cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

แม่ปากร้ายยุค​ 80 - ตอนที่ 965 สตาร์ไลท์พลาซ่า

  1. Home
  2. All Mangas
  3. แม่ปากร้ายยุค​ 80
  4. ตอนที่ 965 สตาร์ไลท์พลาซ่า
Prev
Next

ตอนที่ 965 สตาร์ไลท์พลาซ่า

ตอนที่ 965 สตาร์ไลท์พลาซ่า

หลังจากนั้นไม่นาน แขกเหรื่อก็เริ่มมาถึงที่ละคน

ครั้นผู้จัดการโม่เห็นหลินม่าย เขาจึงขอเปลี่ยนที่นั่งกับใครบางคนเพื่อนั่งลงข้างเธอ

เขาบอกเธอว่ามีโครงการก่อสร้างในเมือง เป็นการสร้างประตูสาธารณะที่ถนนสี่แยก

เขาอยากได้รับสิทธิ์ในการก่อสร้างและกำลังจะรายงานเรื่องนี้ต่อหลินม่าย แต่ปรากฏว่าหลินม่ายมาร่วมฉลองงานแต่งงานของหลี่หมิงเฉิงด้วย เขาจึงใช้โอกาสพูดคุยกับเธอ

หลินม่ายตอบกลับว่าเทศบาลสามารถรับงานนี้ได้ด้วยตัวเอง

ต่อให้เป็นแค่การสร้างถนน มันก็สามารถทำกำไรได้ประมาน 20%

โครงการสามารถเริ่มต้นได้ด้วยการจ่ายเงินล่วงหน้าเล็กน้อย และจะได้รับคืนตามความคืบหน้ารายเดือน ความเสี่ยงมีน้อยมาก แต่กำไรกลับสูง

ผู้จัดการโม่ยังคงลังเล ก่อนจะพูดต่อว่า “งานประมูลถนนสายนี้ของเทศบาลมีเงื่อนไขผูกมัดด้วยนะครับ”

หลินม่ายหยิบน่องไก่ส่งให้เสี่ยวมู่ตงในอ้อมแขนเคี้ยวเล่น “เงื่อนไขอะไรเหรอคะ?”

“ก็คือถ้าเราสามารถประมูลงานก่อสร้างในเมืองนี้ได้ เราจะเป็นสานต่อโครงการ… สตาร์ไลท์พลาซ่าครับ”

คำว่า ‘สตาร์ไลท์พลาซ่า’ ราวกับสายฟ้าฟาดลงในใจของหลินม่าย

สตาร์ไลท์พลาซ่าเป็นห้างสรรพสินค้าที่รวมเอาร้านค้าและอาคารสำนักงานต่าง ๆ เข้าด้วยกัน เป็นการลงทุนและสร้างโดยองค์กรที่ได้รับการสนับสนุนจากไต้หวันในปี 1984

ผู้คนในฮ่องกง มาเก๊า และไต้หวันเชื่อถือเรื่องโชคลางมาก และเมื่อนักธุรกิจชาวไต้หวันเริ่มก่อสร้างสตาร์ไลท์พลาซ่า ทุกอย่างก็ไม่เคยราบรื่นสักครั้ง

ประการแรก พวกเขาไม่สามารถลงเสาเข็มได้ ต้องนิมนต์พระเกจิชื่อดังจากวัดเป่าตงมาสวดมนต์นานสองถึงสามวัน แล้วยังต้องบูชารูปแกะสลักหินมังกรเขียวและพยัคฆ์ขาวมานั่งบนพื้นเพื่อให้สามารถลงเสาเข็มได้

และหลังจากนั้นก็เกิดอุบัติเหตุอย่างต่อเนื่องทั้งเล็กใหญ่ไม่จบสิ้น

เห็นว่ายังต้องปิดสองสามชั้นเพราะรองผู้อำนวยการประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ และต้องสูญเสียขาไป

จากนั้นผู้จัดการทั่วไปที่ทำหน้าที่ดูแลอาคารก็ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เช่นเดียวกัน และยังต้องรักษาตัวในห้องผู้ป่วยหนัก

จากนั้นผู้บริหารหลายคนในบริษัทก็เริ่มประสบปัญหาไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

