cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

แม่ปากร้ายยุค​ 80 - ตอนที่ 876 ซื้อบ้าน

  1. Home
  2. All Mangas
  3. แม่ปากร้ายยุค​ 80
  4. ตอนที่ 876 ซื้อบ้าน
Prev
Next

ตอนที่ 876 ซื้อบ้าน

วันรุ่งขึ้น หลินม่ายใช้กระเป๋าหนังใบใหญ่ที่ซื้อเมื่อวานบรรจุสิ่งจำเป็นทั้งหมดของเสี่ยวมู่ตง

เธอขับรถไปกับน้าถังผู้ซึ่งเป็นพี่เลี้ยงเต็มเวลาและลูกน้อยของเธอเพื่อออกตระเวนหาซื้อหอพัก

ฟางจั๋วหรานต้องการให้หลินม่ายซื้อห้องชุดสวัสดิการสำหรับคณาจารย์และเจ้าหน้าที่ในมหาวิทยาลัย

แต่หลินม่ายหมดหนทางที่จะสอบถาม ดังนั้น เขาจึงต้องถามคนเฝ้าประตูในพื้นที่ครอบครัวของคณาจารย์และเจ้าหน้าที่

คนเฝ้าประตูยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ “ผมเป็นแค่คนเฝ้าประตู ไม่ใช่ผู้รอบรู้ คิดว่าอาจารย์คนไหนจะบอกผมเมื่อพวกเขาต้องการขายบ้านเหรอ? ทำไมคุณไม่ไปหานายหน้าดูล่ะ มันไม่น่าเชื่อถือไปกว่าการถามจากผมเหรอ?”

หลินม่ายรู้สึกประหลาดใจ

เธอจำได้ว่าในปีที่เธอมาศึกษาที่ปักกิ่งยังไม่มีบริษัทอสังหาริมทรัพย์ในเมืองหลวง

ในเวลาไม่ถึงสองปีกลับมีบริษัทอสังหาริมทรัพย์ในเมืองหลวง

ภายใต้การแนะนำของคนเฝ้าประตู หลินม่ายจึงไปหาตัวแทนอสังหาริมทรัพย์ใกล้มหาวิทยาลัย

ด้านหน้าของสำนักงานอสังหาริมทรัพย์นั้นค่อนข้างหรูหรา แต่ธุรกิจกลับเงียบงันและมีคนไม่กี่คน

หลินม่ายขอให้น้าถังและลูกชายรออยู่ในรถ เพราะอากาศในปักกิ่งยังคงหนาวมาก

หลินม่ายกังวลว่าลูกน้อยจะป่วยง่ายเมื่อเผชิญกับลมหนาวพัดโชย

เมื่อเห็นว่าหลินม่ายกำลังจะลงจากรถ เด็กน้อยก็ยื่นมือเล็ก ๆ สองข้างตามเธอออกไปนอกรถ ปากก็ร้องงอแง

หลินม่ายจูบเขา และเสี่ยวมู่ตงก็ไม่หงุดหงิดอีกต่อไป

เพื่อไม่ให้ผู้พบเห็นจำได้ หลินม่ายสวมหน้ากากขนาดใหญ่ จากนั้นจึงผลักประตูกระจกเข้าไปสำนักงาย พนักงานขายที่ง่วงงุนหลายคนทักทายเธอด้วยรอยยิ้มทันที

หลินม่ายเลือกพนักงานขายที่ดูเรียบง่ายและซื่อสัตย์

ทั้งสองนั่งหันหน้าเข้าหากันที่โต๊ะกลม

พนักงานขายชงชาดำสองถ้วยแล้วยกขึ้นมา

พนักงานขายที่เรียบง่ายและซื่อสัตย์ยื่นนามบัตรของเขาด้วยมือทั้งสองข้างและถามด้วยรอยยิ้ม “ไม่ทราบว่าผมควรตะเรียกลูกค้าว่าอย่างไรครับ?”

หลินม่ายมองไปที่นามบัตร นามสกุลของพนักงานขายคือจาง

“ฉันนามสกุลหลินค่ะ เรียกฉันว่าเสี่ยวหลินก็ได้”

เธอมองดูทั่วทั้งสำนักงาน มีเพียงเธอที่เป็นลูกค้า นอกเหนือจากนั้นเป็นพนักงานขายทั้งหมด

เธอถามด้วยความสงสัย “ทำไมธุรกิจถึงเงียบเหงาขนาดนี้ล่ะคะ?”

เสี่ยวจางถอนหายใจ “เราคิดค่าธรรมเนียมตัวแทนสำหรับการซื้อและขายบ้าน หลายคนรับไม่ได้จึงไม่ยอมมาซื้อบ้านกับเรา พวกเขาทั้งหมดสอบถามเกี่ยวกับแหล่งที่อยู่อาศัยด้วยตนเองและทำธุรกรรมเป็นการส่วนตัว อันที่จริงนี่เป็นเสี่ยงมาก เพราะหากพวกเขาโดนโกงเงินก็จะไม่มีใครช่วยริบคืนเงินนั้นได้ หากซื้อบ้านกับตัวแทนอสังหาริมทรัพย์ของเรา สถานการณ์นี้จะไม่เกิดขึ้น”

หลินม่ายพูดด้วยรอยยิ้ม “หากไม่ใช่ตัวแทนอสังหาริมทรัพย์ จะเป็นการยากมากที่ลูกค้าจะได้เงินคืนหากถูกโกง”

เสี่ยวจางรีบแทรก “ใช่ครับ และเราเป็นคนกลางอย่างเป็นทางการ”

หลินม่ายใช้โอกาสนี้ขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจจากเขามาดู พบว่าพวกเขาเป็นคนกลางที่จดทะเบียนอย่างถูกต้อง

จากนั้นเธอก็รู้สึกโล่งใจและอธิบายให้เสี่ยวจางทราบเกี่ยวกับบ้านที่เธอต้องการ

เสี่ยวจางขมวดคิ้วด้วยความลำบากใจ “บ้านในพื้นที่ครอบครัวของคณาจารย์มหาวิทยาลัยชิงหวามีให้เช่าเท่านั้น ไม่มีขาย”

หลินม่ายไม่ชอบเช่าบ้าน เพราะไม่มีความรู้สึกเป็นเจ้าของ และไม่สามารถจัดการบ้านได้ตามใจชอบ

เธอเยถามทันที “แล้วทำไมคุณไม่ขายให้ฉันล่ะคะ?”

เสี่ยวจางอธิบาย “ผมไม่ใช่เจ้าของบ้านจะขายได้อย่างไรครับ?”

หลินม่ายเพิ่งรู้ว่าบ้านในพื้นที่ครอบครัวของมหาวิทยาลัยชิงหวาไม่อาจซื้อได้

ในเมื่อซื้อไม่ได้ก็ต้องเช่า

แต่เมื่อเห็นสภาพบ้านเช่า หลินม่ายก็คัดค้านทันที

คนอบคนัวของเธอเป็นครัวครัวใหญ่ แต่บ้านเหล่านั้นมีขนาดเล็กเพียงห้องเดียว ซึ่งไม่สามารถรองรับครอบครัวของเธอได้

เสี่ยวจางแนะนำให้เธอเช่าห้องเดี่ยวสองห้อง และให้ครอบครัวอาศัยอยู่สองที่

หลินม่ายคัดค้าน

ทั้งงครอบครัวอาศัยอยู่ในสถานที่สองแห่งแล้วจะยังมีบรรยากาศแบบครอบครัวได้อย่างไร?

หลินม่ายจึงออกจากที่นี่ไปหาบริษัทอสังหาริมทรัพย์อื่นเพื่อดูบ้านหลังใหม่

เธอไปที่บริษัทอสังหาริมทรัพย์หลายแห่งติดต่อกัน แต่ไม่พบบ้านที่ต้องการ พบเพียงเรือนสี่ประสานสองวงจำนวนหนึ่ง

เธอดูเรือนสี่ประสานเหล่านั้นทั้งหมด และรู้สึกถูกชะตากับสองหลังในนั้น จึงต่อรอง ณ จุดนั้นและซื้อบ้านสองหลังนั้น

เมื่อเห็นว่าหลินม่ายซื้อบ้านหลังนี้อย่างรวดเร็ว ผู้จัดการของสำนักงานอสังหาริมทรัพย์ทั้งสองจึงปฏิบัติต่อเธอเหมือนเทพเจ้าแห่งความมั่งคั่ง และส่งเธอออกไปด้วยความเคารพ โดยหวังว่าเธอจะมาในครั้งต่อไป

หลินม่ายกล่าว “ถ้ามีบ้านที่ดีมาขาย ฉันจะกลับมาอีก”

ทันทีที่หลินม่ายกลับถึงบ้านพร้อมกับลูกและน้าถัง คุณปู่ฟางและคุณย่าฟางก็ถามเธอถึงเรื่องบ้าน

หลินม่ายผายมือแล้วบอกว่า เธอไม่ได้ซื้อบ้านที่พวกเขาต้องการ แต่เธอซื้อบ้านแห่งอื่นไว้สองหลัง

หลังอาหารกลางวัน หลินม่ายกำลังจะพาน้าถังและลูกชายไปซื้อบ้านต่อ ทว่าเสี่ยวจางก็โทรมา

เขาพูดอย่างตื่นเต้นเล็กน้อยทางโทรศัพท์ “เสี่ยวหลิน ทันทีที่คุณจากไป ผมก็จำได้ว่าผมมีบ้านส่วนตัวอยู่ติดกับมหาวิทยาลัยชิงหวา คุณอยากจะมาดูไหมครับ?”

หลินม่ายคิดว่าบ้านส่วนตัวก็ดี เพราะสามารถปรับเปลี่ยนทุกอย่างได้ด้วยตัวเอง ซึ่งค่อนข้างสะดวกสบายในการใช้ชีวิต

และในอีกห้าหรือหกปีข้างหน้า เมื่อชิงหวาขยายตัว บ้านส่วนตัวเหล่านี้จะถูกรื้อถอน และจะได้รับเงินจำนวนมากสำหรับการรื้อถอน ซึ่งเป็นข้อตกลงที่ดี

หลินม่ายขับรถพาเสี่ยวตงและน้าถังไปยังสำนักงานตัวแทนอสังหาริมทรัพย์ของเสี่ยวจางอีกครั้ง

เสี่ยวจางรอเธออยู่ในสำนักงานแล้ว

ทันทีที่หลินม่ายมา เขาก็เข้าไปในรถของเธอ

ในรถหลินม่ายไม่ได้สวมหน้ากาก เสี่ยวจางเหลือบมองเธอแล้วกล่าว “คุณดูเหมือนนักร้องหญิงที่ร้องเพลง ‘ชีวิตที่เบ่งบาน’ เลยครับ ~”

หลินม่ายกระตุกมุมปากของเธอและแสดงรอยยิ้มจาง ๆ

หลังจากผ่านไปหนึ่งปี ในที่สุดความกระตือรือร้นของเธอก็หมดลง

แม้ว่าผู้คนจำเธอได้ แต่เธอจะบอกพวกเขาว่าเธอเพียงคล้าย ‘หลินม่าย’ เท่านั้น

เธอเพียงต้องการใช้ชีวิตธรรมดา และไม่ต้องการให้ใครมารับรู้

เธอจึงไม่เข้าใจว่าทำไมดารารุ่นหลังถึงชอบที่จะเป็นที่จับตามองและอยู่ภายใต้สายตาของสาธารณชน

บ้านที่เสี่ยวจางแนะนำแก่หลินม่ายอยู่ในทำเลที่ดี ห่างจากประตูมหาวิทยาลัยชิงหวาเพียงหนึ่งร้อยเมตร แต่สภาพบ้านทรุดโทรมเกินไป และยังคงเป็นบังกะโล

แม้จะสามารถเข้าพักได้ แต่หลินม่ายจะเปิดเทอมในอีกไม่กี่วัน ดังนั้นเธอจึงรอไม่ไหวแล้ว

ก่อนที่หลินม่ายจะบอกว่าเธอไม่ชอบบ้านหลังนี้ น้าถังซึ่งกำลังอุ้มทารกนอนหายใจอยู่ก็กระตุกมุมปากแล้วพูดกับเสี่ยวจาง“บ้านที่ทรุดโทรมแบบนี้ คิดว่าคุณหลินจะซื้อเหรอ? คุณหลินจะซื้อเพียงบ้านที่หล่อนจินตนาการถึงเท่านั้นแหละ”

ทั้งหลินม่ายและเสี่ยวจางมองไปยังทิศทางที่นิ้วหล่อนชี้

ห่างจากบังกะโลที่เสี่ยวจางแนะนำราวยี่สิบถึงสามสิบเมตรมีอาคารสไตล์ตะวันตกขนาดเล็กสามชั้นที่สวยงามมาก ดูใหม่มาก ราวกับว่าสร้างมาเพียงสองปี

เสี่ยวจางกล่าว “ใครจะขายบ้านที่ดีเช่นนี้?”

หลินม่ายกล่าว “ถ้าคุณไม่ถามแล้วจะรู้ได้อย่างไรคะว่าเขาจะไม่ขาย?”

เธอเดินขึ้นไปยังอาคารสไตล์ตะวันตกหลังเล็กแห่งนั้น

ประตูของอาคารสไตล์ตะวันตกขนาดเล็กเปิดออก ผู้หญิงหลายคนกำลังนั่งคัดถั่วเหลืองในห้องนั่งเล่นที่กว้างขวาง

เมื่อเห็นหลินม่ายแอบมองอยู่ หญิงคนหนึ่งก็ถามอย่างใจดี “สาวน้อย กำลังดูอะไรอยู่เหรอ?”

หลินม่ายถามด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม “คุณป้าเป็นเจ้าของบ้านหลังนี้หรือคะ?”

“ใช่ ทำไมเหรอ?” หญิงสูงวัยถามด้วยความงุนงง

“ฉันต้องการซื้ออาคารสไตล์ตะวันตกหลังเล็กนี้ คุณต้องการขายหรือไม่คะ?”

ไม่ใช่เพียงหญิงสูงวัยคนนี้ที่ไม่พอใจ แต่หญิงรอบตัวหล่อนที่ดูเหมือนลูกสะใภ้ของหล่อนก็เปลี่ยนสีหน้าเป็นมืดครึ้มและขับไล่หลินม่ายออกไป

“เธอเสียสติไปแล้วหรือไง พูดอะไรออกมา เราจะขายบ้านหลังนี้ได้ยังไง ไม่มีทาง!”

ผู้หญิงสองสามคนที่อยู่ข้าง ๆ แกะเมล็ดแตงโมและกล่าวด้วยความตื่นเต้น “นี่เป็นบ้านใหม่ของคุณสวี สร้างขึ้นด้วยค่าใช้จ่ายจำนวนมาก ทั้งครอบครัวไม่ได้อาศัยอยู่ในนั้นมาหนึ่งปีแล้ว แต่พวกเขาไม่คิดแม้จะขาย สาวน้อย เธอกล้ามากที่ถามแบบนั้น”

หลินม่ายคิดกับตัวเอง ที่พวกเขาไม่ต้องการขายคงเพราะไม่รู้ว่าเธอยินดีจ่ายเท่าไร

เธอยื่นนิ้วเรียวทั้งสี่ออกมา “สี่หมื่น ขายไหมคะ?”

สีหน้าของผู้หญิงทั้งหมดอ่อนลง

ครอบครัวของพวกหล่อนไม่ได้ใช้เงินมากมายไปกับการสร้างอาคารสไตล์ตะวันตกขนาดเล็กหลังนี้ และราคาที่หญิงสาวคนนี้เสนอก็ไม่ใช่เรื่องน่าตกใจ

หญิงสูงวัยกลอกตาอย่างจงใจและพูดอย่างเหยียดหยาม “บ้านของฉันแค่ใช้เงินสร้งมากกว่าสี่หมื่นหยวนไม่รวมการตกแต่ง แล้วใครจะขายมันในราคาสี่หมื่นหยวน?”

หลินม่ายคิดเพียงว่ามันน้อยเกินไปจึงกล่าวเสริม “แล้วถ้าสี่หมื่นห้าพันหยวนล่ะ?”

คุณป้าถูกล่อลวงเล็กน้อย และทุกคนก็มองไปที่คุณป้า

เมื่อเห็นว่าหลินม่ายต้องการซื้อบ้านของเธอมาก คุณป้าจึงตัดสินใจ “ไม่ขาย!”

หลินม่ายหันหลังและจากไป

คุณป้าตกตะลึงในทันใด

การสร้างบ้านส่วนตัวในยุคนี้ไม่แพง ตราบใดที่สามารถหาอิฐกระเบื้องหินทรายและวัสดุอื่น ๆ ในการสร้างบ้านได้

ตึกสามชั้นโอ่อ่าหลังนี้มีราคาเพียงไม่ถึงสามหมื่นห้าพันหยวนเท่านั้น

หล่อนบอกหลินม่ายว่าใช้เงินมากกว่าสี่หมื่นหยวนในการสร้างและตกแต่ง ซึ่งสูงเกินจริง

ดังนั้นเมื่อหลินม่ายเสนอราคาสี่หมื่นห้าหันหยวน หล่อนจึงรีบเสนอด้วยความพึงพอใจ

การขายอาคารสไตล์ตะวันตกขนาดเล็กแบบนี้ทำให้หล่อนได้กำไรหนึ่งหนึ่งหมื่นหยวน คงมีเพียงคนโง่ที่ไม่เห็นด้วย

พวกเขาขายบ้านหลังนี้และไปหาคณะกรรมการหมู่บ้านเพื่อจัดสรรที่ดิน เพื่อพวกเขาจะได้สร้างบ้านอีกหลัง

เมื่อเห็นว่าหลินม่ายมาซื้อบ้านสไตล์ตะวันตกหลังเล็กของตน ป้าเจ้าของบ้านก็คิดขอเงินก้อนโตเพื่อให้ได้กำไรมากขึ้น แต่ไม่คาดคิดว่า หลินม่ายจะจากไปโดยไม่ซื้อ…

ป้าเจ้าของบ้านทั้งรู้สึกเสียใจและเสียดาย หล่อนทนไม่ได้จึงเรียกหลินม่ายให้หยุด

หญิงหลายคนบ่นกับหล่อนเสียงเบา และหล่อนก็เสียใจยิ่งกว่า

ขณะหลินม่ายกำลังจะจากไป ป้าเจ้าของบ้านก็ตะโกนตามหลังหลินม่าย “เดี๋ยวก่อน อย่าเพิ่งไป เข้ามาคุยกันหน่อยสิ”

มุมปากของหลินม่ายโค้งขึ้น

เธอรู้ว่าตราบใดที่ราคาน่าดึงดูดใจ เจ้าของบ้านจะขายบ้านอย่างแน่นอน

หากเจ้าของบ้านไม่ยอมขายบ้านก็คงเป็นเพราะราคาไม่ถูกใจ

หลินม่ายเข้ามาในบ้าน ป้าเจ้าของบ้านและลูกสะใภ้ก็เริ่มต่อรอง

“ไม่ว่ายังไงฉันก็ต้องการขายในราคาห้าหมื่นหยวน มันไม่ง่ายสำหรับครอบครัวของเราที่จะสร้างบ้านหลังนี้”

“ถูกต้องแล้ว ที่ดินดีๆ แบบนี้หาไม่ได้อีกแล้ว”

หลินม่ายฟังแม่สามีและลูกสะใภ้ต่อรองราคาอย่างเงียบงันแต่ไม่มีการตอบสนอง

ในความเป็นจริง เงินห้าหมื่นหยวนเป็นเพียงเงินเล็กน้อยสำหรับเธอ แต่เจ้าของบ้านเรียกราคาสูงเกินไปและไม่คุ้มที่จะซื้อ

แม้เธอจะต้องการบ้านสักหลัง แต่เธอก็เป็นนักธุรกิจ และคิดคำนวณเสมอว่าคุ้มหรือไม่

เมื่อแม่สามีและลูกสะใภ้คุยกัน หลินม่ายก็พูดอย่างใจเย็น “ฉันจ่ายได้มากสุดแค่สี่หมื่นหกพันหยวนน่ะค่ะ หากพวกคุณตกลง ฉันจะวางมัดจำตอนนี้แล้วมาเซ็นสัญญาพรุ่งนี้เช้า”

แม่สามีและลูกสะใภ้ระเบิดความปีติยินดีออกมาทันที

บ้านหลังนี้สามารถทำเงินได้มากกว่าหนึ่งหมื่นหยวนเสียอีก ซึ่งเป็นการต่อรองที่ดี!

แม้ว่าในใจพวกเขาจะมีความสุขมาก แต่แม่สามีและลูกสะใภ้กลับทำราวกับว่าพวกเขาประสบความสูญเสียครั้งใหญ่ โดยขอร้องให้หลินม่ายเพิ่มเงินอีกสองพันอย่างน่าสมเพช

หลินม่ายหันกลับมาอีกครั้งและจากไป ป้าพูดข้างหลังเธอ “งั้นเพิ่มหนึ่งพันหยวนก็”

หลินม่ายยังคงเดินต่อไปโดยไม่หันกลับมา

ป้าเจ้าของบ้านทำอะไรไม่ถูก “แล้วแต่คุณก็ได้ สี่หมื่นหกพันก็สี่หมื่นหกพัน”

หลินม่ายหันกลับมา “คุณเป็นเจ้าของบ้านเหรอคะ?”

ป้ายิ้มอย่างเขินอาย “ผู้หญิงอย่างฉันจะเป็นเจ้าบ้านได้อย่างไรล่ะ? ฉันจะแจ้งเจ้าของบ้านของเราเดี๋ยวนี้

ลูกสะใภ้ทุกคนวิ่งออกไปเรียกสามีและพ่อสามีกลับมา

สามีและพ่อสามีของพวกเขากำลังเล่นไพ่นกกระจอกในหมู่บ้าน และลูกสะใภ้ก็พบพวกเขาอย่างรวดเร็ว

ระหว่างทางกลับบ้าน พวกหล่อนก็เล่าเรื่องความปรารถนาของหลินม่ายที่จะซื้อบ้านสไตล์ตะวันตกหลังเล็ก ๆ ให้พวกเขาฟัง

ผู้ชายหลายคนกลับบ้านและพูดอย่างจริงจังว่าจะขายบ้านในราคาสี่หมื่นหกพันไม่ได้

หลินม่ายพยักหน้าและกล่าวลาด้วยรอยยิ้ม

ครอบครัวนี้ค่อนข้างน่าสนใจ แม้รู้ว่าเธอจะไม่ขึ้นราคา พวกเขายังคงเล่นตลกกับเธอ

ผู้ชายในตระกูลสวีต่างตกตะลึง

พวกเขาคิดว่าผู้อาวุโสทั้งสี่จะสามารถควบคุมสาวอวบผู้งดงามคนนี้ได้ แต่พวกเขาไม่คาดคิดว่าเธอจะต่อต้านทุกอย่าง

ในท้ายที่สุด ลูกสะใภ้ผู้ฉลาดเฉลียวก็เป็นผู้เสนอราคาให้หลินม่าย และสัญญาว่าจะขายบ้านให้เธอในราคาสี่หมื่นหกพันหยวน

หลินม่ายจ่ายเงินมัดจำทันทีและขอให้ครอบครัวของพวกเขาออกจากบ้านในคืนนี้ ทั้งสองฝ่ายจะจ่ายเงินและส่งมอบบ้านในวันพรุ่งนี้

หลินม่ายกลับไปยังรถของเธอ และเสี่ยวจางก็ถามด้วยความสงสัย “เขาขายบ้านให้คุณไหมครับ?”

หลินม่ายทำท่าทางตกลง

เสี่ยวจางตกตะลึงและถามหลังจากนั้นครู่หนึ่ง “มีคนขายบ้านที่ดีเช่นนี้ให้คุณได้ยังไงครับ?”

“เพราะราคาน่าสนใจอย่างไรล่ะคะ”

………………………………………………………………………………………………………………………….

สารจากผู้แปล

มาเล่นกับนักธุรกิจอย่างม่ายจื่อแบบนี้มันก็เข้าทางหมดล่ะค่ะ

ไหหม่า(海馬)

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 876 ซื้อบ้าน"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved