แม่ปากร้ายยุค 80 - ตอนที่ 973 ล้างสมอง
ตอนที่ 973 ล้างสมอง
ตอนที่ 973 ล้างสมอง
ในสวนหลังบ้าน หรงจี้เหมยใช้อ้อมแขนโอบกอดโต้วโต้ว และเมื่อเห็นโต้วโต้วขัดขืน หล่อนถึงกับหลั่งน้ำตาทันที
หล่อนร้องไห้พร้อมคร่ำครวญ “โต้วโต้ว ลูกไม่พอใจที่แม่ทิ้งไปตอนนั้นเหรอ? แม่ก็บอกไปแล้วไงว่าแม่ไม่มีทางเลือก จำได้ไหม?”
เวลานี้แม่กลับมาบอกโต้วโต้วว่ามีเหตุผลที่ทิ้งหล่อน และขอให้หล่อนให้อภัย
แต่เมื่อนึกถึงวันที่ถูกทิ้งไว้คนเดียวถึงสามวัน ไม่มีอาหาร ไม่มีน้ำดื่ม ไม่สามารถจัดการตัวเองได้ นึกได้อย่างนั้นโต้วโต้วก็รับไม่ได้ทันที
หรงจี้เหมยเห็นว่าโต้วโต้วไม่สนใจหล่อนเลยหลังจากพูดเหตุผลออกไป ก็นึกอยากจะตบลูกสาวคนนี้ให้คว่ำคามือ
แต่หล่อนทำอย่างนั้นไม่ได้
ในช่วงวันหยุดแรงงานปีนี้ หล่อนบังเอิญมาเห็นว่าโต้วโต้วแต่งตัวสวย มีเสื้อผ้าดี ๆ ใส่ ทั้งอวบอ้วนและขาว
หล่อนจึงลอบสืบเสาะอย่างลับ ๆ
นับตั้งแต่นั้นมาหล่อนก็วางแผนบางอย่างไว้ในใจ
หล่อนจะต้องทำให้โต้วโต้วยอมรับตนให้ได้ และจะกอดต้นขาของหลินม่ายผ่านโต้วโต้วเพื่อขอให้หลินม่ายช่วยเหลือ
หลินม่ายรวยมาก แม้ว่าจะเป็นเพียงเศษเงินเล็กน้อยที่กระเด็นมามันก็เพียงพอแล้วสำหรับครอบครัวของหล่อนจะได้กินดื่มอย่างสุขสบาย
แต่ไม่คิดว่าเมื่อได้พบกันครั้งแรกเมื่อวานนี้ หลินม่ายดูจะเกลียดชังหล่อนไม่น้อยแล้ว
การที่จะได้รับเงินจากหลินม่ายกลายเป็นศูนย์เปล่า แววตาละโมบของหรงจี้เหมยจึงจับจ้องโต้วโต้ว ต้องการขอเงินจากโต้วโต้วแทน
แม้โต้วโต้วจะเป็นเด็กอายุแปดขวบ แต่หล่อนก็ยังอาศัยในครอบครัวร่ำรวย และการมอบเงิน 180 หยวนต่อเดือนให้กับหล่อนจึงไม่ใช่เรื่องยาก
ดังนั้นหล่อนไม่เพียงแต่ทุบตีโต้วโต้วไม่ได้ แต่ยังต้องกล่าวเกลี้ยกล่อมอย่างใจเย็นด้วย มิฉะนั้นเด็กจะหวาดกลัวและไม่ให้เงินหล่อน
หล่อนกลอกตาไปมาก่อนจะพับเสื้อของแขนขวาขึ้นเผยให้เห็นรอยแผลเป็นยาวเหยียดบนท่อนแขนก่อนจะพูดว่า “แผลเป็นนี้เกิดจากแม่ถูกคนร้ายแทงด้วยมีดสั้นตอนที่เข้าไปช่วยเหลือลูกคราวนั้น”
โต้วโต้วมองรอยแผลเป็นน่ากลัวนั่นก่อนจะถามอย่างสับสน “ทำไมหนูไม่เห็นรู้มาก่อนว่าแม่ถูกพวกนักเลงแทงเพราะหนู?”
หรงจี้เหมยยิ้มเยาะ “เรื่องมันเกิดขึ้นกลางดึก ตอนนั้นลูกกำลังหิวและนอนหลับอยู่บนม้านั่งสถานีรถไฟ คนค้ามนุษย์สองคนชายหญิงต้องการขโมยลูกไปจากแม่ของลูก วันนั้นแม่ก้าวไปด้านหน้าเพื่อหยุดไม่ให้พวกเขาทำร้ายลูก เลือดออกเยอะมาก และแม่ก็เกือบตายเชียวนะ”
เด็กอายุแปดขวบถูกหลอกง่ายดาย โต้วโต้วเชื่อคำพูดของหรงจี้เหมยทันที
หล่อนยื่นมือน้อย ๆ ออกมาลูบแผลเป็นเบา ๆ แล้วถามทั้งน้ำตา “แม่เจ็บไหม?”
หรงจี้เหมยอุ้มหล่อนไว้ก่อนจะร้องไห้สะอื้น “ไม่เจ็บแล้วล่ะ มันหายเจ็บนานแล้ว แม่เสียใจที่ทิ้งลูกไว้ที่สถานีรถไฟตอนนั้น ถ้าแม่ไม่ทำอย่างนี้ ลูกคงไม่ถูกหลินม่ายรับเลี้ยง และคงไม่มีชีวิตที่ดีอย่างนี้ได้ ขณะน้องชายทั้งสองคนของลูกยังอยู่ในครอบครัวด้วยสภาพที่น่าสมเพช”
หล่อนจับใบหน้าอวบอ้วนของโต้วโต้วแล้วพูดว่า “โต้วโต้ว ยกโทษให้กับความผิดครั้งนั้นของแม่ได้ไหม?”
โต้วโต้วพยักหน้า “อื้ม”
หรงจี้เหมยดีใจมาก ในที่สุดหล่อนก็ฝ่าอุปสรรคแรกไปได้
แม่และลูกสาวใช้เวลาพูดคุยกันตามลำพังกว่าชั่วโมงก่อนที่หรงจี้เหมยจะจากไป
ก่อนหน้านี้โต้วโต้วไม่เต็มใจที่จะอยู่ใกล้กับหรงจี้เหมย แต่ตอนนี้หล่อนกระโดดโลดเต้นออกจากลานบ้าน
เมื่อเข้ามาในบ้าน คุณย่าฟางถามพร้อมยกยิ้ม “คุยอะไรกับแม่ของตัวเองมาเหรอ ดูมีความสุขจังเลย?”
โต้วโต้วนั่งลงบนโซฟาก่อนจะหยิบองุ่นขึ้นมากิน “แม่เอาแต่ร้องไห้และบอกว่าหล่อนเสียใจที่ทิ้งฉันในวันนั้นค่ะ เอาแต่อ้อนวอนขอให้ฉันให้อภัย”
ความจริงแล้ว หรงจี้เหมยไม่ได้พูดแค่เรื่องเหล่านี้กับโต้วโต้ว
หล่อนถามโต้วโต้วว่าเป็นอย่างไรบ้าง
โต้วโต้วบอกว่าก่อนที่หล่อนจะมีน้องชาย หล่อนอาศัยอย่างมีความสุขในบ้านของหลินม่าย
แต่เมื่อมีน้องชายแล้ว หล่อนก็ตกกระป๋อง พ่อกับแม่ชอบน้องชายมาก และเมื่อโต้วโต้วบอกเล่าเรื่องนี้ ใบหน้าของหล่อนก็โศกเศร้าจริง ๆ
หรงจี้เหมยปลอบโยนว่าพ่อและแม่บุญธรรมของหล่อนมีลูกของตัวเองแล้ว และเป็นเรื่องธรรมดาที่พวกเขาจะยืนข้างกัน
โต้วโต้วร้องไห้ก่อนจะบอกว่าอยากย้อนเวลากลับไป
แต่หรงจี้เหมยกล่าวเตือนว่าอย่าคิดเช่นนั้น
หล่อนอยากย้อนเวลากลับไปในอดีตเพื่อให้น้องชายหายไป แต่น้องชายจะหายไปได้อย่างไรเล่า?
แม่บอกว่าไม่ควรบอกเรื่องพวกนี้กับใคร โต้วโต้วจึงเก็บมันเป็นความลับ
ไม่นานนักโต้วโต้วก็กินองุ่นในจานใหญ่จนหมด ตอนนี้เสี่ยวเหวินกำลังพาเสี่ยวมู่ตงอ่านการ์ตูน
เมื่อเงยหน้าขึ้นมาและไม่เห็นว่ามีองุ่นเหลือในจาน เขากล่าวตำหนิอย่างไม่พอใจ “ทำไมเธอถึงกินองุ่นจนหมดเลยล่ะ เห็นไหมว่าน้องไม่ได้กินแม้แต่ลูกเดียว”
โต้วโต้วเงยหน้าขึ้น “องุ่นในตู้เย็นก็มี พี่ก็ไปล้างให้น้องชายสักพวงจะเป็นไรล่ะ”
หลังพูดจบ หล่อนขึ้นไปชั้นบนพร้อมแอบเข้าห้องของฟางจั๋วเยวี่ย
มีโทรศัพท์อยู่ในห้องของฟางจั๋วเยวี่ย โต้วโต้วจึงใช้โทรหากู่จาวตี้
โทรศัพท์ดังนานกว่าสิบครั้ง ในที่สุดกู่จาวตี้ก็รับสาย
โต้วโต้วรอแทบไม่ไหวที่จะเล่าเรื่องแม่ของตนให้อีกฝ่ายรับฟัง
กู่จาวตี้ถาม “แล้วแม่ของเธอกลับมารับเธอหรือยัง?”
“แม่ไม่ได้บอกเรื่องนั้นนะ แต่หล่อนบอกว่าเสียใจที่ทิ้งฉัน”
โต้วโต้วถามต่อว่า “แล้วถ้าแม่ชวนให้ฉันกลับไปอยู่ด้วย ฉันควรไปไหม?”
กู่จาวตี้ตอบ “ควรจะไปสิ ตอนที่พ่อแม่บุญธรรมไม่มีลูกของตัวเอง พวกเขาถึงจะปฏิบัติต่อคุณอย่างจริงใจ แต่พอพวกเขามีลูกของตัวเอง ลูกบุญธรรมอย่างเราก็ถูกทิ้งขว้าง”
โต้วโต้วกล่าวติดขัด “แต่… แต่ฉันถูกแม่ทิ้ง และวันไหนถ้าฉันคิดถึงเรื่องนั้น ฉันจะรู้สึกเจ็บปวดมากเลยล่ะ”
“แต่นั่นเป็นทางเลือกสุดท้าย ถ้าแม่ของเธอไม่ทิ้งเธอตอนนั้น และเธอไม่ได้เจอกับแม่บุญธรรม เธอก็คงจะไม่มีชีวิตแล้ว”
นี่เป็นเรื่องที่โต้วโต้วไม่ปฏิเสธ แต่หล่อนก็ยังลังเล “แต่แม่ของฉันดูยากจนมากเลย”
“เธอจะกลัวอะไรกับแค่ความจน? ถ้าไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ในสายเลือด เธอจะไม่มีวันรู้ว่าความอบอุ่นจากครอบครัวเป็นยังไง”
……
ตอนกลางคืน สามีภรรยานอนอยู่บนเตียงกับเสี่ยวมู่ตง
ในความมืด หลินม่ายถามฟางจั๋วหราน “ถ้าแม่ของโต้วโต้วต้องการขอหล่อนคืน เราควรจะคืนโต้วโต้วให้หล่อนไหมคะ?”
ฟางจั๋วหรานไม่ได้คิดถึงเรื่องอื่นก่อนจะตอบว่า “เป็นเรื่องธรรมดาที่มารดาผู้ให้กำเนิดต้องการอยู่กับลูก แล้วเราจะไม่คืนให้พวกเขาได้เหรอ?”
หลินม่ายลังเล “ถ้าแม่ของโต้วโต้วเป็นคนดี ฉันก็ยินดีที่จะคืนลูกให้กับหล่อน แต่ฉันคิดว่าหล่อนไม่ใช่คนซื่อตรง และยังมีเล่ห์เหลี่ยมมาก ถ้าโต้วโต้วถูกหล่อนเลี้ยงดู ฉันกลัวว่าโต้วโต้วจะไม่มีอนาคต”
ฟางจั๋วหรานยกยิ้มเย็นชา “เด็กคนนี้คดในข้องอในกระดูกตั้งแต่เรารับหล่อนมาเลี้ยงแล้ว”
หลินม่ายถาม “คุณรู้สึกแบบนั้นเหรอ?”
“เพราะหล่อนเอาแต่กลัวว่าคุณไม่ต้องการหล่อน เลยปิดบังความจริงที่ว่าตัวเองมีโรคหัวใจเป็นโรคประจำตัว ถ้าผมไม่รู้ หล่อนก็คงจะปิดบังมันต่อไปอีกนานเลยล่ะ”
หลินม่ายพูดต่อ “ฉันก็ไม่ได้ลืมเรื่องนี้หรอกนะคะ แต่เพราะโต้วโต้วถูกแม่ผู้ให้กำเนิดทอดทิ้ง หล่อนจึงกลัวที่จะถูกทิ้งอีกครั้ง เลยปกปิดมันไว้”
“แล้วคุณจะอธิบายเรื่องนี้ยังไง เรื่องที่หล่อนมักจะแข่งขันและเปรียบเทียบตัวเองกับตงตงตลอดเวลา?
วันนี้ตอนที่เรากินมื้อกลางวัน แม่ของหล่อนบอกให้หล่อนตักอาหารมาให้เรา แล้วได้ยินที่หล่อนตอบกลับไหม?”
“ได้ยินแบบนั้นไม่รู้สึกบ้างเหรอครับ?”
“เพราะหัวใจของฉันเย็นชาเกินไป นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมฉันต้องหารือกับคุณถึงวิธีจัดการกับโต้วโต้ว”
ฟางจั๋วหรานตอบกลับ “ตราบใดที่แม่ของโต้วโต้วต้องการลูกคืน เราก็จะคืนหล่อนให้กับแม่ที่แท้จริง แล้วถ้าคุณกลัวคนอื่นบอกว่าเราไม่ต้องการโต้วโต้วหลังจากที่เรามีลูกด้วยกันแล้ว งั้นเรายินดีจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดจนกระทั่งเธอโต”
หลินม่ายคิดอยู่สักครู่ก่อนจะตอบว่า “ค่ะ ฉันเชื่อคุณ”
วันรุ่งขึ้น ทั้งหมดรับประทานมื้อเช้าและเตรียมไปส่งฟางจั๋วหรานกลับเมืองหลวง
เพื่อที่จะมาร่วมงานศพของคุณยายหวังและหวังเหวินฟาง เขาลาหยุดมานานหลายวันแล้ว และไม่สามารถลาต่อได้อีก
ทันทีที่ทุกคนออกจากประตู พวกเขาเห็นหรงจี้เหมยเดินอยู่นอกลานบ้าน
โต้วโต้วตะโกน “แม่!” ด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความดีใจก่อนจะวิ่งไปเปิดประตูให้
。
ทันทีที่ประตูเปิดออก หรงจี้เหมยกอดและหอมแก้มโต้วโต้วก่อนจะถามว่าเมื่อคืนนอนหลับสบายหรือไม่
โต้วโต้วเอามือคล้องคอผู้เป็นแม่ก่อนจะพูดว่า “บ้านของหนูมีทั้งแอร์และพัดลม ฉันหลับสบายมากเลย แล้วแม่นอนหลับสบายไหม?”
หรงจี้เหมยยิ้มแห้ง “บ้านของแม่จนมากจ้ะ ไม่มีอะไรเลย”
เวลานี้หลินม่ายเดินเข้ามาถามหรงจี้เหมยว่า “ทำไมเธอมาเร็วจัง?”
หรงจี้เหมยหัวเราะก่อนจะตอบว่า “วันนี้คุณจะให้ฉันไปตรวจความสัมพันธ์แม่ลูกไม่ใช่เหรอคะ?”
“แต่ฉันบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าให้รอฉันกับโต้วโต้วที่หน้าโรงพยาบาลผู่จี้เก้าโมงเช้า ทำไมถึงมาเร็วขนาดนี้?”
“ฉันอยากจะพาโต้วโต้วไปเดินเล่นใกล้ ๆ นี้ก่อนค่ะ”
หลินม่ายปฏิเสธทันที “ฉันจะไม่ให้เธออยู่กับโต้วโต้วตามลำพังจนกว่าผลพิสูจน์ความเป็นพ่อแม่จะออก”
โต้วโต้วไม่พอใจทันที หล่อนดึงชายกระโปรงของหลินม่ายแล้วพูดว่า “แม่คะ แต่ฉันอยากไปเดินเล่นกับแม่”
“ไม่ ฉันต้องรับผิดชอบชีวิตเธอ” หลินม่ายไม่ยอมเปลี่ยนใจ
หรงจี้เหมยมองหลินม่ายขับรถเบ้นซ์พาทุกคนในครอบครัวออกไป ใบหน้าไม่มีความผิดหวังใด ๆ แถมยังมีรอยยิ้มจรดมุมปากอีกด้วย
ยิ่งหลินม่ายหวงแหนโต้วโต้วมากเท่าใด มันก็ยิ่งดีกับหล่อนมากเท่านั้น
หลังจากส่งฟางจั๋วหรานขึ้นเครื่องบินแล้ว หลินม่ายก็พาคุณปู่ฟางและคนอื่น ๆ กลับบ้าน ก่อนจะขับรถพาโต้วโต้วไปที่โรงพยาบาลผู่จี้
หรงจี้เหมยยืนรออยู่หน้าประตูโรงพยาบาลแล้ว
ในสมัยนี้ การตรวจพิสูจน์ความเป็นพ่อแม่ยังไม่เปิดให้บริการสำหรับบุคคลทั่วไป
แต่หลินม่ายได้เพื่อนเก่าของฟางจั๋วหรานทำการตรวจทดสอบโต้วโต้วกับหรงจี้เหมยให้
……………………………………………………………………………………………………………………..
สารจากผู้แปล
เก็บหางจิ้งจอกไม่มิดหรอก หางโผล่ซะขนาดนี้อะแม่แท้
ไหหม่า(海馬)