แม่ปากร้ายยุค 80 - ตอนที่ 976 ถั่วสองมาตรฐาน
ตอนที่ 976 ถั่วสองมาตรฐาน
ตอนที่ 976 ถั่วสองมาตรฐาน
หลินม่ายและลูกชายออกเดินทางในช่วงบ่าย หลังจากนั้นไม่นานหรงจี้เหมยก็มาถึง
หล่อนเรียกชื่อโต้วโต้วอยู่ตรงข้ามสนามหญ้าด้านหลังรั้วเหล็ก
เมื่อได้ยินเสียงเรียก โต้วโต้ววิ่งออกจากห้องนอนตรงมาหาหรงจี้เหมยอย่างมีความสุขและถามผ่านรั้วเหล็กว่า “ทำไมแม่มีเวลามาที่นี่ล่ะ?”
หรงจี้เหมยหยิบฝักบัวสองฝักออกมาจากกระเป๋าพร้อมพูดว่า “พ่อของลูกเก็บมันมาขณะที่เขาเดินผ่านสระบัว หวังจะให้ลูกอร่อยไปกับมัน ตอนเก็บมันมา เขาบังเอิญพลาดท่าตกลงไปในสระบัว โชคดีมากเลยที่พ่อว่ายน้ำเป็น ไม่อย่างนั้นคงจมน้ำตายแล้ว”
หลังจากได้ยินสิ่งนี้ โต้วโต้วก็รู้สึกประทับใจมาก
หรงจี้เหมยเอื้อมมือเข้าไปในรั้วเหล็กและลูบหัวเล็ก ๆ ของโต้วโต้ว
หล่อนเตือนเด็กน้อยให้เชื่อฟังพ่อแม่บุญธรรมเสมอ และคำนึงถึงน้องชายในทุกเรื่อง ไม่เช่นนั้นพ่อแม่บุญธรรมอาจไม่พอใจ
โต้วโต้วแทบทนไม่ได้ที่จะออกไปข้างนอก หล่อนจึงวิ่งกลับเข้าไปในวิลล่าเพื่อถามปู่ฟางและย่าฟางว่า พวกเขาจะอนุญาตให้แม่ของเธอเข้ามาได้ไหม
คุณปู่ฟางและคุณย่าฟางต่างก็เป็นคนใจกว้าง ไม่เช่นนั้นพวกเขาจะไม่ให้หลินม่ายยืมเงินเพื่อเริ่มต้นธุรกิจหลังจากพบกันเพียงครั้งเดียวได้อย่างไร
หลังจากได้ยินคำขอของโต้วโต้ว ผู้อาวุโสทั้งสองก็ตอบตกลงโดยไม่ลังเล
เพียงปล่อยให้หรงจี้เหมยเข้ามาในสนามหญ้าเพื่อใช้เวลากับโต้วโต้วสักระยะ พวกเขาจะไม่ได้ไม่ต้องกังวลเรื่องการลักพาตัวโต้วโต้วด้วย
ทันทีที่หรงจี้เหมยผ่านรั้วเข้ามา โต้วโต้วลากหล่อนเข้าไปในวิลล่าพร้อมนำต้มถั่วเขียวเย็นและแตงโมให้อีกฝ่าย
เสี่ยวเหวินมองดูโต้วโต้ววิ่งไปมา
เมื่อเห็นหล่อนหยิบสตรอว์เบอร์รีมาหนึ่งกล่อง เขาจึงพูดว่า “น้องชายชอบสตรอว์เบอร์รีมากที่สุด”
โต้วโต้วไม่พอใจ “แม่ของฉันเป็นแขก แล้วไม่สมควรต้อนรับแขกด้วยของดี ๆ หรือยังไง?”
เสี่ยวเหวินไม่ได้พูดอะไรอีก แต่บอกกล่าวคุณปู่ฟางและคุณย่าฟาง ก่อนออกไปซื้อสตรอว์เบอร์รี
หรงจี้เหมยมีแผนระยะยาว แม้ว่าในใจตอนนี้อยากจะกินผลไม้ทั้งหมดที่โต้วโต้วนำมาให้ก็ตาม
แต่หล่อนกลัวว่าจะทิ้งความรู้สึกด้านลบไว้กับคุณปู่ฟางและคุณย่าฟาง ซึ่งอาจขัดขวางไม่ให้ตนเข้ามาในอนาคต
หล่อนจึงต้องอดทนอย่างสุดกำลัง และขอให้โต้วโต้วนำผลไม้ไปให้คู่สามีภรรยาอาวุโสกิน
หลังจากกินผลไม้แล้ว แม่และลูกสาวก็ไปที่สวนหลังบ้าน
ที่นี่มีเพียงพวกหล่อนสองคน หรงจี้เหมยผ่อนคลายมากและสามารถพูดได้อย่างอิสระ
หล่อนถามอย่างตั้งใจ “ทำไมน้องชายลูกถึงไม่อยู่บ้านล่ะ?”
ทันทีที่มีการกล่าวถึงเสี่ยวตงตง โต้วโต้วก็มีสีหน้าบูดบึ้ง “คุณแม่พาเขาไปบริษัทเพื่อเข้าร่วมการประชุม”
หรงจี้เหมยสับสน “น้องชายของลูกยังเด็กมาก ทำไมแม่หลินถึงพาเขาไปด้วยล่ะ?”
“เห็นว่าบริษัทจะถูกส่งต่อให้กับน้องชายได้บริหารจัดการในอนาคต คุณแม่เลยอยากให้เขาคุ้นเคยและเรียนรู้ตั้งแต่ตอนนี้”
หรงจี้เหมยถอนหายใจเบาพลางลูบศีรษะของโต้วโต้วอย่างทุกข์ใจ “เมื่อพูดถึงการรับเลี้ยงบุตรบุญธรรม มันก็เป็นเช่นนี้เสมอแหละ ลูกปฏิบัติต่อพวกเขาเหมือนพ่อแม่แท้ ๆ แต่ท้ายที่สุดเมื่อพวกเขามีลูกเป็นของตัวเอง พวกเขาจะไม่ให้ส่วนแบ่งมรดกแก่ลูกเลยแม้แต่น้อย”
เดิมทีโต้วโต้วความขุ่นเคืองเพียงเล็กน้อย แต่ตอนนี้กลับเพิ่มขึ้นเป็นสามเท่า หล่อนแสดงสีหน้าไม่ได้รับความเป็นธรรมออกมาอย่างชัดเจน
หรงจี้เหมยมีความสุขมากที่ได้เห็นมัน
หล่อนกล่าวต่อ “ส่วนลูก ต้องเชื่อฟังคำของแม่ให้ดี ลูกควรคำนึงถึงน้องชายคนเล็กของหล่อนเสมอในทุกสิ่ง เพื่อที่จะได้อยู่ในบ้านของแม่อุปถัมภ์ต่อไป”
โต้วโต้วเงยใบหน้าอวบอ้วนขึ้น “แม่จะไม่พาหนูกลับบ้านเหรอ?”
ดวงตาหรงจี้เหมยแดงระเรื่อ “แม่ตามหาลูกมาหลายปีแล้ว เพียงเพื่อจะพาลูกกลับบ้าน แต่หลังจากพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้ว แม่เชื่อว่าลูกควรอยู่บ้านแม่อุปถัมภ์จะดีกว่า แม่ยากจนเกินไปและไม่สามารถเลี้ยงดูลูกได้ แม่ทนไม่ได้ที่จะเห็นลูกต้องมาใช้ชีวิตด้วยความยากลำบากด้วยกัน”
หลังกล่าวเช่นนั้น น้ำตาใสก็ไหลนองอาบใบหน้า
โต้วโต้วพูด “ถ้าหนูคิดถึงแม่จะทำอย่างไร?”
หรงจี้เหมยคิดอยู่พักหนึ่งแล้วพูดว่า “ถ้าอย่างนั้นให้แม่เป็นพี่เลี้ยงเด็กของลูกสิ เราจะได้เจอกันทุกวัน”
หล่อนไม่ได้คิดทำตามอำเภอใจ นี่คือสิ่งที่หล่อนวางแผนไว้ล่วงหน้าอย่างดี
ตราบใดที่หล่อนสามารถเป็นพี่เลี้ยงเด็กในบ้านของหลินม่าย หล่อนก็จะมีโอกาสจุดประกายความเกลียดชังในตัวโต้วโต้วและทำให้เด็กน้อยทำร้ายตงตงได้ตลอด
หากโต้วโต้วไม่มีความกล้า หล่อนก็สามารถยื่นมือเข้าไปช่วยได้
ในเวลานี้ เสียงแตรรถก็ดังขึ้นจากด้านนอกลานบ้าน
โต้วโต้วหันหน้าไปมองแล้วพูดว่า “คุณแม่กลับมาแล้ว หนูจะไปบอกเรื่องนี้ทันที”
เมื่อหล่อนวิ่งไปที่ประตู เสี่ยวเหวินก็ได้เปิดประตูก่อนแล้ว
หลินม่ายขับรถเข้าไปจอด ก่อนลงจากรถพร้อมเสี่ยวมู่ตง
เมื่อเห็นเสี่ยวเหวิน เสี่ยวมู่ตงหยิบหมากฝรั่งออกมาจากกระเป๋าแล้วยื่นให้ “พี่ชาย”
เสี่ยวเหวินตอบกลับ “น้องเก็บไว้เถอะ”
หลินม่ายพูดขึ้น “เธอรับไว้เถอะ น้องชายยังเด็กเกินไปที่จะเคี้ยวหมากฝรั่ง”
เสี่ยวเหวินจึงยอมรับหมากฝรั่งมา
เสี่ยวมู่ตงมองไปรอบ ๆ และเห็นโต้วโต้ว เขาวิ่งไปหาหล่อนและพูดว่า “พี่สาว”
โต้วโต้วรู้สึกประทับใจเล็กน้อย เจ้าตัวน้อยคนนี้ ไม่ว่าหล่อนจะปฏิบัติต่อเขาอย่างไร เขาก็ไม่เคยพลาดที่จะแบ่งปันของอร่อยหรือของเล่นน่าสนุกกับหล่อนเลย
หล่อนบีบหน้าอ้วน ๆ ของมู่ตงตัวน้อย “ขอบใจนะน้องชาย”
เสี่ยวมู่ตงมีความสุขมากและพูดด้วยน้ำเสียงเล็กว่า “ยินดีครับ”
หรงจี้เหมยสังเกตการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดในการแสดงออกของโต้วโต้วจากด้านข้าง ขณะแอบดุด่าอยู่ในใจว่าเด็กคนนั้นช่างไร้เดียงสาและตื้นเขิน แค่หมากฝรั่งชิ้นเดียวก็ทำให้หล่อนซาบซึ้งแล้ว
หลินม่ายเห็นหรงจี้เหมยตั้งแต่เข้ามา แต่จงใจเมินเฉยต่ออีกฝ่าย
ในเวลานี้เธอแสร้งทำเป็นเพิ่งเห็น “คุณอยู่ที่นี่ด้วยเหรอ?”
หรงจี้เหมยกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ฉันมาที่นี่โดยไม่ได้รับเชิญ หวังว่าคุณหลินจะไม่ว่าอะไร”
หลินม่ายยิ้ม “คุณเป็นแม่ที่แท้จริงของโต้วโต้ว แล้วฉันจะว่าอะไรได้คะ”
โต้วโต้วเข้ามาดึงชุดสูทของเธอและพูดว่า “คุณแม่คะ ให้แม่ของหนูเข้ามาเป็นพี่เลี้ยงเด็กในบ้านของคุณได้ไหม?”
เมื่อได้ยินคำว่า “บ้านของคุณ” หลินม่ายรู้สึกไม่ค่อยพอใจ เธอตอบกลับด้วยรอยยิ้ม แต่ดวงตาของเธอไม่มีรอยยิ้มเลย “โต้วโต้ว นี่ลูกไม่ต้องการครอบครัวของเราเร็วขนาดนี้แล้วเหรอ?”
หรงจี้เหมยพูดกับโต้วโต้วด้วยสีหน้าจริงจัง “ลูกพูดแบบนี้ได้ยังไง? ถ้าลูกลืมความกตัญญู คุณแม่จะไม่พอใจนะคะ”
โต้วโต้วมีสีหน้าอับอายบนใบหน้า
ขณะที่หลินม่ายกำลังจะเดินเข้าบ้าน เธอถามโต้วโต้วว่า “ทำไมจู่ ๆ ถึงอยากให้แม่ของลูกเป็นพี่เลี้ยงเด็กในบ้านล่ะ?”
“เพราะหนูอยากเจอแม่ทุกวัน”
“แต่ครอบครัวของเรามีน้าหวงอยู่แล้ว ดังนั้นเราจึงไม่ต้องการพี่เลี้ยงเด็กเพิ่ม”
“ถ้างั้นก็ไล่น้าหวงออก และให้แม่ของหนูทำแทน”
เสี่ยวเหวินกล่าวคำจริงจัง “น้าหวงไม่ได้ทำอะไรผิด ทำไมถึงต้องไล่น้าออกด้วย?”
โต้วโต้วยอมรับอย่างง่ายดาย “งั้นจะบอกให้ก็ได้ ถ้าไม่ไล่น้าหวงออก แล้วแม่ของฉันจะเข้ามาได้อย่างไร?”
หลินม่ายขมวดคิ้วมุ่นขณะจ้องมองโต้วโต้ว เธอไม่ได้สังเกตเลยว่าเด็กคนนี้พูดจารุนแรงถึงขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อใด?
เธอหันกลับไปมองหรงจี้เหมยที่เดินตามอยู่ด้านหลัง จึงหยุดเดินและถามว่า “คุณมีอะไรจะพูดอีกไหม?”
หรงจี้เหมยรู้ว่าหลินม่ายกำลังพยายามไล่แขก หล่อนลอบกัดฟันแน่นด้วยความเกลียดชัง
แม้ว่าจะเป็นมารดาผู้ให้กำเนิดของโต้วโต้ว แต่หลินม่ายยังปฏิบัติต่อหล่อนอย่างเย็นชา
หล่อนหัวเราะและพูดว่า “ฉันแค่อยากกำชับกับโต้วโต้วว่า ลูกต้องเชื่อฟังคุณแม่หลินและอย่าทำให้เธอโกรธ” สิ้นเสียง หล่อนก็กล่าวคำลาและเดินจากไป
หลินม่ายพาโต้วโต้วมายังห้องของเธอและถามด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “หนูคิดว่าสิ่งที่ตัวเองเพิ่งพูดไปนั้นสมเหตุสมผลหรือไม่?”
โต้วโต้วก้มหน้าลงพลางพึมพำ “หนูแค่อยากให้แม่มาอยู่เคียงข้างก็เท่านั้น”
หลินม่ายตอบกลับ “ถ้าหนูอยากให้แม่มาอยู่เคียงข้าง หนูจะกลับไปอยู่บ้านแม่ก็ได้ แต่นั่นไม่ใช่เหตุผลที่จะนำหล่อนมาแทนที่น้าหวงแบบนี้ มันเหมือนกับการมีอมยิ้มอยู่ในมือ และเด็กอีกคนก็อยากจะกิน แต่นั่นไม่ใช่เหตุผลที่เด็กคนนั้นจะต้องมาแย่งอมยิ้มของหนูไป”
โต้วโต้วเงยหน้าอวบอ้วนขึ้นพร้อมน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม “คุณแม่ไม่ต้องการหนูแล้วเหรอคะ? แม่หรงบอกว่า ไม่ว่าแม่เขาจะหาหนูเจอหรือไม่ก็ตาม แต่คุณแม่ก็ยังเป็นแม่ของหนูตลอดไป”
สีหน้าหลินม่ายแปรเปลี่ยนเป็นจริงจัง “เมื่อตอนที่ลูกเรียกบ้านนี้ว่า ‘บ้านของคุณ’ นั่นหมายความว่าหนูเลิกมองฉันว่าเป็นแม่ของหนูไปแล้ว หนูต่างหากที่ปฏิเสธแม่ก่อน”
โต้วโต้วพูดไม่ออก แต่ความไม่พอใจเขียนอยู่ทั่วใบหน้าอย่างชัดเจน
แม้ว่าหลินม่ายจะรู้สึกผิดหวัง แต่เธอก็ยังคงต้องการพยายามกอบกู้สถานการณ์ โดยให้เหตุผลกับเด็กน้อยอย่างอดทน “งั้นขอถามหน่อย ถ้าเด็กคนหนึ่งรังแกหนู หนูจะทำดีกับอีกฝ่ายไหม?”
โต้วโต้วส่ายหัวอย่างลังเล
“ระหว่างคนสองคน ถ้าหนูใจดีกับฉัน ฉันก็จะใจดีกับหนู มันจะเป็นเช่นนี้เสมอ มันเป็นไม่ได้ที่หนูจะใจร้ายกับคนอื่น แล้วหวังให้คนอื่นใจดีกับหนูกลับ”
หลินม่ายโบกมือให้โต้วโต้ว “ลองคิดดูเอง ไม่ว่าสิ่งที่ฉันพูดจะสมเหตุสมผลหรือไม่ก็ตาม”
โต้วโต้วออกจากห้องของหลินม่ายและแอบเข้าไปยังห้องที่เคยเป็นของฟางจั๋วเยวี่ย จากนั้นก็แอบโทรหากู่จาวตี้
หล่อนแอบร้องไห้และบ่นถึงคำต่อว่าของหลินม่ายเมื่อครู่ แต่ขณะเดียวกันก็ปกปิดส่วนหนึ่งของคำพูดที่ไร้เหตุผลของตัวเอง
กู่จาวตี้กล่าว “พูดตามตรงนะ แม่หลินก็ใจดีกับเธอมาตลอด แต่ไม่ว่าเธอจะดีสักแค่ไหน หล่อนก็ไม่มีทางใจดีไปกว่าแม่ผู้ให้กำเนิดของเธอหรอก เธอควรกลับไปหาแม่ผู้ให้กำเนิดนะ นั่นคือบ้านของเธอ”
ก่อนเข้านอน หลินม่ายขอให้เสี่ยวเหวินทิ้งถังขยะในห้องนั่งเล่น
ข้างในมีเปลือกองุ่นและเปลือกแตงโม ซึ่งจะส่งกลิ่นเหม็นในชั่วข้ามคืน
เมื่อเสี่ยวเหวินไปเทขยะ เขาพบหมากฝรั่งที่ยังไม่ได้เปิดอยู่ด้านใน
ดวงตาของเขาเย็นชาเล็กน้อย และต่อว่าโต้วโต้วลับหลัง
ถ้าหล่อนไม่อยากกินหมากฝรั่งก็ไม่เป็นไร แต่ทำไมต้องทิ้งขว้างแบบนี้ เพราะนั่นเป็นการแสดงความปรารถนาดีของน้องชายที่มีต่อหล่อน
เสี่ยวเหวินเดินกลับไปหลังจากต่อว่าอีกฝ่ายเสร็จ ทว่าโต้วโต้วเก็บซ่อนความขุ่นเคืองไว้ในใจ
………………………………………………………………………………………………………………………..
สารจากผู้แปล
โตขึ้นเริ่มฉายแววร้ายแล้วเด็กคนนี้ จะมีทางกลับตัวไหมหนอ ไม่งั้นจะเรียกว่ายัยถั่วเน่าแล้วนะ
ไหหม่า(海馬)