นักธุรกิจชาวไต้หวันพยายามคุยกับหมอดูเพื่อปรับฮวงจุ้ย

ซินแสกล่าวไว้ว่าเป็นเพราะมีวิทยาลัยหลายแห่งรอบอาคาร และมีคนหนุ่มสาวจำนวนมากอยู่ในบริเวณนี้ มันจึงก่อตัวเป็นกระแสน้ำวนขนาดใหญ่ดูดกลืนเอาพลังงานไปหมดสิ้น

หากทรัพย์สมบัติและโชคของสตาร์ไลท์พลาซ่ายังถูกดูดกลืนเช่นนี้ สตาร์ไลท์พลาซ่าก็จะต้องประสบแต่โชคร้ายตลอดไป

ไม่มีทางที่จะลบล้างได้นอกจากรื้อถอนวิทยาลัยทั้งหมดโดยรอบ

นักธุรกิจชาวไต้หวันคนนั้นไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากล้มเลิกการก่อสร้างสตาร์ไลท์พลาซ่า

แต่การก่อสร้างสตาร์ไลท์พลาซ่านั้นใช้เงินไปแล้วจำนวนมาก จึงค่อนข้างเป็นที่เสียดายเมื่อถูกโยนทิ้งร้าง

ดังนั้นนักธุรกิจชาวไต้หวันจึงขอให้ผู้นำเมืองช่วยหาคนมารับช่วงต่อให้ ตราบใดที่คนผู้นั้นยินยอมรับช่วงต่อ เขายินดีลงทุนให้สิบล้านหยวนเพื่อเปิดโรงงานในเจียงเฉิง

การลงทุนสิบล้านหยวนเพื่อสร้างโรงงานสามารถสร้างงานสร้างอาชีพได้ และยังบรรเทาปัญหาการจัดจ้างงานในเจียงเฉิงได้อีกด้วย

เช่นนี้ผู้นำเมืองจึงตัดสินใจช่วยนักธุรกิจชาวไต้หวันและหาคนมารับช่วงต่อ ดังนั้นพวกเขาจึงคิดจะรวมโครงการสตาร์ไลท์พลาซ่าและโครงการสร้างถนนทางหลวงเข้าด้วยกัน

อีกทั้งเหตุการณ์ประหลาดเกี่ยวกับสตาร์ไลท์พลาซ่าในก่อนหน้านี้ก็แพร่กระจายไปทั่วทั้งเจียงเฉิงแล้ว

ในชีวิตที่แล้วหลินม่ายคิดจะซื้อร้านค้าที่ชั้นหนึ่งของโครงการสตาร์ไลท์พลาซ่าด้วย แต่เพราะเธอหวาดกลัวข่าวลือเหล่านี้จึงต้องหยุดชะงักไป

ดูเหมือนว่าในชาติที่แล้ว ประมาณปลายปี 1986 นักธุรกิจชาวไต้หวันอีกคนหนึ่งซึ่งกล่าวอ้างว่าเป็นคนขยันได้ครอบครองสตาร์ไลท์พลาซ่าและดำเนินการสร้างห้างสรรพสินค้าด้วยตนเอง อีกทั้งกิจการก็เฟื่องฟูไม่รู้จบ

เพราะห้างสรรพสินค้าแห่งนี้รายล้อมไปด้วยมหาวิทยาลัย จึงเป็นแหล่งช็อปปิ้งของเหล่าบรรดาอาจารย์และนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยมาจับจ่ายใช้สอยอย่างคึกคัก

นอกจากนั้นในเวลาต่อมา รัฐบาลให้ความสำคัญในการสนับสนุนพื้นที่โดยรอบเพื่อสร้างแหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียง

นักพัฒนาบางคนสร้างที่อยู่อาศัยระดับสูงจำนวนมาก รวบรวมเหล่าคนร่ำรวยไว้ที่มุมถนน และธุรกิจของสตาร์ไลท์พลาซ่าก็ยิ่งดีขึ้นไปอีก

โครงการสตาร์ไลท์พลาซ่าก็เพิ่มราคาขึ้นด้วยเช่นกัน

ในใจของหลินม่ายเต็มไปด้วยความเสียใจ เกลียดตัวเองที่ไม่ยอมซื้อร้านในโครงการสตาร์ไลท์พลาซ่าเพราะความโง่เขลาของตัวเอง

ดังนั้นนั้นจึงกล่าวได้ว่า จุกตายนั้นกล้าหาญ หิวตายนั้นขี้ขลาด

ในชีวิตนี้หลินม่ายกล้าหาญ เธอยอมถูกบีบคอจนตายดีกว่าอดตาย

เธอบอกผู้จัดการโม่ให้จัดการได้เลย

หลังจากดื่มฉลองงานแต่งงานแล้ว หลินม่ายพาเด็กน้อยทั้งสามกลับบ้านเพื่อไปเก็บกระเป๋าและตรงสู่สนามบิน

เธอรีบออกจากประตูโรงแรมและพบเจอร่างคุ้นเคยปรากฏขึ้นไม่ไกลนัก

มองเพียงครั้งเดียวเธอก็จดจำได้ว่านั่นคือเสี่ยวหม่าน

ในระหว่างนั่งอยู่ในงานเลี้ยง หลินม่ายได้พบเจอแขกเหรื่อมากมายและไม่ได้พบกับเสี่ยวหม่าน

เธอคิดว่าหลี่หมิงเฉิงไม่ได้เชิญเสี่ยวหม่านมาร่วมงาน หรืออาจจะเป็นเพราะเสี่ยวหม่านอับอายเกินกว่าจะมาที่นี่

เธอไม่คิดมาก่อนว่าอีกฝ่ายจะซ่อนตัวอยู่นอกโรงแรมและแอบดูงานแต่งงานของหลี่หมิงเฉิงไกล ๆ

หล่อนรักหลี่หมิงเฉิงงั้นเหรอ แล้วถ้ารัก ทำไมถึงไม่อยากคบหากับเขา?

แต่ถ้าหากไม่รัก จะมาลอบแอบดูงานแต่งงานของเขาทำไม

เธอรู้สึกสับสนกับคนตรงหน้าจริง ๆ

เวลานี้เธอให้กุญแจกับเสี่ยวเหวินและให้เขาพาโต้วโต้วกลับบ้านไปก่อน

ส่วนเธออุ้มเสี่ยวมู่ตงเอาไว้พร้อมกับเดินตามเสี่ยวหม่าน

เธอไม่สามารถวิ่งเร็วได้หากมีเด็กชายตัวน้อยอยู่ในอ้อมแขน เวลานี้เสี่ยวหม่านจึงขึ้นรถแท็กซี่ตรงหน้าและจากไปอย่างรวดเร็ว

หลินม่ายไม่มีทางเลือกนอกจากยอมแพ้ และกลับบ้านพร้อมกับเสี่ยวมู่ตง

ทันทีที่เธอมาถึงถนนตงถิง ร่างในชุดสีแดงพุ่งออกมาจากข้างถนนพร้อมกับเข้าขวางทางเธอเอาไว้

หลินม่ายค่อยๆ พิจารณา จึงเห็นว่าเป็นว่านเสียน

เธอพร้อมกับเสี่ยวมู่ตงในอ้อมแขนถอยห่างออกมาหลายก้าวก่อนจะถามออกไปอย่างระมัดระวัง “ต้องการอะไร?”

เห็นหลินม่ายกังวลอย่างนั้น ว่านเสียนถึงกับคำรามลั่น “รู้จักกลัวด้วยเหรอ? แต่ทำไมตอนแยกฉันกับหมิงเฉิงถึงไม่หวาดกลัวบ้าง!”

หลังพูดจบ หล่อนยกมีดขึ้นพร้อมกับคิดจ้วงแทงหลินม่าย “นังสารเลว ไปตายซะ!”

“แกนั่นแหละไปตาย!” หลินม่ายไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้เธอแน่นอน เวลานี้เธอเตะอีกฝ่ายจนกระเด็นไปหลายเมตร

ตราบใดที่เธอพอจะมีเวลา เธอจะฝึกฝนทักษะการต่อสู้เสมอ เพื่อให้มีร่างกายที่แข็งแรงและมีพละกำลัง

ว่านเสียนถูกเตะจนเลือดกบปาก แต่ก็ยังยืนขึ้นอย่างดื้อด้านและหยิบมีดสั้นบนพื้นขึ้นมาจ้วงแทงอีกครั้ง

ทว่าพระเจ้าไม่มอบโอกาสนั้นให้เธออีกแล้ว

เพื่อนบ้านของหลินม่ายกลับมาจากการซื้อผัก เขาเห็นเหตุการณ์นี้และบุกเข้ามาอย่างรวดเร็ว เพียงก้าวเดียวก็ถีบว่านเสียนจนกระเด็นลอยไปไกลก่อนจะกดร่างของหล่อนไว้กับพื้น

ว่านเสียนไม่สามารถลุกขึ้นได้อีกครั้งไม่ว่าจะดิ้นรนมากแค่ไหน

หลังเกิดเรื่องราวนี้ เธอก็ไม่สามารถไปไหนได้อีกนอกจากไปลงบันทึกประจำวันไว้ที่สถานีตำรวจ

มีพยานเห็นเหตุการณ์หลายคนว่าว่านเสียนพยายามฆ่า แม้หล่อนอยากจะปฏิเสธแค่ไหนก็ไม่สามารถทำได้ ตอนนี้ก็ถูกควบคุมตัวเข้าสู่ศูนย์กักกันเรียบร้อยแล้ว

หลินม่ายอุ้มเสี่ยวมู่ตงและเดินออกจากสถานีตำรวจพร้อมกับเพื่อนบ้านคนนั้น

ทั้งสองพูดคุยกันมาตลอดทาง จนกระทั่งหลินม่ายรู้ว่าเพื่อนบ้านชายคนนี้ชื่ออู่เจิ้นหัว

เธอต้องการเชิญเขาไปรับประทานอาหาร แต่ว่าเขาปฏิเสธ

เมื่อแม่และเด็กชายตัวน้อยกลับมาถึงบ้าน เสี่ยวเหวินและโต้วโต้วรีบเข้ามาถามว่าทำไมถึงกลับมาช้า

หลินม่ายไม่ต้องการให้พวกเขารู้ว่าเธอกับเสี่ยวมู่ตงตกอยู่ในอันตราย และไม่ต้องการให้ฟางจั๋วหรานทราบเรื่องนี้

ดังนั้นเธอจึงโกหกเพื่อหลบเลี่ยงประเด็นนี้ แต่ถูกเสี่ยวมู่ตงเปิดโปง

เขากล่าวด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้ว “ไม่ใช่แบบนั้น”

เสี่ยวเหวินรีบถาม “เป็นแบบไหนล่ะ?”

แม้เสี่ยวมู่ตงจะพูดกระท่อนกระแท่นและไม่สามารถอธิบายเรื่องราวได้ชัดเจน แต่เสี่ยวเหวินกับโต้วโต้วก็เข้าใจสิ่งที่เขาจะสื่อ

ลูกทั้งสองคนรีบถามหลินม่ายอย่างห่วงใยว่าบาดเจ็บตรงไหนหรือไม่

หลินม่ายลูบหัวเล็ก ๆ ทั้งสองก่อนจะตอบด้วยรอยยิ้ม “ไม่จ้ะ”

จากนั้นก็บอกเด็ก ๆ ว่าอย่าพูดเรื่องนี้กับฟางจั๋วหราน

เด็กน้อยทั้งสองคนพยักหน้า ส่วนเสี่ยวมู่ตงเมื่อเห็นพี่ชายและพี่สาวพยักหน้าแล้ว เขาจึงพยักหน้าตาม

……

หลังรับประทานอาหารมื้อเย็น ฟางจั๋วหรานโทรมาถามหลินม่ายว่าทำไมวันนี้ถึงยังไม่กลับมาที่เมืองหลวง

หลินม่ายบอกกับเขาว่าเธอมีเรื่องโครงการที่ต้องพูดคุยสักหน่อย และมันล่าช้าไปมาก จึงได้กลับเมืองหลวงพรุ่งนี้แทน

ฟางจั๋วหรานจึงยอมผ่อนคลายลง

วันรุ่งขึ้น หลังจากรับประทานมื้อเช้าที่บ้าน ทั้งสี่คนเดินทางออกจากบ้านพร้อมกระเป๋าเดินทางเตรียมไปขึ้นเครื่องบิน

หลังจากเดินออกจากประตูลานบ้าน แม่ว่านก็วิ่งออกมาจากที่ไหนไม่ทราบ

หล่อนต้องการจะฉีกร่างของหลินม่ายเป็นชิ้น ๆ แต่ก็ยังหวาดกลัว เวลานี้จึงยืนห่างออกไประยะหนึ่งพร้อมกับตะโกน

คำสาปแช่งนั้นจับใจความได้ว่าหลินม่ายจะต้องตายตกอย่างเลวร้าย

หลินม่ายประชดกลับ “ครอบครัวของคุณต่างหากที่กำลังจะตาย ลูกสาวคนเล็กของคุณอยู่ในคุกแล้ว แล้วลูกสาวคนโตยังโดนข้อหาพยายามฆ่า จึงได้เข้าไปอยู่ในคุกเป็นเพื่อนน้องสาว ครอบครัวของคุณพังพินาศอย่างนี้แต่ยังมีเวลามาต่อว่าคนอื่น!”

เสียงก่นด่าของแม่ว่านดังก้องจนเพื่อนบ้านทั้งหมดออกมาดู

อู่เจิ้นหัวเดินออกมาจากบ้านหลังได้ยินเสียงสาปแช่งชุดใหญ่

เขาไม่พูดอะไรมาก เพียงแต่เรียกสุนัขตัวใหญ่ของตนออกมาพร้อมชี้ไปที่แม่ว่านแล้วออกคำสั่ง “หวางไฉ ไล่หล่อนไป!”

หมาป่าตัวใหญ่พุ่งเข้าหาแม่ว่านราวกับลูกศรหลุดจากคันธนู มันส่งเสียงเห่าพร้อมข่มขู่อย่างหนัก เขี้ยวในปากถูกเผยออกทุกซี่สร้างความหวาดกลัวให้ผู้พบเห็นไปทั่ว

แม่ว่านตื่นตระหนกหวาดกลัวจนตัวสั่น หันหลังพร้อมวิ่งหนีจนรองเท้าหลุด อับอายจนแทบจะแทรกแผ่นดินหนี

หลินม่ายกล่าวขอบคุณด้วยรอยยิ้ม

เมื่อเห็นว่าเธอกับทุกคนกำลังลากกระเป๋าเดินทาง อู่เจิ้นหัวถามขึ้นว่า “พวกคุณจะกลับแล้วเหรอครับ?”

หลินม่ายพยักหน้า “เด็กสองคนนี้ต้องกลับไปเรียนแล้วค่ะ”

อู่เจิ้นหัวถามต่อ “คุณจะไปสนามบินหรือสถานีรถไฟล่ะ เดี๋ยวผมไปส่ง”

หลินม่ายเหลือบมองผู้หญิงที่เดินออกมาจากบ้านของอู่เจิ้นหัวและมองเธออย่างระมัดระวัง ก่อนจะพูดว่า “ไม่เป็นไรค่ะ”

มีแท็กซี่ผ่านมาพอดี หลินม่ายเรียกแท็กซี่ก่อนจะพาเด็กทั้งสามคนขึ้นรถ

อู่เจิ้นหัวหันกลับมาด้วยความหดหู่ก่อนจะเดินเข้าบ้าน

แต่เวลานี้หยางฉินผู้เป็นภรรยาของเขากำลังจ้องมองรถแท็กซี่ที่หลินม่ายกับเด็ก ๆ เพิ่งขึ้นไปด้วยแววตาดุร้าย

เขาจึงถามออกไปน้ำเสียงราบเรียบ “ที่พวกเขาไม่กล้าขึ้นรถของผม เป็นเพราะคุณไปสร้างความหวาดกลัวให้พวกเขาเหรอ?”

ใบหน้าของหยางฉินมืดมน “ฉันผิดหรือไงที่ไม่ให้นังจิ้งจอกนั่นนั่งรถคุณ?”

อู่เจิ้นหัวรู้สึกรำคาญ “จิตใจของคุณแคบยิ่งกว่าปลายเข็ม และคุณก็จับตามองผมตลอดทั้งวันอย่างกับผมจะหายไปไหน ผมกับเสี่ยวหลินเกือบจะได้มีสัมพันธ์อันดีต่อกัน แต่คุณกลับเข้ามาขัดขวางเส้นทางความรวย! สร้างแต่ปัญหาจริง ๆ!”

หลังจากนั้นเขาเดินเข้าบ้านด้วยความโกรธ

หยางฉินเดินตามหลังพร้อมตะโกนลั่น “พูดมาให้ชัด ๆ เลยสิว่าใครกันแน่ที่ชอบสร้างปัญหา? เห็นๆ อยู่ว่าคุณอยากจะก้อร่อก้อติกสาวสวย อยากจะเจ้าชู้ไก่แจ้กับพวกหล่อน แต่คุณแค่พูดจาให้ดูดีเท่านั้นแหละ!”

………………………………………………………………………………………………………………………..

สารจากผู้แปล

ลูกสาวโดนขังคุกสองคน สมใจป้าไหมล่ะ ต่อจากนี้ป้าก็ไม่ต้องขายลูกสาวกินแล้ว

ผู้ชายคนนี้จะมาดีมาร้ายน้อ?

ไหหม่า(海馬)

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 965 สตาร์ไลท์พลาซ่า"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved