เธอเปลี่ยนไปเป็นเจ้าพ่อ - ตอนที่ 1023-1024
เธอเปลี่ยนไปเป็นเจ้าพ่อ บทที่ 1023 การจัดอันดับ 2
ฉินชวนถามเธออย่างใจเย็น “แต่เธอก็ยังท่า เพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง โดยให้คนอื่นเสียสละชีวิตเพื่อตัวเองและถือเอาผลประโยชน์ของตนเองสําคัญกว่าชีวิตของคนอื่น แล้วเธอมีคุณสมบัติอะไรที่จะมาโต้แย้งเพื่อตัวเองงั้นเหรอ?”
ลูซี่ไม่สามารถโต้แย้งคําพูดของฉินชวนได้ ปลายนิ้วของเธอเหน็บหนาวลงเล็กน้อย ฉินชวนรออยู่ข้างนอกนานกว่าครึ่งชั่วโมง และเจี่ยนอีหลิงก็ออกมาจากข้างใน หยูซิงยิ้มและพูดกับฉินชวนและลูซี่ที่อยู่นอกประตูว่า “มิสเจี่ยนผ่านการประเมินแล้ว และตอน นี้เธอเป็นสมาชิกระดับ D ขององค์กรฉุนอวี้ของพวกเราแล้ว”
สมาชิกขององค์กรฉุนอวี้แบ่งออกเป็น 5 ระดับ ได้แก่ A B C D E ระดับ A จะเป็นระดับที่สูงสุดที่มีจํานวนคนน้อยที่สุด และระดับ E คือระดับต่ําสุดและมีจํานวนคนมากที่สุด
ยิ่งระดับสูงขึ้นเท่าไร ก็ยิ่งใกล้ชิดกับแกนกลางขององค์กรมากขึ้นเท่านั้น
ข้อสรุปของหยูซิงทําให้สีหน้าของลูซี่เปลี่ยนไป
“ทําไมเธอถึงได้รับระดับ D ทันทีที่เธอเข้าร่วมล่ะ? เธอไม่เคยมีส่วนร่วมกับองค์กรเลยแม้แต่น้อย” ลูซี่คัดค้าน
ตัวของเธอเป็นสมาชิกระดับ E
ทําไมเจี่ยนอีหลิงถึงมีระดับที่สูงกว่าเธอล่ะ?
มีสมาชิกขององค์กรฉุนอวี้ ไม่กี่คนที่ได้รับการจัดอันดับเป็นระดับ D ทันทีที่พวกเขาเข้าร่วม ส่วนใหญ่จะได้รับการจัดอันดับเป็นระดับ E หลังจากที่เข้าร่วม และจะได้รับการเลื่อนตําแหน่ง หากพวกเขามีส่วนร่วมในสมาคมเท่านั้น
หยูซิงอธิบายอย่างอดทนว่า “ในกรณีนี้ การจัดอันดับขององค์กรของเราในด้านความสามารถเฉพาะด้านนั้นค่อนข้างสูง และมิสเจี่ยนอยู่ในอันดับต้นๆในด้านการผ่าตัด”
เจี่ยนอีหลิงอยู่ในอันดับต้นๆในด้านการผ่าตัด แต่ลูซี่ไม่ได้อยู่ในระดับต้นๆของด้านคณิตศาสตร์
ลูซี่รู้สึกว่าตัวเองถูกตบหน้าอย่างมองไม่เห็น
หยูซึงถามฉินชวนและลูซี่ “พวกเธอมีอะไรที่จะคุยกับมิสเจี่ยนหรือเปล่า?”
ฉินชวนแสดงความยินดีกับเจี่ยนอีหลิง “ยินดีกับเธอด้วย”
เจี่ยนอีหลิงกระซิบตอบกลับว่า “อือ”
ลูซี่หันหน้าหนีอย่างเย่อหยิ่ง เธอไม่มีอะไรจะถาม แต่เธอก็ยังไม่เชื่อ
จากนั้นหยูซิงก็ส่งแท็บเล็ตอันใหม่เอี่ยมให้กับเจี่ยนอีหลิง
“นี่คือแท็บเล็ตรุ่นพิเศษขององค์กรของเรา” หยูซิงกล่าวกับเจี่ยนอีหลิง
มีเพียงระบบเดียวที่เป็นระบบเฉพาะที่เชื่อมโยงกันขององค์กรของพวกเขา
แท็บเล็ตทางานโดยการจดจําใบหน้า หลังจากที่เจี่ยนอีหลิงกลายเป็นสมาชิกขององค์กรอย่างเป็นทางการแล้ว ข้อมูลใบหน้าของเจี่ยนอีหลิงจะถูกป้อนเข้าสู่ระบบ และเธอจะสามารถเปิดคอมพิวเตอร์แท็บเล็ตของเธอโดยเฉพาะได้
เจี่ยนอีหลิงคลิกที่แท็บเล็ตและเปิดหน้าจอเครือข่ายขององค์กรซึ่งมีฟังก์ชันแชทและฟังก์ชันอื่นๆ
เจี่ยนอีหลิงเห็นว่ามีระบบรับภารกิจอยู่ด้านบน เป็นภารกิจที่ผู้บริหารระดับสูงขององค์กรประกาศออกมา และสมาชิกสามารถเลือกเข้าร่วมได้
งานเหล่านี้ที่โพสต์บนแถบงานจะเป็นงานทั่วไป และงานระดับสูงจะดําเนินการโดยสมาชิกหลักที่ติดต่อกับสมาชิกโดยตรง
องค์กรวิจัยวิทยาศาสตร์ธรรมชาติฉุนอวี้ จะไม่บังคับให้สมาชิกทําอะไร และสมาชิกมีหน้าที่อื่นๆ
มีอาจารย์มหาวิทยาลัย นักวิจัยจากสถาบันวิจัยทางวิทยาศาสตร์อื่นๆ นักศึกษาที่มีความสามารถ และบุคลากรชั้นนําของวงการอื่นๆ
หยูซิงยิ้มและพูดกับเจี่ยนอีหลิงว่า “มิสเจี่ยน แม้ว่าองค์กรของเราจะไม่มีข้อจํากัดใดๆเกี่ยวกับสมาชิกและดูเหมือนจะอิสระ แต่ทรัพยากรที่ทางเราสามารถจัดหาให้กับเธอได้นั้นเหนือ จินตนาการของเธอแน่นอน”
ในตอนที่หยูซิงพูดใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความมั่นใจ
เธอมีความมั่นใจเพียงพอ และความมั่นใจของเธอก็ได้รับมาจากองค์กรฉินอวี้ องค์กรวิจัยวิทยาศาสตร์ธรรมชาติฉินอวี้ เป็นมากกว่าองค์กรธรรมดาทั่วไป
บทที่ 1024 การจัดอันดับ 3
ว่ากันว่าองค์กรนี้ก่อตั้งขึ้นโดยเจ้าพ่ออันดับต้นๆของโลกจํานวนมากและสมาชิกหลักขององค์กรคือบุคคลสําคัญของแปดยักษ์ใหญ่
นี่คือเหตุผลที่แม้แต่ลูซี่ยังต้องเข้าร่วม
“อือ” เจี่ยนอีหลิงอาจได้ยินจากเฟิงเหว่ยว่านอกจากอุปกรณ์และวัสดุที่องค์กรนี้สามารถจัดหาสําหรับคนจํานวนมากได้แล้ว ที่นี่ยังมีเครือข่ายเงินทุนและอํานาจอีกด้วย
โดยทั่วไปแล้ว สมาชิกระดับ E สามารถรับได้เฉพาะงานบนแพลตฟอร์มและไม่สามารถเข้าถึงงานหลักใดๆขององค์กรได้
หากต้องการติดต่องานหลักขององค์กรจะต้องเป็นสมาชิกที่อยู่ในระดับไม่น้อยกว่าระดับ C
และหากต้องการติดต่อกับสมาชิกหลักจะต้องเป็นสมาชิกระดับ A
ลูซี่เตือนเจี่ยนอีหลิง “แม้ว่าองค์กรฉุนอวี้จะไม่มีข้อกําหนดสําหรับสมาชิก และดูเหมือนว่าจะอิสระ แต่ก็มีกฎอยู่ เธอต้องอ่านกฎเหล่านี้อย่างละเอียดและไม่ทําสิ่งที่ละเมิดกฎขององค์กร” เจี่ยนอีหลิงไม่สนใจลูซี่
เธอทําให้ลูซี่โกรธเพราะเธอทําราวกับไม่ได้ยินอะไรเลย
ลูซี่เกลียดการถูกเมิน ความเย่อหยิ่งของเธอที่แสดงออกต่อหน้าคนนอกไม่สามารถปกปิดความต่ำต้อยในส่วนลึกในใจของเธอได้
“เจี่ยนอีหลิง ฉันเป็นรุ่นพี่เธอนะ เธอทําเป็นไม่สนใจฉันแบบนี้ มันไม่มากเกินไปงั้นเหรอ?” “ฉันไม่เคยรู้เลยว่า ระดับความอาวุโสขององค์กรฉุนอวี้พิจารณาตามเวลา” ฉินชวนปฏิเสธค่าพูดของลูซี่อย่างไม่สุภาพ
องค์กรฉุนอวี้มีพื้นฐานทางทฤษฎีแบบลําดับชั้น ไม่มีสิ่งที่เรียกว่ามาก่อนมาหลัง
ลูซี่มองฉินชวน “นายเป็นห่วงเธอมากเลยเหรอ? ฉันเพิ่งพูดกับเธอไปเอง นายรอไม่ไหวที่จะปกป้องเธอแล้วใช่ไหม?”
“เธอช่วยฉัน มากกว่าหนึ่งครั้ง เพราะครั้งที่แล้วฉันก็ยังติดค้างเธออยู่ ก็เป็นเรื่องปกติที่ฉันต้องปกป้องเธอไม่ใช่เหรอ?”
“ฉันกลัวว่านี่ไม่ใช่เหตุผลเดียวหรอกใช่ไหม?”
หยูซิงยิ้มและกล่าวว่า “แม้ว่าองค์กรจะไม่แทรกแซงความสัมพันธ์ส่วนตัวระหว่างสมาชิก แต่ก็หวังว่าพวกเธอจะเข้ากันได้ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ในอนาคตนะ”
เจี่ยนอีหลิงไม่ได้ฟังการสนทนาของพวกเขา เธอให้ความสนใจไปที่หน้าจอแท็บเล็ต
หลังจากนั้นไม่นาน เธอก็ชี้ไปที่ภารกิจบนแท็บเล็ตและถามหยูซิงว่า “ตอนนี้ฉันรับภารกิจได้แล้วใช่ไหม?”
หยูซึงถามเจี่ยนอีหลิงด้วยความประหลาดใจว่า “เธอต้องการจะเข้าร่วมภารกิจตอนนี้งั้นเหรอ?”
“ไม่ได้เหรอคะ?”
“ไม่ใช่ว่าไม่ได้หรอก ตอนนี้เธอมีเวลามากพอแล้วใช่ไหม? ภารกิจที่เธอเลือกนั้นใช้เวลานาน แล้วโรงพยาบาลลั่วไห่เซินอาจต้องการตัวเธอเมื่อใดก็ได้ไม่ใช่เหรอ?”
“ไม่เป็นไร พวกเขาจะไม่ไล่ฉันออก” เจี่ยนอีหลิงตอบ
จะไม่ไล่เธอออกงั้นเหรอ?
เธอไปเอาความมั่นใจมาจากไหน?
หยูซิงแค่เตือนเจี่ยนอีหลิง “งั้นก็ได้ เธอสามารถจัดเวลาด้วยตัวเองได้เลยนะ”
ฉินชวนชักชวน “เธอควรเริ่มต้นด้วยภารกิจง่ายๆ ปัจจัยความยากของงานที่เธอเลือกนั้นมีมากมาย ต้องใช้เวลา ความพยายาม เป็นอย่างมาก และมีโอกาสสูงที่จะเกิดความล้มเหลว”
ฉินชวนกังวลเกี่ยวกับร่างกายของเจี่ยนอีหลิง
เขารู้ว่าเธอสุขภาพไม่ดีตั้งแต่ที่เธอพาแม่ไปหาหมอ
“แค่นี้เอง”
เสียงของเจี่ยนอีหลิงยังคงนุ่มหวาน อ่อนหวาน เหมือนสายไหม แต่เธอมีทัศนคติที่มั่นคง นี่เป็นภารกิจที่เธอเลือกมาเป็นพิเศษ
เธอต้องการเลื่อนขั้นโดยเร็วที่สุดและเข้าถึงทรัพยากรหลักขององค์กร
ฉินชวนขมวดคิ้ว “เธอต้องระวังร่างกายของตัวเองและจัดเวลาให้เหมาะสม และอย่าปล่อยให้ตัวเองหางานหนักเกินไป”
ฉินชวนไม่รู้เหตุผลที่เจี่ยนอีหลิงยืนกรานที่จะทําแบบนี้ แต่เขารู้ดีว่าเมื่อเธอตัดสินใจบางอย่างไปแล้ว มันจะไม่เปลี่ยนแปลงง่ายๆ