cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

เด็กม.ปลายสายม็อบอย่างผมจะกลายเป็นสายเรียลได้ไหมถ้าเป็นนักผจญภัย - ตอนที่ 48 อาเร๊ะ สภาพของชิโนมิยะซังมัน

  1. Home
  2. All Mangas
  3. เด็กม.ปลายสายม็อบอย่างผมจะกลายเป็นสายเรียลได้ไหมถ้าเป็นนักผจญภัย
  4. ตอนที่ 48 อาเร๊ะ สภาพของชิโนมิยะซังมัน
Prev
Next

บทที่ 2 ตอนที่ 22 

 

    ผ่านมาแล้ว 2 วัน หลังจากเหตุการณ์ที่ชิโนมิยะซังถูกลูกน้องของผู้ใช้หมาล่าเนื้อโจมตี

    ภายหลังจากตอนนั้นก็เป็นปกติที่พวกเราต้องไปให้การกับตำรวจ

    เป็นเรื่องธรรมชาติเนื่องจากมีคนหลายคนกำลังยืนล้อมศพอยู่

    โชคดีที่ชิโนมิยะซังได้บันทึกวิดีโอเอาไว้ตั้งแต่เริ่มเข้าเขาวงกตจนถึงท้ายสุด ส่วนพวกเราเองต่างก็มีบันทึกเอาไว้ด้วยเช่นกันทำให้มีหลักฐานเป็นบันึกวิดีโอหลายชิ้น จึงทำให้การเคลียข้อสงสัยที่มีต่อพวกเราถูกแก้ได้โดยเร็ว

    แต่เพราะว่าผมดันไปพูดและทำบางอย่างที่มีนัยยะเพื่อทำการรีดเค้นข้อมูลจากศัตรู ซึ่งไม่สามารถปล่อยผ่านไปได้ ท้ายที่สุดก็ถึงขั้นเอาอุปกรณ์เวทอ่านใจออกมาใช้ แล้วการสอบสวนก็ใช้เวลานานจนข้ามวัน

    แน่นอนว่าโรงเรียนก็ต้องหยุด

 

    ถึงแม้ว่าจะใช้ความพยายามจนสามารถพิสูจน์ความบริสุทธิ์ได้ แต่ทางตำรวจก็มารู้ถึงเรื่องที่เด็กนักเรียนม.ปลายมาพยายามไล่ตามฆาตกรต่อเนื่องกันเองด้วยความประมาท

    ที่การสอบสวนใช้เวลานานส่วนหนึ่งก็มาจากการถูกเทศนาเรื่องนั้น

    แต่ว่าด้วยเหตุผลบางอย่าง การเทศนาก็หยุดลงไปดื้อๆ แล้วพวกพนักงานสอบสวนก็ออกจากห้องสืบสวนไป…..

    สงสัยเพราะว่าหมดเวลาแล้วรึเปล่า?

 

    เพราะการนั้นทำให้เสียเวลาไปมาก แต่ผมก็รู้สึกถึงอะไรแปลกๆอย่างหนึ่ง เป็นปฏิกริยาของพวกพนักงานสอบสวนระหว่างการสอบสวน

    มันก็คือ ตอนที่พวกพนักงานสอบสวนได้เห็นภาพตอนที่อนูบิสสังหารมาสเตอร์

    ในตอนที่พนักงานสอบสวนได้เห็นบันทึกภาพที่ไม่น่าเป็นไปได้ที่การ์ด ซึ่งไม่น่าจะทำร้ายมาสเตอร์ได้ กลับสังหารมาสเตอร์ สีหน้าพวกเขาก็ราวกับว่าไปเคี้ยวแมลงเข้า

    ถ้าเป็นตามปกติ「บ้าน่า!」ควรจะทำท่าตกใจแล้วพูดมาเช่นนั้น แต่ว่าปฏิกริยาของพวกเขากลับ「อีกแล้วเรอะ」ทำท่าราวกับจะสื่อเช่นนั้น

    ในจุดนั้นทำให้ผมคิดโดยสัญชาตญาณ「หรือว่าเคยมีเรื่องคล้ายๆกับแบบนี้เกิดขึ้นมาก่อน?」ตามนั้น

    ถ้าหากว่าข้อมูลของโอโน่ถูกต้องแล้วล่ะก็ มันจะมีเหยื่อของผู้ใช้หมาล่าเนื้อกว่า 100 คนทั่วประเทศ ภายในจำนวนนั้น ไม่อาจจะเชื่อได้ว่าจะไม่เคยเกิดเหตุการณ์ที่พวกลูกน้องระดับล่างเกิดอาละวาดเลย ทางตำรวจเองก็ไม่ได้ไร้ความสามารถ คงจะเคยไล่ต้อนพวกลูกน้องระดับล่างมามากกว่า 1 หรือ 2 ครั้งแล้วแน่ๆ

    แต่ถึงอย่างนั้น สาเหตุที่ว่าทำไมยังไม่สามารถจับกุมใครได้เลยซักคน และไม่มีหลักฐานชิ้นสำคัญมาจนถึงทุกวันนี้ ก็อาจจะเป็นเพราะมันถูกทำลายไปเหมือนอย่างครั้งนี้ก็เป็นได้?

    ถ้าหากว่าผู้ใช้หมาล่าเนื้อ แจกจ่ายการ์ดอนูบิสนั่นให้ลูกน้องทุกคน แล้วใช้มันเหมือนกับเป็นอุปกรณ์ทำลายตัวเองยามฉุกเฉินล่ะก็…..

    ถ้าหากว่าพวกลูกน้องไม่รู้ถึงความจริงนี้ คิดว่าที่ได้รับมอบการ์ดแรงค์ B อย่างอนูบิสเป็นเหมือนรางวัลและหลักฐานของความไว้วางใจเท่านั้น…..

    ก็พอจะทำความเข้าใจได้ว่าทำไมจนถึงป่านนี้แล้วยังไม่สามารถจับใครได้เลย

    ทว่ามันก็จะเกิดคำถามขึ้นมาอีกว่าไปจัดเตรียมอนูบิสจำนวนมากมาได้ยังไง รวมทั้งแหล่งเงินทุนอีก…..

    แต่ถ้าลูกน้องที่ตายไปถูกจัดว่าเป็นคนที่ต้องถูกกำจัดทิ้งแล้ว มันก็คงจะเป็นเรื่องยากที่จะเอาภูมิหลังของเขามาใช้เพื่อสืบสาวไปยังผู้ใช้หมาล่าเนื้อได้

    ซึ่งนั่นก็หมายความว่า การสืบสวนของผู้ใช้หมาล่าเนื้อยังคงมีอยู่ต่อไป

 

    พอกลับมาจากการสอบสวนที่กินเวลาไปหลายวัน ที่ต้อนรับผมอยู่ก็คือการสอบสวนรอบที่ 2 โดยครอบครัว

    ตัวลูกชายที่น่าจะหยุดการผจญภัยหลังจากที่ล้มพับเพราะหักโหมงานหนัก กลับบ้านมาหลังจากเข้าไปเกี่ยวข้องกับคดีและถูกสอบสวนโดยตำรวจ ถึงพ่อแม่จะมีความอดทนยังไงก็ต้องมีโมโหกันบ้าง

    ยิ่งไปกว่านั้น ดูเหมือนว่าจะไปไล่ตามฆาตกรต่อเนื่องอีก

    แบบนี้คงได้โดนริบใบอนุญาตไปแน่ๆ…..แล้วถูกให้เลิก แต่กลับไม่เหมือนอย่างที่ผมคิดเอาไว้ ดูเหมือนว่าถึงแม่พ่อกับแม่จะรู้ว่าไปเกี่ยวข้องกับคดี แต่ไม่รู้เรื่องที่ไปไล่ตามฆาตกรต่อเนื่อง

    ในจุดนี้ทำให้ผมเกิดความสงสัยถึงการตอบสนองของตำรวจอีกครั้ง

    ตามปกติแล้วต่อให้เป็นนักผจญภัย แต่การที่ผู้เยาว์จะไปไล่ตามอาชญากรอันตราย ยังไงก็ต้องมีการติดต่อผู้ปกครองเพื่อให้หยุดพฤติกรรมนั้น

    จะว่าไปแล้ว มันแปลกมาตั้งแต่ครั้งแรกที่ผมถูกผู้ใช้หมาล่าเนื้อโจมตีแล้วทางตำรวจไม่ได้ติดต่อผู้ปกครองของผม

    พอเป็นแบบนี้ การเทศนาใส่ผมที่จู่ๆก็ถูกหยุดไปจึงกลายมาเป็นเรื่องน่าสงสัย

    …..หรือว่าบางทีตัวผมอาจจะถูกรัฐบาลหรือทางตำรวจควบคุมอยู่ก็เป็นได้ คือสิ่งที่ผมคิด

    เขาวงกตที่ผมกำลังสำรวจเกิดหายไป ทางประเทศจึงสงสัยว่าผมกำกุญแจที่ทำให้เขาวงกตหายไปอยู่ ประมาณนั้น

    นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้ผมถูกเล็งเป้าโดยผู้ใช้หมาล่าเนื้อ เดาว่าที่ปล่อยผมให้ทำอะไรอย่างเป็นอิสระก็เพื่อเฝ้าดู

    ไม่สิ อาจจะกลับกัน ผู้ใช้หมาล่าเนื้อกำกุญแจที่ทำให้เขาวงกตหายไป แล้วผมที่รู้เรื่องนั้นจึงทำการไล่ตามผู้ใช้หมาล่าเนื้อ…..ถ้าหากว่าทางประเทศคิดแบบนี้ มันก็สมเหตุสมผล

    ก็นะ ในความจริงแล้วผมไม่ได้มีกุญแจที่ทำให้เขาวงกตหายไป และการไล่ตามผู้ใช้หมาล่าเนื้อก็เป็นเรื่องความตั้งใจของตัวเองล้วนๆ แต่…..ปล่อยให้เข้าใจผิดอยู่ต่อไปแบบนั้นแหละ

    ไม่ว่าจะยังไงก็ถือว่าโชคดีที่ทางตำรวจ「ตัวลูกชายของบ้านคุณไปไล่ตามฆาตกรต่อเนื่องมาครับ」ไม่ได้ติดต่อมาแบบนั้น

    ถ้าหากว่าถูกรู้เข้าล่ะก็ ชีวิตนักผจญภัยของผมได้เป็นอันจบแน่ๆ

 

    การโน้มน้าวพ่อกับแม่「ตอนที่กำลังคุยกับรุ่นน้องผู้หญิงในร้านอาหารครอบครัวก็ได้รับสัญญาณขอความช่วยเหลือ จึงไปโดยไม่มีทางเลือก」「ที่กำลังถูกโจมตีอยู่เป็นเพื่อนผู้หญิงของตัวเอง ถ้าหากว่าพวกตนไม่เข้าไปหยุดเอาไว้ได้ทันเวลาล่ะก็เธอคนนั้นคงถูกฆ่า」พอจะผ่านไปได้โดยการเน้นย้ำความชอบธรรมในการกระทำของตัวเอง

    ตามคาดว่าเป็นเรื่องยากที่จะโกรธตัวลูกชายที่ได้ช่วยคนอื่นไว้ แต่ถึงอย่างนั้น「การกระทำน่าชื่นชมก็จริง แต่ครั้งต่อไปช่วยคำนึงถึงชีวิตตัวเองก่อนเป็นอย่างแรก…..」ถูกบอกมาแบบนั้น…..

    พอคิดว่าสามารถหลบเลี่ยงการรุกไล่ของพ่อกับแม่ไปได้แล้ว ทว่าปัญหาจริงๆมันเริ่มหลังจากนั้น

    ทั้งพ่อกับแม่ต่างมีดวงตาเต็มไปด้วยความตื่นเต้นแล้ว「มีความสัมพันธ์ยังไงกับผู้หญิงที่เป็นรุ่นน้องที่ถึงกับไปคุยกันหลังเลิกเรียน」「เพื่อนร่วมชั้นผู้หญิงที่ไปช่วยเอาไว้เป็นใครกันแน่」ไล่ตื้อถาม

    การรุกไล่นั้นตามติดมากซะยิ่งกว่านักสืบมืออาชีพ ยิ่งเป็นการซ้ำเติมจิตวิญญาณที่เหนื่อล้าอยู่แล้วยิ่งขึ้นไปอีก

    ด้วยเหตุนี้ ผมจึงรู้สึกหมดแรงตั้งแต่เช้า

 

「อา…..อยากจะโดดเรียน…..」

 

    อยากจะไปร้านมังงะคาเฟ่แล้วนอนยาวซัก 12 ชม.

    …..ก็นะ คงไม่ได้ทำหรอก

    โรงเรียนของพวกเราเข้มงวดเรื่องการหยุดเรียนโดยไม่มีเหตุผลมาก ขนาดสายไปแม้แต่นิดเดียวก็ถึงขั้นติดต่อกับทางครอบครัวเลย

    แล้วก็…..เป็นห่วงเรื่องชื่อเสียงภายในโรงเรียนด้วย

    สำหรับเพื่อนร่วมชั้นที่ไม่รู้เรื่องคดีแล้ว มันจะเป็นเหมือนผมหยุดเรียนไปหลังจากไปยุ่งเกี่ยวกับชิชิโด

    ทางโรงเรียนก็คงไม่มาอธิบายเรื่องที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับคดีให้แน่ เพราะฉะนั้นมันจึงมีความเป็นไปได้ว่าวันนี้จะมีข่าวลือว่าเป็น「จิตใจเต้าหู้คุง」ออกมาก็ได้

    เพราะงั้นถ้าหากหยุดเรียนไปวันนี้อีก ข่าวลือก็จะยิ่งแพร่สะพัดจนกลายเป็นความจริง

    กลับกันถ้าหยุดไปแค่วันเดียวก็ยังพอเป็นเรื่องของอาการไม่ค่อยดีได้

    ดังนั้นไม่ว่าจะขี้เกียจมากขนาดไหนก็ต้องไปโรงเรียนวันนี้ให้ได้

    ด้วยเหตุนี้จึงมุ่งหน้าไปโรงเรียนด้วยขาอันหนักอึ้ง…..

