cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

เด็กม.ปลายสายม็อบอย่างผมจะกลายเป็นสายเรียลได้ไหมถ้าเป็นนักผจญภัย - ตอนที่ 54 เด็กเหลือขอที่ถูกปลดปล่อย

  1. Home
  2. All Mangas
  3. เด็กม.ปลายสายม็อบอย่างผมจะกลายเป็นสายเรียลได้ไหมถ้าเป็นนักผจญภัย
  4. ตอนที่ 54 เด็กเหลือขอที่ถูกปลดปล่อย
Prev
Next

บทที่ 2 ตอนที่ 27

 

「จะว่าไปแล้ว ในระดับชั้นของรุ่นพี่ดูจะมีนักเรียนย้ายส์มาสินะคะ」

 

    หลังเลิกเรียน ขณะที่พวกเรากำลังคุยกันเรื่อยเปื่อยอยู่ที่ร้านอาหารครอบครัวร้านประจำ จู่ๆอันนาก็เอ่ยขึ้นมา

 

「ก็ดูจะเป็นแบบนั้นนะ」

 

    ตอบไปอย่างเรียบเฉยขณะที่หยิบมันฝรั่งทอดขึ้นมา อันนาเอียงคอด้วยความสงสัย

 

「อาเร๊ะ? ดูจะไม่ค่อยสนใจเลยส์นะคะ ถ้าเป็นช่วงม.ต้นก็ว่าไปอย่างแต่นักเรียนที่ย้ายมาช่วงม.ปลายนี่ออกจะหายาก ไม่รู้สึกตื่นเต้นอะไรหน่อยเหรอส์คะ?」

 

    มันก็จริง ทำการพยักหน้ารับ ความจริงแล้วตอนที่ได้รู้เรื่องนักเรียนย้ายมาก็มีตื่นเต้นอยู่

    ในมังงะกับไลท์โลเวล นักเรียนย้ายมาถือได้ว่าเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นธรรมดา แต่ในความเป็นจริงนั้นเป็นเรื่องหายาก

    แตกต่างจากม.ต้นที่สามารถย้ายโรงเรียนได้โดยไม่ต้องมีเงื่อนไขอะไร แต่ในม.ปลายมันมีเรื่องอย่างหน่วยกิตและความสามารถทางการศึกษาเข้ามาเกี่ยวด้วย ไม่ใช่อะไรที่สามารถทำได้ง่ายๆ

    แต่ว่า…..

 

「นักเรียนแลกเปลี่ยนที่ว่านั่น มีข่าวลือว่าเป็นหนุ่มหล่อพอตัว  จนแม้แต่สาวๆของห้องชั้นอุตส่าห์ถ่อไปดูด้วยเลยค่ะ」

「อา…..อย่างงี้นี่เอง」

 

    ด้วยคำของโอริเบะ อันนาทำการมองผมแล้วพยักหน้าเห็นด้วย

 

「โอ่ย สีหน้าแบบนั้นมันอะไรกัน ทำยังกับว่ากำลังมองดักแด้ที่ยังไม่ลอกคราบอยู่น่ะ!」

「แหม ไม่ได้มองแบบนั้นส์ซักหน่อย….. รุ่นพี่เนี่ย มีปมกับหน้าตาจนน่าตกใจเลยนะคะ…..ทั้งๆที่ไม่ได้น่าเกลียดอะไรขนาดนั้นเลย」

 

    อันนามองมาด้วยสายตาแสดงความเห็นใจ

    ผมก็ -หึ- ฮึดจมูกแล้วถามคำถามกลับ

 

「งั้นถ้าผมสารภาพรักกับเธอแล้ว จะตอบตกลงไหมล่ะ?」

「ขอโทษด้วยค่ะ」

「อย่าให้คำตอบกลับมาในทันทีเซ่! อย่างไวเชียว!」

 

    ถึงจะไม่ได้จริงจังแต่มันก็เจ็บปวดนะ!

    เมื่อผมตอบไปอย่างเคียดแค้น อันนาก็หัวเราะแล้วพูด

 

「ก็แหม~ ขอโทษด้วยค่ะ อันที่จริง มีข้อห้ามเรื่องรักๆใคร่ๆภายในชมรมนักผจญภัยอยู่ ปัญหาความรักมันเป็นสาเหตุทำให้ชมรมแตกได้ล่ะนะคะ」

 

    …..ห้ามเรื่องความรักภายในชมรม?

    ผมกับโอริเบะต่างมองหน้ากัน

    จู่ๆก็พูดเรื่องที่ดูยุ่งยากขึ้นมา ตอนที่เข้าร่วมไม่ได้พูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี่ไว้เลย ก็ไม่ได้เล็งสาวๆในชมรมหรืออะไรไว้หรอกแต่…..

    สื่อสารด้วยสายตากับโอริเบะ แล้วเธอก็ -พงก- พยักหน้าตอบรับ…..โย้ช จัดไป

    ผมทำการลุกขึ้นอย่างช้าๆแล้วพูด

   

「ห้ามเรื่องความรักภายในชมรมเหรอ? จริงเหรอเนี่ย ถ้างั้นคงต้องออกจากชมรมนักผจญภัยซะแล้วล่ะ」

「ว๊อท!?」

「ชั้นเองก็ต้องออกด้วย เพราะว่าชอบรุ่นพี่ยังไงล่ะ」

「ห๊าา!?」

 

    โอริเบะตามน้ำผม แล้วขณะที่กำลังจะลุกออกจากที่นั่ง อันนาก็รีบเข้ามาห้ามไว้

 

「ด-เดี๋ยเดี๋ยเดี๋ยเดี๊ยวก่อนสิ! เอ๊ตโต มุกไง! ก็แค่ล้อเล่นเอง! ไม่เอาน่า อย่าทำเป็นจริงเป็นจังไปสิ! ชั้นเองก็ยินดีรับเรื่องรักๆใคร่ๆและความสัมพันธ์ชายหญิงอยู่น้า! จัดไปกันให้เต็มที่ได้เลย!…..จ-จะว่าไปแล้ว ทั้ง 2 คนคบมานานแค่ไหนแล้ว…..?」

 

    อันนามีท่าทางเป็นห่วงจริงๆ ผมจึงแสยะยิ้มแล้วเผยความจริง

 

「ล้อเล่นหรอกน่า ก็แค่ถ้าเพิ่มกฏแปลกๆอะไรเข้ามาภายหลังก็เลยทำการเตือนเอาไว้เท่านั้นเอง」

「…..อ-อะไรกั~น แหม เป็นห่วงจริงๆน่ะเนี่ย ทั้งๆที่ผ่านพ้นความยากลำบากมาขนาดนั้นแล้ว แต่กลับจะมายุบชมรมกันเพราะเรื่องแบบนี้」

「ก็นะ แต่จะยุบหรือทำอะไรมันก็ไม่ได้อยู่ดีเพราะว่ายังไม่ทันได้สร้างเลยนี่นา」

 

    โอริเบะใช้หลอดดูดน้ำแล้วตบมุขมา ทำให้อันนาถึงกับคอตก

 

「ท้ายที่สุด แม้แต่กลุ่มก็ไม่ได้รับการอนุมัติส์เลย」

「ก็ช่วยไม่ได้ล่ะนะ…..มีนักเรียนสูญเสียขึ้นมาด้วยนั่นแหละ」

「อา อุตส่าห์วางแผนจับตัวคนร้ายแล้วได้รางวัลจากความสำเร็จเป็นการยอมรับทั้งที」

 

    ยัยนี่ วางแผนแบบนั้นเอาไว้จริงๆด้วยสินะ…..

 

「ก็นะ ถ้าหากว่าไขคดีเล็กๆมันก็คงเป็นไปได้ แต่คดีนี่มันใหญ่มากเกินไปน่ะสิ คงจะคิดกันไปว่าถ้าหากยอมรับผลงานที่ได้ทำการไขได้ไป นักเรียนคนอื่นบางคนจะไปทำเลียนแบบเอาได้」

「แต่ไหนแต่ไร…..ความจริงของคดีเองก็ยังเป็นปริศนาอยู่ด้วยค่ะ」

 

    พอโอริเบะพูดขึ้น ความเงียบอันหนักอึ้งก็เข้าปกคลุม

    หลังจากการต่อสู้กับหมาป่ากับลูกแพะทั้งเจ็ด ก็ผ่านมาแล้ว 1 เดือน

    ตัวผู้ใช้หมาล่าเนื้อยังคงไม่ได้สติ

    ด้วยการตรวจอย่างละเอียดของโรงพยาบาลก็ไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆต่อร่างกายและสมอง แต่กลับยังอยู่ในสภาวะโคม่าอย่างเป็นปริศนา

    ถ้าหากว่านี่คือผลข้างเคียงของการอัญเชิญอิเรกูล่าร์เอ็นเคาเตอร์แล้วล่ะก็ ก็มีความเป็นไปได้สูงว่าผู้ใช้หมาล่าเนื้อจะไม่ฟื้นกลับมาอีกเลย

    พูดอีกอย่างคือ ความจริงเกี่ยวกับผู้ใช้หมาล่าเนื้อว่ามีความคิดและจุดประสงค์อะไรที่ทำให้ก่อเหตุเหล่านี้ขึ้น จะไม่มีวันถูกเผยออกมาจากปากเจ้าตัว

    อย่างไรก็ดี ในตอนที่จับกุมตัวคนร้ายได้ก็มีบางอย่างได้กระจ่างขึ้นมาอยู่

    ตัวอย่างเช่นภูมิหลัง ชื่อจริงคือ ยากิ นานาโกะ อายุ 24 ปี เป็นหัวหน้ากลุ่มแอนตี้เขาวงกตหัวรุนแรง…..และเป็นลูกสาวของ อินุไค เรียวเฮย์ ผู้ที่ถูกสมาคมพระแม่ดาราจับบูชายัญ ชื่อยากินั้นเป็นนามสกุลของทางฝั่งแม่

    ท่ามกลางหลักฐานที่ตรวจยึดมาได้จากห้องของเธอ มีทั้งการ์ดและอุปกรณ์เวทที่เชื่อได้ว่าเป็นของที่แย่งชิงมาจากเหยื่อ ทั้งยังพบสแครปบุ๊ค(scrapbook)* เกี่ยวกับคดีความในอดีตที่เกี่ยวข้องกับสมาคมพระแม่ดารา และไดอารี่ที่อัดแน่นไปความไม่พอใจต่อสมาคม

    จากสิ่งเหล่านี้ ดูเหมือนว่ายากิจะเชื่อว่าพ่อของตนถูกฆ่าโดยสมาคมพระแม่ดารา ทั้งๆที่ไม่ได้เป็นคนของกลุ่มแอนตี้เขาวงกต

    ทว่าในความเป็นจริง อินุไค เรียวเฮย์ นับได้ว่าเป็นแกนนำของกลุ่มแอนตี้เขาวงกต แถมยังดูเหมือนว่าจะมีความใกล้เคียงในการเป็นผู้บงการเบื้องหลังการโจมตีสมาคมพระแม่ดาราอีกด้วย

    หรือก็คือ ภาพที่ยากิเชื่อว่าพ่อของตนเป็นเหยื่อผู้น่าสงสารนั้นเป็นเพียงแค่ภาพลวงตา

    ด้วยเหตุนี้ ในมุมมองสาธารณะ「การแก้แค้นต่อสมาคมพระแม่ดาราของกลุ่มแอนตี้เขาวงกต」เป็นที่ยืนยันออกมา

    ด้านสมาคมพระแม่ดารา จากที่เคยถูกปฏิบัติราวผู้ต้องสงสัย มาตอนนี้กลับกลายเป็นถูกปฏิบัติราวกับเหยื่อที่ถูกใส่ความโดยกลุ่มแอนตี้เขาวงกต

    พวกสื่อที่ราวกับว่าได้ลืมสิ่งที่ตัวเองได้ปฏิบัติกับสมาคมพระแม่ดาราราวกับผู้ต้องสงสัย ก็นำกิจกรรมการกุศลของสมาคม—-อย่างการเลี้ยงอาหารเด็กๆ, การช่วยคนไร้บ้านให้กลับสู่สังคมได้ด้วยการเป็นนักผจญภัย—-เริ่มนำออกมารายงาน แล้วไปโจมตีพวกแอนตี้เขาวงกตแทน

    ตามอินเทอร์เน็ตก็เช่นกัน ตาม SNS ที่มีคนดังๆอยู่ มีการออกความเห็นต่อต้านกลุ่มแอนตี้เขาวงกตกันอย่างแพร่หลาย

    ในบางความเห็นยังมีบอกว่า คดีการบูชายัญที่เกิดในอดีต เป็นการขัดแย้งกันเองภายในของกลุ่มแอนตี้เขาวงกต แล้วโยนความผิดไปให้สมาคมพระแม่ดารารึเปล่า…..? ไปไกลถึงขนาดนั้นเลย

    ด้านนักบุญของสมาคมพระแม่ดารา ที่มีใบหน้าสวยมากจนเทียบเท่าได้กับการ์ดทำให้เริ่มมีดึงดูดความสนใจไปในด้านนั้นด้วย ซึ่งในตอนนี้ก็ถูกทำจนเป็นราวกับไอดอลบนโลกอินเทอร์เน็ต เรื่องที่เธอเป็นคนกลุ่มลัทธิแล้วถูกมองไม่ดีใส่กลับกลายเป็นเรื่องอดีตไป

    …..แต่ว่าคำถามที่สำคัญๆอย่าง ผู้ใช้หมาล่าเนื้อไปได้การ์ดของอิเรกูล่าร์เอ็นเคาเตอร์มาจากไหน, หาเงินทุนและทรัพยากรจำนวนมากอย่างอนูบิสและการ์ดแรงค์ C มาได้ยังไง, และเหนือสิ่งอื่นใด ทำลายเขาวงกตได้ยังไง และเรื่องการมีอยู่ของการ์ดของอิเรกูล่าร์เอ็นเคาเตอร์ไม่แม้แต่จะถูกรายงานด้วย

    อย่างไรก็ดี เรื่องอนูบิสจำนวนมากนั้นหามาได้ยังไง พอจะมีความคิดอยู่ลางๆ

    ยังไม่รู้แน่ชัดจนกว่าจะได้『อุปกรณ์เวทแปลงการ์ด』มาลองใช้งานจริงๆ บางทีผมเองก็อาจจะทำได้ก็ได้

 

「ถือวิสาสะปฎิบัติตัวราวกับว่าเป็นผู้ต้องสงสัย แต่พอกลับกลายเป็นว่าไม่ใช่ก็ไม่แม้แต่จะขอโทษแล้วมาทำตัวเป็นฝ่ายเดียวกัน….. พวกสื่อนี่จริงๆเลย…..」

「กับพวกเราเองก็ทำกันหยั่งกับของเล่นด้วยเลยนี่นะ ทำไมถึงเอาแต่ถามว่าได้กินอะไรตอนเที่ยงหรือตอนเย็นด้วยล่ะ…..?」

「ตอนงานแข่งเองก็เป็นด้วยเหมือนกันสินะคะ รุ่นพี่…..」

 

    —-หลังจากเหตุการณ์ รอบๆตัวพวกเราก็มีเสียงอึกทึกขึ้นมามาก

    ผู้ที่จับอาชญากรร้ายแรงที่สังหารคนไปมากกว่า 100 คน แท้จริงแล้วคือกลุ่มเด็กนักเรียนม.ปลาย ยิ่งไปกว่านั้น ในกลุ่มเด็กนักเรียนม.ปลายนั้นยังมีนักเรียนชายที่ได้ขึ้นเป็นพาดหัวข่าวเมื่อหลายเดือนก่อน ที่เป็นผู้ค้นพบหวนคืนจิตวิญญาณ และลูกสาวของประธานดันเจี้ยนมาร์ท แถมด้วยเป็นเพื่อนร่วมชั้นของเหยื่อผู้กล้าหาญที่ทิ้งไดอิ้งเมสเซสไว้อีก….. เพราะงี้พวกสื่อเลยสนใจอย่างช่วยไม่ได้

    เรื่องราวที่ออกไปบน TV และนิตยสาร เขียนซะจนราวกับว่าพวกเราคือเพื่อนซี้ของชิชิโด และออกไปท้าทายผู้ใช้หมาล่าเนื้อก็เพื่อจะล้างแค้นให้การตายของเขา

    นอกจากนี้ พอถูกเปิดเผยว่าพวกเราบริจาคเงินค่าหัว 2 พันล้านเพื่อช่วยเหลือกลุ่มครอบครัวเหยื่อ กระแสมันก็ยิ่งพุ่งแรงขึ้นไปอีก

    สำนักพิมพ์ทั้งหลายจะต้องเขียนเหตุการ์ณที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ออกมาเป็นหนังสือแน่ๆ! ไม่ก็ อยากจะสร้างหนังไหม! ได้รับข้อเสนอทำนองนี้มามากมายแถมบางอันยังมาจากต่างประเทศด้วย แน่นอนว่าได้ปฎิเสธไปทั้งหมด

    อย่างไรก็ดี ความคิดที่บริจาคเงินรางวัลทั้งหมดไปเป็นของอันนา เธอว่า

 

「ถ้าหากทำเงินจำนวนมากจากบางสิ่งที่เกี่ยวข้องกับความตายของใครซักคนแล้วล่ะก็ มันจะนำพามาซึ่งความอิจฉาที่ไม่จำเป็นค่ะ เช่นนั้นแล้วมาบริจาคมันไปทั้งหมดเพื่อซื้อชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือที่มากกว่าจำนวนเงินจะซื้อได้กันเถอะค่ะ!」

 

    บอกมาว่างั้น

    ความกล้าที่จะลงทุนด้วยเงินจำนวนมากถึง 2 พันล้าน เป็นอะไรที่คาดหวังได้จากลูกสาวของบริษัทยักษ์ใหญ่

    อันที่จริงในตอนแรก ข้อมูลของปฎิบัติการจะถูกเก็บเป็นความลับ แต่ว่าก็มีใครบางคน—-น่าจะเป็นทีมอื่นที่เล็งรางวัลในการจับตัวอยู่—- ปล่อยข้อมูลที่เงินค่าหัวของผู้ใช้หมาล่าเนื้อคือ 1 หมื่นล้านให้รั่วไหลออกมา จนสถานการณ์เกือบจะลุกลามบานปลาย

    ถ้าหากว่าไม่ได้บริจาคเงินค่าหัวไปตามที่อันนาบอก เรื่องมันก็คงจะยุ่งเหยิงกันแล้วในตอนนี้

    ทางนี้เองก็ต้องเสี่ยงชีวิตเหมือนกัน เพราะงั้นจึงมีสิทธิที่จะรับเงินค่าหัว ทว่าหลักเหตุผลมันใช้ไม่ได้กับพวกที่ขับเคลื่อนด้วยความอิจฉาริษยา มันก็เลยช่วยไม่ได้

    ผลลัพธ์ ด้วยเงินจำนวนมากถึง 2 พันล้าน พวกเราก็ได้ซื้อชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือที่จะไม่มีวันหายไปให้กับตัวเอง

 

    ถ้างั้น หมายความว่าพวกเราทำงานกันฟรีๆงั้นเหรอ นั่นก็ไม่ใช่ซะทีเดียว

    การ์ดของอิเรกูลาร์เอ็นเคาเตอร์ที่ได้มาในตอนนั้น ถูกขายให้กับทางประเทศด้วยราคา 2 พันล้าน

    เงินรางวัลจากการพิชิตอิเรกูล่าร์เอ็นเคาเตอร์ในเขาวงกตแรงค์ C ก็คือ 1 พันล้าน เพราะงั้นนี่เท่าว่าได้มาถึง 2 เท่า

    ไม่ว่าใครก็สามารถเดาได้ว่า ส่วนต่าง 1 พันล้านนั้นก็คือเงินค่าปิดปากในเรื่องของการ์ดของอิเรกูลาร์เอ็นเคาเตอร์

    และเพื่อเป็นหลักฐานถึงเรื่องนั้น เจ้า 2 พันล้านนี่『เป็นเงินที่พวกเรามีกันอยู่แล้ว』ถูกปฎิบัติมาเช่นนั้น และแน่นอนว่าไม่ต้องเสียภาษี

 

    นอกจากนี้ ในการแบ่งเงิน 2 พันล้าน อากิระซังปฎิเสธที่จะรับไว้ด้วยเหตุผลว่าตัวเธอไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน จึงทำการแบ่งเป็น 4 ส่วนเท่าๆกันระหว่างพวกเราเอง

    ผมในตอนแรกเสนอว่า เนื่องจากอันนากับโอริเบะสูญเสียการ์ดแรงค์ C ของตัวเองไป เลยน่าจะหักออกมาเป็นค่าใช้จ่ายแล้วค่อยแบ่ง แต่พวกเจ้าตัวก็ปฎิเสธ

    เหตุผลก็ง่ายๆคือ「แบ่งกันให้แต่ละคนได้ 500 ล้านเลขสวยๆดีกว่า」บอกว่างั้น

    แต่ในความจริง เห็นได้ชัดว่าพยายามจะแบ่งเพื่อให้ผมได้มากกว่าแม้ซักเล็กน้อย เนื่องจากผมต้องเจอกับการสูญเสียอย่างหนักไปก่อนหน้าที่ปฎิบัติการจะเริ่มต้น

 

    ขณะเดียวกัน ค่าเข้าร่วมปฎิบัติการ 100 ล้านเยน ได้ถูกมอบให้มาตามที่ได้ตกลงไว้แต่แรก ครึ่งหนึ่งให้กับพวกอาจารย์ และอีกครึ่งหนึ่งกับชมรมนักผจญภัย

    เงินส่วนรวมของชมรมนักผจญภัยก็เลยตกประมาณคนล่ะ 16 ล้านเยน

    แน่นอนว่าผมเอาทั้งหมดเพื่อใช้คืนให้กับอาจารย์

    ค่าธรรมเนียมที่ใช้สำหรับคาบังเคิลดันเจี้ยนคือ 1 ล้านต่อคน แล้วเข้าไป 2 อาทิตย์ สาเหตุที่ให้คืนเงินเกินก็เพราะว่าอาจารย์ไม่ได้จัดการคาบังเคิลเลยซักตัวเดียว

    ตัวอาจารย์แค่ไปด้วยกันกับผมเฉยๆเพื่อที่จะให้ผมที่ปกติไม่สามารถเข้าเขาวงกตได้ สามารถที่จะเข้าไปได้ จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่จะรับผิดชอบค่าธรมเนียมในการใช้งานไปด้วย

 

「สุดท้ายแล้ว ก็ยังไม่รู้ว่าทำไมผู้ใช้หมาล่าเนื้อถึงปล่อยให้เหยื่อหนีไปทางบันไดอยู่ดี…..」

「หืม? นั่นมัน นึกว่ามีจุดประสงค์เพื่อให้เหยื่อได้ทิ้งไดอิ้งเมสเซสเอาไว้ซะอีก ไม่ใช่เหรอ?」

「อย่างที่เคยบอกไว้ก่อนหน้านี้ นั่นอาจจะเป็นเหตุผลแค่ครึ่งเดียว ถ้าหากว่ามีเป้าหมายแค่นั้น มันก็มีอีกหลายวิธีที่จะทำได้ มันจะต้องมีเหตุผลว่าทำไมผู้ใช้หมาล่าเนื้อถึงได้ยึดติดอยู่กับวิธีนี้เท่านั้นอยู่ค่ะ」

 

    เป้าหมายอีกครึ่งหนึ่ง…..นั่นมัน คือเป้าหมายที่แท้จริงของผู้ใช้หมาล่าเนื้องั้นเหรอ? หรือที่ไม่ได้หนีไปกบดานหลังจากที่ความสงสัยตกไปอยู่กับสมาคมพระแม่ดาราแล้ว ก็เพราะว่ามันยังไม่บรรลุเป้าหมายนั้น?

    ถ้ามันเป็นเช่นนั้น ก็หมายความว่าเป้าหมายเกือบที่จะบรรลุแล้ว นั่นก็เพราะในตอนนั้นผู้ใช้หมาล่าเนื้อ「บรรลุเป้าหมายแทบจะทั้งหมด」พูดออกมาเอง

 

「…..ซาโยะล่ะ คิดว่าเหตุผลคืออะไรงั้นเหรอ?」

 

    พออันนาถาม โอริเบะก็เอามือจับปลายคางเพื่อคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพึมพำออกมา

 

「…..สารอาหาร」

「เอ๋?」

「ไม่หรอก ไม่มีอะไร เหตุผลที่แท้จริง ในตอนนี้ก็ยังอยู่ในความมืดนั่นล่ะ เว้นแต่จะเกิดปาฎิหาริย์ขึ้นแล้วผู้ใช้หมาล่าเนื้อฟื้นขึ้นมา แต่…..」

「แต่?」

「การที่ผู้ที่ได้รับผลประโยชน์จากเหตุการณ์นี้มากที่สุดคือสมาคมพระแม่ดารา เรื่องนั้น เป็นที่สะกิดใจอยู่นิดหน่อย」

「……………」

 

    พวกเราไม่สามารถหัวเราะให้กับมันว่าคิดมากเกินไป หรือเป็นแค่ทฤษฎีสบคบคิดงี่เง่าไปได้

    ผู้ใช้หมาล่าเนื้อเก็บข้อมูลสำคัญอย่างแหล่งเงินทุนและการ์ดของอิเรกูลาร์เอ็นเคาเตอร์ไว้เป็นความลับ แต่กลับทิ้งการเชื่อมโยงต่อกลุ่มแอนตี้ดันเจี้ยนเอาไว้แทบจะทั้งหมด

    พวกเราที่ได้ไล่ตามมาตลอดจนกระทั่งได้เจอตัว อดคิดสงสัยไม่ได้ว่ารู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างแปลกๆ

 

「เอาล่ะ เรื่องน่าหดหู่เอาไว้แค่นี้พอ! มาคุยกันเรื่องแผนการอย่างต่อไปกันเถอะ!」

 

    -ป้าบ- อันนาตบมือแล้วพูดด้วยเสียงสดใส

 

「แผนการอย่างต่อไป?」

「มันก็ต้องเป็นการเตรียมพร้อมช่วงวันหยุดฤดูร้อนแน่นอนอยู่แล้วส์ไงค่ะ! อุตส่าห์เป็นวันหยุดยาวที่หายากทั้งที ไม่มีทางที่จะพลาดไปได้หรอกส์ค่ะ!」

 

    อันนายืนขึ้นทำท่าชูกำปั้นแล้วตอบอย่างเต็มกำลัง

 

「ความจริงแล้วมีวางแผนช่วงโกลเด้นวีคว่าจะทำค่ายฝึกกัน 3 วัน 2 คืน แต่มันก็ถูกใช้ไปหมดกับการสืบสวนคดีนั่นแหละค่ะ ระหว่างวันหยุดหน้าร้อนเนี่ย นักเรียนก็ต้องสนุกกับวัยรุ่นกันให้เต็มที่สิ ถ้างั้นแล้วมาวางแผนเข้าค่ายฝึกกันในเขาวงกตห่างไกลที่ปกติไปกันไม่ได้กันเถอะ!」

「โอ้~!」

 

    เข้าค่ายฝึกกับรุ่นน้องน่ารัก…..! แบบว่ามีความเป็นเรียจูสุดๆไปเลย!

    ปัญหาก็คือ กับแค่เหล่านักเรียน จะได้รับอนุญาตให้ไปค้างคืนกันเองรึเปล่า…..แต่อย่างน้อยพ่อแม่ของผมก็ไม่มีปัญหาอะไร

    สุดท้ายแล้ว เกี่ยวกับเหตุการณ์คดีในครั้งนี้ ผมก็ไม่ได้พูดอะไรให้กับพ่อแม่ฟังเลย แน่นอนว่าพอพ่อแม่มารู้ความจริงเข้าหลังจากที่ทุกอย่างจบลง ก็โมโหอย่างสุดๆ จนถึงจุดหนึ่งที่พยายามจะริบใบอนุญาตไปด้วยซ้ำ แต่ด้วยการดิ้นรนอย่างเอาเป็นเอาตายของผมก็เป็นผล ในที่สุดพ่อแม่ก็「ทำตามที่ชอบละกัน」ยกโทษให้(หรือต้องบอกว่าเลิกสนไปซะแล้ว)

    ก็นะ มันก็มีคนคนหนึ่งที่มีอิทธิพลอย่างมากในการโน้มน้าวพ่อแม่อยู่แต่…..ยังไงก็ตาม ผมก็ได้อิสระต่อเรื่องที่มีความเกี่ยวข้องกับนักผจญภัยแทบทั้งหมดมา

    ไม่รู้ว่าท่าทีของพ่อแม่ของพวกเธอเป็นยังไง แต่ด้วยความจริงที่ใบอนุญาตไม่ถูกยกเลิกแม้จะเป็นหลังเกิดเหตุการณ์ ก็คาดเดาได้ว่าท่าทีก็คงจะคล้ายๆกับของผม

    ด้วยเหตุนี้ ตัวค่ายฝึกเองน่าจะไม่เป็นอะไร แต่ว่าจะมีปัญหาหรือต้องบอกว่ามีข้อกังวลอยู่ 1 อย่าง

 

「ค่ายฝึกมันก็ดีอยู่หรอกแต่ เธอ การสอบประจำภาคจะไม่เป็นอะไรเหรอ? โรงเรียนของพวกเราถ้าสอบตกก่อนหน้าวันหยุดฤดูร้อน จะต้องเข้าเรียนเสริมนะ」

「อุ……….!」

 

    พอผมใช้สายตาเชิงตำหนิจ้องพร้อมบอกไป ใบหน้าของอันนาก็กระตุกแล้วครางมาเบาๆ

 

「ม-ไม่เป็นอะไรหรอกส์ค่ะ! ชั้นมีแผนลับเอาไว้อยู่แล้วล่ะ!」

「แผนลับ?」

「ใช่แล้ว ชื่อของมันก็คือ…..แผนการ! อาจารย์ซาโยะ! ครั้งนี้เองก็ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยค่ะ!」

 

    แผนลับก็คือโอริเบะเรอะ…..ขณะที่ผมกำลังอึ้งอยู่ โอริเบะก็ใจกว้างหยักหน้าให้…..

 

「อุมุ ได้เลย คราวนี้ จะขอรับข้อเสนอเป็นวิชาละ 1 ล้านเยนละกันนะ」

「อึก…..!?」

 

    อันนาตาค้างพูดอะไรไม่ออก

 

「เดี๋- ไม่ว่าจะมองยังไงมันก็แพงเกินไปแล้ว! จนถึงเมื่อปีที่แล้วยังแค่วิชาละ 1 หมื่นเยนเองนี่นา!」

「โรงเรียนสอนพิเศษโอริเบะน่ะคิดค่าเล่าเรียนอย่างยุติธรรมโดยอิงจากรายได้ของผู้เข้าเรียนยังไงล่ะ」

「ยุติธรรม!? ตรงไหนกัน!?」

「ถ้าไม่อยากก็แล้วแต่นะ? ชั้นเองไม่ได้มีปัญหาอะไร ก็แค่รายได้พิเศษนิดหน่อยเท่านั้นเอง」

「อุงุงุงุ…..!」

 

    ขณะที่โอริเบะกำลังดื่มชาด้วยสีหน้าเรียบเฉย อันนาก็ครางด้วยความหงุดหงิด

 

「ข-ขอความกรุณาด้วยค่ะ…..!」

 

    แล้วก็ก้มหัวให้ไป

    อ-เอาจริงดิ…..วิชาละ 1 ล้านเยนเลยนะ

    ด้วยความสงสัย ผมจึงลองถามอันนา

 

「นี่ โอริเบะสอนเก่งขนาดนั้นเลยเหรอ?」

「ไม่หรอกค่ะ ก็นะ ที่สอนเก่งก็จริงอยู่ แต่ที่เก่งกว่าก็คือการคาดเดาข้อสอบต่างหากส์ การรวบรวมข้อมูลของพวกอาจารย์เนี่ยสมบูรณ์แบบเลย แต่ละครั้ง จะทำแบบทดสอบออกมา 3 รูปแบบสำหรับแต่ละวิชา ถ้าหากว่าสามารถทำมันได้หมดส์ล่ะก็ จะได้คะแนนเกือบเต็มเลยล่ะคะ」

「อ-เอาจริงดิ…..」

「ถ้าสนใจรุ่นพี่จะลองไหมล่ะคะ? ถ้าเป็นตอนนี้ล่ะก็สามารถสอนของปีสองได้นะคะ」

「สอนของปีสองก็ได้ด้วย!? โอริเบะสุดยอดไปเลยน้า….. ต-แต่ว่าวิชาละ 1 ล้านเยนนี่มันก็…..」

 

    อ-เอายังไงดีน้า~ ครั้งนี้เองก็คิดว่าน่าจะได้แถวๆค่าเฉลี่ย แต่ก็อยากได้เกรดดีๆเพื่อทำให้ภาพลักษณ์ที่มีต่อพ่อแม่ดีขึ้นมาซักนิดนึง….. แต่วิชาละ 1 ล้านก็มากเกินไป…..

    ขณะที่ผมกำลังคิดอยู่นั้นเอง…..

 

「…..ถ้าเป็นรุ่นพี่ล่ะก็ รับเป็นการจ่ายในรูปแบบอื่นก็ได้ค่ะ」

「โอ๋ จริงเหรอ? อะไรล่ะ? การ์ดแรงค์ D หรืออะไรเหรอ?」

「…..ซาโยะ」

「เอ๋?」

 

    พอผมถามไป เธอก็เกิดหน้าแดงขึ้นเล็กน้อยแล้วใช้เสียงเบาๆพูดออกมา

 

「ก-ก็บอกว่า ซาโยะไงค่ะ ทำไมทีอันนาถึงได้เรียกด้วยชื่อต้นได้ แต่ชั้นยังเป็นแค่นามสกุลอยู่เลย…..」

「โอ๋ โอ้…..! ข-ขอโทษที…..ไม่ได้มีความหมายอะไรหรอก」

 

    ผมรีบก้มหัวให้อย่างรวดเร็ว

    สงสัยว่าคงจะมีความรู้สึกถูกแปลกแยกล่ะมั้ง…..

    พอเห็นผมเป็นแบบนั้น เธอก็ยิ้มขึ้นมาจางๆ

 

「ถ้างั้น ให้เรียกชื่อต้นจะได้รึเปล่าคะ?」

「อ-อือ เข้าใจแล้ว ยินดีที่ได้รู้จักนะ ซาโยะ」

「อุ…..อุมุ ถ้างั้นค่าเล่าเรียนก็แค่นั้นแหละค่ะ」

「แต๊งค์กิ้ว!」

「…..ด-เดี๋ยวก่อนสิยะ!」

 

    ขณะที่บทสนทนากำลังจะมาถึงบทสรุป จู่ๆอันนาก็ตะโกนขึ้น

 

「เอ๋? ของชั้นเป็นวิชาละ 1 ล้านเยน แต่ของรุ่นพี่แค่ให้เรียกชื่อ!? ความไม่เท่าเทียมนี่มันอะไรกัน! อะ นี่หรือว่าจะเป็นพี่น้องที่พลัดพรากจากกันมานาน?」

 

    อันนาถามคำถามด้วยอารมณ์รุนแรงขนาดที่ว่าจะเข้าไปคว้าตัวได้ทุกเมื่อ โอริเบะจึงชูมือทั้งสองข้างขึ้นมาด้วยความรำคาญเพื่อหยุดเอาไว้

 

「เข้าใจแล้วเข้าใจแล้ว ถ้างั้นก็จะให้อันนาจ่ายวิธีอื่นด้วยละกัน」

「เอ๋? เย้! อะไรเหรออะไรเหรอ?」

 

    โอริเบะแสยะยิ้มให้อันนาที่ดีใจอย่างไร้เดียงสา

 

「—-ยกตำแหน่งประธานมาให้ชั้นซะ ที่นั่งนั้นมันคู่ควรกับชั้นมากกว่ายังไงล่ะ」

「โอ่ยยย!? หล่อนเองก็เล็งตำแหน่งประธานเหมือนกันงั้นเหรอเนี่ย! ไม่ยกให้หรอก! ตำแหน่งประธานน่ะเป็นของชั้น!」

 

    …..สนิทกันจังเลยน้า พวกเธอเนี่ย อะ เมื่อกี้เห็นกางเกงในด้วย!

    แล้ว ขณะที่กำลังมองเด็กสาว 2 คนกำลังหยอกล้อกันอยู่นั้นเอง

 

「—-ดูน่าสนุกจังเลยนะ ให้ผมเข้าร่วมด้วยจะได้รึเปล่า?」

 

    จู่ๆด้วยเสียงที่ไม่อาจระบุเพศได้ก็「เอ๋!?」หันหน้าไปหา

 

「อาจารย์!? ทำไมถึงได้!?」

 

    ที่ตรงนั้น มีอาจารย์ที่สวมชุดนักเรียนของโรงเรียนเราอยู่

 

「หรือว่า…..จะเป็นนักเรียนที่ย้ายมาในชั้นปีของรุ่นพี่」

 

    ด้วยคำของอันนา อาจารย์ก็ยิ้มให้แล้วทำการนั่งลง

 

「ผมเองก็ขอเข้าร่วมชมรมนักผจญภัยด้วยจะได้รึเปล่า?」

 

 

 

 

    —-ในคืนนั้น ได้ฝันเห็นอะไรแปลกๆ

 

    ภายในห้องที่มีแสงสลัวที่ส่องสว่างโดยแสงเทียนเท่านั้น หญิงสาวในชุดคลุมสีขาวกำลังสวดภาวนาอยู่ต่อหน้าสัญลักษณ์อะไรบางอย่าง

    ขณะนั้นเอง ชายหนุ่มที่อยู่ในชุดคลุมสีขาวเช่นเดียวกันก็เดินเข้ามา

    เมื่อหญิงสาวหยุดสวดภาวนาแล้วลุกขึ้นยืน ชายหนุ่มก็ส่งเสียงเรียกเธอ

 

「—–ต้องขออภัยขณะที่กำลังสวดภาวนาครับ」

「ไม่หรอกค่ะ เพิ่งจะเสร็จพอดีด้วย」

「…..ให้แก่เหล่าเหยื่อในครั้งนี้เหรอครับ?」

「ค่ะ ถึงแม้จะเพื่อจุดประสงค์ที่ใหญ่ยิ่งกว่า การเสียสละก็คือการเสียสละ」

「พวกเขานั้นสามารถยกระดับตัวเองจากคนเล็กจ้อย ไปเป็นส่วนหนึ่งของตัวตนที่ยิ่งใหญ่กว่าได้ ไม่จำเป็นต้องคิดมากหรอกครับ」

「ขอบคุณค่ะ」

 

    ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงเจ็บปวด แล้วปากของหญิงสาวก็เปลี่ยนเป็นรอยยิ้ม

 

「แล้ว? แผนการของทางนั้นดำเนินไปได้ด้วยดีรึเปล่า?」

「ครับ ต้องขอบคุณในความพยายามของสหาย สามารถรวบรวมพลังงานได้เพียงพอแล้ว แถมยังประสบความสำเร็จในการให้การ์ดนั้นแทรกซึมเข้าไปในระดับบนของกองกำลังป้องกันตัวเองด้วย ทั้งการชักจูงความคิดเห็นของสาธารณะก็เป็นไปได้ด้วยดี」

「งั้นเหรอค่ะ เช่นนั้นก็เป็นผลดีที่สุดแล้ว ถึงแม้การชักจูงความคิดเห็นของสาธารณะจะเป็นแค่ผลพลอยได้ ถ้ามันไปได้สวยก็ถือว่าดีแล้วล่ะนะ…..ต้องขอบคุณคู่สามีภรรยาชิชิโดซะแล้ว」

「ถึงแม้จะใช้การ์ดต้องสาปบงการการกระทำไปเล็กน้อย แต่ตัวลูกชายก็ทำได้ดีกว่าที่คาดเอาไว้ครับ」

「ค่ะ ความทุ่มเทของพวกเขาจะไม่สูญเปล่า」

「—-จะว่าไปแล้ว ที่จับตัวยากิได้ นักเรียนม.ปลาย…..เกี่ยวกับคิทากาว่าคุงจะเอายังไงครับ?」

「คิทากาว่า? …..อา คนที่มี『การ์ดคีย์ที่ถูกทิ้ง』เอาเถอะ ปล่อยไปก็ได้」

 

    พอหญิงสาวพูดเช่นนั้น ชายหนุ่มก็มีท่าทีประหลาดใจเล็กน้อย

 

「แน่ใจแล้วเหรอครับ? การที่เขาวงกตถูกทำลายก็หมายความว่า ได้รับ『การ์ดคีย์ที่ชอบธรรม』เอาไว้ อีกอย่าง ไม่ใช่ว่าซาชิกิวาราชินั้น เป็นการ์ดต้องสาปอันมีค่าในความสามารถควบคุมโชคชะตาหรอกเหรอครับ?」

「ถึงจะเป็นการ์ดคีย์ที่ชอบธรรม มันก็ปลดปล่อยได้ถึงแค่เลเวล D เท่านั้น ถ้าหากฝ่าเข้าไปโดยใช้การ์ดคีย์ที่ถูกทิ้ง ความทรงจำก็จะถูกล็อคเอาไว้ ดังนั้นจึงไม่มีปัญหา ในส่วนซาชิกิวาราชิ เมื่อได้ถูกใช้เป็นการ์ดคีย์ไปแล้วรอบหนึ่ง คุณค่าของการ์ดคีย์ก็ไม่เหลืออีกแล้ว การควบคุมโชคชะตาก็ยังมีหนทางอื่นอยู่อีกด้วยล่ะนะ ในทางกลับกัน เนื่องจากอยู่ในความสนใจจากทางประเทศ มันจะเป็นการเสี่ยงมากกว่าที่จะฆ่าทิ้ง」

「อย่างงี้นี่เอง」

 

    ชายหนุ่มพยักหน้า

 

「นั่นก็จริง แผนการใกล้ที่จะสำเร็จแล้ว ไม่ควรจะทำอะไรที่ไม่จำเป็น」

 

    หญิงสาวหมุนตัวไปรอบๆราวกับกำลังเต้นรำ  มีรอยยิ้มอันน่าหลงไหลอยู่ที่บนใบหน้า

 

「—-เวลาได้มาถึงแล้ว พวกเราจะได้เป็นอิสระจากพันธนาการ และสรวงสวรรค์จะถูกสร้างบนผืนโลก อา ช่างวิเศษเหลือเกิน พระแม่ดาราของพวกเรา」

 

 

 

 

 

「ตื่นได้แล้ว~!!」

 

    —-ตู้ม!!

 

「อุ่ก…..!」

 

    ตอนเช้า ผมถูกปลุกด้วยการโจมตีอันรุนแรงที่หน้าท้อง

    พอลืมตาขึ้นมาพร้องร้องคราง เด็กสาวในชุดกิโมโนกำลังนั่งคร่อมที่ท้องของผมพร้อมรอยยิ้มซุกซน

 

「เร็นกะ…..」

 

    ผมพึมพำชื่อของเธอออกมา

 

「บอกแล้วใช่ไหมว่าให้เลิกปลุกแบบนี้น่ะ!」

「เห มันเป็นความผิดของนายเองต่างหากที่ไม่ยอมตื่นตอนที่ปลุกแบบนุ่มนวลในตอนแรกน่ะ」

 

    พอพูดมาแบบนั้น เร็นกะก็ขย่มตัวขึ้นๆลงๆราวกับว่ากำลังขี่ม้า ผมยอมแพ้ที่จะพูดเกลี้ยกล่อม แล้วยกตัวเธอออกจากเตียงไป

    อา~ บ้าจริง รู้สึกเหมือนฝันเห็นอะไรแปลกๆ แต่กลับมาปลิวหายไปหมดเลย

    เอาเถอะ มันก็แค่ฝันเพราะงั้นก็ช่างมัน

    จากนั้นจึงทำการมองไปรอบๆห้อง…..

 

「ให้ตายสิ ไม่ใช่ว่าบอกให้เก็บมังงะที่อ่านเสร็จแล้วหรอกเหรอ?」

 

    กับมังงะที่กระจัดกระจายอยู่รอบห้อง ทำให้ผมได้แต่ถอนหายใจ

 

「เดี๋ยวจะเก็บกวาดตอนนายไปโรงเรียนเองแหละ」

「ถึงจะพูดงั้น แต่ผมกลับมาบ้านทีไรก็ไม่เห็นจะเก็บกวาดเลยนะ」

 

    กุมขมับโดยไม่ทันรู้ตัว

 

「ฮ่า…..พอคิดว่าสามารถออกมาจากการ์ดได้แม้แต่นอกเขาวงกตก็มาทำอะไรตามใจไปหมดซะนี่」

 

    —-หลังการต่อสู้กับหมาป่ากับลูกแพะทั้งเจ็ด

    ด้วยเหตุผลบางอย่าง เร็นกะสามารถเข้า-ออกจากการ์ดได้อย่างอิสระแม้จะอยู่ภายนอกเขาวงกตก็ตาม

    แน่นอนว่ามันเกิดขึ้นเฉพาะกับเร็นกะ ยูคิกับซุซูกะและเหล่าการ์ดอื่นๆไม่สามารถทำได้

    ทำไมถึงมีเพียงเร็นกะเท่านั้นที่สามารถปรากฏตัวภายนอกเขาวงกตได้

    เหตุผลนั้นยังไม่เข้าใจ แต่มั่นใจว่าต้องเป็นเพราะการเปิดประตูสุดท้ายบานนั้นแน่ๆ

    ในตอนนั้น สัญชาตญาณมันถูกต้องแล้วที่เตือนไม่ให้เปิดประตู

    มันคือ พันธนาการสุดท้ายที่ใช้ผนึกเร็นกะเอาไว้

    เป็นไฟร์วอลล์(firewall)ที่ป้องกันผู้ใช้งานจากการแฮ็คของการ์ดต้องสาป

    นั่นคือตัวตนที่แท้จริงของประตูที่ผมได้เปิดออกไป

    ไม่มีอะไรอีกแล้วที่จะปกป้องผมจากเร็นกะ ถ้าหากว่าต้องการแล้วล่ะก็ เธอสามารถจะฆ่าหรือแม้แต่บงการจิตใจผมที่เป็นมาสเตอร์ได้อย่างง่ายดาย

    บางที…..แต่ว่า การ์ด『หมาป่ากับลูกแพะทั้งเจ็ด』ของผู้ใช้หมาล่าเนื้อเองก็อาจจะเป็นการ์ดต้องสาปด้วยก็เป็นได้

    ความจริงที่สามารถใช้สกิลภายนอกเขาวงกตได้ นั่นคือข้อพิสูจน์

    หรือว่าบางทีแล้ว ผู้ใช้หมาล่าเนื้อเองก็อาจจะเป็นแค่เหยื่อที่ถูกการ์ดควบคุม

 

    นอกเหนือจากนี้ ด้วยพันธนาการที่ถูกปลดออก สเตตัสของเร็นกะก็มีการเปลี่ยนแปลงด้วย

 

【เผ่า】ซาชิกิวาราชิ (เร็นกะ)

【พลังต่อสู้】1,500 (700 UP! MAX!)

【ทักษะติดตัว】

    – โชคดีและโชคร้ายคือเชือกที่มัดรวมกันแน่น

    – ซ่อนแอบ

    – เวทมนตร์ฟื้นฟูขั้นกลาง

 

【ทักษะเรียนรู้】

    – ผู้ถูกทอดทิ้ง (UNLOCK!)

    – ทำลายขีดจำกัด (UNLOCK!)

    – เนตรดารา

    – หวนคืนจิตวิญญาณ

    – จิตวิญญาณอิสระ

    – เวทมนตร์โจมตีขั้นกลาง

    – ลดการร่าย

    – ฟื้นฟูพลังเวท

    – มิตรภาพร่วมมือ

    – เวทมนตร์สถานะผิดปกติขั้นกลาง

 

 

    ผู้ถูกทอดทิ้งและทำลายขีดจำกัด นี่ก็คือสกิลที่ถูกปลดมาใหม่ของเร็นกะ

    ทำไม แม้แต่เร็นกะเองก็มีทำลายขีดจำกัดด้วย

    ผู้แท้จริงของยูคิ กับผู้ถูกทอดทิ้งของเร็นกะ…..อะไรคือความสัมพันธ์กันของสิ่งเหล่านี้

    แม้ว่าคดีจะถูกคลี่คลายไปโดยชั่วคราว แต่ปริศนาของการ์ดรอบๆตัวผมกลับยิ่งลึกมากขึ้นเรื่อยๆ

    แล้วในตอนนั้นเองประตูก็ได้เปิดออก ไอโผล่หน้าเข้ามาดู

 

「พี่จ๋า เร็นกะจัง คุณแม่บอกให้รีบมากินอาหารเช้ากันได้แล้วน้า~」

「โอ้! อาหาร!」

 

    พอไอมาส่งข่าว เร็นกะก็-ปื๊ง-ใบหน้าสดใสขึ้นมาทันที

    อย่างไรก็ดีแต่ว่า เกี่ยวกับเรื่องเร็นกะ ทุกๆคนในครอบครัวได้รู้กันหมดแล้ว

    สาเหตุก็เพราะ เหตุผลที่พ่อแม่ของผมอนุญาตให้เป็นนักผจญภัยต่อไปได้ก็คือเร็นกะล้วนๆ

    ครั้งแรกที่เธอปรากฏตัวออกมาก็คือตอนที่พ่อแม่รู้เรื่องราวของเหตุการณ์ในครั้งนี้ทั้งหมด เป็นตอนที่ผมถูกต่อว่าและถูกชกเข้าที่หน้าในชีวิตจริง

    ตอนใบอนุญาตกำลังจะถูกริบ เร็นกะจู่ๆก็ปรากฏตัวมาจากไหนก็ไม่รู้แล้ว「เรื่องหมอนี่ช่วยรอซักหน่อยเถอะ」บอกว่างั้น

    แน่นอนว่าทั้งพ่อแม่กับน้องสาวต่างก็ตกใจสุดๆ กับการปรากฏตัวของเด็กสาวในชุดกิโมโนที่ไม่น่าจะใช่มนุษย์อย่างแน่นอน ขนาดผมยังตกใจแทบตาย แถมมารุที่เห็นทั้งครอบครัวเป็นกันแบบนั้นก็สะดุ้งตกใจด้วย แล้วเร็นกะที่ได้ยินมารุเห่าก็ตกใจไปกันอีก ทุกๆคนต่างตกใจกันหมดเลย

    บางทีอาจจะเพราะความตกใจ ความโกรธของพ่อแม่ดูจะสงบลงไปชั่วคราว แล้วการประชุมกันภายในครอบครัวอย่างเงียบๆก็เริ่มต้นอีกครั้ง โดยรวมเธอเข้าไปด้วย

    ผลลัพธ์ที่ได้ ภายใต้เงื่อนไขที่ห้ามลงเขาวงกตในขณะที่เร็นกะลอสอยู่ และจะต้องแบ่งเงินสำหรับชุบชีวิตเร็นกะเอาไว้กับพ่อแม่เพื่อเป็นหลักประกัน ผมจึงได้รับอนุญาตให้ทำงานเป็นนักผจญภัยต่อได้

    ไม่รู้ว่าอะไรในตัวของเร็นกะที่พ่อแม่เห็นคุณค่าเอามากขนาดนั้น แต่ดูเหมือนจะคิดว่าตราบเท่าที่มีเธออยู่ อย่างน้อยก็เอาตัวรอดได้

    และแล้ว เร็นกะก็ได้รับการต้อนรับสู่บ้านของพวกเราในฐานะสมาชิกใหม่

    แน่นอนว่าเรื่องเกี่ยวกับเร็นกะเป็นความลับที่ใหญ่ที่สุดของบ้านเรา

    ที่น่าเป็นห่วงอย่างเดียวคือไออาจจะหลุดปากไปบอกเพื่อนๆเอาได้

 

「รีบไปเร็วเข้า อุทามาโร่ วันนี้มีแพนเค้กเป็นมื้อเช้านะ!」

「เข้าใจแล้วเข้าใจแล้ว」

 

    ผมยิ้มแห้งๆ ขณะที่เร็นกะใช้มือทั้ง 2 ข้างดึงมือผม และในขณะที่กำลังจะก้าวลงบันไดนั่นเอง

    —-วู้ม วู้ม-

    จู่ๆ สมาร์ทโฟนก็เริ่มสั่น พอเอามาดู เหมือนว่าจะเป็นสายโทรเข้าจากอันนา

    มีเรื่องอะไรตั้งแต่เช้าล่ะเนี่ย? ขณะที่เอียงคอก็ทำการรับสายโทรศัพท์แล้ว—-

 

『รุ่นพี่ เกิดเรื่องใหญ่แล้วส์ค่ะ!』

 

    คำแรกออกมาเป็นการตะโกนเสียงดังของอันนา

 

「เสียงดังไปแล้วนะ แล้วเกิดอะไรขึ้นล่ะ?」

 

    พอผมถามกลับไป อันนาก็ตะโกนมาด้วยความตื่นเต้น

 

『—-โรงเรียนของพวกเรา มีเขาวงกตปรากฏขึ้นมาค่ะ!』

 

    พอปัญหาอย่างหนึ่งจบไปก็พลันปรากฏขึ้นมาอีกอย่างหนึ่ง

    หน้าร้อนอันแสนวุ่นวาย กำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว

 

 

 

【Tips】การคุ้มกันของการ์ด

    การ์ดนั้น มีการคุ้มกันอยู่หลายชั้นเพื่อปกป้องมาสเตอร์ ไม่ว่าจะสาเหตุที่ทำไมการ์ดถึงฟังคำสั่งของมาสเตอร์, ทำไมการ์ดถึงให้ความสำคัญต่อความปลอดภัยของมาสเตอร์, ทำไมจิตใจของมาสเตอร์ถึงไม่ถูกแทรกแซงโดยการ์ดผ่านทางลิงค์, และทำไมการ์ดถึงไม่สามารถทำร้ายมาสเตอร์ได้…..นั่นก็เพราะการคุ้มกันนี้

    จากสิ่งเหล่านี้ การคุ้มกันของ『สิทธิการออกคำสั่งการ์ด』จะค่อนข้างอ่อน การถูกถอนออกโดยขึ้นอยู่กับจิตใจต่อต้านของการ์ด —-อย่างการได้รับสกิลต่อต้านอย่างปิดกั้นจิตใจ—-จึงมีความเป็นไปได้ แต่สำหรับการคุ้มกันอย่างการไม่สามารถทำร้ายมาสเตอร์จะมีความเข้มงวดอย่างมาก และไม่สามารถถอนออกโดยการ์ดปกติได้

    ทว่า การ์ดต้องสาปที่『ไม่ปกติ』สามารถบิดเบือนตัวเองและค่อยๆถอนการคุ้มกันนี้ออกไปได้

    การคุ้มกันสุดท้ายไม่สามารถถอนออกได้แม้ว่าจะเป็นการ์ดต้องสาป แต่หากเป็นความร่วมมือของมาสเตอร์เองแล้ว นั่นก็เป็นอีกเรื่อง

    ด้วยพันธนาการที่ถูกปลดออกทั้งหมด การ์ดจะสามารถปรากฏตัวออกมาได้ภายนอกเขาวงกต และอยู่นอกเหนือการควบคุมของมาสเตอร์

    การ์ดที่ได้รับอิสรภาพจะทำอะไรกับมาสเตอร์นั้น—-ก็ขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ที่มาถึงจุดนั้น

 

 

 

 

ข้อมูลเพิ่มเติม

สแครปบุ๊ค / Scrapbook

คือวิธีการเก็บรักษาความทรงจำ เรื่องราว ของบุคคล หรือ ครอบครัว โดยการใช้สิ่งพิมพ์ รูปภาพ และสิ่งต่างๆ ที่มีความทรงจำอยู่ เช่น ตั๋วหนัง ตั๋วเครื่องบิน กระดุม เศษจากเสื้อผ้าเก่า กระดาษโน๊ตที่มีลายมือของคนที่เรารัก จดหมาย

https:// .bloggang.com/m/viewdiary.php?id=kioku&month=04-2012&date=07&group=2&gblog=1

https://en.wikipedia.org/wiki/Scrapbooking

 

 

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 54 เด็กเหลือขอที่ถูกปลดปล่อย"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved