แม่ปากร้ายยุค 80 - ตอนที่ 974 คำเตือนจากฟางจั๋วหราน
ตอนที่ 974 คำเตือนจากฟางจั๋วหราน
ตอนที่ 974 คำเตือนจากฟางจั๋วหราน
หลังออกจากโรงพยาบาล หรงจี้เหมยก็กลับบ้านอย่างมีความสุข
ชายคนหนึ่งนั่งเปลือยท่อนบนอยู่บนโต๊ะอาหารด้วยท่าทางอารมณ์เสีย ขณะกระดกเหล้าจากแก้วเล็ก ๆ และกินถั่วลิสงทอดในจาน
เด็กชายตัวเล็กสองคนอายุประมาณ 5 ถึง 6 ขวบนั่งอยู่ใกล้เคียง พวกเขาทั้งผอมแห้งและสกปรกราวกับเด็กขอทาน มือน้อย ๆ กำถั่วลิสงเข้าปากในช่วงที่ชายคนนั้นไม่ได้สนใจ
เมื่อเห็นว่าหรงจี้เหมยกลับมา เด็กน้อยทั้งสองวิ่งมาหาหล่อนพร้อมน้ำลายเปรอะเปื้อน “แม่ ซื้ออะไรอร่อย ๆ มาไหม?”
“จ้ะ!” หรงจี้เหมยหยิบซาลาเปาออกมาสองลูกให้กับเด็กทั้งสองคน
เด็กน้อยได้รับซาลาเปาแล้วจึงวิ่งออกไปด้านนอก
ชายคนนั้นโยนถั่วเข้าปากก่อนจะหรี่ตามองหรงจี้เหมย “ได้เงินจากนังเด็กนั่นที่ตายไปแล้วเหรอ?”
หรงจี้เหมยเทน้ำเย็นหนึ่งแก้ว ก่อนจะดื่มรวดเดียวแล้วนั่งลงบนเตียง กล่าวอย่างหงุดหงิด “มันไม่ง่ายขนาดนั้น!”
ชายคนนั้นพูดเหน็บแนม “ไม่ใช่เธอเหรอที่บอกว่านังเด็กโง่นั่นหลอกง่าย? เธอแค่ไปโกหกเด็กน้อยเกี่ยวกับแผลเป็นเพราะการทะเลาะกันคราวก่อนของเรา หล่อนเชื่อถือจนกระทั่งร้องไห้ออกมาเลยไม่ใช่เหรอ? แล้วทำไมตอนนี้ถึงพูดว่าการหาเงินกับหล่อนเป็นเรื่องยากล่ะ?”
หรงจี้เหมยโบกมือ “อย่าพูดถึงเลย นังคนแซ่หลินนั่นไม่ยอมให้ฉันเข้าหาเด็กโง่สักวินาที แล้วฉันจะคว้าเงินจากมันมาได้ยังไง?”
หล่อนขยับตัวเข้าใกล้ก่อนจะพูดว่า “คุณว่า ถ้าเราไปบอกว่าอยากได้เด็กโง่คนนั้นคืน นังหลินจะลังเลไหม?”
ชายคนนั้นลูบคางเบา ๆ ก่อนจะพูดต่อ “เป็นไปได้ เด็กคนนั้นถูกเลี้ยงดูมาหลายปีแล้ว คงจะรักไปแล้วแหละ”
หรงจี้เหมยตื่นเต้นทันที “ถ้าผลพิสูจน์ความเป็นแม่ลูกออกมาแล้ว และมันบอกว่าฉันคือผู้ให้กำเนิดโต้วโต้ว เราจะรับโต้วโต้วกลับมา แล้วถ้านังหลินไม่ยินยอม ก็ให้จ่ายเงินชดเชยให้กับเรา แบบนี้ดีไหม?”
