เธอเปลี่ยนไปเป็นเจ้าพ่อ - ตอนที่ 1025-1026
เธอเปลี่ยนไปเป็นเจ้าพ่อ บทที่ 1025 ลูกพี่ลูกน้องเวินเจ๋อ
หลังจากที่เจี่ยนอีหลิงเข้าร่วมการประเมินและกําลังจะเดินออกจากประตูห้องปฏิบัติการ จู่ๆ “ระเบิดร่างมนุษย์” ก็พุ่งเข้ามาหาเธอ
“พี่สาว!”
เกี๊ยวนุ่มๆ พุ่งเข้าใส่อ้อมแขนของเจี่ยนอีหลิงโดยตรง แล้วกอดเจี่ยนอีหลิงด้วยแขนทั้งสองข้าง และยังเรียกเธอว่าพี่สาว
การกอดอย่างกะทันหันทําให้เจี่ยนอีหลิงตกใจ
เธอรู้สึกอึดอัดและอยากจะผลักออก แต่เนื่องจากยังมีเด็กอยู่ในอ้อมแขน เจี่ยนอีหลิงกลัวว่า เธอจะทําร้ายเขาถ้าผลักแรงเกินไป
“เธอเป็น…ใครน่ะ?” เจี่ยนอีหลิงมองลงไปที่เด็กชายในอ้อมแขนของตัวเอง
เด็กชายคนนี้บอบบางมาก เขามีดวงตากลมโตเหมือนองุ่น ดูสมบูรณ์แบบ และยังมีใบหน้าที่อ่อนโยน
เขาเงยหน้าขึ้นมองเจี่ยนอีหลิง ขณะที่ยิ้มก็เผยให้เห็นเขี้ยวเล็กๆ สองซี่
“พี่สาว ผมเป็นน้องชายคนโปรดของพี่ยังไงล่ะ!” เด็กชายกอดเจี่ยนอีหลิงไม่ปล่อยมือ “น้องชาย?”
“ใช่แล้ว พี่ลืมไปได้ยังไง ผมคือเวินเจ๋อ! เป็นเพราะผมสูงขึ้นพี่สาวเลยจําไม่ได้เหรอ?” เวินเจ๋อ!
ลูกชายของอาสามตระกูลเวิน!
เจี่ยนอีหลิงคือพี่น้องคนเดียวที่อายุมากกว่าเขา
ถ้าเจี่ยนอีหลิงจ๋าไม่ผิด เวินเจ๋อน่าจะอายุเก้าขวบในปีนี้
ครั้งสุดท้ายที่เจี่ยนอีหลิงเห็นเวินเจ๋อ ก็คือตอนที่เด็กชายอายุได้หกขวบ
แต่ความทรงจ่าของเงินเจ๋อนั้นดีมาก เขาจ๋าได้ทุกอย่างตั้งแต่อายุหกขวบ
“เธอเป็นยังไง…”
“พี่สาวคงไม่ได้ลืมผมไปแล้วนะ” เมื่อเห็นเจี่ยนอีหลิงตกใจ เวินเจ๋อก็กังวลเล็กน้อย เขาคิดในใจว่าพี่สาวหลิงลืมเขาไปแล้วใช่รึเปล่านะ?
“ไม่มีทางลืมหรอก” เจี่ยนอีหลิงพูด
“โอ้ ตกใจแทบตาย นึกว่าพี่สาวจะลืมผมไปแล้ว! ผมน่ารักขนาดนี้ พี่สาวอย่าลืมผมนะ!” เวินเจ๋อที่น่ารักราวกับดอกไม้ที่เบ่งบานตั้งแต่เด็ก เกือบจะคิดว่าเสน่ห์ของตัวเองจะสูญเปล่าเสียเปล่า
“หาไมเธอถึงมาที่นี่ล่ะ?” เจี่ยนอีหลิงถาม
“พี่เหยียนโทรมาหาผม พี่เหยียนบอกว่าเขาจะพักรักษาตัวบนเกาะ ไม่ได้อยู่ที่เมืองหลวงนาน เขามอบหมายภารกิจให้ผมปกป้องพี่สาว ผมก็เลยมาที่นี่! พี่สาวไม่ต้องห่วงนะ ผมสัญญาว่าจะทําภารกิจให้สําเร็จ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผมจะอยู่เคียงข้างพี่สาว จะไม่ปล่อยให้ใครมารังแกพี่สาวเด็ดขาด!”
หยูซิงเดินออกมาจากห้องปฏิบัติการ พอเห็นเวินเจ๋อก็ยิ้มขึ้น แล้วถามว่า “เสี่ยวเจ๋อ เธอมาที่นี่ทำไมเหรอ?”
“ผมมาหาพี่สาว!” เวินเจ๋อจับมือเจี่ยนอีหลิงด้วยมือเล็กๆของตัวเอง จากนั้นก็แนะนําเจี่ยนอีหลิงกับหยูซิงอย่างจริงจัง “พี่สาวหยู เธอคนนี้เป็นพี่สาวของผม เป็นลูกพี่ลูกน้องของผม พ่อของผม เป็นพี่ชายแท้ๆ ของแม่พี่สาวหลิง! ต่อไปนี้พี่สาวหยูช่วยเสี่ยวเจ๋อดูแลเธอได้ไหม?”
“ที่แท้เธอก็เป็นพี่สาวของเสี่ยวเจ๋อนี่เอง ยีนของครอบครัวพวกเธอนี่ดีจริงๆ ไม่ว่าจะหนึ่งหรือสองคนก็เป็นอัจฉริยะทั้งนั้น” หยูซิงพูดด้วยรอยยิ้ม
“พวกคุณ…รู้จักกันเหรอ?” เจี่ยนอีหลิงถาม
“พี่สาว ผมเป็นสมาชิกขององค์กรฉุนอวี้ด้วยนะ!” ใบหน้าเล็กๆ ของเวินเจ๋อเต็มไปด้วยความภูมิใจที่จะแนะนําตัวตนของเขาให้กับเจี่ยนอีหลิง “ระดับ C เลยนะ!”
แถมเขายังเป็นระดับ C อีกด้วย!
ตอนนี้ใบหน้าของลูซี่ที่ยืนอยู่ก็ดูแย่ลงยิ่งขึ้น
เวินเจ๋อเป็นอัจฉริยะรุ่นเยาว์ที่แสดงความสามารถทางฟิสิกส์อันน่าทึ่งตั้งแต่อายุยังน้อย
เมื่อสองปีที่แล้ว ตอนที่เขาอายุแค่เจ็ดขวบ เขาผ่านการทดสอบขององค์กรฉุนอวี้ และกลายเป็นสมาชิกขององค์กรฉุนอวี้
แม้ว่าตอนเข้าร่วมเขาจะอยู่ในระดับ E แต่เขาก็ได้รับการเลื่อนตําแหน่งเป็นระดับ C ในเวลาเพียงสองปี
“พี่สาวไม่ต้องห่วง ผมจะปกป้องพี่สาว จะไม่ให้ใครมารังแกพี่สาวแน่นอน!” เวินเจ๋อตบหน้าอกตัวเองเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับเจี่ยนอีหลิงซี
น้องชายเพียงคนเดียวได้ปรากฏตัวแล้ว ทุกคนมาตั้งตารอคอยกันเถอะ
บทที่ 1026 อัจฉริยะตัวน้อยช่างพูด
เวินเจ๋อมองไปที่อีกสองคนซึ่งเดินออกมาจากห้องปฏิบัติการอย่างระมัดระวัง เป็นฉินชวนกับลูซี่
“ต่อไปนี้พวกคุณห้ามเข้าใกล้พี่สาวผม” เวินเจ๋อพูดกับทั้งสองคน
เขาทําการบ้านก่อนที่จะมาที่นี่ และได้แบ่งคนรอบข้างพี่สาวของตัวเองออกเป็นประเภทต่างๆ
แบ่งออกเป็น :
1.พูดคุยด้วยได้ แต่ไม่สัมผัส
2.จับมือได้เท่านั้น
3.พูดด้วยแล้วน่ารําคาญ
4.เห็นแล้วน่ารําคาญ
ในการจัดประเภทของเขา ทั้งฉินชวนและลูซี่อยู่ในประเภทที่ 4 และมันก็น่ารําคาญจริงๆ เมื่อเห็นพวกเขา
“เธอมาสั่งฉันทําไม?” ลูซี่ถาม
“อย่ามาคุยกับผมนะ คุณอยู่ระดับ E อ่อนแอเกินไป ผมกลัวว่าตัวเองจะพูดเรื่องที่เก่งเกินไป แล้วคุณจะฟังไม่เข้าใจ!”
จากนั้นเวินเจ๋อก็ชี้ไปที่ฉินชวนและพูดว่า “คุณเองก็ด้วย อย่าใช้สายตาแบบนั้นมองพี่สาวสิ มันไม่ดีนะ! พี่สาวของผมเป็นเด็กดี ไม่เหมือนกับปีศาจที่ยืนอยู่ข้างๆ คุณ พี่สาวไม่สนใจผู้ชายคนอื่น เพราะว่าเธอหมั้นแล้ว คุณหว่านเสน่ห์ไปทั่ว จะทําให้พี่สาวถูกเข้าใจผิดไม่ได้! ไม่อย่างนั้นพี่สาวของผมก็จะถูกใส่ร้ายอีก เข้าใจไหม?”
ปริมาณคําพูดของเวินเจ๋อพูดในหนึ่งลมหายใจน่าจะเป็นปริมาณคําพูดตลอดทั้งวันของเจี่ยนอีหลิง
หลังจากที่พูดจบ เวินเจ๋อหันหน้ามาแล้วจับมือเจี่ยนอีหลิง “พี่สาวไปกันเถอะ! กลับบ้านกัน! ผมจะหาของอร่อยๆให้พี่สาว!”
เจี่ยนอีหลิงจัดการทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้ว จึงปล่อยให้เด็กคนนี้ลากตัวเองออกไป
เวินเจ๋อตามเจี่ยนอีหลิงกลับไปที่บ้านของเธอและจ่ายหวินเชิง
เวินเจ่อสั่งให้คนน่ากระเป๋าเดินทางของเขามาส่ง
เขาเก็บสัมภาระหลังจากที่ได้รับโทรศัพท์จากเวินเหยียน
“ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผมจะอยู่ที่นี่ เพื่อจะได้เป็นบอดี้การ์ดให้พี่สาวได้ตลอด 24 ชั่วโมง!”
“ไม่จําเป็น ที่นี่มีบอดี้การ์ดหลายคนแล้ว” เจี่ยนอีหลิงรู้สึกว่ามันไม่ค่อยดี
แม้ว่าเธอจะไม่ได้เกลียดลูกพี่ลูกน้องคนนี้ แต่ถ้าต้องอยู่ด้วยกัน…
“แบบนั้นไม่ได้ ภารกิจที่พี่เหยียนมอบหมายให้ ผมต้องทําให้เต็มที่ทั้งคุณภาพและปริมาณบอดี้การ์ดคนอื่นๆไม่เหมือนกับผม ผมเก่งกว่าพวกเขา!”
เวินเจ่อนั่งลงบนโซฟาในห้องนั่งเล่น แล้วเริ่มมองไปรอบๆ
หลังจากท่าความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมแล้ว เวินเจ๋อก็เดินเข้าไปในห้องครัวและเริ่มท่าขนมหวาน
เด็กชายตัวเล็กๆ ที่อายยุน้อยกว่าเจี่ยนอีหลิงกําลังยุ่งอยู่กับห้องครัวอย่างถูกวิธี
หลังจากนั้นไม่นาน เวินเจ๋อก็หยิบทาร์ตไข่ร้อนๆ ออกมาจากเตาอบ สีเหลืองทองกรอบ หอมหวานและน่าดึงดูด
“พี่สาวกินนี่สิ ผมไปเรียนทําขนมหวานมาเมื่อสองอาทิตย์ก่อน ผมรู้ว่าพี่สาวชอบกินของหวาน ก็เลยทําให้พี่สาวของชิมดู ถ้าพี่สาวชอบอะไรอีกก็บอกผมเลยนะ ผมจะไปเรียนเพิ่มเอง” เจี่ยนอีหลิงกัดทาร์ตไข่ที่เวินเจ๋อทําเข้าไปคําหนึ่ง มันอร่อยมาก ไม่ได้ด้อยไปกว่าที่ขายข้างนอกเลย
“อร่อย” เจี่ยนอีหลิงประเมินตามความเป็นจริง
“ฮิฮิ บอกแล้วว่าผมเก่งกว่าบอดี้การ์ดทั่วไป” เวินเจ๋อยิ้ม คิ้วของเขาโค้งงอขึ้น ดูน่ารักและขึ้เล่น
เวินเจ๋อหักข้อนิ้วของตัวเองและเริ่มบอกเจี่ยนอีหลิงเกี่ยวกับสิ่งที่เขาสามารถทําได้ “ผมทําขนมได้ ทําความสะอาดได้ เทควันโดก็เป็นได้ด้วย แต่แน่นอนว่าความสามารถหลักของผมคือฟิสิกส์และหนังสือที่อ่านเมื่อเร็วๆนี้ เป็นทฤษฎีสัมพัทธภาพ
“แต่…” เจี่ยนอีหลิงมองใบหน้าน่ารักของเวินเจ๋ออย่างลังเล
เมื่อเห็นว่าเจี่ยนอีหลิงยังไม่ยอมตกลง ใบหน้าเล็กๆ ของเวินเจ๋อก็เศร้าลง “พี่สาวไมชอบเสี่ยวเจ๋อใช่ไหม? เสี่ยวเจ๋อไม่ดีพอเหรอ?”
“ไม่ใช่…” เจี่ยนอีหลิงปฏิเสธเรื่องแบบนี้ไม่เก่ง โดยเฉพาะกับเด็กน่ารัก