เธอเปลี่ยนไปเป็นเจ้าพ่อ - ตอนที่ 833-834
นิยาย เธอเปลี่ยนไปเป็นเจ้าพ่อ เธอเปลี่ยนไปเป็นเจ้าพ่อ บทที่ 833 แย่งออเดอร์
ตอนที่เวินน่วนก่อตั้งสตูดิโอขึ้นมาเธอก็ยังไม่มีชื่อเสียง เธอจึงขอให้ญาติและเพื่อนๆส่งต่อกันในกลุ่มเพื่อน ทําให้ลูกค้าในตอนแรกของเธอนั้นเป็นสุภาพสตรีและคนที่รู้จักในแวดวงเท่านั้น
ในเมื่อตอนนี้ลูกสาวของเธอนั้นก็เริ่มมีชื่อเสียงขึ้นมาแล้ว ก็ควรที่จะเริ่มสร้างแบรนด์ของตนเองขึ้นมาได้แล้วเหมือนกันไม่ใช่เหรอ?
ด้วยเหตุนี้ ไปชิงเยวจึงรู้สึกว่าสิ่งที่ลูกสาวของเธอพูดนั้นสมเหตุสมผล
ลูกสาวของเธอไม่ได้แย่ไปกว่าเวินน่วน สิ่งที่เวินน่วนทําได้ ลูกสาวเธอก็ทําได้เช่นเดียวกัน
หลังจากคิดดูแล้วไช่ชิงเยว่ก็พูดว่า “เอาเถอะ แม่จะเอาเงินส่วนตัวออกมาก่อน และลูกก็จะสามารถเริ่มต้นบริษัทของตัวเองได้ เวินน่วนสร้างสตูดิโอ ลูกก็ต้องสร้างสตูดิโอด้วย แม่เกรงว่าคนอื่นจะพูดว่าลูกเป็นคนลอกเลียนแบบ ดังนั้นเราต้องขยายกิจการ เริ่มจากตั้งบริษัทและท่าเสื้อผ้า ระดับไฮเอนด์กันก่อน หลังจากนั้นก็พัฒนาให้มีความมั่นคง แล้วเราก็จะขยายธุรกิจเครื่องประดับ เครื่องสําอาง และธุรกิจอื่นต่อไป”
หัวเดียวกระเทียมลีบ ส่งข้าวส่งน้ําผู้แปลหน่อยนะครับ
เดิมที่ความคิดนี้ถูกวางแผนไว้โดยเว้นรั่ว แต่การดําเนินการตามแผนนั้นจะเกิดขึ้นหลังจากที่เธอสร้างชื่อในวงการแล้ว
ตอนนี้ไช่ชิงเยว่พูดถึงการก้าวหน้าของแผนการทั้งหมด
“แม่คะ พูดจริงไช่ไหม?” ดวงตาของเวินรั่วเป็นประกาย
ไปชิงเยว่ยังกล่าวอีกว่า “อย่าเพิ่งลาออกจากงานของลูกที่เซียงตั๋วลี่ หลังจากก่อตั้งบริษัทแล้ว ลูกค่อยพิจารณาลาออก ส่วนเรื่องเล็กน้อยของบริษัทแม่จะช่วยลูกจัดการไปก่อน”
แผนของไช่ชิงเยว่คือสิ่งที่เวินรั่วใฝ่ฝัน
“ตกลงค่ะ” เวินรั่วมั่นใจในแผนของแม่
ไช่ชิงเยว่เป็นพี่สะใภ้ของเวินน่วน ความสัมพันธ์และกลุ่มเพื่อนของพวกเธอจึงมีความเกี่ยวข้องกัน
ไปชิงเยว่รู้ว่าหลายคนถูกเวินน่วนปฏิเสธที่จะรับออเดอร์ ดังนั้นเธอจึงเริ่มค้นหาคนเหล่านี้
หลังจากที่ได้ฟังไช่ชิงเยว่บอกว่าเวินรั่วเป็นผู้ออกแบบ หลายคนก็แสดงความสงสัย
พวกเธอได้เห็นทักษะของเวินนวนที่ได้รับการยอมรับจากมิสเตอร์เควินหัวหน้านักออกแบบของเซียงตัว
ส่วนเวินรั่วนั้น… พวกเธอไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน
ไช่ชิงเยว่อธิบายว่า “คุณจะกังวลอะไรเกี่ยวกับความสําเร็จทางศิลปะของรั่วรั่ว เวินน่วนและเวินรั่วต่างก็มาจากตระกูลเป็น ทั้งสองคนมาจากครอบครัวเดียวกันและเติบโตในสภาพแวดล้อมเดียวกัน พวกเธอจะต่างกันได้อย่างไร? และในตอนนี้ชั่วรั่วก็ทํางานที่เซียงตั๋วลี่ ถ้าเธอยังดีไม่พอแบรนด์ใหญ่อย่างเซียงตัวลจะจ้างเธอได้ยังไง?”
ไช่ชิงเยว่ประสบความสําเร็จในการโน้มน้าวคนบางคนและได้รับเงินมัดจําจากพวกเธอ ด้วยออเดอร์เหล่านี้ ไปชิงเยวจึงมีความมั่นใจมากขึ้นในการเริ่มต้นบริษัท
หลังจากที่เป็นเฉิงรู้เรื่องนี้ เขาก็รู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย “รั่วรั่วยังเด็ก และยังไม่จบการศึกษา จากมหาวิทยาลัย อีกทั้งไม่มีประสบการณ์ทางสังคมที่เพียงพอ เธอจะปล่อยให้ลูกเปิดบริษัทตอนนี้จะดีเหรอ?”
ไช่ชิงเยว่โกรธอย่างอธิบายไม่ถูกเมื่อเธอได้ยินคําพูดของเวินเฉิง “เมื่อเวินน่วนต้องการสร้างแบรนด์ของตัวเอง คุณยังชื่นชม โอ้อวด แต่ทําไมพอเป็นรัวรัวของเราคุณถึงอยากให้เธอถอย?”
ทัศนคติตรงกันข้ามของทั้งสองคนทําให้ไช่ชิงเยวรู้สึกรําคาญ
เวินเฉิงอธิบายว่า “ไม่ใช่อย่างนั้น อานวนและรั่วรั่วมีช่องว่างระหว่างอายุและประสบการณ์ชีวิตที่แตกต่างกัน”
ไปชิงเยว่โต้กลับ “ประสบการณ์ชีวิตก่อนหน้าของเงินน่านเป็นประสบการณ์ในฐานะภรรยาของตระกูลเจียน ซึ่งไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการออกแบบเลยด้วยซ้ํา อีกทั้งเธอกับรั่วรั่วก็มีจุดเริ่มต้น เหมือนกันในเรื่องของการออกแบบและสตูดิโอ”
เงินเฉิงไม่สามารถหักล้างคําพูดของไปชิงเยวได้
แต่เขารู้สึกไม่สบายใจอยู่ลึกๆ ไม่ใช่ว่าเขาดูถูกลูกสาว แต่เขารู้สึกจริงๆว่าลูกสาวของเขานั้น ยังไม่มั่นคงและเป็นผู้ใหญ่เท่ากับน้องสาวของเขา
ไช่ชิงเยว่พูดอีกครั้ง “นอกจากนี้ นี่เป็นเงินส่วนตัวของฉัน ฉันยินดีที่จะให้เงินลูกสาวของฉันเพื่อเริ่มต้นบริษัท”
บทที่ 834 สิ่งเดียวที่ฉันทําได้เพื่อเธอ
เป็นเฉิงไม่สามารถหยุดภรรยาและลูกสาวของเขาได้ เขาท่าได้แค่เดือนเท่านั้น “ถ้าอย่างนั้น เธอควรระมัดระวังและอย่าไปสนใจผลประโยชน์ชั่วคราว”
เมื่อเห็นว่าสามีเธอไม่คัดค้านอีกต่อไป ไช่ชิงเยว่ก็ปรับทัศนคติของตัวเองให้อ่อนลง “ฉันรู้ ฉันจะตั้งใจ”
สตูดิโอของเวินน่านกําลังไปได้สวย
แม้ว่ายอดสั่งซื้อจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่เวินน่วนยังคงยืนกรานที่จะไม่ขยายกิจการ เธอรู้สึกว่าการพัฒนาเร็วเกินไปไม่ใช่เรื่องดี เธอยังคงทําตามขั้นตอนทีละก้าวเพื่อให้แบรนด์ของเธอยืนหยัดอย่างมั่นคง
แต่สตูดิโอนั้นยิ่งกว่าเมื่อก่อนมากจริงๆ
งานของเจี่ยนหยุ่นน่าวในมหาวิทยาลัยไม่หนักมาก ตอนนี้เขาจึงช่วยแบ่งเบาภาระงานของแม่ได้อย่างเต็มที่
เขารายงานตัวที่สตูดิโอตรงเวลาทุกวันและช่วยเวินน่วนจัดการเรื่องเล็กน้อยทุกประเภท
เวินน่วนยุ่งมากทั้งตอนกลางวันและในตอนกลางคืน เธออยู่จนถึงห้าทุ่มก่อนจะออกจากสตูดิโอ
เมื่อเห็นแม่นอนดึกเพื่อทําเครื่องประดับ เจี่ยนหยุ่นน่าวก็รู้สึกเศร้าใจมาก
“แม่ครับ ถ้าเราทําตามออดอร์ไม่ได้ เราจะรับออเดอร์น้อยลงกว่านี้ได้ไหม แม่จะได้ไม่ต้องทํางานหนักมาก
“นี่ไม่ใช่ออเดอร์ของลูกค้า แต่เพื่อน้องสาวของลูก”
“สําหรับน้องสาว?”
“อื้อ เครื่องประดับของน้องสาวลูกเมื่อเธอแต่งงาน แม่อยากทํามันเอง”
“แบบนี้นี่เอง…”
เวินน่วนพูดด้วยน้ําเสียงเศร้าๆว่า “อีกอย่าง แม่ไม่รู้ว่าจะทําอะไรเพื่อน้องสาวของลูกได้อีก” ตอนนี้ลูกสาวไม่ต้องการเธอแล้ว ไม่มีอะไรที่เธอสามารถทําได้ เหลือเพียงฝีมือนี้เท่านั้น “แม่สร้างแบรนด์เพื่อให้กับน้องสาว” เจี่ยนหยุ่นน่าวคาดเดา ถ้าแม่ต้องการสร้างแบรนด์ของตัวเองจริงๆ คงทําไปนานแล้ว คงไม่ต้องรอจนถึงตอนนี้ “ใช่แล้ว” เวินน่วนพูดว่า “พวกลูกๆโตกันหมดแล้ว นั่นก็เป็นสาเหตุหนึ่งเช่นกัน” “ผมขอโทษ” เจี่ยนหยุ่นน่าวก้มหน้าลง น้ําเสียงเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด “ผมทําให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้น”
เวินน่วนส่ายหน้า “ลูกได้รับการให้อภัย แต่พ่อกับแม่ให้อภัยตัวเองไม่ได้ ก็เพราะแม่ไม่ดีเอง แม่ควรเชื่อใจอหลิงให้มากกว่านี้”
เจียนหยุ่นน่าวรู้สึกหนักใจและไม่รู้ว่าจะปลอบแม่ยังไงดี
หลังจากเงียบไปพักหนึ่งเจียนหยุ่นน่าวก็พูดกับเงินน่านว่า “แม่ครับ ผมต้องการเริ่มฝึกเปียโนอีกครั้ง”
เวินน่วนรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
หลังจากได้รับบาดเจ็บ เขาก็ไม่อยากแตะเปียโนอีกเลย
ความรู้สึกผิดต่อของน้องสาว ทําให้เขาไม่สามารถเผชิญหน้ากับตัวเองได้อีกต่อไป
เจียนหยุ่นน่าวบอกว่า “ผมต้องทํางานให้หนัก ไม่ว่าบาดแผลจะรักษาได้หรือไม่ ผมก็อยากเป็นพี่ชายที่มีประโยชน์ อย่างน้อย…อย่างน้อยผมก็ไม่ทําให้เธอผิดหวัง ที่รักษามือของผม”
เจี่ยนหยุ่นน่าวมองลงไปที่มือเขาซึ่งน้องสาวของเขาเป็นคนรักษาให้หายดี
เป็นความหวังใหม่ที่น้องสาวมอบให้เขา
ความคิดนี้เกิดขึ้นหลังจากที่เขารู้ว่าเจียนอีหลิงคือด็อกเตอร์ฟู
ความรู้สึกที่ไม่รู้ว่าน้องสาวเป็นคนรักษามือของเขาให้หายนั้น แตกต่างจากความรู้สึกในตอนที่รู้ว่าน้องสาวเป็นคนรักษามือของเขาอย่างสิ้นเชิง
แต่การกระทําของแม่ในวันนี้ทําให้เขามีความกล้าที่จะตัดสินใจกลับไปสู่เส้นทางที่เขายืนกรานไว้ เพื่อค้นหาตัวเองอีกครั้ง
เวินน่วนตาแดงและพยักหน้า “ตกลง”
หลัวซิวเอ็นดูชุดทดสอบการตั้งครรภ์ในมือแล้วรู้สึกไม่ค่อยดี
เธอไม่ได้โชคร้ายขนาดนั้น เธอแค่ทําตามความต้องการของหัวใจครั้งเดียวในชีวิต เพียงครั้งเดียวจริงๆ
แล้วเธอ เธอ เธอ ถูกลอตเตอรี่เหรอ?
โอ้ พระเจ้า!
เมื่อหลัวซิ่วเอ็นมองไปที่ชุดทดสอบการตั้งครรภ์ในมือ โทรศัพท์ก็ดังขึ้นและเมื่อเห็นว่า หมายเลขผู้โทรคือเจียนอีหลิง หลัวซิ่วเอ็นก็รู้สึกตื่นตระหนก