“โง่! สมองเธอมีแต่ขี้เหรอ!” ชายคนนั้นจ้องมองหล่อนอย่างเกรี้ยวกราด “สมองของเธอคงจะใหญ่กว่าไก่นิดเดียว โง่จริง ๆ! แล้วถ้าคนแซ่หลินไม่ยอมคืนเด็กนั่นให้ จากนั้นเธอก็ไปขอเงินมันอีก? แล้วถ้าถูกมันฟ้องข้อหากรรโชกทรัพย์ล่ะ? ถ้าทำอย่างนี้มันจะเกิดอะไรขึ้น? อีกอย่างถ้าพวกเขาฉวยโอกาสนี้เพื่อคืนลูกให้กับเธอล่ะจะทำยังไง? เราจะเลี้ยงหล่อนไหวเหรอ?”
หรงจี้เหมยเกรี้ยวกราดทันที “แล้วจะให้ทำยังไง? ภูเขาทองคำอยู่ตรงหน้า แต่กลับคว้ามาไม่ได้… หึ อึดอัดเป็นบ้า!”
ชายคนนั้นกล่าวอย่างรังเกียจ “อย่าเพิ่งยัดข้าวเหนียวเข้าปากตอนร้อนๆ เลย สิ่งที่เธอต้องทำตอนนี้คือเกลี้ยกล่อมนังเด็กนั่น ทำให้มันเชื่อฟังให้ได้ ไม่ว่าจะทางไหนก็ตามให้มันหาเงินมาให้เดือนละ 180 หยวน โต้วโต้วบอกว่าอยากย้อนอดีตไม่ใช่เหรอ? ก็แค่โน้มน้าวเด็กคนนั้นให้ดี และให้มันหาวิธีจัดการกับเสี่ยวตงตงก็สิ้นเรื่อง ให้มันเป็นลูกและทายาทคนเดียวของสามีภรรยาแซ่หลินก็จบแล้ว จากนั้นปล่อยให้สามีภรรยาแซ่หลินประสบอุบัติเหตุสักหน่อย ทรัพย์สินทั้งหมดของพวกมันก็จะกลายเป็นของนังเด็กโง่นั่น วันนั้นเราจะกลับไปหามันในฐานะพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดและควบคุมทรัพย์สินทั้งหมดของครอบครัวพวกมัน ฮ่าๆๆ”
หรงจี้เหมยกล่าวอุทานอย่างชื่นชม “ความคิดคุณสุดยอดมาก”
ชายคนนั้นยกยิ้มร่าเริง
……
หลินม่ายขับรถพาโต้วโต้วกลับบ้าน
ระหว่างทาง โต้วโต้วก็เผยสีหน้าบูดบึ้งไม่มีความสุข
หลินม่ายเหลือบมองก่อนจะถามว่า “ที่โกรธแม่เพราะว่าไม่ยอมให้ลูกอยู่กับแม่แท้ตามลำพังใช่ไหม?”
โต้วโต้วไม่ตอบคำถาม ก่อนจะหันมองออกไปนอกหน้าต่าง
หลินม่ายถอนหายใจเงียบงัน เพราะเธอกับโต้วโต้วไม่มีสายใยสัมพันธ์แม่ลูก เธอจึงปล่อยอีกฝ่ายไป
แต่ท้ายที่สุดแล้ว หล่อนก็เป็นเด็กที่เธอเลี้ยงดูมานานกว่าห้าปี และเธอยังอยากจะให้โต้วโต้วอยู่ต่อ
หลินม่ายอธิบายอย่างอดทน “แม่ไม่อยากให้ลูกอยู่กับแม่แท้ตามลำพังเพราะผลตรวจยังไม่ออก จะเกิดอะไรขึ้นถ้าผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่แม่ที่แท้จริงและใช้โอกาสนี้ลักพาตัวลูกไป? ก่อนจะยืนยันว่าหล่อนเป็นแม่ที่แท้จริงและอ้างสิทธิ์เพื่อขอเลี้ยงลูก แม่ต้องรับผิดชอบลูกในฐานะผู้ปกครองในตอนนี้ไปก่อน”
โต้วโต้วเม้มปากแน่นก่อนจะกล่าวต่อว่า “นั่นคือแม่จริงของหนู หนูสัมผัสได้!”
“แม้ลูกจะสัมผัสได้ แต่แม่จะรอจนกว่าผลตรวจจะออกมา”
เมื่อกลับมาถึงบ้าน หลินม่ายส่งโต้วโต้วให้กับเสี่ยวเหวินและกำลังจะออกไปอีกครั้ง
เธอต้องไปที่หน่วยราชการของเมืองเพื่อรายงานผลการประชุมต่อหน้าผู้นำเมือง
ยิ่งปราบปรามการระดมทุนภาคเอกชนที่ผิดกฎหมายเร็วเท่าใดก็ยิ่งดีมากเท่านั้น ไม่อย่างนั้นจะมีเหยื่อเพิ่มขึ้น
เธอกลัวว่าหากจะไม่รายงานเรื่องนี้ ปัญหาจะเงียบหายไป และประชาชนจะเดือดร้อน กลายเป็นปัญหาสังคมใหญ่โตภายหลัง
เสี่ยวเหวินบอกว่าฟางจั๋วหรานโทรมาหาเธอเมื่อครู่
ฟางจั๋วหรานมักจะยุ่งอยู่กับงานเสมอ และเขาจะไม่โทรมาในตอนกลางวัน เพราะฉะนั้นเขาย่อมมีเรื่องสำคัญจะบอกเธอแน่นอน
เธอถามต่อ “แล้วเธอรู้ไหมว่าคุณลุงต้องการจะบอกอะไรกับฉัน?”
เสี่ยวเหวินเหลือบมองโต้วโต้วที่กำลังยืนฟังการพูดคุยของพวกเขาอยู่ก่อนจะเกาศีรษะแล้วพูดว่า “ดูเหมือนว่าคุณลุงจะหาอะไรสักอย่าง วางไว้ที่ไหนไม่รู้ครับ ถ้าพอมีเวลาลองโทรถามคุณลุงดูนะครับ”
หลินม่ายเข้าใจทันที ดูเหมือนว่าโต้วโต้วไม่ควรรู้บทสนทนานั้น
เธอพยักหน้าซ้ำ ๆ ก่อนจะบอกกล่าวให้อีกฝ่ายดูแลน้องชายให้ดีแล้วออกจากบ้านไป
เมื่อเธอมาถึงหน่วยราชการในจังหวัด บังเอิญว่าผู้ว่าของเมืองและรองผู้ว่าของเมืองก็มาพบเธอด้วยเช่นกัน
หลินม่ายบอกรองผู้ว่าเมืองเกี่ยวกับเรื่องของกองทุนไถฮุ่ย
เมื่อรองผู้ว่าการหรวนได้ยินอย่างนั้น ร่างกายของเขาหลั่งเหงื่อเย็นเฉียบ
เขาถามอย่างกังวล “เรื่องราวยิ่งใหญ่ขนาดนั้นเชียวเหรอครับ? แล้วมีเหยื่อมากมายขนาดนั้นเลยเหรอ?”
หลินม่ายเผยน้ำเสียงเคร่งขรึม “ฉันประมาณการมาดีระดับหนึ่งแล้วค่ะ และคิดว่าสถานการณ์จริงน่าจะร้ายแรงกว่าที่ฉันคิดไว้มากด้วย”
เมื่อรองผู้ว่าการหรวนได้ยินอย่างนั้น ใบหน้าของเขากลายเป็นซีดเซียว
หลินม่ายไตร่ตรองสถานการณ์ ก่อนจะลุกขึ้นอย่างไม่รอช้า
คราวนี้เธอพยายามทำดีที่สุดแล้ว แต่ผู้นำจะทำอย่างไรนั้นเป็นเรื่องที่เธอไม่สามารถควบคุมได้
รองผู้ว่าการส่งเธอออกจากสำนักงานด้วยตัวเอง ก่อนจะจับมือกับเธอแล้วกล่าวน้ำเสียงจริงใจ “ขอบคุณสหายเสี่ยวหลินมากนะครับ”
หลินม่ายยกยิ้มจาง “ด้วยความยินดีค่ะ”
หลังจากกลับถึงบ้านในตอนเที่ยง หลินม่ายรับประทานมื้อเที่ยงอย่างเร่งรีบก่อนจะขึ้นไปชั้นบน เข้ามาในห้องของตัวเองแล้วกดโทรศัพท์โทรหาฟางจั๋วหราน
ฟางจั๋วหรานไปซื้ออาหารในโรงอาหารของโรงพยาบาล จากนั้นเขานั่งพักอยู่ในห้องทำงานเพื่อรอสายจากหลินม่ายพร้อมกับรับประทานอาหารไปด้วย
ทันทีที่เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เขารับสายทันที เสียงของหลินม่ายดังขึ้นจากปลายสายว่ามีอะไรหรือเปล่า
ฟางจั๋วหรานลดเสียงลงก่อนจะพูดว่า “ทันทีที่กลับมาถึงเมืองหลวงเมื่อวานนี้ ผมก็มาทำงานที่โรงพยาบาลเลย”
หลินม่ายตกตะลึง นับประสาอะไรกับศัลยแพทย์อายุน้อยและวัยกลางคน
แม้แต่ศัลยแพทย์อายุหกสิบปีก็มักจะถูกเรียกตัวมาที่โรงพยาบาลเพื่อทำการผ่าตัดเร่งด่วน
แต่ฟางจั๋วหรานกลับโทรบอกเธอเพื่อจะบอกเรื่องนี้
ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นต่อไปนี้ทำให้ศีรษะของหลินม่ายลุกเป็นไฟ
ฟางจั๋วหรานบอกว่าในวันที่เขากลับมา เขาได้พบกับเด็กชายวัย 1 ขวบคนหนึ่งในโรงพยาบาล ถูกพี่ชายวัย 6 ขวบเอาหมอนกดใบหน้าจนเกือบจะตาย
แม้เด็กน้อยจะได้รับการช่วยเหลือ แต่สุดท้ายเด็กน้อยก็กลายเป็นอัมพาตเพราะสมองขาดออกซิเจนนานกว่าห้านาที
หลังจากฟางจั๋วหรานพูดถึงคดีที่น่าหวาดกลัวนี้แล้ว เขาถามหลินม่ายว่า “คุณรู้ไหมว่าทำไมพี่ชายของเด็กน้อยถึงอยากจะฆ่าเขา?”
หลินม่ายตอบกลับ “เพราะการเกิดของน้องชายพรากความรักจากพ่อแม่ไป เขาจึงรู้สึกไม่มั่นคง แต่เขาไม่สามารถฆ่าน้องชายได้แม้ว่าเขาจะรู้สึกไม่มั่นคง”
ฟางจั๋วหรานพูดต่อว่า “เด็กอายุหกขวบยังไม่สามารถตัดสินใจอะไรเองได้ พวกเขายังไม่บรรลุนิติภาวะ และจะน่ากลัวยิ่งกว่าผู้ใหญ่เมื่อพวกเขากระทำเรื่องชั่วร้าย”
สิ่งนี้ทำให้หลินม่ายนึกถึงการฆาตกรรมเด็กเล็กที่เคยเห็นผ่านตาบนอินเทอร์เน็ตในช่วงชีวิตที่แล้ว
หนึ่งในนั้นเธอจดจำได้ชัดเจนว่าเด็กชายอายุสิบเอ็ดขวบสามารถฆ่าเด็กหญิงคนหนึ่งได้อย่างโหดเหี้ยม
และเขายังสามารถทำลายหลักฐานได้เป็นอย่างดี ครั้งตำรวจมาสอบสวนเขาก็ตอบทุกอย่างคล่องแคล่วไม่มีข้อบกพร่องใด
หลินม่ายเข้าใจความหมายของฟางจั๋วหราน “ฉันเข้าใจแล้วค่ะ ก่อนที่แม่ของโต้วโต้วจะพาหล่อนกลับไป ฉันจะดูแลและปกป้องเสี่ยวเหวินกับตงตงให้ดีที่สุด”
………………………………………………………………………………………………………………………….
สารจากผู้แปล
ครอบครัวโต้วโต้วน่ากลัวแล้วล่ะ หาทางสกัดให้ทันก่อนไฟจะลามนะ
ตอนนี้เสี่ยวเหวินไหวพริบดีมากเลย
ไหหม่า(海馬)