 

「อะ ชิโนมิยะซัง」

 

    บังเอิญเดินไปเจอเข้ากับชิโนมิยะซังที่ทางเข้าโรงเรียน

 

「—-มาโร๊ะจิ! ด-เดี๋ยวมาทางนี้หน่อย!」

 

    ชิโนมิยะซังคว้าแขนของผมแล้วพามายังที่ลับตาคนบริเวณหลังบันได

   

「ถ้าเป็นตรงนี้น่าจะได้ล่ะมั้ง? มาโร๊ะจิ เรื่องเมื่อวานซืนขอบคุณมากเลยนะ」

「อ-อืม…..แล้ว ทุกอย่างปกติดีไหม?」

 

    ตอนทำการช่วยเหลือได้ทำการยืนยันแล้วว่าไม่ได้บาดเจ็บอะไร แต่เรื่องของสภาพจิตนั้นไม่รู้เลย

    ถึงเธอจะมีจิตใจเข้มแข็งอยู่เป็นปกติแต่ก็ยังคงเป็นเด็กผู้หญิง มันจึงไม่น่าแปลกใจหากว่าจะเกิดบาดแผลทางใจต่อผู้ชายจากการที่ถูกอันธพาลเข้าจู่โจม

    แต่ตัวเธอกลับแค่หัวเราะออกมา

 

「อือ สบายมาก ต้องขอบคุณที่มาโร๊ะจิช่วยเอาไว้เลยไม่บาดเจ็บอะไร นอกจากนี้ มีเรื่องที่อยากจะถามเกี่ยวกับตอนนั้นอยู่…..」

 

    จากท่าทางอึดอัดของชิโนมิยะซังก็พอจะเดาเนื้อหาของสิ่งที่จะถามได้

 

「รู้เรื่องอะไรบางอย่างเกี่ยวกับคนร้ายนั่นรึเปล่า ใช่ไหม?」

「อะ อืม…..」

「นั่นสินะ…..ให้พูดง่ายๆเลยก็ ผมกำลังไล่ตามคนร้ายนั่น…..หรือพูดให้ถูกคือกำลังไล่ตามกลุ่มของพวกนั้นอยู่」

「เอ๋…..กำลังตามสืบอาชญากรเหรอ? ทั้งๆที่เป็นนักเรียนม.ปลายนี่นะ?」

 

    ชิโนมิยะซังทำท่าอึ้ง ผมจึงได้แต่ยิ้มแห้งๆให้

 

「ก็นะ รู้อยู่หรอกว่ามันอันตราย…..แต่ว่าผมเองก็ถูกกลุ่มของคนร้ายโจมตีเองด้วย…..」

「อะ หรือว่าที่พวกเร็นกะจังลอสนั่น…..?」

 

    พอผมพยักหน้า เธอก็เอามือวางบนหน้าผากแล้วเงยหน้ามองท้องฟ้า

 

「อา~…..อย่างงี้นี่เอง แล้วก็นั่น, สินะ」

「…..แล้วก็นั่น อะไรเหรอชิโนมิยะซัง?」

 

    ผมลังเลอยู่นิดหน่อยว่าควรจะถามไปดีไหม ก็สุดท้ายก็ตัดสินใจลองดู

    คิดว่าทางนั้นก็ควรจะบอกสถานการณ์ให้ทางนี้ด้วย

 

「อา~ พูดง่ายๆเลยก็ จำเรื่องที่บอกเกี่ยวกับที่ถูกทาบทามก่อนหน้านี้ได้ไหม」

「…..ได้เตือนว่ามีคดีที่เล็งเป้าหมายมาที่เด็กใหม่อยู่ไม่ใช่เหรอ?」

 

    ผมพูดโดยใช้น้ำเสียงโมโหเล็กน้อย เธอจึงมีท่าทางอึดอัด…..

 

「อู…..เรื่องนั้นก็จำได้อยู่หรอกแต่…..คุณแม่เกิดล้มพับไปน่ะสิ」

「…..น-นั่นมันก็」

 

    คราวนี้กลายเป็นผมที่รู้สึกอึดอัดแล้วหลบสายตา

 

「อะ ไม่ได้เจ็บร้ายแรงอะไรเพราะงั้นไม่ต้องเป็นห่วงหรอก ถ้าได้พักหลังจากผ่าตัดก็หายเป็นปกติได้เองแหละ แต่ว่าสาเหตุหลักมันมาจากหักโหมทำงานหนักเกินไป…..」

「……………」

 

    ผมที่เกิดและโตมาในครอบครัวที่พอมีฐานะ จึงเป็นเรื่องยากที่จะออกความเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ของครอบครัว ในตอนที่ผมอ้ำๆอึ้งๆพูดอะไรไม่ออกอยู่นั้น…..

 

「ก็นะ เพราะงั้นแล้วไม่จำเป็นต้องเป็นห่วงอะไรเกี่ยวกับคุณแม่ไปหรอก ถูกโกรธมาหนักน่าดูอีกต่างหาก」

 

    ชิโนมิยะซังเห็นผมเป็นแบบนั้นจึงพูดติดตลกออกมา ผมเองก็ยิ้มแห้งๆเรื่องที่เธอเองก็ถูกดุมาเหมือนกัน

 

「แล้ว จากนี้ไปยังจะเป็นนักผจญภัยอยู่อีกรึเปล่า?」

「อืมม อย่างที่คิดว่าจู่ๆมาเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นนี่นะ ทั้งการขอความช่วยเหลือตั้งแต่แรกเริ่ม แล้วไหนจะการ์ดที่ได้มาจากทางต้นสังกัดก็ลอสไปอีก…..」

 

    จะว่าไปเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการขอความช่วยเหลือ เนื่องจากว่ามันเป็นคดี คนๆนั้นจึงไม่จำเป็นต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ แต่ว่าเรื่องการ์ดที่ได้รับยืมมาจากทางต้นสังกัด ขึ้นอยู่กับสัญญาซึ่งมันก็สามารถเป็นเรื่องยุ่งยากได้

 

「…..ถ้าหากว่ามีเรื่องต้องคุยเกี่ยวกับการจ่ายค่าการ์ดหรืออะไรทำนองนั้นล่ะก็ เดี๋ยวจะให้ความร่วมมือเอง」

「อะ ถ้าเรื่องนั้นไม่เป็นไรหรอก กลายเป็นว่ายังไม่มีสัญญาอะไร กลับกันแล้วได้รับเงินชดเชยมาค่อนข้างเยอะพอตัวแทน」

 

    เงินชดเชย……ไม่ว่าจะดูยังไงมันก็คือเงินปิดปากหรืออะไรทำนองนั้น

    ผู้มีพรสวรรค์ในสังกัดที่ไปเป็นนักผจญภัยตามคำขอของต้นสังกัดมาถูกโจมตีในวันแรก มีความเสี่ยงที่ทางต้นสังกัดจะถูกสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับคดีเอง ทำให้อยากจะยกเลิกสัญญาให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

    ถ้าไม่อย่างงั้นล่ะก็ ถึงจะไม่อยากพูดแต่กับนางแบบใหม่ที่ยังไม่เป็นที่รู้จักอย่างชิโนมิยะซังแล้ว ไม่คิดว่าจะจ่ายเงินชดเชยจำนวนมากให้หรอก

    …..ก็นะ ทุกอย่างก็กลับไปเป็นกระดาษเปล่า ตัวเธอเองปลอดภัย ส่วนเงินที่ได้มาโดยรวมแล้วก็ถือเป็นเรื่องดี

 

「แต่ว่า, นะ…..ช่วยเอาไว้จริงๆ…..แบบว่า, เท่มากเลยล่ะ」

 

    ขณะที่ผมกำลังคิดอะไรพวกนั้นอยู่ ชิโนมิยะซังก็แก้มแดงขึ้นมาเล็กน้อยแล้วพูดราวกับพึมพำกับตัวเอง

 

「อะ อ-อืม…..ด้วยความยินดี ก็นะ…..ก็แค่เรื่องบังเอิญนั่นแหละ」

「ผลลัพธ์สิผลลัพธ์ สำหรับคนที่ถูกช่วยแล้ว ที่สำคัญน่ะคือผลลัพธ์ แล้วก็นะ อยากจะตอบแทนอะไรบ้างซักหน่อย…..มีคำขอ, อะไรไหม?」

 

    ชิโนมิยะซังพูดขณะที่เล่นเส้นผมของเธอด้วยความกระสับกระส่าย

 

「อื~ม」

 

    จะเอายังไงดี ที่ได้ไปช่วยเธอมันก็บังเอิญจริงๆ รู้สึกเกรงใจที่จะต้องรับสิ่งตอบแทนอะไรกลับมา แต่ก็พอจะเข้าใจอยู่ ในช่วงเวลาแบบนี้การเสนออะไรเพื่อขอบคุณมันจะเป็นการดีกว่า

    อะ ใช่แล้ว!ประกายความคิดมันแว่บเข้ามาในหัวของผม

 

「งั้น ขอรับคำนั่นไว้เลยละกัน」

「อ-อืม! อะไรเหรอ? บอกอะไรมาก็ได้เลยนะ?」

 

    -ปิ๊ง-ใบหน้าของเธอสดใสขึ้นทันตาเห็น ผมจึงพูดขณะที่เกาแก้มไปด้วย

 

「แบบว่า อยากจะขอให้ช่วยจัดฉากเพื่อให้ได้ออกไปเที่ยวเล่นกับอุชิคุระซังกัน 2 คน…..จะได้ไหมล่ะมั้ง?」

「—–……………」

 

    -กึก- จู่ๆชิโนมิยะซังก็หยุดนิ่งไป

 

「………………..」

「เอ็ตโต…..คงไม่ได้ สินะ?」

「……….อืมม? ก็ไม่นิ? ได้นะ? 『กับชิซุกะ 2 คน』ไปเที่ยวเล่นกันสินะ โอเค」

 

    ชิโนมิยะซังยิ้มให้แล้วพูดมา

    โย้ช! ทำท่ากำหมัดอยู่ในใจ

    ความจริงแล้ว ตั้งแต่ที่ผมได้ไปถามตอนคริสต์มาสแล้วโดนปฏิเสธมา ก็ไม่ได้รุกเข้าหาเธออีกเลย

    ส่วนหนึ่งก็เพราะยุ่งกับการเป็นนักผจญภัย แต่ที่จริงก็แค่ไม่สามารถรวบรวมความกล้าไปชวนเธออีกรอบเพราะถูกปฏิเสธมาแล้วรอบนึง

    ที่ในอดีตเคยทำได้ก็เพราะว่าตอนนั้นไม่มีอะไรจะเสีย

    อุตส่าห์มาถึงจุดที่สามารถพูดคุยกันได้ปกติแล้ว เลยไม่อยากจะทำลายความสัมพันธ์นั้นไป

    แต่ว่า จะให้มันเป็นแบบนี้ตลอดไปไม่ได้

    ถ้าหากว่าตัวเธอไปได้แฟนมาขณะที่มัวแต่กัดเล็บอยู่ล่ะก็ ถึงจะอยากเสียใจก็คงเสียใจให้ไม่ได้หรอก

    ถึงการไปขอให้เพื่อนไปช่วยเป็นสื่อกลางเพื่อชวนผู้หญิงที่ชอบมันจะดูน่าสมเพชก็เถอะ แต่ชิโนมิยะซังน่าจะรู้สึกสบายใจขึ้นจากการที่ไม่ต้องติดค้างอะไรแล้ว

    รู้สึกอยากชมตัวเองกับความคิดสุดเริ่ดจริงๆ

 

「แล้ว มีกำหนดเวลาแน่นอนแล้วรึยัง?」

「อา…..ตอนนี้ยังมีเรื่องอยู่อีกเยอะล่ะนะ ถ้าทุกอย่างสงบลงแล้วจะติดต่อไปละกัน」

「อืม เข้าใจล่ะ」

 

    แหม~ มีโชคร้ายเข้าใส่มาแล้วซักพัก แต่เดาว่าในที่สุดโชคดีก็พลิกกลับมาแล้วสินะแบบนี้?

    ขณะที่กำลังยิ้มอย่างมีความสุขอยู่นั้น…..

 

「ถ้างั้นก็ไปห้องเรียนกันเถอะ」

 

    จู่ๆ ชิโนมิยะซังก็คว้ามือไป

 

「อะ อืม」

 

    ชิโนมิยะซังเดินจูงมือนำ มุ่งหน้าไปยังห้องเรียน

    รู้สึกตกตะลึงกับสัมผัสของมืออันอ่อนนุ่มซึ่งแตกต่างไปอย่างสิ้นเชิงกับมือของผู้ชาย เหล่านักเรียนคนอื่นมองมาทางนี้ด้วยความตกใจทำให้รู้สึกเชินอายอย่างแปลกๆ

    แต่ทว่าก็ไม่สามารถสลัดทิ้งไปได้ ในขณะที่กำลังนึกสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นอยู่ ก็ได้มาถึงห้องเรียน

    ถึงแม้จะคิดอยู่ว่าน่าจะปล่อยมือได้แล้ว แต่ชิโนมิยะซังก็เปิดประตูไปทั้งอย่างนั้น

    เสียงของประตูที่ถูกเปิดออก ดึงดูดความสนใจของคนที่อยู่ภายในห้องเรียนทั้งหมด

    พอได้เห็นพวกเราที่จับมือกันอยู่ ในดวงตาของพวกนั้นก็ยิ่งมีความตกใจมากขึ้น

    แล้วในไม่ช้าเหล่าเพื่อนร่วมชั้นก็พากันมารุมล้อม

 

「อรุณสวัสดิ์ คิทากาว่า!」「ได้ยินมาแล้วนะ! ได้ช่วยชิโนมิยะซังจากการโจมตีของนักผจญภัยอื่นมาใช่ไหม?」「สุดยอด เจ๋งไปเลย!」「จะว่าไป อันตรายในเขาวงกตไม่ได้มีแค่มอนสเตอร์สินะ」「อย่างที่คิด รายได้ของนักผจญภัยมีสูงก็เพราะมันอันตรายจริงๆด้วย」

「เอ๋? เดี๋…..!?」

 

    น-นี่มันอะไรกัน!

    ขณะที่พวกเขากำลังพูดแบบนั้นซ้ำไปซ้ำมา ผมก็ได้แต่ทำตาค้างมองดู

    ทำไมพวกนี้ถึงรู้เรื่องนั้นได้?…..จะว่าไปมันก็มีผู้ต้องสงสัยอยู่คนเดียวไม่ใช่เรอะ

    ชิโนมิยะซังหันมามองแล้วขยิบตาให้ผม

    …..หากเอาตามสามัญสำนึกของการถูกโจมตีโดยบุคคลอื่น จากมุมมองของผู้หญิงแล้วมันเป็นเรื่องที่อยากจะปกปิดเก็บซ่อนเอาไว้ ถึงแม้ว่าคนส่วนใหญ่จะแสดงความเห็นใจกับสถานการณ์ แต่มันก็จะมีคนส่วนน้อยที่มาพร้อมกับศีลธรรมอันต่ำตม ที่มองมันเป็นเรื่องสนุกแล้วปล่อยข่าวลือผิดๆเกี่ยวกับมัน

    แต่ถึงอย่างนั้น สาเหตุที่มันถูกแพร่ออกไปทั่ว…..เพื่อผมสินะ

    จากเหตุการณ์กับชิชิโดเมื่อวันก่อนที่ทำให้ชื่อเสียงของผมร่วงต่ำลง คงจะเผยแพร่ข้อมูลด้วยตัวเองเพื่อให้มันกลับขึ้นมา

    พอมองดูรอบๆห้องเรียน สายตาของเหล่าเพื่อร่วมชั้นก็ต่างเป็นเชิงบวกกันหมด พอไปสบตาเข้ากับกลุ่มของชิชิโด พวกนั้นก็เบือนหน้าหนีด้วยความอึดอัด

    มองไม่เห็นตัวชิชิโดในหมู่พวกนั้น สงสัยว่าเมื่อวานแล้วก็วันนี้จะทำให้มองหน้ากันลำบากล่ะมั้ง

    หลังจากคลื่นฝูงชนของเพื่อนร่วมชั้นเบาบางลง อุชิคุระซังก็เข้ามาคุยด้วย

 

「อรุณสวัสดิ์ คิทากาว่าคุง เรื่องของคาเอเดะจังต้องขอบคุณมากจริงๆ」

 

    เธอพูดพร้อมด้วยรอยยิ้มจากใจจริง ผม「แค่เรื่องบังเอิญ ไม่ต้องคิดมากหรอก」ขณะที่กำลังคิดจะพูดตอบกลับไปแบบนั้น จู่ๆก็นึกอะไรขึ้นมาได้

    ไม่สิ เดี๋ยวนะ มันใช่เรื่องบังเอิญจริงๆงั้นเหรอ?

    เขาวงกตที่ชิโนมิยะซังลงไปนั้นอยู่ไม่ไกลจากร้านอาหารครอบครัวที่พวกผมอยู่ แล้วก็ อุชิคุระซังยังมาตรวจเช็คดูว่าผมได้ไปที่ร้านอาหารที่ไปเป็นประจำในวันนั้นอีกไหมด้วย

 

「…..หรือว่าบางที ไปชักนำชิโนมิยะซังไว้ก็เพื่อในเวลาฉุกเฉินผมจะได้สามารถเข้าไปช่วยเธอได้?」

「เอ๋? หมายความว่ายังไง?」

 

    ด้วยคำของผม ชิโนมิยะซังจึงมองอุชิคุระซังด้วยความตกใจ

 

「อะฮะฮะ…..ก็ไม่ใช่ชี้นำอะไรมากนักหรอก แค่คิดว่าถ้าเกิดอะไรขึ้นใกล้ๆกับร้านอาหารครอบครัวนั่น คิทากาว่าคุงอาจจะเข้าช่วยเหลือได้ ก็เท่านั้นเอง」

「เอ๋ แต่ชั้นไม่ได้บอกชิซุกะเลยนะว่าวันนั้นจะไปเขาวงกต แล้วเขาวงกตก็เป็นที่ชั้นเลือกเองด้วย」

「ต่อให้ปากจะบอกว่าจะเลิกก็สามารถรู้ความรู้สึกในใจจริงๆได้น้า รู้จักกันมาตั้งแต่อนุบาลแล้วใช่ไหมล่ะ? อีกทั้งด้วยนิสัยของคาเอเดะจังแล้ว จะต้องพยายามลงสำรวจเขาวงกตในทันทีก่อนที่จะเกิดเปลี่ยนใจแน่ๆ เลยเดาว่าคงจะเลือกเขาวงกตที่อยู่ใกล้กับโรงเรียน ชั้นก็เลยเอ่ยถึงลักษณะของเขาวงกตที่อยู่ใกล้กับร้านอาหารครอบครัวนั่น โดยแนะนำว่าเป็นเขาวงกตสำหรับมือใหม่ให้กับคาเอเดะจังเมื่อก่อนหน้านี้มาแล้วเท่านั้นเอง…..」

 

    ไม่ล่ะ นั่นแหละที่คนเขาเรียกว่าการชี้นำ

    พอรู้ว่าตัวเองกำลังเต้นอยู่บนฝ่ามือของอุชิคุระซัง แก้มของชิโนมิยะซังก็กระตุก

 

「อุหวา~ ไม่ได้เห็นมาซักพักแล้ว ชิซุกะมืด」

「อย่าเรียกว่ามืดน้า~」

「อะฮะฮะ…..แต่ว่า ขอบคุณนะ…..ชิซุกะ」

「ด้วยความยินดีจ้า!」

 

    เอ เรื่องก็ตามนั้น…..ขณะที่กำลังมองภาพอันอบอุ่นของสาวสวย 2 คนอยู่ห่างๆ -แปะแปะ- ก็มีใครบางคนเข้ามาแตะไหล่

 

「อรุณสวัสดิ์ อาจารย์ จัดการได้ในทันทีเลยนะ」

「อรุณสวัสดิ์ โอโน่ ก็นะ จะบอกว่าเป็นความบังเอิญจริงๆ หรืออาจจะเป็นเพราะอุชิคุระซังเตรียมการไว้ล่ะมั้ง」

「ผลลัพธ์สิผลลัพธ์ ที่สำคัญน่ะคือผลลัพธ์」

 

    คำพูดแบบเดียวกับชิโนมิยะซังทำให้หัวเราะแห้งๆออกไป

 

「เท่านี้ชื่อที่ตกต่ำลงเพราะชิชิโดก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม…..ไม่สิ สูงขึ้นกว่าเดิมเพราะเป็นเรื่องใหญ่ล่ะนะ」

「ทำเป็นพูดดี ที่เรื่องมันแพร่กระจายก็เพราะนายนั่นแหละ」

 

    โอโน่ยิ้มหัวเราะ

    ชิโนมิยะซังเองก็หยุดเรียนไปเมื่อวาน แต่ถึงอย่างนั้น สาเหตุที่วันนี้มันถูกรู้กันทั่วทั้งห้องก็เพราะว่ามีคนไปแพร่กระจาย ซึ่งคนๆนั้น ก็คือหมอนี่คนเดียวเท่านั้น

 

「จะว่าไป ชิชิโด หมอนั่นลาหยุดวันนี้เหรอ?」

 

    พอผมถามคำถามนั้นไป สีหน้าของโอโน่ก็จริงจังขึ้น

 

「หืม? อา ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว…..」

「เมื่อวาน? หรือว่า…..」

「ไม่ใช่หรอก เมื่อวานคุณครูบอกว่าน่าจะเป็นไข้สูง」

 

    อะไรกัน…..แค่ไข้หวัดหรอกรึ

    ไม่สิ…..

 

「เผื่อเอาไว้ก่อน ใช้เส้นสายของโอโน่ไปแนะนำกับพวกของชิชิโดไว้ ว่าอย่างน้อยๆก็อย่าลงเขาวงกตคนเดียว」

「เรื่องนั้นทำไปแล้วล่ะ อย่างที่คิดว่าตอนนี้มันไม่ใช่เวลา ชิโนมิยะซังถูกโจมตีมาแล้ว ตามคาดว่าแม้แต่ชิชิโดเองก็คงต้องควบคุมตัวเองหลังจากนี้」

 

    เคลื่อนไหวไปแล้วสินะ จะว่าไปแล้วก็เคยบอกมาว่าปล่อยให้เป็นหน้าที่เขาเอง สมแล้วที่เป็นโอโน่

 

「ก็ พักเรื่องนั้นไว้แค่นี้ก่อน…..เกี่ยวกับเซอร์เคิลนักผจญภัยของเหยื่อ ได้เรื่องมาแล้วล่ะ」

「!…..ว่าไงบ้าง?」

「ดำสนิทเลย เซอร์เคิลนักผจญภัยที่เหยื่อเข้าร่วมอยู่ ทั้งหมดต่างมีความเกี่ยวข้องกับสมาคมพระแม่ดารา เพียงแต่ว่าสมาชิกของกลุ่มจะแค่สนใจเรื่องกิจกรรมแลกเปลี่ยนการ์ดมากกว่า ไม่ได้สนใจในตัวกิจกรรมของสมาคมเองเลย」

「งั้นเหรอ…..」

 

    เท่านี้ ความเชื่อมโยงก็ชัดเจนแล้วสินะ

    แต่…..เกิดฉุกคิดขึ้นมา

    ถ้าหากว่าคนร้ายคือสมาคมพระแม่ดาราแล้วล่ะก็ ทำไมต้องโจมตีคนของกลุ่มด้วย…..

    เป็นยุทธวิธีเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกสงสัยด้วยการโจมตีผู้ศรัทธางั้นเหรอ?

    ถ้าเป็นอย่างนั้นแค่แกล้งทำเป็นไม่เกี่ยวข้องใดๆเลยมันจะปลอดภัยมากกว่า

    ถ้าหากสมาคมพระแม่ดาราคือคนร้ายแล้ว ในทางกลับกัน จะไม่โจมตีผู้ศรัทธาเองงั้นเหรอ…..?

    หรือว่าเป้าหมายคือ ต้องการให้คิดแบบนั้น?

    กลับกันแล้วกลับอีก หรือว่ากลับกันแล้วเลยไปมากกว่านั้น

    เอาเป็นว่าในตอนนี้ ผมส่งข้อมูลปัจจุบันไปให้พวกโอริเบะก่อนละกัน

 

 

 

 

 

    และแล้ววันสุดสัปดาห์ที่รอมาอย่างยาวนานก็มาถึง

    ผมได้อันนานำทางไปยังสถานที่จัดงานพบปะแลกเปลี่ยนการ์ด

    สถานที่คือโรงแรมหรูหราแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ในโตเกียว พื้นที่จัดงานปาร์ตี้ถูกจองเอาไว้เพื่อจัดงานพบปะแลกเปลี่ยนการ์ด

 

「น-นี่ มาโดยที่ใส่ชุดเครื่องแบบนักเรียนตามที่บอกแล้ว แต่ว่าแน่ใจจริงๆเหรอว่าชุดนี้มันจะไม่เป็นอะไร?」

 

    พอมองไปยังชุดสูทราคาแพงของเหล่าผู้คนที่อยู่โดยรอบแล้วก็เกิดความประหม่า ผมเลยถามอันนาไป

    กับผมที่ให้ความรู้สึกราวกับพวกบ้านนอก อันนาก็ตอบกลับด้วยสีหน้าดูตกตะลึง

 

「ไม่เป็นอะไรส์หรอกค่ะ นี่ไง ชั้นเองก็ยังใส่เครื่องแบบเลยใช่ไหมล่ะ? ในความจริง หากเทียบกับการใส่สูทแปลกๆแล้ว มันจะไม่เป็นที่สะดุดตาจากราคาหรือว่ายี่ห้อ ในทางกลับกัน การที่มาอยู่ที่นี่ได้ทั้งๆที่เป็นนักเรียนจะทำให้ได้รับความเคารพจากคนอื่นมากกว่าด้วย …..แต่ถึงอย่างนั้นถ้าจะยังมีคนโง่ที่ไหนมาล้อเลียนอยู่อีก ก็คงจะมีแค่คนโง่ที่ไม่รู้ว่าคนที่กำลังล้อเลียนอยู่นั้นคือลูกสาวของผู้จัดงานและเพื่อนๆของเธอนั่นแหละส์ เพราะงั้นไม่จำเป็นต้องเป็นห่วงไปหรอกส์ค่ะ」

「อ-อย่างงี้นี่เอง」

 

    ถ้ามันเป็นสิ่งที่เด็กสาวระดับสูงพูดแล้วก็คงต้องยอมรับมันไป

 

「แต่ว่า…..ใช่งานแลกเปลี่ยนการ์ดจริงๆเหรอ? ดูแตกต่างไปจากที่คิดเอาไว้เลย」

 

    ผมพูดขณะที่มองไปรอบๆ

    พอมองไปรอบสถานที่ก็ไม่มีการ์ดให้เห็นเลยซักใบ ผู้ร่วมงานต่างก็เอาแค่คุยหรือไม่ก็กินอาหารและเครื่องดื่ม

    เพราะว่ามันเป็นการพบปะกับเพื่อแลกเปลี่ยนการ์ดราคาแพง ก็เลยคาดเอาไว้ว่าน่าจะเป็นการเจรจาทางธุรกิจอย่างเป็นทางการ แต่นี่ไม่ว่าจะมองยังไงก็เป็นแค่งานเลี้ยงบุฟเฟ่ต์

 

「อา…..ที่นี่เป็นแค่สถานที่สำหรับกระชับความสัมพันธ์เฉยๆ การเจรจาธุรกิจจริงๆจะถูกจัดภายในห้องส่วนตัวที่ชั้นล่างค่ะ」

「อ-อย่างงี้นี่เอง…..แต่ว่า จะรู้ได้ยังไงว่าใครมีการ์ดอะไร?」

「ผู้เข้าร่วมจะได้รับแค็ตตาล็อคของการ์ดที่จัดแสดงเอาไว้ล่วงหน้า เพื่อจะได้สามารถตรวจดูและหมายตาเอาไว้ได้ค่ะส์ ก็นะ มันก็มีอยู่บางคนที่สิ่งที่หมายตาไว้จริงๆไม่อยู่ในแค็ตตาล็อค การที่งานแลกเปลี่ยนถูกจัดในระดับนี้ก็เพื่อให้สามารถทำการสำรวจไปพร้อมกับกระชับความสัมพันธ์ไปด้วยนั่นแหละส์ค่ะ」

「เห…..เดี๋ยว แต่ว่าผมยังไม่ได้เห็นแค็ตตาล็อคที่ว่ามานั่นเลยนะ」

「เรื่องนั้นสำหรับรุ่นพี่แล้วไม่จำเป็นหรอกส์ค่ะ แค่แค็ตตาล็อคอย่างเดียวก็ราคา 1 ล้านเยนแล้ว…..」

 

    แค่แค็ตตาล็อคอย่างเดียวก็ราคา 1 ล้านเยน!? นั่นมันขูดรีดกันมากไปหน่อยแล้วไหม! ไม่สิ ถ้าคิดว่ารวมพวกค่าเข้าร่วม แล้วก็ค่าข้อมูลว่าใครมีอะไรอยู่ก็น่าจะสมเหตุสมผลอยู่ล่ะมั้ง?

    ขณะที่ตัวผมกำลังเป็นกังวลเรื่องที่ไม่รู้ราคาตลาดของเหล่าคนรวยอยู่ อันนาพร้อมผมทรงหางม้าของเธอก็ทำการมองไปรอบๆสถานที่

 

「อะ เจอแล้วเจอแล้ว ช่วยตามชั้นมาหน่อยค่ะ」

「อ-อา…..」

 

    ตามเธอไปอย่างว่าง่ายจนมาเจอเข้ากับชายวัยกลางคนรูปร่างสูงใหญ่และสุภาพบุรุษสูงอายุกำลังคุยกันอยู่

    ในไม่ช้า พอบทสนาเริ่มสงบลง อันนาก็กล่าวทักทายอย่างเป็นธรรมชาติ

    หลังการแลกเปลี่ยนคำพูดเพียงไม่กี่คำ ชายร่างใหญ่ก็ยิ้มแล้วเดินจากไป

    จากนั้นอันนาจึงทำการแนะนำตัวชายสูงอายุที่เหลืออยู่ให้กับผม

 

「รุ่นพี่ ขอแนะนำตัวให้ค่ะ ทางนี้คือตัวแทนจำหน่ายการ์ดที่รุ่นพี่จะทำการติดต่อด้วยในวันนี้ โทโน่ซังค่ะ」

「อะ ย-ยินดีที่ได้รู้จักครับ นักผจญภัยคิทากาว่าครับ」

「โทโน่ครับ ยินดีที่ได้รู้จัก แหม ได้เจอกับตัวจริงแบบนี้ เป็นเกียรติจริงๆเลยครับ」

「โอ๋ว!?」

 

    จู่ๆคนที่ดูเป็นคนระดับสูงชัดเจนพูดมาแบบนั้นให้ ผมจึงช่วยไม่ได้ที่จะเผลอส่งเสียงแปลกๆออกไป

 

「เพราะว่ารุ่นพี่เป็นนักผจญภัยที่ค้นพบหวนคืนจิตวิญญาณนั่นแหละส์ค่ะ ในหมู่ตัวแทนจำหน่ายการ์ดแล้วมีชื่อเสียงมากพอตัวเลย」

 

    อันนากระซิบบอกข้างหู

    อ-อย่างงี้นี่เอง…..ได้ยินมาว่าตลาดการ์ดมีการผันผวนพอตัวในช่วงที่มีการค้นพบหวนคืนจิตวิญญาณ ซึ่งผู้ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด แทนที่จะเป็นนักผจญภัยแล้วน่าจะเป็นตัวแทนจำหน่ายการ์ดมากกว่า

    ก่อนจะถึงตอนนั้น พวกที่มีสกิลร่วงหล่นจะถูกจัดว่าเป็นของมีตำหนิแล้วจู่ๆก็มีมูลค่าพุ่งสูงขึ้นมา เหล่าตัวแทนจำหน่ายการ์ดคงสามารถทำเงินได้มหาศาล

    ทว่าในอีกด้านหนึ่ง ก็อาจจะมีบางคนที่ได้รับความเสียหายอย่างหนักอยู่

    ขึ้นอยู่กับระดับของมัน จึงไม่น่าแปลกใจว่าอาจจะมีใครบางคนที่เก็บเอามาเป็นความแค้น ซึ่งทำให้ผมต้องมีความระวังตัวในใจเอาไว้มากยิ่งขึ้น…..

 

「ฮะฮะ ไม่ต้องเป็นห่วงครับ เพราะผมเป็นคนที่สามารถทำเงินได้มากยังไงล่ะ」

 

    บอกมาราวกับว่าสามารถอ่านใจผมได้

 

「อะ ง-งั้นเหรอครับ…..」

「รุ่นพี่…..ชั้นไม่พาไปแนะนำตัวให้กับคนแบบนั้นหรอกนะคะ」

 

    ผมที่หน้าแดงแล้วก้มหน้าลงไป อันนาก็กระซิบมาด้วยใบหน้าชวนอึ้ง

    พอคิดดูดีๆแล้วมันก็จริง ทำเอาพูดอะไรไม่ออกเลย

 

「โทโน่ซังทางด้านนี้ เชี่ยวชาญทางด้านการจัดเตรียมการ์ดสำหรับแรงค์อัพ และการ์ดสำหรับชุบชีวิตแก่นักผจญภัยมืออาชีพค่ะ」

 

    …..อย่างงี้นี่เอง ผมแสดงความเข้าใจ ถ้าหากว่าทำธุรกิจเพื่อตอบสนองความต้องการแบบนั้นล่ะก็ จะต้องมีพวกสกิลไม่ดีอยู่เป็นจำนวนมาก และนั่นทำให้สามารถทำเงินได้มหาศาล

    เข้าใจแล้วว่าทำไมอันนาถึงได้ยอมลำบากพาผมมาแนะนำตัว

 

「อย่างไรก็ดี ด้านคิทากาว่าซังกำลังมองหาซาชิกิวาราชิและเลดี้แวมไพร์สำหรับการชุบชีวิตอยู่ ก็เลยคิดว่าน่าจะเป็นกำลังช่วยให้ได้ค่ะ」

「…..ขอความกรุณาด้วยครับ」

 

    โทโน่ซังมีรอยยิ้มที่อบอุ่นและเป็นมิตร ผมจึงโค้งศรีษะให้

 

「…..ฟุมุ อย่างงี้นี่เอง」

 

    พวกเราย้ายที่มาในห้องส่วนตัว นำการ์ดแรงค์ D และอุปกรณ์เวทจำนวนมากออกมาให้โทโน่ซังตรวจดู

 

「ก่อนอื่น เกี่ยวกับอุปกรณ์เวท ทางนี้ได้เป็นเงินสดประมาณ 5 ล้านเยน แต่ถ้าหากใช้สำหรับแลกเปลี่ยนการ์ดจะคิดเป็นมูลค่า 6 ล้านเยนครับ」

「…..งั้นเหรอครับ」

 

    ที่โทโน่ซังเสนอมา สูงกว่าราคารับซื้อของทางกิลล์เล็กน้อย

    แต่ถึงอย่างนั้นที่สามารถขายได้สูงกว่านิดหน่อยก็ช่วยได้มากแล้ว

    แต่ว่า ของจริงน่ะอยู่ที่การ์ดต่อไปต่างหาก

    ราคารับซื้อของการ์ดแรงค์ D ของทางกิลล์คือ 10% ของราคาตลาด การ์ดแรงค์ D ที่ผมมีทั้งหมดเป็นการ์ดแรงค์ D ที่อยู่ระดับล่าง แต่ละใบมีราคา 1 – 2 แสน เว้นเสียแต่ว่ากิลล์จะรับซื้อราคา 2 หรือ 3 เท่า ไม่อย่างนั้นก็ไม่สามารถชุบชีวิตเร็นกะกับเอลิซ่าพร้อมกันได้

 

「ต่อไป เกี่ยวกับการ์ดทางด้านนี้…..」

 

    -อึก- กลืนน้ำลาย

 

「ต้องการที่จะขายทั้งหมดถูกต้องใช่ไหมครับ?」

「เอ๋? อา ครับ…..ไม่ได้มีแผนว่าจะใช้งานอะไร」

 

    รู้สึกอายนิดหน่อยแล้วตอบไป

 

「งั้นเหรอครับ…..ขอโทษนะครับ แต่ขอทราบเกี่ยวกับงบประมาณที่คิทากาว่าซังมีจะได้ไหมครับ?」

「เอ็ตโต…..เงินสดที่เตรียมมาก็ประมาณ 35 ล้านเยน แล้วก็อยากะบวกกับค่าอุปกรณ์เวทเมื่อซักครู่ด้วยครับ」

「โฮ่…..ถ้าหากเป็นเช่นนั้นล่ะก็ รวมการ์ดทั้งหมดนี่, อุปกรณ์เวททั้งหมด, และเงิน 35 ล้านเยน มาแลกเปลี่ยนกับ 3 ใบของทางนี้ไหมครับ?」

「เอ๋? 3 ใบ…..?」

「ครับ ซาชิกิวาราชิกับเลดี้แวมไพร์ แล้วก็การ์ดอีกใบที่ชอบที่อยู่ในนี้ครับ」

「นี่มัน…..」

 

    บนหน้าจอแท็บเล็ตที่โทโน่ซังแสดงขึ้นมา มีรายชื่อของการ์ดแรงค์ C อยู่

    รายละเอียดของสกิลที่มีเองก็ถูกระบุเอาไว้อย่างละเอียด

    ขณะที่ผมกำลังไล่ดูรายการอยู่ ใบหนึ่งในนั้นก็สะดุดตาเข้า

    การ์ดใบนี้มัน…..

 

「เป็นเรื่องที่ทางนี้ไม่คาดคิดมาก่อนเลยแต่…..แน่ใจแล้วเหรอครับ?」

 

    นอกเหนือจากซาชิกิวาราชิกับเลดี้แวมไพร์สำหรับชุบชีวิตแล้วยังมีการ์ดแรงค์ C อีก 1 ใบ ถ้าเป็นแบบนั้นมันขาดทุนกันเห็นๆเลย…..

    ขณะที่ผมกำลังเอียงคอ โทโน่ซังก็บอกเหตุผลมา

    เริ่มจากว่าทำไมการ์ดแรงค์ D ถึงได้ราคาสูงเกินกว่าที่คาด ดูเหมือนว่าเหตุผลจะมาจากการ์ดจำนวนมากที่เป็นประเภทเดียวกัน และไม่มีความแตกต่างกันมากในด้านสกิล

    ในตอนนี้ เกิดกระแสในการจัดตั้งโรงเรียนนักผจญภัยขึ้นที่ต่างประเทศโดยเฉพาะที่อเมริกา ทำให้เกิดความต้องการสำหรับการ์ดแรงค์ D เพื่อใช้เป็นอุปกรณ์การเรียนการสอนมีมากขึ้น

    เพราะว่ามันเป็นอุปกรณ์การเรียนการสอน จึงไม่ควรมีความแตกต่างในด้านประสิทธิภาพมากเกินไป จึงเป็นการดีกว่าถ้าหากว่าเป็นประเภทเดียวกันและไม่มีความแตกต่างกันมากในด้านสกิล

 

「ทางเราเองยังรู้สึกขอบคุณที่มีความคิดในการแลกเปลี่ยนการ์ดจำนวนมากกับการ์ดสำหรับชุบชึวิตด้วย นั่นก็เพราะการ์ดแลกเปลี่ยนด้วยการ์ดนั้นไม่มีภาษี」

「อย่างงี้นี่เอง」

 

    โทโน่ซังยิ้ม ทางนี้ก็ได้แต่ยิ้มแห้งๆให้

 

「เงินสดจำนวน 35 ล้านเยนนั้น จะถูกใช้สำหรับกระบวนการซื้อ-ขายการ์ดสำหรับชุบชีวิตซาชิกิวาราชิไปครับ」

「ขอความกรุณาด้วยครับ」

 

    รับใบเสร็จที่โทโน่ซังฉีกออกมา เนื่องจากว่าตัวแทนจำหน่ายการ์ดมีคุณสมบัติเช่นเดียวกันกับร้านค้าพิเศษที่ได้รับอนุญาตจากทางกิลล์ การ์ดที่ทำการซื้อมาจากตัวแทนจำหน่ายการ์ดจึงถือว่าเป็นค่าใช้จ่ายอย่างหนึ่ง

    …..ดูเหมือนว่าจะต้องมีความระมัดระวังด้วยเพราะในหมู่ตัวแทนจำหน่ายการ์ด จะมีพวกที่แอบอ้างและไม่มีคุณสมบัติอยู่ แต่คราวนี้ได้รับการสนับสนุนจากดันเจี้ยนมาร์ทจึงสามารถแลกเปลี่ยนด้วยความอุ่นใจ

 

「เช่นนั้นแล้วตัวการ์ดจะถูกส่งมาให้ผ่านทางดันเจี้ยนมาร์ทภายใน 1 อาทิตย์นะครับ」

「ครั้งนี้ต้องขอบคุณมากจริงๆครับ」

「ไม่เลยไม่เลย ทางนี้ต่างหากที่ต้องขอบคุณ ต่อจากนี้ไปหากต้องการอะไรก็สามารถติดต่อมาอีกได้ทุกเมื่อเลยนะครับ」

 

    แลกเปลี่ยนข้อมูลสำหรับการติดต่อ จับมือ แล้วบอกลากับโทโน่ซัง

 

「…..เท่านี้ กำลังรบของรุ่นพี่ก็ฟื้นกลับมาสมบูรณ์แล้วส์สินะคะ」

「อา เป็นเพราะอันนาแท้ๆ ขอบคุณนะ」

 

    ผมก้มหัวให้อย่างต่ำ

 

「อย่าได้คิดมากไปเลยค่ะ ที่ชั้นทำก็แค่แนะนำตัวคนให้เท่านั้นเอง」

 

    แค่นั้นก็เป็นเรื่องใหญ่มากแล้ว ถ้าหากว่าไม่ได้อันนาแนะนำตัวแทนจำหน่ายการ์ดที่มีความน่าเชื่อถือล่ะก็ คงไม่สามารถขายการ์ดแรงค์ D ได้ในราคาสูง และคงไม่สามารถชุบชีวิตพวกเร็นกะขึ้นมาได้พร้อมๆกัน

    แต่ว่า ถ้าแค่ขอบคุณเพียงคำพูดก็คงจะหยาบคายเกินไป

    ความรู้สึกขอบคุณที่มีนี้ แสดงออกผ่านการทำกิจกรรมนักผจญภัยกันเถอะ

    …..จะว่าไปแล้ว จู่ๆก็นึกขึ้นมาได้

    ชิชิโดจะเป็นอะไรรึเปล่า?

    ที่หยุดเรียนไปก็หลายวันแล้ว

    ถ้าแค่ 1 -2 วันก็พอจะคิดได้ว่าคงรู้สึกไม่ค่อยดี แต่ถ้ายาว 3 วันก็เริ่มที่จะเป็นห่วงขึ้นมา

    คุณครูบอกว่าลาหยุดเนื่องจากเป็นไข้สูงแต่…..

    แต่ว่าถ้าเกิดหายตัวไปในเขาวงกตจริงๆล่ะก็ พวกที่อยู่ในกลุ่มชิชิโดก็น่าจะมาหาผมเพื่อขอคำแนะนำไปแล้ว

    นี่กังวลมากเกินไปรึเปล่า?

 

    —-ในคืนนั้นเอง คำร้องในการค้นหาชิชิโดก็ได้ถูกส่งมา

 

 

 

【Tips】ตัวแทนจำหน่ายการ์ด

    พ่อค้าที่ดูแลเรื่องการ์ดโดยเฉพาะ เมื่อตอนที่เขาวงกตปรากฏขึ้นครั้งแรกและยังไม่รู้วิธีการใช้งานการ์ด การ์ดได้ถูกจัดเป็นงานศิลปะประเภทหนึ่ง เพราะเหตุนั้นจึงได้เกิดเป็นตัวแทนจำหน่ายการ์ดที่มีระบบธุรกิจแบบเดียวกันกับตัวแทนจำหน่ายงานศิลปะ

    เนื่องจากเป็นอาชีพที่ได้รับการยอมรับเป็นทางการโดยรัฐบาล การ์ดที่ซื้อ-ขายกับตัวแทนจำหน่ายการ์ดจึงถูกนับเป็นค่าใช้จ่ายในการคิดภาษีตอนสิ้นปีด้วย

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 48 อาเร๊ะ สภาพของชิโนมิยะซังมัน"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved