cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

แม่ปากร้ายยุค​ 80 - ตอนที่ 949 หลินเพ่ยคิดหนี

  1. Home
  2. All Mangas
  3. แม่ปากร้ายยุค​ 80
  4. ตอนที่ 949 หลินเพ่ยคิดหนี
Prev
Next

ตอนที่ 949 หลินเพ่ยคิดหนี

ตอนที่ 949 หลินเพ่ยคิดหนี

ทันทีที่ชายคนนั้นเดินเข้ามา โจวฉายอวิ๋นกล่าวถามทันทีว่า “วันนี้คุณดื่มนมหรือยัง?”

ทันทีที่พูดจบ เขาเห็นหลินม่ายเข้ามา

ชายผู้นั้นชะงักไปชั่วขณะก่อนจะถามด้วยความประหลาดใจว่า “คุณ… คุณคือคุณหลิน?”

โจวฉายอวิ๋นเผยสีหน้าแดงเรื่อเล็กน้อยก่อนจะแนะนำให้หลินม่ายรู้จักเขา “เขาคือหงตั่งเชิงที่ฉันเคยบอกน่ะ”

ปรากฏว่าชายคิ้วหนาตาโตตรงหน้าคือแฟนหนุ่มของโจวฉายอวิ๋น

หลินม่ายยืดตัวก่อนจะจับมือทักทายกับหงตั่งเชิงอย่างสุภาพ “สวัสดีค่ะ สวัสดี”

หงตั่งเชิงไม่ใช่เด็ก เขาอายุสามสิบปีแล้ว แต่กลับมีนิสัยขี้อายมาก

หลินม่ายเพียงแค่จับมือเท่านั้น แต่ใบหน้าของเขาแดงไปถึงหู

โจวฉายอวิ๋นแนะนำหลินม่ายให้หงตั่งเชิงรู้จักอีกครั้ง “คุณพูดถูกแล้ว เธอคือหัวหน้าหลิน”

หงตั่งเชิงถูมือเบา ๆ ก่อนจะพูดว่า “ผมรู้สึกว่าเคยเห็นคุณหลินในทีวีมาก่อน ตอนแรกผมก็ไม่มั่นใจกลัวว่าจะจำผิด ไม่ได้คิดว่าจะเป็นคุณหลินจริง ๆ น่ะครับ”

หลังพูดจบ เขาวางนมของโจวฉายอวิ๋นลงบนโต๊ะก่อนจะเดินออกไป

หลินม่ายมองแผ่นหลังของเขาก่อนจะพูดขึ้นว่า “แฟนของพี่ดูดีไม่เบา เขารู้จักวิธีดูแลพี่และรู้ด้วยว่าต้องเสิร์ฟนมให้พี่ยังไง”

ใบหน้าของโจวฉายอวิ๋นยกยิ้มอย่างมีความสุข “ฉันก็รู้สึกว่าเขาดูแลฉันดีมากเหมือนกัน และที่สำคัญนิสัยของพวกเราเข้ากันได้ดี ไม่มีใครมากไปกว่าใครหรืออยู่เหนืออะไรกัน”

หลินม่ายยกยิ้มถาม “ยังไงเหรอ?”

“ฉันกับเขาผ่านเรื่องราวคล้าย ๆ กันมาน่ะ ฉันโดนสามีนอกใจ ส่วนเขาก็ถูกภรรยานอกใจ”

หลินม่ายจิบนมก่อนจะพูดขึ้นว่า “แล้วคุณหงรู้ไหมว่าพี่มีภาวะมีลูกยาก?”

“เขารู้แต่เขาไม่รังเกียจ บอกว่าถ้าฉันชอบเด็ก เราก็ไปสถานสงเคราะห์แล้วรับเด็กมาอุปการะได้”

“แล้วพ่อแม่เขาล่ะ? เป็นยังไงบ้าง”

หลินม่ายค่อนข้างกังวล แม้หงตั่งเชิงจะไม่รังเกียจภาวะมีบุตรยากของโจวฉายอวิ๋น แต่พ่อแม่ของเขาอาจไม่ยินดีเช่นนั้น

คนเฒ่าคนแก่ในชนบทยังมีความคิดเช่นนี้อยู่บ้าง อีกทั้งบางคนยังรู้สึกว่าการที่ลูกหลานไม่มีบุตรสืบสกุลคือความอกตัญญู

โจวฉายอวิ๋นตอบกลับ “พ่อแม่ของเขาก็ไม่ได้รังเกียจเหมือนกัน เสี่ยวหงมีพี่ชายและน้องชาย ทั้งสองคนมีลูกชายแล้วด้วย พ่อแม่ของเขาไม่อยากให้เขาสืบสกุลแล้วล่ะ แค่หวังว่าเขาจะมีใครสักคนอยู่ด้วยกันไปตลอดชีวิตก็พอ”

หลินม่ายพยักหน้า “งั้นก็ดีเลย”

โจวฉายอวิ๋นพูดด้วยความเขินอาย “เราจะจัดงานแต่งงานในวันที่แปดของปีนี้ ถ้าเธอพอมีเวลาก็แวะมางานเลี้ยงของพวกเราได้นะ”

หลินม่ายกล่าวตอบรับ ก่อนจะดื่มนมแล้วจากไป

เธอไม่จำเป็นต้องเข้าไปจัดการปัญหาอะไรในสำนักงานใหญ่ หลินม่ายพาคุณย่าฟางและคนอื่น ๆ จากชนบทเข้าสู่เมืองเจียงเฉิง ก่อนจะบินกลับเมืองหลวงในบ่ายวันนั้น

แม้จะเหลือเวลากว่าสิบวันกว่าจะถึงงานฉลองปีใหม่ แต่เวลานี้ทั้งตรอกซอกซอยทั้งหมดในเมืองหลวงเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งงานเฉลิมฉลองแล้ว

ช่วงเย็น สามีภรรยาอยู่ในห้องของตัวเองพร้อมกับเสี่ยวมู่ตง

หลินม่ายหยิบหนังสือพิมพ์ขึ้นมาอ่านเพื่อตรวจสอบข่าวคราวในเมืองหลวง เวลานี้เธอหาข้อมูลเกี่ยวกับการประมูลขายทอดตลาดของศาล

แล้วเธอก็ค้นพบมัน ศาลจะขายทอดตลาดเรือนสี่ประสานของพ่ออวี่แม่อวี่ในวันพรุ่งนี้เวลาเก้าโมงเช้า

หลินม่ายรู้สึกโชคดีมากที่ตัวเองกลับมาเมืองหลวงทันเวลา และไม่พลาดงานประมูลเรือนสี่ประสานของตระกูลอวี่

พรุ่งนี้เป็นวันที่หุ้นของนายท่านฉุยที่หลินเพ่ยแนะนำไว้เป็นครั้งที่สามจะร่วงด้วยเช่นกัน

เช้าวันรุ่งขึ้น หลินม่ายได้รับคำยืนยันจากโบรกเกอร์ว่าหุ้นเหล่านั้นร่วงสู่จุดต่ำที่สุดในชั่วข้ามคืน

เธอโล่งใจมากก่อนจะขับรถโรลส์รอยซ์ไปศาลเพื่อเข้าร่วมงานประมูลเรือนสี่ประสานตระกูลอวี่

เมื่อเธอมาถึงสถานที่ประมูล ก็พบว่ามีคนอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้ค่อนข้างน้อย

พ่ออวี่กับแม่อวี่เองก็อยู่ที่นี่ด้วย เมื่อเห็นว่ามีคนจำนวนน้อยมารอการประมูลคราวนี้ ใบหน้าของพวกเขายิ่งน่าเกลียด

หลังจากนั้นไม่นาน งานประมูลก็เริ่มต้นขึ้น

เมื่อผู้ประเมินราคามาถึง เขาประกาศว่าเรือนสี่ประสานตระกูลอวี่มีราคาอยู่ที่ 360,000 หยวน เวลานี้ใบหน้าของพ่ออวี่และแม่อวี่ยิ่งเจ็บปวดกว่าเดิม

ราคาประเมินอยู่ที่ 360,000 หยวนเท่านั้น และราคาเริ่มต้นในการประเมินจะต่ำลงไปกว่า 20% ซึ่งมันจะอยู่แถว ๆ 250,000 ถึง 290,000 หยวน ราคานี้ต่ำกว่าที่พวกเขาคิดไว้มาก

แน่นอนว่าราคาที่ศาลเสนอคือ 280,000 หยวน

หากไม่ใช่เพราะมีคนเคาะราคาที่ 300,000 หยวนทันที พ่ออวี่และแม่อวี่คงต้องเสียใจจนตาย

ทุกการเสนอราคาล้วนแต่บีบรัดหัวใจของพ่ออวี่และแม่อวี่

พวกเขาลอบตะโกนอยู่ภายในใจ : เพิ่ม! เพิ่มราคาอีก! อย่าเพิ่มทีละหมื่นสิวะ! เพิ่มทีละแสน!

อย่างไรก็ตามไม่มีใครได้ยินเสียงร่ำร้องของทั้งคู่ และผู้ที่เข้าร่วมการประมูลค่อนข้างระมัดระวังในการเสนอราคาเพราะเกรงว่ามันจะดันราคามากเกินไป

และเมื่อราคามาหยุดที่ 350,000 หยวน ก็ไม่มีใครประมูลต่อ

สุดท้ายแล้ว มีเพียงคนกลุ่มน้อยเท่านั้นที่สามารถซื้อบ้านมูลค่าหลักแสน

เหล่าเศรษฐีในท้องถิ่นที่สามารถจ่ายเงินนับแสนล้วนไม่สนใจบ้านที่พัวพันกับคดีความ และถูกขายออกโดยศาล

พ่ออวี่และแม่อวี่ยิ่งนึกเสียใจ ถ้าพวกเขารู้ว่าราคาของมันจะต่ำมากขนาดนี้ พวกเขาอาจจะต่อรองกับหลินม่ายสักหน่อย หลังจากนั้นพวกเขาน่าจะขายมันได้มากกว่า 350,000 หยวน

แต่โลกใบนี้มียาที่รักษาความเสียใจได้งั้นเหรอ?

บนเวที ผู้ตัดสินการประมูลตะโกน “มีใครจะเสนอราคาอีกไหมครับ?”

พ่ออวี่แม่อวี่และคนอื่น ๆ หันมองหลินม่ายอย่างคาดหวัง

นับตั้งแต่เธอมาถึงที่นี่ เธอยังไม่ยกมือสักครั้ง

เธอยังคงเงียบจนกระทั่งตอนนี้

ในใจของพ่ออวี่และแม่อวี่คล้ายกับติดอยู่ในถ้ำน้ำแข็ง ดูเหมือนว่าพวกเขาไม่สามารถคาดหวังให้หลินม่ายช่วยเหลือได้เลย

ผู้ตัดสินการประมูลมองไปรอบ ๆ กลุ่มคนที่นั่งอยู่ในฝั่งผู้ประมูล เขาสูดลมหายใจสักครู่ก่อนจะพูดขึ้นว่า “350,000 หยวนครั้งที่หนึ่ง 350,000 หยวนครั้งที่สอง”

ขณะที่ผู้ประมูลกำลังจะพูดว่า 350,000 หยวนครั้งที่สาม ในขั้นตอนสุดท้าย

จู่ ๆ หลินม่ายพูดออกมาว่า “เดี๋ยวค่ะ!”

ทันใดนั้น สายตาทุกคู่จับจ้องมาที่เธอทันที

พ่ออวี่และแม่อวี่ถึงกับยกยิ้มมีความสุข ในที่สุดหล่อนก็เคลื่อนไหวสักที!

หลินม่ายเพิ่มราคาตามที่พวกเขาต้องการ แต่ว่าเธอเพิ่มเพียงแค่ 1,000 หยวนเท่านั้น ราคา ณ ตอนนี้คือ 351,000 หยวน

พ่ออวี่และแม่อวี่แทบจะกระอักเลือดด้วยความโกรธจัด

การเพิ่มเงินเพียง 1,000 หยวนนี่นับว่าเป็นการสร้างความอับอายหรือไม่? ไม่เพิ่มยังดีกว่า!

มีคนทำตามและพวกเขาเพิ่มราคากันทีละ 1,000 หยวน

เวลานี้หลินม่ายกล่าวราคา 355,000 หยวน และผู้ชายที่อยู่ใกล้กับเธอหยุดเพิ่มราคาแล้ว

พวกเขามาที่นี่เพื่อรับของราคาถูก ดังนั้นจึงไม่คุ้มค่าหากจะเพิ่มราคา

ผู้ชายคนนั้นจึงไม่กล้าที่จะใส่ราคาอีก

การเพิ่มเงินทีละ 1,000 หยวนจนกระทั่งถึง 5,000 หยวนนั้นมากเกินพอแล้ว นี่คือทักษะทางจิตวิทยา

ท้ายที่สุด หลินม่ายก็ได้รับเรือนสี่ประสานของตระกูลอวี่ไปในราคา 355,000 หยวน

หลังเสร็จสิ้นทุกอย่างแล้ว เธอเดินจากไป

เธอเดินออกจากโรงประมูลมาแล้ว แต่หางตาพลันเหลือบไปเห็นโยมิ อาซากุสะที่อยู่ในมุมหนึ่งไม่ไกลนัก

แต่เธอไม่ได้สนใจอะไรนัก ก่อนจะเดินขึ้นรถและขับออกไป

หลินม่ายคาดเดาถูกต้องแล้ว ร่างที่ยืนหลบมุมอยู่ไม่ไกลเป็นโยมิ อาซากุสะจริง ๆ

เพื่อที่จะหาเงินมาใช้หนี้ธนาคาร หล่อนขายทรัพย์สินทั้งหมดที่สามารถขายได้แล้ว

รวมถึงบ้านหลังใหญ่ที่เพิ่งซื้อในโกลเด้นกลอรี่เรสซิเดนซ์ เสื้อผ้า รองเท้า และถุงเท้าระดับสูงที่หล่อนซื้อก่อนหน้าหมดแล้ว แต่หล่อนก็ยังเป็นหนี้ธนาคารอีกจำนวนมาก

เวลานี้หล่อนสิ้นหวังกระทั่ง… หากชายใดยินยอมช่วยเหลือชดใช้หนี้ให้ หล่อนจะยอมแต่งงานกับเขา

แต่บรรดาผู้คนระดับสูงที่เคยมาวนเวียนรอบกายหล่อนก็หายเข้ากลีบเมฆไปแล้ว

ทั้งหมดที่หล่อนมีคือเรือนสี่ประสานของพ่อแม่ที่จะประมูลขายในวันนี้ เพราะเหตุผลนี้หล่อนจึงมาที่โรงประมูลด้วยเพื่อจะดูยอดเงิน แต่สุดท้ายก็ต้องผิดหวัง

ส่วนหลินม่ายไม่สนใจว่าโยมิ อาซากุสะคิดอะไร เวลานี้เธอกลับมาถึงบ้านและรีบโทรบอกข่าวดีกับฟางจั๋วเยวี่ยทันที และเธอได้รับคำขอบคุณจากเขามากมายไม่รู้จบ

………………………

เวลานี้หลินเพ่ยอยู่ในฮ่องกง หล่อนกำลังเก็บข้าวของเตรียมตัวที่จะหลบหนี

ตลอดทั้งสัปดาห์นี้หล่อนใช้ชีวิตด้วยความหวาดกลัว

นับตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว หุ้นไม่กี่ตัวที่หล่อนบอกให้นายท่านฉุยซื้อควรจะพุ่งขึ้นสักเล็กน้อย เพราะสัปดาห์นี้พวกมันพุ่งขึ้นทุกวัน และวันนี้ควรจะเป็นวันที่มันทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุด

แต่ความจริงแล้ว นับตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว หุ้นไม่กี่ตัวเหล่านั้นเงียบราวกับผีดิบ

จนกระทั่งสัปดาห์นี้ นอกจากมันจะไม่เพิ่มขึ้นแล้ว มันยังลดลงด้วย

หลินเพ่ยรู้สึกสังหรณ์ใจมาก และสัมผัสได้ว่าหุ้นพวกนี้กำลังจะดิ่งลง

เวลานี้หล่อนก็สงสัยว่าอู๋เสี่ยวเจี๋ยนคงบอกข้อมูลหุ้นที่ผิดพลาดให้กับหล่อน

เพราะฉะนั้นหล่อนต้องหนี ถ้าหากไม่หนี หล่อนจะตายตกอย่างอนาถาเมื่อหุ้นทั้งหมดดิ่งพสุธา

หลินเพ่ยเก็บข้าวของพร้อมกับลอบเปิดประตู แต่ขณะที่กำลังจะเดินออกไป หล่อนหยุดฝีเท้าก่อนจะจ้องมองห้องของนายท่านฉุย

หล่อนปล่อยให้นายท่านฉุยเล่นสนุกกับหล่อนมาตั้งนาน ไม่ว่ายังไงเขาก็ต้องจ่ายค่าตัวให้กับหล่อน

เวลานี้มีพนักงานเดินเข้ามา

หลินเพ่ยมีแผนการบางอย่าง หล่อนจะอ้างว่านายท่านฉุยบอกกล่าวให้หล่อนไปเอาของที่ห้องเขาเพื่อเอาไปส่งให้เขาในตอนนี้ แต่ว่าหล่อนไม่มีกุญแจจะเข้าห้อง

หล่อนขอให้พนักงานคนนั้นช่วยเปิดประตูห้องของนายท่านฉุยให้

พนักงานคนนั้นเห็นหลินเพ่ยอยู่กับนายท่านฉุยบ่อยครั้ง พวกเขาเป็นคู่รักและอยู่ด้วยกัน ดังนั้นเขาจึงไปหยิบเอากุญแจสำรองมาเปิดประตูให้หลินเพ่ย

หลินเพ่ยมีความสุขมาก หล่อนเข้าไปด้านในก่อนจะเริ่มคุ้ยหาเงินหรือสิ่งของมีค่าทันที

อย่างไรก็ตาม หล่อนพบเพียงความผิดหวัง ไม่มีเงินแม้สักแดง ส่วนของมีค่าก็ไม่มีแม้แต่เงาเช่นกัน

เวลานี้หล่อนคิดจากไปด้วยความโกรธ

แต่ทันทีที่หล่อนเปิดประตูออกไป ลูกน้องของนายท่านฉุยสองคนเข้ามายืนประกบข้างหล่อนแล้วบิดแขนหล่อนไปด้านหลังเพื่อจับกุมตัว

ที่ผู้ชายสองคนนี้ปรากฏตัวขึ้นทันทีก็เพราะว่าหุ้นที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ของนายท่านฉุยเริ่มจะมีกลิ่นไม่ดี นายท่านฉุยจึงส่งพวกเขาส่งคนมาที่นี่เพื่อสอบถาม

ทั้งสองกลับมาที่โรงแรม และต้องพาตัวหลินเพ่ยไปหาเขาเพื่อตอบคำถามว่าเกิดอะไรขึ้น

ชายทั้งสองรีบกลับมาที่โรงแรม เมื่อเปิดประตูห้องหลินเพ่ยก็ไม่พบใครแล้ว ใบหน้าของพวกเขากลายเป็นซีดเซียวด้วยความตื่นตระหนก

เมื่อทั้งสองกำลังจะแจ้งนายท่านฉุยว่าหลินเพ่ยหนีไปแล้ว พวกเขาไม่คิดว่าจะได้เจอหลินเพ่ยเดินออกมาจากห้องของนายท่านฉุยเสียอย่างนั้น

ทันทีที่เห็นว่าหลินเพ่ยลากกระเป๋าเดินทางออกมา ลูกน้องนายท่านฉุยตบหน้าหล่อนสองครั้ง “อะไร? คิดหนีเหรอ?”

หลินเพ่ยแสร้งทำตัวสั่นคล้ายหวาดกลัว

เพราะการกระทำของหล่อนในตอนนี้ทำให้หล่อนไม่สามารถโกหกได้

หล่อนนึกเสียใจอย่างหนัก เพราะความโลภของตนแท้ ๆ จึงทำให้หล่อนต้องตกอยู่ในสภาพเลวร้าย

ตอนนี้นอกจากจะไม่ได้เงินแล้วก็ยังถูกจับอีกด้วย

เห็นหลินเพ่ยไม่ตอบกลับ ผู้ชายคนนั้นทั้งตบตีเตะต่อยไม่หยุดมือ

หลินเพ่ยถูกตบตีจนกรีดร้องออกมา แต่สุดท้ายหล่อนก็ยังไม่พูด

ชายอีกคนขมวดคิ้วก่อนจะพูดว่า “หยุดลงมือกับมันได้แล้ว ส่งไปให้นายท่านเป็นคนจัดการเองดีกว่า”

หลินเพ่ยตื่นตระหนกจนใบหน้าซีดเซียว หล่อนคุกเข่าลงกับพื้นก่อนจะร้องอ้อนวอน “ได้โปรด! อย่าส่งฉันไปหาพี่ฉุยเลย”

หนึ่งในชายคนนั้นเตะหล่อนจนกลิ้งไปบนพื้น

“ให้พวกเราปล่อยเธอไปงั้นเหรอ? แล้วเธอมีอะไรให้พวกเราบ้างล่ะ?”

หลินเพ่ยรีบตอบ “ฉันบริการพวกคุณบนเตียงได้ ฉันบริการได้นะ!”

ใครจะกล้านอนกับผู้หญิงของเจ้านาย!

ลูกน้องทั้งสองโกรธจัดทันที “นังแพศยา แกมันนังงูพิษจริง ๆ ให้พวกฉันนอนกับแก พวกฉันยอมตายดีกว่า!”

ทั้งสองเริ่มลงมือเตะต่อยหลินเพ่ยอีกครั้ง

ต่อมา ผู้ชายทั้งสองคนพาหลินเพ่ยไปหานายท่านฉุย พร้อมโยนหล่อนลงพื้นราวถุงขยะ

อีกทั้งยังบอกกล่าวกับนายท่านฉุยว่าเมื่อพวกเขาไปถึงโรงแรม หลินเพ่ยลากกระเป๋าเดินทางออกจากห้องกำลังจะหนี

นายท่านฉุยนั่งยอง ๆ ลง เวลานี้หลินเพ่ยหวาดกลัวจนตัวสั่นสะท้าน

หลินเพ่ยคลานเข้าหาเขาราวกับสุนัข เงยหน้าขึ้นมองด้วยสภาพที่น่าสังเวช

นายท่านฉุยยกเท้าขึ้นเชยคางหล่อนก่อนจะถามว่า “เธอลากกระเป๋าเดินทางเข้าไปในห้องฉันทำไม?”

หลินเพ่ยพึมพำ “ฉัน… ต้องการย้ายไปอยู่ห้องคุณ… เพื่อที่เราจะได้นอนด้วยกันตอนกลางคืน”

นายท่านฉุยที่สงบนิ่งก่อนหน้าโกรธจัดทันที เขาเตะหลินเพ่ยจนปลิวออกไปอีกฝั่ง

ร่างของหลินเพ่ยกระแทกประตูรุนแรงก่อนจะล้มลงกับพื้น บ้วนเลือดคำใหญ่ออกจากปาก

นายท่านฉุยตะโกนลั่น “คิดว่าฉันโง่เหรอ! คิดจะใช้เรื่องแบบนี้หลอกลวงฉันหรือไง! เพราะหุ้นที่เธอบอกฉันมันตกหมดไงล่ะ เลยคิดจะหนีใช่ไหม? ก็เลยอยากจะไปหาเงินในห้องของฉันก่อนหนี?”

เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายคาดเดาความจริงได้แล้ว หลินเพ่ยตื่นตระหนกจนเหงื่อชุ่ม “ไม่ค่ะ ฉันไม่ได้จะทำแบบนั้น!”

นายท่านฉุยไม่อยากคุยกับหล่อนอีกต่อไป ก่อนจะสั่งให้ลูกน้องมัดหล่อนไว้ที่มุมห้อง

เวลานี้นายท่านฉุยชี้หน้าหลินเพ่ยแล้วพูดต่อว่า “ถ้าหุ้นไม่กี่ตัวที่เธอบอกมันทำให้ฉันเสียเงิน ฉันฆ่าเธอแน่!”

หลินเพ่ยเบียดเสียดร่างกายของตัวเองอยู่ในมุมห้องก่อนจะภาวนาให้หุ้นทั้งหมดพุ่งทะยานขึ้นสูงสักที

แต่อย่างไรก็ตาม พระเจ้าไม่คิดให้พรหล่อน นับตั้งแต่เที่ยงวัน หุ้นทั้งหมดที่หล่อนบอกให้นายท่านฉุยซื้อก็เรียกว่าร่วงลงเหว มันดิ่งสู่พสุธาจนผู้คนไม่คิดเหลียวมองในตอนบ่าย

ใบหน้าของนายท่านฉุยกลายเป็นมืดมน

เขาลงทุนครั้งใหญ่ในการซื้อหุ้นคราวนี้ และนี่คือเงินจากการที่เขาทำงานหนักทั้งหมด มันหายไปแล้ว

สายตาปรายมองหลินเพ่ยด้วยความโกรธเกรี้ยว อยากจะฉีกหล่อนเป็นชิ้น ๆ ซะเดี๋ยวนี้

หลินเพ่ยรู้สึกหวาดกลัวจนตัวสั่น

สุดท้ายไม่นานนายท่านฉุยก็หยุดความเกรี้ยวกราดในดวงตาเอาไว้

หลินเพ่ยลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก หล่อนแอบรู้สึกยินดีอยู่ในใจ

โชคดีที่นายท่านฉุยยังติดใจในการบริการของหล่อนอยู่ ไม่เช่นนั้นเขาคงไม่ปล่อยหล่อนไปแน่นอน

แต่ขณะที่คิดอย่างนั้น หล่อนก็ได้ยินนายท่านฉุยสั่งลูกสองใกล้เคียงด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น “ตบหน้าสั่งสอนนังสารเลวนี่!”

ลูกน้องคนหนึ่งก้าวไปด้านหน้าก่อนจะคว้าคอหลินเพ่ยขึ้น ตบหน้าหล่อนซ้ำแล้วซ้ำเล่า

หลินเพ่ยกรีดร้องออกมาไม่รู้จบหลังจากถูกตบไม่รู้กี่ครั้ง

นายท่านฉุยขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อว่า “เสียงดังจริง ๆ เลาะฟันมันออกให้หมด ดูซิยังจะกล้าเสียงดังอีกไหม”

หลินเพ่ยได้ยินอย่างนั้นก็หวาดกลัวจนลนลาน

หล่อนผลักลูกน้องของนายท่านฉุยออกทันที

ก่อนจะคลานเข้าหานายท่านฉุยแล้วกอดขาเข้าไว้แน่น ซุกไซ้ใบหน้ากับรองเท้าหนังอย่างน่าสมเพช “พี่ฉุย ปล่อยฉันไปเถอะ ฉันจะไม่ร้องอีกแล้ว ปล่อยฉันไปเถอะนะ”

นายท่านฉุยเตะหล่อนอีกครั้ง “แกทำให้ฉันเสียเงินมากขนาดนี้และยังอยากให้ฉันปล่อยไปอีกงั้นเหรอ! ฝันไปเถอะ!”

ทันใด ชายทั้งสองลากตัวหลินเพ่ยออกมา

เวลานี้ชายที่เคยตบหลินเพ่ยก่อนหน้าหยิบไม้หน้าสามขึ้นมาแล้วเสียบเข้าไปในปากของหลินเพ่ย จากนั้นเขาเริ่มกระทุ้งอย่างบ้าคลั่ง

เลือดไหลทะลักออกจากปากของหลินเพ่ย ขณะที่ฟันของหล่อนถูกเลาะออกมาทีละซี่

หลินเพ่ยเจ็บปวดจนไม่อยากจะมีชีวิตอยู่ต่อไป แต่ก็ไม่กล้าจะส่งเสียงดัง

เมื่อหลินเพ่ยสูญเสียฟันทั้งปากไปแล้ว นายท่านฉุยสั่งให้ลูกน้องของเขาถอดเสื้อผ้าหลินเพ่ยออกทั้งหมด แล้วให้ลูกน้องของเขาใช้ก้นบุหรี่จี้ร่างกายของหล่อน

เวลานี้หลินเพ่ยเจ็บปวดจนไม่สามารถแบกรับได้อีก จนกระทั่งเป็นลมล้มพับไป

นายท่านฉุยไม่ต้องการที่จะสร้างปัญหาในเมืองฮ่องกง เพราะกลัวว่าจะไม่สามารถจัดการได้

หลังจากเห็นว่าหลินเพ่ยหมดสติไปแล้ว เขาบอกให้ลูกน้องหยุดมือ

เขาวางแผนที่จะส่งหลินเพ่ยกลับไปที่จังหวัด H แล้วค่อยทรมานหล่อนเต็มรูปแบบ… จากนั้นค่อยฆ่าทิ้ง

หลินเพ่ยยังไม่ได้หมดสติจริง ๆ ทั้งหมดเป็นการแกล้งทำ

เมื่อเห็นอีกฝ่ายหยุดมือแล้ว หล่อนรู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก

หล่อนเชื่อว่าตราบใดที่ยังมีชีวิตอยู่ หล่อนจะสามารถหนีรอดไปได้

ขณะนั้นเอง มีอันธพาลกลุ่มหนึ่งผลักประตูเข้ามาพร้อมกับส่งเทปลึกลับให้กับนายท่านฉุย

………………………………………………………………………………………………………………………

สารจากผู้แปล

น่าจะลดทิฐิลงแล้วขายไปตั้งแต่ตอนนั้น ขายตอนนี้รู้สึกเจ็บปวดยิ่งกว่าเดิมอีก ช่วยไม่ได้แล้วล่ะ

ยัยเพ่ยจะตายคามือนายท่านฉุยยังไงบ้างนะ ดูท่าทางนายท่านฉุยจะเป็นพวกฆ่าได้ฆ่าเสียด้วย

ไหหม่า(海馬)

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 949 หลินเพ่ยคิดหนี"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved