cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

แม่ปากร้ายยุค​ 80 - ตอนที่ 1073 จั๋วหรานมาถึงแล้ว

  1. Home
  2. All Mangas
  3. แม่ปากร้ายยุค​ 80
  4. ตอนที่ 1073 จั๋วหรานมาถึงแล้ว
Prev
Next

ตอนที่ 1073 จั๋วหรานมาถึงแล้ว

ตอนที่ 1073 จั๋วหรานมาถึงแล้ว

หลินม่ายมางานศพพร้อมกับนักข่าวห้าถึงหกคนจากหนังสือพิมพ์รายใหญ่ เธอมาเพื่อบอกความตั้งใจให้แก่ป้าหลี่และหลี่หย่าจวินซึ่งเป็นลูกสาวของหลี่อี้หนาน

แม่และลูกสาวตกใจมากจนอ้าปากค้างเกือบถึงพื้น

ป้าหลี่พูดด้วยความไม่เชื่อ “มันจะเป็นการฆาตกรรมได้ยังไง ฉันอยู่กับลุงหลี่ตลอดเวลา และไม่เคยเห็นใครทำร้ายเขาเลย”

เวลานี้หลี่ตงซินก็อยู่ด้วย เขาพูดด้วยสีหน้างุนงง “ผมบอกคุณแล้วว่าลุงของผมเสียชีวิตเนื่องจากอาการป่วยกำเริบกะทันหัน แล้วทำไมคุณถึงสงสัยว่าลุงของผมถูกฆาตกรรม พูดอะไรเพ้อเจ้อไร้สาระ!”

“จริงเหรอ?” หลินม่ายมองเขาพลางหัวเราะเบา ๆ รอยยิ้มแฝงไปด้วยความนัยบางอย่าง “คุณกลัวการชันสูตรพลิกศพขนาดนั้นเลยเหรอคะ?”

หลี่ตงซินเกาหัวและพูดว่า “ใครกลัวการชันสูตรพลิกศพกัน ติดตรงมันต้องมีการผ่าลำไส้และกระเพาะอาหารต่างหาก การชันสูตรพลิกศพที่ไม่จำเป็นไม่ต่างจากการไม่เคารพผู้ตายเลยนะ”

เขาหันไปหาป้าหลี่เพื่อขอความช่วยเหลือ “คุณป้า ผมพูดถูกใช่ไหม?”

ป้าหลี่พยักหน้าอย่างลังเล “ใช่จ้ะ”

ชาวจีนมีความเชื่อเรื่องโชคลางอย่างมากเกี่ยวกับการตรวจชันสูตรพลิกศพผู้เสียชีวิต

หลินม่ายหัวเราะอีกครั้ง “นักข่าวคนหนึ่งไปพบแพทย์นิติเวชที่มีชื่อเสียงให้ฉันระหว่างทาง แพทย์นิติเวชชื่อดังบอกเราว่าหากมีผู้เสียชีวิตจากพิษ ส่วนประกอบของสารพิษสามารถตรวจพบได้จากเลือดและปัสสาวะของผู้ตาย ไม่จำเป็นต้องผ่าชันสูตรร่างกายหรอกค่ะ”

การแสดงออกของหลี่ตงซินแข็งค้างไปชั่วขณะ

หลี่หย่าจวินมองหลินม่าย จากนั้นเหลือบมองหลี่ตงซิน ก่อนหันไปพูดกับแม่ว่า “เราทำตามคำแนะนำของม่ายจื่อและปล่อยให้ตำรวจทำการชันสูตรศพกันเถอะค่ะ จะเป็นอย่างไรหากพ่อถูกฆ่าจริง ๆ เราไม่อาจปล่อยให้คุณพ่อจากไปอย่างไม่ยุติธรรมได้นะคะ หากเขาเสียชีวิตด้วยอาการป่วยกะทันหัน และการชันสูตรพลิกศพไม่ทำให้ร่างกายพ่อเสียหาย คุณพ่อจะไม่ตำหนิเรา และเราเองจะได้สบายใจด้วย”

ป้าหลี่รู้สึกว่าสิ่งที่ลูกสาวพูดมานั้นสมเหตุสมผล หล่อนจึงพยักหน้าเห็นด้วย

แววตื่นตระหนกฉายผ่านดวงตาของหลี่ตงซิน

หลินม่ายแสร้งทำเป็นถามหลี่หย่าจวินว่า “ก่อนที่ฉันจะมา เธอกับพี่ตงซินคุยอะไรกันอยู่เหรอ? ทำไมถึงพูดคุยกันอย่างกระตือรือร้นขนาดนั้นล่ะ?”

ป้าหลี่กล่าว “ตงซินบอกว่าเขาได้ไปปรึกษากับหมอดูมา วันนี้เวลา 0.00 น. เป็นฤกษ์ดีที่จะเผาศพ เขาต้องการให้เผาศพลุงของเขาในคืนนี้ แต่ฉันไม่เห็นด้วย หย่าจวินกับป้าเลยตกลงกันว่าจะรอจนกว่าจั๋วจั๋วจะมาก่อน จึงจะจัดงานศพ เราต้องรักษาคำพูดของเรา”

หลังจากได้ยินสิ่งนี้ หลินม่ายเหลือบมองหลี่ตงซินหลายครั้งพลางครุ่นคิด

หลี่ตงซินรู้สึกหวาดกลัวเมื่อเห็นสายตาของอีกฝ่าย

จากนั้น หลินม่ายพานักข่าวไปยังบ้านพักของแม่บ้านที่เสียชีวิต และโน้มน้าวขอให้ญาติของหล่อนอนุญาตทำการชันสูตรพลิกศพ

หลี่ตงซินมองแผ่นหลังของหลินม่าย ขณะกัดฟันแน่นด้วยความเกลียดชัง

ครอบครัวของแม่บ้านเองก็เริ่มสงสัยสาเหตุการเสียชีวิตของหล่อนขึ้นมา

แม้ว่าแม่บ้านจะภักดีต่อหลี่อี้หนาน แต่หล่อนก็ไม่ได้ภักดีมากพอที่จะฆ่าตัวตายเพื่อแสดงเจตจำนง

ก่อนที่หลี่อี้หนานจะเสียชีวิต แม่บ้านกังวลใจเสมอ

สามีของหล่อนไถ่ถาม แต่หล่อนก็ปฏิเสธที่จะบอก

ทันทีที่หลี่อี้หนานเสียชีวิต แม่บ้านก็กระโดดตึกฆ่าตัวตาย

สามีและลูก ๆ ต่างคิดว่ามันผิดปกติ ไม่ว่าพวกเขาจะรู้สึกสงสัยอย่างไร แต่ทางสถานีตำรวจก็ตัดสินแล้วว่ามันเป็นการฆ่าตัวตาย

ครอบครัวของพวกเขาไม่มีอำนาจและไม่มีทางยื่นอุทธรณ์ได้ ดังนั้นจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากยอมแพ้

ไม่ต้องพูดถึงแค่เจาะเลือดจากศพ พวกเขาเต็มใจแม้ต้องผ่าร่างของหล่อน ตราบใดที่พวกเขาสามารถหาผู้กระทำผิดที่แท้จริงและแก้แค้นได้

หลังจากดูแลทั้งสองครอบครัวแล้ว หลินม่ายก็พานักข่าวไปที่โรงพัก

นักข่าวถามอย่างรวดเร็วว่า เหตุใดจึงไม่ทำการชันสูตรพลิกศพหลี่อี้หนานและแม่บ้านของเขาก่อนตัดสินสาเหตุการเสียชีวิต?

เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ดูแลแผนกต้อนรับได้อธิบายให้ผู้สื่อข่าวที่มาสัมภาษณ์ว่า จากประสบการณ์ที่พวกเขามี พบว่าส่วนใหญ่เป็นการฆ่าตัวตาย จึงไม่จำเป็นต้องชันสูตรพลิกศพ

ผู้สื่อข่าวถามกลับไปว่า หากการตัดสินจากประสบการณ์นั้นผิดพลาดล่ะ?

ตำรวจสาบานว่าไม่ทางผิดพลาดแน่นอน

ผู้สื่อข่าวหลายคนถามว่า จะรับประกันได้อย่างไร

ตำรวจที่รับเรื่องกลับลังเลและกล่าวโทษครอบครัวผู้เสียชีวิต โดยบอกว่าครอบครัวผู้เสียชีวิตปฏิเสธที่จะทำการชันสูตรพลิกศพ แล้วจะให้พวกเขาทำอย่างไร

นักข่าวคนหนึ่งเผยแววเยาะเย้ยบนใบหน้า พูดตรงประเด็นเกี่ยวกับคำพูดของครอบครัวแม่บ้าน ไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่ต้องการชันสูตรพลิกศพ แต่ตำรวจไม่ต้องการทำการชันสูตรพลิกศพให้ต่างหาก

เนื่องจากคำโกหกถูกเปิดโปง ตำรวจจึงต้องตกลงที่จะทำการชันสูตรพลิกศพ

ท้ายที่สุดแล้วมีนักข่าวอยู่มากมาย เป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะปฏิเสธ

ไม่ว่าหน่วยงานของรัฐประเทศไหนล้วนกลัวสื่อ

นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมหลินม่ายถึงจัดงานแถลงข่าวกลางดึก

เธอเพียงต้องการใช้อำนาจของสื่อ เพื่อให้ตำรวจตามหาฆาตกรที่ฆ่าหลี่อี้หนานและแม่บ้านของเขา

เพื่อป้องกันไม่ให้ฆาตกรได้รับข่าวและสมรู้ร่วมคิดกับตำรวจเพื่อปลอมแปลงการชันสูตรพลิกศพ หลินม่ายจึงแอบยุยงนักข่าวไม่ให้ออกไป แต่ให้รออยู่ที่โรงพัก บางทีพวกเขาอาจจะจับฆาตกรได้

เมื่อนักข่าวได้ยินดังนั้น พวกเขาก็กระตือรือร้นและรอให้ฆาตกรปรากฏตัว

ในฐานะนักข่าว ใครล่ะจะไม่อยากได้ข่าวใหญ่แบบนี้!

เมื่อมีนักข่าวเหล่านี้คอยจับตาดู หลินม่ายจึงกลับบ้านไปนอนหลับด้วยความสบายใจ

แต่เมื่อล้มตัวนอนลงบนเตียง เธอก็พลิกตัวไปมา ขณะกังวลว่าตำรวจจะทำอะไร

หลังจากครุ่นคิดอยู่นาน เธอตัดสินใจทำตามคำแนะนำของเฉินเฟิงและยื่นคำชันสูตรพลิกศพระหว่างรัฐ

คืนนั้น ทุกการเคลื่อนไหวของหลินม่ายอยู่ภายในสายตาของหลี่ตงซิน เขาต้องการติดต่อสถานีตำรวจ แต่ก็กลัวว่าโทรศัพท์ของสถานีตำรวจจะถูกตรวจสอบ ดังนั้นเขาจึงไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่าม

ไปสถานีตำรวจด้วยตนเองเหรอ? นั่นเหมือนกับการเดินลงไปในกับดักเลยไม่ใช่หรือไง?

เขายืนมองสถานีตำรวจจากระยะไกลพลางครุ่นคิดอยู่นาน สุดท้ายก็ตัดสินใจเดินจากไปเงียบงัน

กระทั่งประมาณตีสาม ในที่สุดหลินม่ายก็ผล็อยหลับไป แต่เป็นการนอนหลับที่กระสับกระส่าย

ไม่รู้ว่าเธอนอนหลับไปนานแค่ไหน จู่ ๆ ก็รู้สึกว่ามีริมฝีปากมาสัมผัสที่แก้มของเธอ

แม้ว่าเธอจะยังไม่ตื่นเต็มที่ แต่มือก็เหวี่ยงออกไปโดยสัญชาตญาณ

ไม่ว่าเธอจะเผลอทำร้ายใครก็ตาม เป้าหมายหลักคือการทำให้คนที่ทำเรื่องจาบจ้วงกับเธอกลัวและถอยออกไป

หลินม่ายได้ยินเสียงกระทบกัน ซึ่งแสดงชัดว่าเธอตีโดนใครบางคน

ในเวลานี้ หลินม่ายลืมตาขึ้นและลุกขึ้นนั่ง เตรียมโจมตีคนที่มาคุกคามตัวเธออีกครั้ง

แต่กลับพบว่าเป็นฟางจั๋วหรานที่ยืนอยู่ข้างเตียง เขายกมือขึ้นปิดหน้าข้างหนึ่งและมองเธอด้วยความขุ่นเคือง

นะ… นี่เธอตาฝาดหรือเปล่า?

หลินม่ายรู้สึกประหลาดใจในตอนแรก “จั๋วหราน คุณมาถึงแล้ว!”

จากนั้นเธอก็โผเข้ากอดเขา ก่อนจะกระแอมในลำคอด้วยความเขินอาย “เมื่อกี้… ฉันนึกว่าเป็นคนไม่ดี… เอ่อ… ฉันไม่ได้ตั้งใจตีคุณนะ เป็นเพราะทันทีที่มาถึงอเมริกา ฉันต้องเจอคดีฆาตกรรม ซึ่งทำให้ฉันหวาดระแวงมาก”

ไม่ต้องพูดถึงว่าหลินม่ายไม่ตั้งใจ ต่อให้เธอตั้งใจ ฟางจั๋วหรานก็ไม่ได้จริงจังกับมัน

แม้เขาจะไม่ชอบการนินทา แต่เขาได้ยินจากเพื่อนร่วมงานผู้ชายว่า แฟนสาวและภรรยาของพวกเขามักไม่ค่อยมีเหตุผล

เปรียบเทียบกันแล้ว หลินม่ายเป็นผู้หญิงที่สง่างามและเพียบพร้อมมาก ไม่เคยสร้างปัญหาแบบไร้เหตุผลเลย การได้อยู่กับเธอทำให้เขาสุขใจเสมอ

บางครั้งเขาก็ครุ่นคิดว่าจะหาเรื่องทะเลาะกับหลินม่ายสักหน่อย เพื่อให้ความสัมพันธ์ไม่จืดชืดเกินไปดีไหม?

ฟางจั๋วหรานพูดคำเบา “ผมเดินทางมาหาทันทีที่ลาออกจากงานเลยนะ”

เขาสัมผัสผมที่ยุ่งเหยิงของหลินม่ายและพูดด้วยความลำบากใจ “อย่ากลัวเลยนะ อย่ากลัวไปเลย เราจะจัดการมันได้แน่นอน”

หลินม่ายบอกเขาว่า แม่บ้านของหลี่อี้หนานเสียชีวิตแล้วเช่นกัน เธอเพิ่งมาถึงอเมริกาเพียงสองวัน ก็เกิดการฆาตกรรมขึ้นถึงสองครั้ง

หลินม่ายยังบอกฟางจั๋วหรานเกี่ยวกับการแถลงข่าวที่เธอจัดขึ้นเมื่อคืนนี้

ฟางจั๋วหรานยิ่งรู้สึกกังวลมากขึ้น

ภรรยาของเขามาที่สหรัฐอเมริกาล่วงหน้า ก่อนจะหายจากอาการเจ็ตแล็ก เธอต้องตามล่าฆาตกรเพื่อบริษัทของเขา ซึ่งเป็นสิ่งที่ยากลำบากมาก

ตอนนี้ยังเช้าอยู่ เขาจึงขอให้หลินม่ายนอนต่ออีกสักหน่อย และถามเธอว่าเธออยากกินอะไร เขาจะไปปรุงอาหารเช้าให้เธอ

เขาพูดด้วยความภาคภูมิใจ “ผมทำอาหารตะวันตกได้ค่อนข้างดี คุณอยากทานเสต็กไหม?”

เมื่อหลินม่ายได้ยินคำว่าเสต็ก เธอนึกถึงภาพเนื้อสเต็กสุกปานกลางที่เนื้อยังแดงก่ำ และนึกถึงสภาพศพอันน่าสลดใจของแม่บ้านหลี่อี้หนานทันที

หลังจากที่ฟางจั๋วหรานจากไป หลินม่ายก็นอนไม่หลับอีก เธอลุกขึ้นและเดินไปยังห้องครัวด้วยเท้าเปล่า เพื่อดูฟางจั๋วหรานทำบะหมี่มะเขือเทศให้เธอ

เมื่อเธอมาที่ห้องครัว เธอเห็นฟางจั๋วหรานกำลังทำบะหมี่มะเขือเทศและซุปเนื้อวัวที่เธอชอบ

เท้าเปล่าและร่างกายที่เบาหวิวของหลินม่ายทำให้เธอเข้ามาในห้องครัวโดยไม่ส่งเสียงใด ๆ แต่ฟางจั๋วหรานกลับยังคงมีความรู้สึกไวและรู้ว่ามีคนเข้ามาในครัว

ทันทีที่เขาหันหลังกลับ ก็รู้สึกว่ามีคนเกาะอยู่บนหลังเขาแล้ว ซึ่งเป็นหลินม่ายที่กระโดดเกาะหลังเขาด้วยความซุกซน

ฟางจั๋วหรานกลัวว่าเธอจะหล่นลงไป เขาจึงใช้มือซ้ายประคองก้นของเธอและปรุงอาหารด้วยมือขวา

หลินม่ายเกาะห้อยอยู่บนหลังของเขาราวลูกลิง แม้แต่ตอนที่เขาเดินไปหยิบเครื่องปรุงรส เธอยังไม่ยอมลงจากหลังเขา กระทั่งซุปเนื้อและบะหมี่มะเขือเทศเสร็จ เธอจึงยอมลงในที่สุด

ฟางจั๋วหรานยกบะหมี่มะเขือเทศและซุปเนื้อให้เธอ โดยบอกให้เธอกินมันก่อนเพื่อแสดงความให้เกียรติ ตอนนั้นเองที่เขาสังเกตเห็นว่าเธอเดินเท้าเปล่า จึงถามไปว่า “ทำไมคุณไม่สวมรองเท้าแตะล่ะ?”

หลินม่ายตักซุปเนื้อขึ้นเป่าและนำเข้าปาก มันมีรสชาติดีมาก จนเธออดไม่ได้ที่จะแสดงสีหน้ามีความสุข

“อากาศไม่หนาว เดินเท้าเปล่าบ้างคงไม่เป็นไร” เธอพูดอย่างไม่ใส่ใจ

ฟางจั๋วหรานพยักหน้าอย่างช่วยไม่ได้ “อย่าคิดว่าเพียงเพราะคุณไม่หนาว คุณก็เดินเท้าเปล่าบนกระเบื้องได้ ความเย็นยังคงซึมเข้าสู่ร่างกายของคุณและทำให้เกิดอาการปวดประจำเดือนได้”

ขณะที่พูด เขาถอดรองเท้าแตะของตัวเองออกและออกคำสั่ง “ใส่มันเถอะ!”

หลินม่ายสวมรองเท้าอย่างเชื่อฟัง อุณหภูมิร่างกายของฟางจั๋วหรานยังคงอยู่ในรองเท้าแตะ

เธอบอกว่า “คุณให้รองเท้าแตะฉัน งั้นเท้าของคุณก็เปลือยเปล่าน่ะสิ คุณนั่นแหละที่จะหนาวเกินไป”

ฟางจั๋วหรานตอบ “ผมเป็นผู้ชาย ทนหนาวได้ดีกว่า”

ขณะที่พวกเขาทั้งสองกำลังคุยกันอยู่ เสียงของปู่ฟาง ย่าฟาง เสี่ยวเหวิน และเสี่ยวมู่ตงก็ดังมาจากประตู พวกเขาเพิ่งกลับมาจากออกกำลังกายในสวนหลังบ้าน

ทันทีที่เสี่ยวมู่ตงเดินเข้ามาในห้องนั่งเล่น เขาก็ได้กลิ่นหอมของบะหมี่มะเขือเทศและซุปเนื้อ จึงรีบวิ่งเข้าไปในห้องครัว

เมื่อเห็นฟางจั๋วหราน เด็กน้อยก็ประหลาดใจมากจนตะโกนขึ้น “ป่าป๊า!” จากนั้นรีบคลานขึ้นไปบนตัวอีกฝ่าย

เพียงไม่นาน เขาก็ปีนขึ้นมาอยู่บนตัวฟางจั่วหราน ก่อนชี้ไปยังบะหมี่มะเขือเทศและซุปเนื้อที่หลินม่ายกำลังกินอยู่ “ป่าป๊า ผมอยากกินเหมือนกัน”

ฟางจั๋วหรานหอมแก้มเจ้าตัวเล็ก “มีส่วนของทุกคนเลยนะ”

ที่บ้านไม่มีบะหมี่ ดังนั้นฟางจั๋วหรานจึงปรุงมักกะโรนีในน้ำร้อน โดยเสิร์ฟบนโต๊ะพร้อมกับมะเขือเทศและซุปเนื้อวัว

ทุกคนสามารถกินมักกะโรนีได้มากเท่าที่ต้องการ โดยเขาเตรียมไว้ในกะละมังใบใหญ่ เมื่อนำมาราดด้วยมะเขือเทศและซุปเนื้อ มันก็ให้รสชาติที่ดีมาก

ครอบครัวกำลังรับประทานอาหารอย่างมีความสุข จู่ ๆ ลุงฝูก็วิ่งเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก “นายน้อย คุณหนู แย่แล้วครับ หัวหน้าแผนกกัวตายแล้ว!”

………………………………………………………………………………………………………………………….

สารจากผู้แปล

เธอดูมีพิรุธนะหลี่ตงซิน จะหาหลักฐานเอาผิดยังไงดีน้อ

ไหหม่า(海馬)

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 1073 จั๋วหรานมาถึงแล้ว"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved