช่นนี้ โดยทั่วไปเป็นผลมาจากทัศนคติแบบดั้งเดิมที่ชอบลูกชายมากกว่าลูกสาวและตามใจลูกชายมากเกินไป และพวกเขาก็ได้รับผลอันขมขื่นจากการกระทำของพวกเขาเอง

แต่หลังจากครุ่นคิดถึงเรื่องนี้ เธอรับปากว่าจะช่วยเหลือคนแก่ที่น่าสงสารเหล่านั้น

ถึงอย่างนั้นความช่วยเหลือนี้ก็ไม่เกี่ยวกับด้านการเงิน ผู้สูงอายุเหล่านี้มีลูกหลานของตัวเอง ดังนั้นลูกหลานก็ควรรับผิดชอบในการสนับสนุนพวกเขา

หลินม่ายวางแผนให้การสนับสนุนด้านกฎหมายแก่ผู้สูงอายุ

คุณปู่ฟางยังกล่าวถึงความยากลำบากที่ผู้สูงอายุอีกหลายคนต้องเผชิญ

ผู้สูงอายุเหล่านี้ต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์ดังกล่าว มันไม่ใช่เพราะลูกของพวกเขาอกตัญญู แต่บางคนสูญเสียลูกชายด้วยการกระทำที่กล้าหาญ ขณะที่บางคนไม่มีลูกหลานและมีชีวิตที่ยากลำบากอย่างยิ่ง

หลินม่ายยินดีช่วยเหลือเป็นอย่างดีสำหรับผู้สูงอายุประเภทนี้

หลังจากได้รับเงินจำนวนมากจากการซื้อขายหุ้นฮ่องกงก่อนหน้านี้ เธอตั้งใจที่จะจัดสรรเงินหนึ่งล้านหยวนเพื่อจัดตั้งบ้านพักสวัสดิการขนาดใหญ่เพื่อเป็นที่อยู่อาศัยของผู้สูงอายุเหล่านี้

คุณปู่ฟางรู้เพียงว่าหลานสะใภ้เขารวย แต่เขาไม่รู้ว่าเธอรวยแค่ไหน และเขาก็ไม่ได้ถาม

เมื่อเห็นว่าหลินม่ายจะใช้เงินหนึ่งล้านหยวนเพื่อสร้างบ้านพักสวัสดิการ แม้ว่าเขาจะมีความสุข แต่ก็กลัวว่ามันจะส่งผลกระทบต่อรากฐานของธุรกิจของเธอ

เขาแนะนำให้เธอทำเท่าที่ทำไหว และอย่าต้องล้มบริษัทเพื่อทำการกุศล

นี่อาจเป็นกรณีของการฆ่าห่านที่วางไข่ทองคำ บริษัทของเธอสามารถจ่ายชดเชยให้คนทั้งหมดได้อย่างไร

หลินม่ายตอบด้วยรอยยิ้ม “ฉันเข้าใจดีค่ะ”

หลังอาหารเย็น เมื่อหลินม่ายช่วยเสี่ยวเหวินล้างจาน เธอเห็นลูกชิ้นไข่มุกเหลืออยู่ในจานของโต้วโต้ว เห็นชัดว่าเด็กน้อยไม่ได้กินมันเลย

“น่าเสียดายจริงๆ” เสี่ยวเหวินหยิบลูกชิ้นไข่มุกที่เย็นชืดขึ้นมาแล้วใส่เข้าปาก

หลินม่ายเรียกโต้วโต้วไปที่ห้อง “ระหว่างรับประทานอาหารเย็น แม่ทำลูกชิ้นไข่มุกให้ลูกทั้งสาม พี่ชายและน้องชายลูกกินจนหมด ทำไมลูกไม่กินล่ะ?”

โต้วโต้วก้มศีรษะลงและไม่พูดอะไร

หลินม่ายถาม “ลูกคิดว่าแม่ควรจะยกมาให้หนูคนแรกเหรอ?”

โต้วโต้วยังคงไม่พูด

หลินม่ายถาม “งั้นบอกแม่มาสิ ทำไมแม่ต้องยกอาหารมาให้หนูก่อน?”

โต้วโต้วส่งเสียงพึมพำ ก่อนพูดว่า “หนูเป็นโรคหัวใจ และหนูสมควรได้รับความรักจากแม่มากกว่านี้~”

หลินม่ายตกตะลึง เธอไม่เคยคิดเลยว่าโต้วโต้วจะมีความคิดเช่นนี้

เธอพูดอย่างอดทน “ลูกสุขภาพไม่ค่อยดี แต่น้องชายของลูกก็ยังเด็กมากเช่นกัน”

“แต่เขาเป็นเด็กผู้ชาย และเด็กผู้ชายควรอดทนต่อความยากลำบาก”

แม้ว่าเธอจะรู้ว่าโต้วโต้วกำลังให้เหตุผลที่บิดเบือน แต่เธอก็ไม่สามารถหาทางโต้แย้งกลับได้

หลินม่ายถอนหายใจ “เมื่อก่อนลูกเคยน่ารักและมีเหตุผลมาก ทำไมตอนนี้ถึงเปลี่ยนไปล่ะ”

โต้วโต้ววิ่งเข้าไปสวมกอดหลินม่าย “ทำไมพ่อกับแม่ถึงมีน้องชายล่ะคะ? มันคงจะดีกว่านี้ถ้าหนูไม่มีน้องชาย หนูจะประพฤติตัวดีและมีเหตุผลเหมือนเมื่อก่อน”

“การมีน้องชายย่ำแย่ขนาดนั้นเลยเหรอ? เขาก็เป็นอีกคนที่รักหนู ดูสิว่าน้องชายทำดีกับลูกมากแค่ไหน!”

“หนูไม่ต้องการให้น้องรักหนู หนูแค่ต้องการพ่อกับแม่ ปู่และย่า และพี่ชายเสี่ยวเหวินรักหนูเท่านั้น”

หลินม่ายต้องการผลักเด็กน้อยออกไป แต่เธอกลัวว่าการกดดันจะทำให้อีกฝ่ายดื้อรั้นมากยิ่งขึ้น

เธอรู้สึกหมดหนทางอยู่ข้างใน ไม่แน่ใจว่าจะสั่งสอนโต้วโต้วได้อย่างไร

ปัจจุบันแม้แต่ในชนบทก็สามารถติดตั้งโทรศัพท์ส่วนตัวได้ วันรุ่งขึ้นหลินม่ายไปยังสำนักงานโทรคมนาคมเพื่อสอบถามเรื่องการติดตั้งโทรศัพท์

เจ้าหน้าที่บอกว่าจะต้องใช้เวลาติดตั้งสามวัน

หลินม่ายรู้สึกหงุดหงิดที่การดำเนินงานช้าเกินไป เธอจึงโทรไปที่สำนักงานผู้พิพากษาประจำเทศมณฑล

ผู้พิพากษามณฑลสั่งให้สำนักงานโทรคมนาคมเมืองซื่อเหม่ยติดตั้งโทรศัพท์ให้หลินม่ายทันที

ผู้ประกอบการรายใหญ่จะทำงานโดยไม่มีโทรศัพท์ได้อย่างไร?

ก่อนสิบโมงเช้า โทรศัพท์ก็ถูกติดตั้งเรียบร้อย

หลินม่ายโทรหาเจิ้งซวี่ตง บอกเขาว่าเธอวางแผนที่จะเริ่มทำฟาร์มและปศุสัตว์ในชนบท

เธอได้จัดเตรียมการวางแผนเบื้องต้นไว้แล้ว และกำลังรอให้เขาส่งกลุ่มผู้ปฏิบัติงานสำรองไปรับช่วงต่อ

จากนั้นเธอโทรหาโม่เจี้ยนกั๋วและขอให้เขามาที่เมืองซื่อเหม่ยเพื่อซื้อที่ดินและสร้างบ้านพักสวัสดิการ

เรื่องนี้ถูกส่งมอบหมายให้แก่ลูกน้องแล้ว หลินม่ายจึงพาเด็ก ๆ ไปเยี่ยมเด็กหญิงอายุหกขวบป่วยเป็นลูคีเมียในบริเวณใกล้เคียง

อย่างไรก็ตามอาการเจ็บป่วยของเด็กอยู่ภายใต้การควบคุมได้ชั่วคราว ดังนั้นหล่อนจึงช่วยผู้ใหญ่ที่บ้านทำงานให้มากที่สุดเท่าที่จะจัดการได้ เช่น การเลือกผัก การล้างจาน

หลินม่ายถามหล่อนอย่างจงใจ “ในเมื่อหนูไม่ค่อยสบาย ทำไมถึงยังอยากช่วยที่บ้านอยู่ล่ะ?”

เด็กหญิงตัวเล็กตอบกลับว่า ครอบครัวของหล่อนจ่ายค่ารักษาให้เธอมากมายเกินไป

เมื่อถึงมื้อเที่ยง หลินม่ายให้เด็กทั้งสามรับประทานอาหารที่บ้านของเด็กหญิงผู้ป่วยเป็นลูคีเมีย

ในครัวเรือนทั่วไปย่อมมีความเสี่ยงที่จะถูกโรคร้ายโจมตีไม่ทันตั้งตัว เมื่อสมาชิกในครอบครัวป่วยหนักเพียงคนเดียว ก็สามารถลากทั้งครอบครัวเข้าสู่หนองน้ำแห่งความยากจนได้

อาหารกลางวันของครอบครัวเด็กโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวนั้นเรียบง่ายมาก โดยส่วนใหญ่ประกอบด้วยผัก พวกเขายังทำไข่ตุ๋นและวางไว้ตรงหน้าเสี่ยวมู่ตง

หลินม่ายวางชามไข่ตุ๋นไว้ด้านหน้าเด็กหญิงที่ป่วย

สหายตัวน้อยดูผอมแห้งมาก ใครจะทนกินไข่ตุ๋นชามนั้นต่อหน้าหล่อนได้เล่า?

แต่เด็กหญิงมีไหวพริบดี หล่อนผลักชามไข่ตุ๋นไปตรงหน้าเสี่ยวมู่ตรงพร้อมพูดด้วยความอาย “อาหารอร่อย ให้แขกกินเถอะค่ะ”

เสี่ยวมู่ตงค่อย ๆ ดันชามไข่ตุ๋นกลับ “ครอบครัวเรามีไข่เยอะแยะ พี่สาวกินเถอะครับ”

เด็กหญิงผลักชามไข่ตุ๋นไปให้ผู้สูงอายุในบ้านเพื่อให้พวกเขากิน

ผู้สูงอายุเหล่านั้นไม่ยอมตักไข่ตุ๋นขึ้นมากิน และยืนกรานให้เด็กหญิงเป็นคนกิน

ในท้ายที่สุด เด็กหญิงตัวเล็กแบ่งชามไข่ตุ๋นกับพี่ชายของเธอครึ่งหนึ่ง

หลินม่ายจงใจถามเด็กหญิงว่า “หนูสุขภาพไม่ดี จึงสมควรได้รับความรักและการดูแลเอาใจใส่มากขึ้น ทำไมถึงยังแบ่งอาหารกับพี่น้องตัวเองอีกล่ะ?”

เด็กหญิงเงยหน้าตอบด้วยรอยยิ้ม “คุณครูบอกหนูว่า ของดีควรแบ่งปันให้ทุกคนค่ะ”

ก่อนออกเดินทาง หลินม่ายนำเงินทั้งหมดที่ติดตัวมามอบให้แก่พ่อแม่ของเด็กที่ป่วยเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว โดยขอให้พวกเขาใช้เพื่อรักษาเด็ก

เธอยังทิ้งนามบัตรไว้ให้พวกเขา โดยบอกว่าหากค่ารักษาไม่เพียงพอ พวกเขาสามารถติดต่อเธอเพื่อขอความช่วยเหลือเพิ่มเติมได้

ถ้าไม่เห็นมันก็คงเป็นเรื่องหนึ่ง แต่เมื่อเห็นแล้ว หลินม่ายจึงอยากให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ เธอทนไม่ได้ที่จะเห็นเด็กตัวเล็กต้องเผชิญหน้ากับการป่วยไข้ตั้งแต่เด็ก

ในขณะนั้น มีผู้หญิงใส่เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่งคนหนึ่งอยู่นอกประตู ซึ่งมาพร้อมกับเด็กหญิงตัวเล็กที่มอมแมมไม่แพ้กัน พวกเขามองดูข้างในด้วยความอาย

หลังรวบรวมความกล้าเป็นเวลานานจึงพูดขึ้นว่า “คุณหลิน โปรดช่วยลูกสาวของฉันด้วย!” สิ้นเสียง หล่อนก็ทรุดตัวลงคุกเข่าพร้อมน้ำตาไหลอาบใบหน้า

หลินม่ายรีบเข้าไปช่วยพยุงให้ลุกขึ้น และมองไปทางเด็กหญิงอีกครั้ง

เด็กหญิงคนนี้มีร่างอวบอ้วนและผิวขาวเมื่อมองแวบแรก แต่เมื่อตรวจสอบอย่างใกล้ชิดจึงพบว่า สีผิวขาวซีด และรูปร่างอวบอ้วนผิดปกติ ไม่ว่าอย่างไรนี่ก็เป็นสัญญาณของอาการเจ็บป่วย

หลินม่ายพูด “สหาย หากมีอะไรก็ค่อย ๆ พูดเถอะ”

ผู้หญิงคนนั้นบอกหลินม่ายว่าลูกสาวของหล่อนเป็นโรคไต พ่อแม่สามีต่างก็ชอบลูกชายมากกว่าลูกสาว และปฏิเสธที่จะให้เด็กน้อยรับการรักษา ส่งผลให้ร่างกายของลูกสาวไม่สามารถขับของเหลวออกมาได้อย่างเหมาะสม ทำให้เด็กน้อยตัวบวมมากขึ้นทุกวัน ซึ่งหล่อนกลัวอย่างยิ่งที่จะสูญเสียลูกสาวของตนไป

เพื่อช่วยลูกสาว หล่อนไม่มีทางเลือกนอกจากต้องกลืนศักดิ์ศรีและร้องขอความช่วยเหลือจากหลินม่าย

หลินม่ายไม่มีเงินสดในมืออีกต่อไป เธอจึงเขียนเช็คมูลค่า 1,000 หยวนและมอบให้อีกฝ่าย

โดยบอกให้ไปขึ้นเงินที่ธนาคาร จากนั้นหล่อนก็สามารถพาลูกสาวไปรักษาที่โรงพยาบาลประจำจังหวัดได้

ลูกสาวของเธอยังเด็กมาก ไม่ว่าโรคไตจะร้ายแรงแค่ไหน ตราบใดที่ไม่พัฒนาถึงขั้นภาวะไตเป็นพิษ เด็กน้อยก็ยังสามารถฟื้นตัวได้

เมื่อเห็นผู้หญิงคนนั้นกำลังดูเช็คด้วยความสงสัย หลินม่ายจึงยื่นนามบัตรให้เธอและบอกให้มาเมืองซื่อเหม่ยในวันพรุ่งนี้ แล้วเธอจะพาพวกเขาไปแลกเปลี่ยนเป็นเงินสด

ผู้หญิงคนนั้นขอบคุณหลินม่ายนับพันครั้งและพาลูกสาวไป

หลินม่ายพาเด็กน้อยทั้งสามคนมาเยี่ยมเด็กที่เป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวคนนี้ โดยจุดประสงค์หลักก็เพื่อให้ความรู้แก่โต้วโต้ว

หลังจากนี้อีกไม่กี่วัน ไม่ว่าโต้วโต้วจะอยู่กับเธอหรือไม่ หลินม่ายไม่ต้องการให้หล่อนกลายเป็นคนคดโกง

เธอถือโอกาสให้ความรู้โต้วโต้ว “ดูสิ เด็กที่เป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวคนนั้นอายุน้อยกว่าหนูอีก แต่หล่อนไม่ได้ขอให้ดูแลเป็นพิเศษเพราะอาการป่วยเลย”

โต้วโต้วไม่ได้พูดอะไร

ในตอนเย็น หลินม่ายเล่าเรื่องเกี่ยวกับโต้วโต้วให้ฟางจั๋วหรานฟังพลางถอนหายใจ ฟางจั๋วหรานเพียงปลอบใจเธอและบอกว่าทุกอย่างจะไม่เป็นไร

วันรุ่งขึ้น หลินม่ายไม่มีแผนการจะไปไหนและอยู่ที่บ้าน เพื่อรอให้หญิงสาวที่มีลูกเป็นโรคไตมาหาและจะหาไปขึ้นเงินสด

ประมาณแปดโมงเช้า ผู้หญิงคนนั้นก็มาพร้อมกับลูกสาวของเธอ

ผู้หญิงคนนั้นไม่ได้มามือเปล่า แต่จับไก่สองตัวและมาพร้อมกับตะกร้าไข่

หล่อนพูดด้วยความอาย “เช้านี้เราไปบ้านพ่อแม่ของฉันเพื่อซื้อสิ่งนี้ หวังว่ามันจะไม่น้อยไปนะคะ”

เมื่อเห็นความหวังในดวงตาของผู้หญิงคนนั้น หลินม่ายเข้าใจว่าถ้าเธอปฏิเสธ ผู้หญิงคนนั้นจะต้องผิดหวังอย่างมาก

เธอยิ้มกว้างพร้อมรับไก่สองตัวและตะกร้าไข่มา ก่อนพาแม่ลูกไปยังธนาคารเพื่อแลกเช็คเป็นเงินสดหนึ่งพันหยวน

ผู้หญิงคนนั้นจ้องมองด้วยความว่างเปล่า “กระดาษของคุณมีค่ามาก มันแลกเปลี่ยนเป็นเงินได้จริงด้วย!”

หลินม่ายไม่สามารถอธิบายให้อีกฝ่ายเข้าใจ ดังนั้นจึงเพียงแค่ยิ้ม ก่อนที่ทั้งสามจะเดินออกจากประตูธนาคารด้วยกัน

หญิงชราคนหนึ่งกระโดดออกมาจากที่ไหนก็ไม่ทราบ เข้ามาขวางทางสองแม่ลูกนั้น

หญิงชราชาวบ้านยื่นมือตบผู้หญิงคนนั้นแล้วพูดอย่างเดือดดาลว่า “เอาเงินมาให้ฉัน!”

หญิงสาวตกใจ “แม่คะ หนูไม่มีเงินติดตัว”

“นี่หล่อนเริ่มคิดจะโกหกแล้วงั้นรึ ฉันเห็นมันเต็มสองตาว่าผู้หญิงคนนั้นให้เงินหล่อนมากมาย!” หญิงชราชี้ไปทางหลินม่าย

หลินม่ายพูด “คุณก็รู้ว่ามันเป็นเงินที่ฉันให้เธอ ในเมื่อไม่ใช่เงินของคุณ ทำไมถึงกล้ามาขอแบบนี้ล่ะ!”

หญิงชราเถียงกลับ “นางนี่เป็นลูกสะใภ้ของฉัน ทำไมฉันจะขอเงินมันไม่ได้? ในเมื่อคุณให้เงินมันไปแล้ว และเงินนี่อยู่ในมือของลูกสะใภ้ฉัน ซึ่งก็หมายความว่าเป็นเงินของฉัน”

หญิงสาวโพล่งคำด้วยใบหน้าแดงก่ำ “แม่ เงินพวกนี้คุณหลินให้มาเป็นค่ารักษาพยาบาลของฮวาฮวา แม่จะเอามันไปได้ยังไง?”

หญิงชรากลอกตา “ทำไมฉันจะเอาไปไม่ได้ เด็กตัวแค่นี้จะเอาเงินมากมายไปรักษาทำไม? ถ้าหล่อนจะตาย ก็แค่ปล่อยให้ตาย แกควรเก็บเงินนี้ไว้และนำไปใช้กับลูกชายสองคนตอนที่แต่งงานกับภรรยาจะดีกว่า ฉันไม่ได้จะใช้เงินพวกนี้ แต่เก็บไว้ให้ลูกชายของแกต่างหาก แล้วจะมาไม่พอใจอะไรอีก?”

หญิงสาวปฏิเสธที่จะให้ หญิงชราจึงพยายามแย่งเงินก้อนนั้นมา

หลินม่ายแยกแม่สามีและลูกสะใภ้ออกจากกัน จากนั้นหันไปพูดกับแม่ฮวาฮวาว่า “ขอเงินหนึ่งพันหยวนคืนให้ฉันเถอะค่ะ”

แม้ว่าแม่ฮวาฮวาจะไม่เต็มใจแยกจากมัน แต่หลินม่ายเป็นคนมอบเงินก้อนนี้ หล่อนจึงส่งคืนให้กับหลินม่าย

หลินม่ายพูดกับเธอว่า “อีกห้าวันข้างหน้าให้คุณมาที่เมืองเจียงเฉิงเพื่อตามหาฉัน แล้วฉันจะจัดการให้ลูกสาวของคุณเข้ารักษาในโรงพยาบาลและจ่ายค่ารักษาให้ด้วย จะไม่มีใครนำเงินสำหรับค่ารักษาพยาบาลก้อนนี้ไปใช้ในเรื่องอื่นได้”

แม้ว่าจะเป็นโรคไตเฉียบพลัน แต่การเลื่อนการรักษาออกไปเล็กน้อยไม่เป็นปัญหาสำคัญ

แม่ฮวาฮวาตอบตกลงทันที นี่เป็นวิธีที่ดีที่สุด

แต่แม่สามีไม่พอใจและพ่นคำสาปแช่งมากมาย

………………………………………………………………………………………………………………………….

สารจากผู้แปล

อาการป่วยมันไม่ใช่ว่าจะเป็นข้ออ้างให้ได้สิทธิพิเศษเหนือคนอื่นเสมอไปนะน้องถั่ว

เออ เก็บเงินไว้กับตัวเองเลยดีที่สุด ขืนให้ไปคงเสียเปล่าแน่

ไหหม่า(海馬)

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 981 ให้การศึกษากับโต้วโต้ว"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved